ชาวบ้านสองสามคนที่ได้ยินเสียงของหยวนปิงกับลูกสาวพากันวิ่งไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่ร่างอวบ ๆ ของพวกนางจะทำได้ กระทั่งไปถึงหน้าประตูบ้านผู้ใหญ่บ้าน หญิงร่างท้วมทั้งสามรีบะโเรียกหาเขาเสียงดัง
“พวกเ้าเอะอะอะไรกันอีกเล่า ข้ากำลังจะออกไปดูแปลงผักอยู่พอดี”
“จะอะไรเสียอีกเล่าผู้ใหญ่บ้าน ข้าได้ยินหยวนปิงกับลูกสาวบอกว่าซูซูน่าจะตายแล้ว ข้าเลยรีบวิ่งมาหาท่านเพื่อให้ไปดูว่าความจริงเป็อย่างไรนี่แหละ พวกข้าไม่เห็นแม่หนูซูซูมาสามวันแล้วนะผู้ใหญ่ ท่านช่วยไปดูหน่อยเถอะ”
“จริงเหรอ? แล้วทำไมพวกเ้าไม่มาบอกข้าั้แ่วันแรก ๆ เล่า ป่านนี้แล้วไม่รู้ว่าแม่หนูซูซูตัวน้อยจะเป็อย่างไรบ้างแล้ว ไป ไป รีบไปบ้านโจวกัน”
ทั้งสี่คนกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่บ้านหยวนปิง ชาวบ้านที่ผ่านไปมาเห็นพวกเขาดูท่าทางผิดปกติจึงพากันตามไปดูว่าเกิดเื่อะไรขึ้นในหมู่บ้านกันแน่ ไม่นานนักผู้ใหญ่บ้านก็มาถึงบ้านโจว
“หยวนปิง เปิดประตูให้ข้าเดี๋ยวนี้!!! ข้าจะเข้าไปดูแม่หนูซูซู เร็วเข้า!!!”
“มาแล้ว ๆ ท่านเป็อะไรจึงได้เร่งรีบเช่นนี้ผู้ใหญ่บ้าน”
“ถ้าข้าไม่รีบแล้วซูซูเป็อะไรไปล่ะก็ ข้าจะแจ้งทางการว่าเ้าทรมานเด็กจนตาย ถอยไป ข้าจะไปหานาง”
หยวนปิงต้องรีบถอยทันทีเพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านคนอื่น ๆ เข้ามาในบ้านของนางอย่างทำอะไรไม่ถูก ยิ่งได้ยินคำว่าทางการนางก็นึกกลัวว่าเื่ราวจะบานปลายไปจนทำให้ลูกชายทั้งสามที่กำลังเรียนอยู่ของนางเดือดร้อนได้
เมื่อตั้งสติของตนเองได้แล้ว หยวนปิงก็เดินตามชาวบ้านไปยังหน้าห้องเก็บฟืนซึ่งเป็ที่หลับนอนของนังซูซู หยวนปิงไม่กล้าออกหน้าพูดอะไรจึงได้แต่หลบอยู่ด้านหลังชาวบ้านคนอื่น ด้วยกลัวว่าหากนังซูซูตายไปจริง ๆ นางจะได้รีบหนีไปหาสามีที่ออกไปถางหญ้าในนาเพื่อขอความช่วยเหลือเสียก่อน
