จวนรุ่ยอ๋อง ณ ห้องโถงใหญ่ ดวงหน้าคมเข้มหัวคิ้วผูกปมทอดสายตามองลูกน้องคนสนิทอย่างหนานเจิงรายงานเื่ที่สั่งให้ไม่สำเร็จ
“ไม่สำเร็จอย่างนั้นรึ”รุ่ยอ๋องตบโต๊ะดังปัง!!!
ดวงตาดุจน้ำทะเลลุ่มลึกทอดมองหนานเจิงนั่งคุกเข่าแล้วประสานมือ“ข้าน้อยสมควรตายที่ทำงานไม่สำเร็จขอรับ”
“นักฆ่าพวกนั้นเล่า”น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามลูกน้อง
“ตายหมดแล้วขอรับ”
กว่าเขาจะมีโอกาสได้สังหารรัชทายาทมันช่างยากเย็นยิ่งนักเขาหมายในบัลลังก์ั เขาคือรุ่ยอ๋ององค์หรือองค์ชายสี่ จ้าวเว่ยเกิดจากสนมเสิ่นซูเฟยอายุยี่สิบสามปี แต่งตั้งเป็รุ่ยอ๋อง เขานั้นหมายในบัลลังก์แต่ทว่าเสด็จพ่อนั้นแต่งตั้งจ้าวหลี่ที่เกิดแต่คังฮองเฮาเป็รัชทายาทเรียบร้อยแล้วป้ายคำสั่งทางการทหารก็อยู่กับจ้าวหลี่ ชีวิตของจ้าวหลี่ช่างดียิ่งนักมีอำนาจทางการทหารส่วนเขามันแค่สั่งให้ทำงาน ในเมืองตงหนานคือมีหน้าที่ตัดสินคดีเล็กๆน้อยๆมันน่าเจ็บใจยิ่งนักที่เกิดเป็ลูกสนม
“แล้วสตรีแซ่เจียงเล่า”
“ข้าน้อยได้ยินมาว่านางได้เดินทางมาถึงตงหนานแล้วขอรับพักอยู่ที่จวนเจียง”
“ข้าไม่คิดเลยว่า พี่สามติ่งอ๋องจะฉีกหน้าข้าเยี่ยงนี้ ถึงกับให้ข้าแต่งกับสตรีอัปลักษณ์”ติ่งอ๋องเป็อีกคนที่อยากจะได้บัลลังก์จึงทำให้รุ่ยอ๋องเสียหน้าวันนั้นประชุมที่ท้องพระโรงยามเช้าตอนที่เขากลับมาจากแจกข้าวทางชายาแดนทางเหนือมีความดีและความชอบขุนนางฝั่งติ่งอ๋องเสนอชื่อบุตรสาวขุนนางต่างๆจึงมีมติให้เขาแต่งงานกับคุณหนูใหญ่สกุเจียง เื่นี้ฝ่าาก็เห็นดีเห็นงามด้วยบอกว่าจวนรุ่ยอ๋องไม่มีชายาหรือสนมแม้แต่คนเดียวสมควรที่จะมีชายาได้แล้วด้านติ่งอ๋องพอใจยิ่งนักที่เห็นพระอนุชาได้หญิงอัปลักษณ์มาเป็ชายา
“ข้าจะรอวันชำระแค้นจวนเจียงกับติ่งอ๋อง”ดวงตาดุจน้ำทะเลฉายแววแดงก่ำขึ้นอย่างน่ากลัว จนหนานเจิงสั่นสะท้านกับแววตาเ้านาย…
วันต่อมาที่จวนเจียงบรรยากาศในจวนพลันเงียบสงบเจียงซูซูพลันตื่นขึ้นล้างหน้าผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ไปคารวะน้ำชาที่เรือนใหญ่ของฮูหยินผู้เฒ่าหลังจากที่คารวะน้ำชาเสร็จแล้ว อัครเสนาบดีเจียงเดินเข้ามาที่ห้องโถงใหญ่เห็นบุตรสาวคนโตแต่งกายด้วยอาภรณ์สวยหรู แต่ทว่าดวงหน้านั้นปิดด้วยผ้าขาวบางพลันให้เห็นแค่ดวงตา
“คารวะท่านพ่อ”เจียงซูซูพลันยอบกายคำนับ
