"ผ้าคลุมแห่งรัตติกาลงั้นหรอครับแล้วมันทำอะไรได้บ้างครับ"
"ความสามารถของมันก็คือ
ด้านทานเวทย์มนต์(ระดับกลาง)
อำพรางตัวจากเวทย์ตรวจจับ(ระดับกลาง)
ปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศ"
"โอ้โห...แบบนี้ก็สุดยอดไปเลยสิครับ"
"ก็นะสำหรับนักผจญภัยและคนทั่วไปนั้นถือว่าเป็ต้นเหตุของโศกนาฏกรรมที่เดียวได้เลยแหละถ้าจะใส่อาร์ติแฟคระดับทองหรือสูงกว่าก็ต้องสามารถปกป้องตัวเองได้ด้วยไม่อย่างงั้นเธอคงพอจะเดาได้นะ...ต่อไปก็เครื่องประดับสินะ"
"สร้อยคอพรของนักบวช(ระดับเงิน)
ป้องกันการโจมตีทางกายภาพ(ระดับต่ำ)
แหวนแห่งชีวิต(ระดับเงิน)
รักษาาแ(ระดับต่ำ)"
"ทั้งสามอย่างนี้ก็ถือว่าเป็อาร์ติแฟคที่ีมีประโยชน์มากเลยส่วนเครื่องประดับที่เหลือก็เป็แค่ของธรรมดาสามารถเอาไปขายที่ร้านเครื่องประดับได้"
"ผมสามารถใช้อาร์ติแฟคพวกนี้ได้เลยใช่มั้ยครับ"
"แน่นอนเธอสามารถใช้พวกมันได้เลยแต่ถ้าเป็อาร์ติแฟคประเภทยูนีคล่ะก็คงต้องให้มันยอมรับเธอซะก่อนถึงจะใช้ได้"
"งั้นหรอครับแล้วพวกระดับยูนีคถ้าเทียบกับอาร์ติแฟคพวกนี้มันอยู่ระดับอะไรหรอครับ"
"โดยปกติมันก็แข็งแกร่งอยู่แล้วน่าจะอยู่ในระดับทองคำขาวซะส่วนใหญ่บางชิ้นก็สามารถที่จะแข็งแกร่งขึ้นตามเ้าของของมันได้ด้วยแน่นอนว่าถ้ามีไว้สามารถสร้างอาณาจักรเป็ของตัวเองได้เลยล่ะนะาาส่วนใหญ่ก็มักจะมีไว้กันอยู่แล้ว"
"งั้นก็ต้องมีาระหว่างอาณาจักรเพื่อแย่งชิงอุปกรณ์ระดับยูนีดกันนะสิครับ"
"ไม่ขนาดนั้นหรอกอย่างที่เธอรู้ว่าทองคำขาวไม่ใช่ระดับสูงสุดและก็ยังมีอาร์ติแฟคระดับทองคำขาวอีกตั้งมากมายที่ใช้ได้โดยไม่ต้องได้รับยอมรับจากมันและก็ราคาถูกกว่าด้วยข้อเสียของอุปกรณ์ยูนีดนั้นคือผู้อื่นไม่สามารถใช้ได้นั่นเองการที่จะมอบให้ใครไปนั่นมันค่อนข้างยากน่ะนะ"
หลังจากนั้นคาออสก็ฝึกฝนต่อพอเข้าวันรุ่งขึ้นกอนเรียกประชุมคนในหมู่บ้านเพื่อแจกจ่ายสมบัติที่ได้มาทุกอย่างราบรื่นดีครอบครัวขอ้เสียชีวิตก็พอใจกับส่วนแบ่งที่ได้รับมาเช่นกัน
เมืองGreenline
ในโรงแรมแห่งนึงมีชายหนุ่มคนนึงเดินเข้ามาในห้องที่ขั้นใต้ดินด้วยท่าทางตื่นเต้นแล้วพูดกับชายตรงหน้าถึง่ข่าวที่ตนได้รับมา
"นี่เ้าพูดจริงงั้นหรอ?ดีล่ะเรียกรวมพลทุกคนอีกเจ็ดวันเราจะออกเดินทางคราวนี้เราจะสบายกันไปอีกนานเลย...ฮ่าๆๆๆๆ"
เมื่อได้ฟังคำพูดของชายหนุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่ที่หลังมีขวานดำด้ามใกญ่สะพาย่ก็สั่งการไปยังลูกน้องด้านหลังของเขาทันที
"เ้าทำได้ดีมาก เกล ฉันสัญญาว่าแกและครอบครัวของแกจะได้รับส่วนแบ่งอย่างแน่นอนแกเตรียมย้ายไปอยู่เมืองหลวงกันได้เลย"
"เป็เพราะหัวหน้าบารัคเมตตาผมเลยมีวันนี้ได้เื่แค่นี้มันยังเทียบกันไม่ได้หรอกครับ"
"ฮ่าๆๆไม่เสียแรงที่เป็ลูกบุญธรรมของฉันว่าแต่เ้าจะไปด้วยหรือเปล่าหรือจะรอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่ล่ะ"
"ผมว่าจะกลับไปรับพ่อกับแม่มาด้วยครับหัวหน้าจะว่าอะไรหรือเปล่า?"