ผู้ใหญ่บ้านรู้ดีว่าซูซูต้องนอนในห้องเก็บฟืนก็ได้แต่สงสาร เพียงแต่เขาในปีนั้นยังไม่มีความมั่นคงพอที่จะรับซูซูไปเลี้ยงดูด้วยตัวเอง เขาจึงได้แต่ฝากให้หยวนปิงที่เพิ่งคลอดลูกสาวและมีน้ำนมช่วยให้นมซูซูด้วย ชายที่ฝากเงินกับหยกพกเพื่อให้ช่วยเลี้ยงดูซูซูนั้นไม่ได้พูดสิ่งใดมากนอกจากฝากเลี้ยงไม่นาน แต่นี่ก็เจ็ดปีเข้าไปแล้ว เขายังไม่เห็นใครมาตามหานางเลยแม้แต่ครั้งเดียว คราวนี้หากซูซูไม่เป็อะไร เขาจะให้บ้านโจวคืนเงินและหยกพกกลับมาให้ซูซูและนำนางไปเลี้ยงดูด้วยตัวเอง ไม่ให้อดอยากและถูกใช้งานเยี่ยงทาสอยู่ที่นี่อีก
ผู้ใหญ่บ้านเปิดประตูห้องเก็บฟืนออกจนสุด เขามองเห็นร่างเล็ก ๆ ของซูซูนอนขดตัวอยู่อย่างน่าสงสาร ในห้องเก็บฟืนมีกลิ่นเน่าเหม็นไปหมด ยังดีที่ซูซูไม่ได้ไปนอนอยู่ตรงนั้น ผู้ใหญ่บ้านรีบเดินเข้าไปดูนางว่าเป็อย่างไรบ้าง พร้อมกับเรียกนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ซูซู เ้าเป็อย่างไรบ้าง อย่าทำให้ปู่ผู้ใหญ่บ้านเป็ห่วงแบบนี้ เ้าลืมตาขึ้นหน่อยสิซูซู”
ผู้ใหญ่บ้านเรียกไปน้ำตาก็เกือบจะไหลรินไปด้วยความสงสาร เขาที่จับแขนท่อนเล็ก ๆ ของซูซูได้แต่นึกเวทนาที่นางดูเหมือนเด็กขาดสารอาหารเช่นนี้ ผู้ใหญ่บ้านกลั้นน้ำตาเอาไว้แล้วเรียกซูซูอีกครั้งอย่างหวั่นใจว่านางจะเป็อะไรไปจริง ๆ กระทั่งเขาเห็นนางขยับตัวเบา ๆ ด้วยความตื่นเต้นเขารีบเรียกให้ซูซูลืมตาเสียงดังอย่างลืมตัว
“อืม...ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน ท่านมาทำอะไรที่นี่เ้าคะ”
ซูซูขยี้ตาก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นมาตามการประคองของปู่ผู้ใหญ่บ้าน นางได้แต่งงงันเมื่อหันไปเห็นชาวบ้านมากมายออกันอยู่ที่หน้าประตูห้องเก็บฟืนที่เป็ห้องนอนของนาง
“เ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่? ปู่จะมาช่วยเ้าออกจากขุมนรกแห่งนี้อย่างไรเล่า ซูซูเต็มใจไปอยู่กับปู่หรือเปล่า?”
“ข้าเต็มใจเ้าค่ะ แต่ว่า...แล้วท่านแม่เล่าเ้าคะท่านปู่?”
“นางกับคนตระกูลโจวไม่ใช่พี่น้องของเ้า เ้าถูกพวกเขารับมาเลี้ยงเพื่อเงินทองเท่านั้น ตอนนี้ปู่ไม่ไว้ใจให้คนพวกนี้ดูแลเ้าอีกแล้ว ไป เ้าลุกไหวหรือไม่ ปู่จะทวงของที่เป็ของเ้ากลับมาให้เอง”
“ไหวเ้าค่ะท่านปู่ ว่าแต่ของอะไรกันหรือเ้าคะ?”