“นั่งลงเถอะ”อัครเสนาบดีเจียงเอ่ยขึ้น
“เ้าคงรู้เหตุผล ที่ข้าให้เ้ามาที่จวนแล้วสินะ”
“เ้าค่ะ”
“ดีวันพรุ่งเ้าต้องเรียนมารยาทจากนางในวัง อีกทั้งเพลงพิณหมากล้อมด้วยภายในหนึ่งเดือนนี้เ้าต้องเป็ทุกอย่าง ก่อนแต่งงานกับรุ่ยอ๋อง”
“เ้าค่ะ”อัครเสนาบดีเจียงหมายจะเดินออกไป
“ท่านพ่อ” เจียงซูซูพลันเอ่ยเรียกบิดาทำให้เจียงชิงพลันหมุนกายกลับมา
“ข้าแต่งงานกับรุ่ยอ๋องท่านรับปากได้ไหมว่า จะหาคนมารักษามารดาของข้าให้หาย” เื่นี้นางคิดอยู่นาน
“ได้ข้าจะเสาะหาหมอที่ดีมารักษามารดาเ้า” เจียงชิงสะบัดแขนเสื้ออกไป
ฮูหยินเฒ่ามองหลานสาวอย่างเอ็นดู“ซูเอ๋อร์ไม่ต้องห่วงนะ ยังไงพ่อเ้าก็ต้องหาทางรักษามารดาเ้าให้หายสามปีมานี้พวกเราไม่ได้ละเลยมารดาเ้า”
“เ้าค่ะท่านย่า”
“เื่ที่เ้าโดนลอบทำร้ายย่าเพิ่งได้รู้เมื่อวานตอนที่จ้าวมามารายงาน เื่นี้ย่าจะสั่งให้คนสืบความ”
พูดคุยกับฮูหยินผู้เฒ่าได้ไม่นานนางก็ขอตัวกลับเรือนหนิงฮวาตอนที่นางกลับมาที่เรือนฮูหยินใหญ่กินข้าวแล้วกินยาจากนั้นก็นอนพักผ่อนเป็ที่เรียบร้อย
เจียงซูซูพลันนั่งที่เก้าอี้จากนั้นอาเจียรีบรินน้ำชาให้เ้านายดูเหมือนว่าเจียงซูซูมีสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก
“เรียนคุณหนูใหญ่คุณหนูสามขอพบเ้าค่ะ” คุณหนูสามที่สาวใช้เอ่ยถึงคือเจียงหยวนบุตรสาวบ้านสายรองนั่นเองนางอายุแค่สิบสี่ปี เป็คุณหนูสามของตระกูลเจียง
เจียงซูซูพลันคิดในใจเด็กสาวอย่างเจียงหยวนจะมีหน้าตาเช่นไรบ้างสามปีก่อนเจียงหยวนนั้นรังเกียจนางยิ่งกว่าอะไร เพราะใบหน้าด้านซ้ายมีปานขนาดใหญ่จึงไม่มีผู้ใดในจวนเจียงเล่นกับเจียงซูซู รวมทั้งเจียงเหมยด้วยเจียงซูซูยังจำคำพูดเจียงหยวนได้ดี ที่ด่าทอนางในวันนั้น “นังอัปลักษณ์หน้าดำเมี่ยม”คำพูดประโยคนี้นั้นคงฝังในหัวสมองของเจียงซูซูไม่เสื่อมคลาย
เรือนร่างอรชรในชุดผ้าต่วนอย่างดีสีชมพูลายดอกไห่ถังฮวาปักด้วยดิ้นทองอย่างงามวิจิตรดูท่าบ้านสายรองคงจะมีเบี้ยหวัดมากพอที่จะซื้อผ้าต่วนอย่างดีให้บุตรสาวใส่เป็แน่แท้
เจียงหยวนหยุดมองเจียงซูซูที่พลันยกน้ำชาขึ้นมาจิบ
“มาถึงก็นำความอัปมงคลมาให้ตระกูลเลยนะเจียงซูซู”เจียงหยวนพูดอย่างไม่ยี่หระ
เจียงซูซูมองประเมินเจียงหยวนั้แ่หัวจรดเท้าดวงหน้าของเจียงหยวนยังคงงดงามเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย
ที่เจียงหยวนพูดอย่างนั้นเพราะได้ยินข่าวว่าเจียงเหมยไปอาละวาดที่ห้องโถงใหญ่ท่านย่าจึงสั่งให้เจียงเหมยไปคุกเข่าที่ห้องบรรพชนเื่นี้ทำให้เจียงหยวนโกรธเจียงซูซูเป็อย่างมากที่ทำให้เจียงเหมยโดนทำโทษคุกเข่าที่ศาลบรรพชน
“ข้านำความอัปมงคลอันใดมาให้ตระกูลเจียงน้องสามถึงได้กล่าวหาข้าเช่นนี้”เจียงซูซูพลันเอ่ยถามอย่างราบเรียบไร้ความรู้สึกโกรธแม้เจียงหยวนจะพูดแดกดันนาง
“หึสตรีอัปลักษณ์อย่างเ้าได้แต่งงานกับรุ่ยอ๋อง ช่างไม่เจียมตัวเองเสียเลย” ในใจเจียงหยวนแอบอิจฉาเจียงซูซูที่แต่งงานกับรุ่ยอ๋องบุรุษผู้งดงามในใต้หล้าทำไมวาสนานั้นต้องตกเป็ของคนอัปลักษณ์ด้วยเล่า
คำว่าอัปลักษณ์มันจี้ใจเจียงซูซูยิ่งนักนางเกิดมาชาตินี้อัปลักษณ์แล้วอย่างไร คนเรามองกันที่จิตใจหาได้มองกันที่หน้าตาไม่
“เ้าออกไปได้แล้ว” นางชี้ไปทางประตูเรือนหนิงฮวา
“เ้ากล้าไล่ข้า” เจียงหยวนพลันขึ้นเสียงใส่เจียงซูซู
“ใช่ ข้าไล่เ้าถ้าเ้าจะมาพูดจาไร้สาระ ก็เชิญกลับไป อย่ามาเหยียบที่นี่อีก”
“นังอัปลักษณ์!!!”เจียงหยวนพลันกระทืบเท้าแล้วเดินออกไปจากเรือนหนิงฮวา
คล้อยหลังเจียงหยวนสีหน้าเจียงซูซูไม่ค่อยดียิ่งนัก “คุณหนูอย่าไปฟังคำพูดของหญิงบ้าผู้นี้เลยเ้าค่ะ” อาเจียเอ่ยปลอบใจเ้านายของนางอาเจียไม่คิดว่าเจียงหยวนจะไม่ไว้หน้าเจียงซูซูเลยแม้แต่น้อย
“ข้าไม่เป็ไร”กล่าวจบนางเดินไปทีโต๊ะเครื่องแป้ง นั่งลงทอดสายตามองตัวเองหน้าคันฉ่องสีเหลืองทอง
ดวงหน้าซีกซ้ายปรากฏปานดำครึ่งซีกทำไมทุกคนต้องด่าว่านางด้วยเล่าเพียงเพราะนางเกิดมาไม่งดงามเยี่ยงคนอื่นอย่างนั้นรึ
“คุณหนูอย่าเศร้าไปเลยนะเ้าคะ”อาเจียไม่อยากให้เ้านายจมปักกับคำคนอื่น
“ข้าเข้าใจแล้ว” คืนนั้นทั้งคืนเจียงซูซูพลันนอนไม่หลับทั้งคืน
ยามเช้าจ้าวมามาส่งสาวใช้มาบอกให้เจียงซูซูรีบมาเรียนเพลงพิณที่ศาลาข้างูเาจำลองกระนั้นนางกินข้าวอิ่มรีบย่างกรายไปที่ศาลาทันที พบว่ามีสตรีสามนางอยู่ในศาลา
“เชิญคุณหนูใหญ่นั่งที่ของเ้า”คนที่เอ่ยขึ้นเป็อาจารย์หวางผิงเป็อาจารย์สอนเพลงพิณที่เก่งที่สุดในใต้หล้า
สายตาอาจารย์หวางผิงทอดมองลูกศิษย์ที่มีใบหน้าอัปลักษณ์อย่างไม่พึงใจเห็นได้อย่างชัดเจนนี่สินะคือบุตรคนโตของท่านอัครเสนาบดีที่มีดาวเคราะห์ร้ายผู้ใดอยู่ด้วยล้วนประสบเคราะห์กรรมหายนะเหมือนฮูหยินใหญ่ที่เป็บ้า