"ฮ่าๆๆไม่มีปัญหาไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย"
6วันผ่านไป
ทีหมู่บ้านแอปเปิ้ล
"นี่คาออส...แม่ว่าเราย้ายไปอยู่ในเมืองกันดีมั้ยลูกแมว่าจะเปิดร้านอาหารน่ะจ่ะฐานะของเราจะได้มั่นคงขึ้นลูกว่าดีมั้ยจ๊ะ"
"ก็ดีนะครับแม่แล้วเราจะไปกันวันไหนหรอครับ"
"คงอีกไม่นานหรอกน่าจะอาทิต์หน้านะจ๊ะยังไงก็ต้องบอกคนในหมู่บ้านก่อนถ้าอยู่ๆย้ายออกไปก็คงจะเป็ห่วงกันแน่ๆ"ลอร่าพูดกับคาออสด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"แล้วพ่อไปไหนหรอครับ"
"สงสัยจะอยู่ที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านน่ะเห็นว่ายังไม่เสร็จธุระดีก็เลยไปช่วยน่ะนะเห็นว่ามีคนตายใน่ปาโดยไม่รู้สาเหตุร่องรอยาแก็ไม่ได้มาจากมอนสเตอร์ซะด้วย"ลอร่าพูดขณะที่จัดอาหารเช้าให้กับคาออส
"งั้นหรอครับ"น่าเป็ห่วงจังนะถ้าเราจะไปดูก็คงปรากฏตัวให้ใครเห็นไม่ได้ซะด้วยสิแต่ยังไงก็ต้องไปดูสักหน่อยล่ะนะ
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จคาออสก็ออกจากบ้านทันทีเขาได้สวมใส่อาร์ติแฟคที่ได้มาใหม่ทั้งหมดเค้าใช้ผ้าคลุมคลุมที่หัวและใช้ผ้าสีดำปิดบังใบหน้าไว้อีกทีนึงเพื่อไม่ให้มีใครเห็นหน้าจริงๆเขาได้คาออสมุ่งหน้าไปที่ป่าแห่งความสงบเพื่อหาร่องรอยของมอนสเตอร์และมนุษย์ที่คาดว่าจะเป็คนร้ายแต่ก็ไม่เจอเลยสักอย่าง...
"มอนสเตอร์ก็ถูกเราจัดการไปหมดแล้วแล้วอะไรที่เป็ต้นเหตุของเื่นี้กันหรือว่าจะเป็โจรป๋าที่นี่ไม่เคยมีมาก่อนหรือว่าเื่สมบัติที่ถูกค้นพบจะรั่วไหลออกไปต้องรีบกลับไปที่หมู่บ้านซะแล้วสิ"ในขณะที่คาออสกำลังหมุนตัวเตรียมจะจากไปนั้นด้านหลังของเขาก็มีสิ่งนึงเกิดขึ้นมา
ครื้น! ครื้น! ครื้น!
ปรากฏเป็หลุมดำขนาดความกว้างประมาณสามเมตรในนั้นมีดวงตาสีแดงสองคู่กำลังจ้องมองมาที่เขาในขณะที่มันกำลังออกมาจากจากหลุมดำนั้นต้นไม้รอบๆก็ค่อยๆแห้งเหี่ยวลงที่ละน้อย...
วื่อ! วื่อ!
สิ่งที่ปรากฏออกมานั้นมันมีรูปร่างเป็กระดูกที่คลุมไว้ด้วยผ้าสีดำขาดๆ(ให้อารมณ์เหมือนผู้คุมิญญาในเื่ harry potter)
"ตะ....ตัวอะไรเนี่ย! น่าขนลุกเป็บ้า"
จบตอน!
ป่วยครับเลยอัพลงช้าไหน่อย ขอโทษด้วยนะครับ