“เงินที่เหลือจากการดูแลอย่างทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เ้ามาเจ็ดปี กับหยกพกที่ญาติของเ้านำติดตัวเ้ามาเมื่อเจ็ดปีก่อน ปู่ให้พวกเขาเก็บเอาไว้ให้เ้าและสั่งให้เลี้ยงดูเ้าอย่างดี แต่เ้าดูว่าพวกเขาทำอย่างไรกับเ้า ตอนนี้ปู่ไม่มีภาระเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ลูก ๆ ของปู่ต่างมีครอบครัวเป็ของตัวเองกันหมดและแยกตัวออกไปแล้ว ต่อไปปู่กับย่าจะดูแลเ้าเองนะซูซูเด็กดี”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านปู่ ข้าดีใจที่ท่านปู่จะพาข้าออกไปจากนรกแห่งนี้เสียทีนะเ้าคะ”
“เอาล่ะ ๆ อย่าพูดมากนักเลย เ้ายังเจ็บแผลอยู่หรือไม่ เดี๋ยวรอปู่นำของของเ้ากลับมาก่อนแล้วปู่จะให้หมอในหมู่บ้านมารักษาาแให้เ้านะ ปู่กลัวว่าแผลจะอักเสบเอาได้หากทิ้งไว้นานกว่านี้”
“เ้าค่ะท่านปู่” ผู้ใหญ่บ้านประคองซูซูฝ่ากลุ่มชาวบ้านออกมาเพื่อหานางหยวนปิง เขาจะทวงคืนทุกสิ่งที่เป็ของซูซูกลับมาให้หมด ไม่อย่างนั้นอย่ามาเรียกเขาว่าผู้ใหญ่บ้านเลยหากเขาช่วยเด็กตัวแค่นี้ไม่ได้
“นางหยวนปิง!!! ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นข้าจะพาซูซูไปแจ้งทางการข้อหาทำร้ายร่างกายและทารุณกรรมเด็ก”
“อะไรกันท่านผู้ใหญ่บ้าน ข้าก็เห็นว่านังซูซูไม่ได้เป็อะไรเสียหน่อย นางแค่ี้เีลุกขึ้นมาทำงานให้บ้านข้าแค่นั้นเอง”
“เพ้ย!!! เ้ากล้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ซูซูทำงานให้ครอบครัวเ้ามาั้แ่จำความได้ แต่พวกเ้าให้สิ่งใดนางกินบ้างนอกจากน้ำซาวข้าว เป็พวกข้ากับเหล่าชาวบ้านที่คอยแอบให้ของกินกับซูซูจนนางอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่อย่างนั้นนางคงถูกอดอาหารตายไปนานแล้ว ต่อจากนี้ไปข้าจะดูแลซูซูเอง เ้ารีบนำเงินกับหยกพกของนางออกมาคืนให้นางเดี๋ยวนี้!!!”
“เงินกับหยกอะไร ข้าไม่รู้ไม่เห็นทั้งนั้น!!!”
“ได้ ในเมื่อเ้าอยากลองดีกับข้า ฮุ่ยหลาง ไปเรียกเ้าหน้าที่ทางการมาที่หมู่บ้าน ข้าจะทำให้บ้านโจวต้องเข้าคุกเสียทีหลังจากที่ปล่อยปละละเลยจนพวกเขาเหิมเกริมถึงขนาดกล้ายึดสิ่งของของซูซูไปอย่างหน้าด้าน ๆ”
“อ๊าย!!! หยุดนะฮุ่ยหลาง ข้ายอมแล้วท่านผู้ใหญ่บ้าน อย่าทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่จะได้หรือไม่ เงินนั่นหมดไปนานแล้ว ท่านก็รู้ว่าลูก ๆ ข้าเรียนอยู่ในเมืองมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แล้วเงินจะมีอยู่ที่ข้าได้อย่างไร ส่วนหยกพกท่านรอเดี๋ยว ข้าจะไปเอามาให้”
“ฮึ! เ้าอย่าเล่นตุกติกอีกก็แล้วกันนางหยวนปิง ไม่อย่างนั้นข้าจะลากเ้าไปที่ว่าการอำเภอด้วยตัวเอง รีบไปเอามาให้ข้าเสีย”
“ได้ ได้ ข้ากำลังไป ฮึ่ย!!!”
ซูซูตัวน้อยได้แต่แหงนหน้ามองปู่ผู้ใหญ่ที นางหยวนปิงที นางประทับใจในความเด็ดขาดของปู่ผู้ใหญ่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาเขาทำได้เพียงหยิบยื่นของกินเล็กๆ น้อย ๆ ให้กับนางเท่านั้น แต่ร่างเดิมก็ยังคงกตัญญูกับทุกคนที่เคยหยิบยื่นความเมตตามาให้นาง โดยเมื่อใดที่นางขึ้นเขาแล้วได้ของดี ๆ มา นางจะแบ่งให้ท่านป้า ท่านลุงและท่านปู่ผู้ใหญ่บ้านอยู่เป็ประจำ นางไม่เคยนำสิ่งอื่นนอกจากสิ่งที่หยวนปิงสั่งให้ไปหามาจากบนเขากลับมาที่บ้านโจวเลย ทุกคนเองก็ช่วยกันปิดบังเพื่อไม่ให้ซูซูถูกทุบตีมาตลอดเช่นเดียวกัน