“ถ้าทุกอย่างเป็แบบที่คุณหิรัญเล่ามา นั่นแปลว่าคุณฝนทิพย์ไม่ใช่ผู้หญิงขายบริการ แต่เธอถูกหลอกมา...” หิรัญถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“ฉันไม่แน่ใจนัก ถึงเรียกนายเข้ามาปรึกษานี่ไง เอาเป็ว่านายช่วยไปสืบจากคุณนฤมนให้ฉันที ว่าหาเด็กคนนี้มาจากไหน ใครเป็คนหลอกฝนทิพย์มาหาฉันที่ห้อง นายไปสืบมาโดยละเอียดเลยนะ”
“ครับคุณหิรัญ” ชัยศักดิ์ค้อมตัวลงเล็กน้อย แล้วเตรียมหันตัวเดินออกจากห้องทำงานไป ไม่นานนักเลขาของเขาก็เดินเข้ามาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม
“มีคนขอเข้าพบค่ะ”
“ให้เข้ามา” หิรัญพยักหน้าตอบรับ ก่อนร่างของหญิงสาวตัวเล็ก จะเดินยิ้มหวานเข้ามาพร้อมกับของฝากเต็มมือ เพียงสายตาของหิรัญพาดมองไปยังอีกฝ่ายเท่านั้น เขาถึงกับตกตะลึงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจ
“กลับมาั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ติดต่อกลับมาบ้าง” ชายหนุ่มเดินรีบลุกขึ้น เดินเข้ามาหารตี ทันทีด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด เธอเป็ลูกสาวของรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่กำลังมีชื่อเสียง ก่อนหญิงสาวจะปล่อยยิ้มหวานออกมา
“ถ้าโทรบอกก่อนจะเซอร์ไพรส์เหรอคะ” เธอพูดพร้อมย่อตัวลงนั่ง ทอดสายตามองชายหนุ่ม แล้วยื่นกล่องนาฬิกาเรือนหรูให้
“ของฝากจากเมืองนอกค่ะ” ชายหนุ่มก้มมองแล้วปล่อยยิ้มอบอุ่นออกมา พลางเอื้อมไปรับไว้แล้วทอดสายตามองกล่องนาฬิกาอย่างมีความหมาย
“ขอบคุณนะ แต่ถ้าจะกลับมาไทย อย่างน้อยก็ควรบอกกันบ้าง ผมคิดว่าคุณจะไม่กลับมาแล้วซะอีก” รตีไม่ตอบคำถามเขา เพียงแต่ยิ้มแล้วทำเปลี่ยนเื่
“วันนี้เลิกงานแล้ว ไปหาอร่อย ๆ ทานดีไหมคะ ฉันคิดถึงอาหารไทยแทบแย่” หญิงสาวเอ่ยชวนหลังจากไม่ได้เจอกันนานเกือบปี เพราะเธอใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเป็ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็หน้าที่การงาน หรือฐานะทางสังคม รตีถือว่าคู่ควรกับเขามากที่สุด และนั่นทำให้หิรัญมุ่งหมายเพื่อแต่งงานกับเธอ
“ได้สิไม่มีปัญหา แต่ว่าผมขอเคลียร์งานก่อนนะ” หิรัญเอ่ยรับด้วยน้ำเสียงสดใส
“รตีรอได้ค่ะ” เธอยิ้มหวานบอกเขาโดยไม่เร่งรัด ปล่อยให้หิรัญทำงานอย่างเงียบ ๆ โดยไม่เข้าไปวุ่นวายเวลาส่วนตัวของเขา รตีและหิรัญรู้จักกันผ่านเพื่อนของเพื่อนอีกที นับจากนั้นก็ติดต่อพูดคุยกันมาเรื่อย ๆ จนเธอย้ายไปอยู่เมืองนอก ทำให้ต้องห่างกันไปพักใหญ่ ทว่าการกลับมาครั้งนี้ อาจจะรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของพวกเขาให้กลับมาแแ่ดังเดิม
หลังจากเดินออกจากบริษัทของหิรัญแล้ว ฝนทิพย์เงยหน้ามองดูตึกสูงเป็ครั้งสุดท้าย พลางทบทวนทุกอย่างด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนตัดสินใจกลับไปยังบ้านเช่าของเธอ แล้วหยุดชะงัก เมื่อเห็นยายเตรียมรถเข็นออกจากช่องเก็บ อย่างทุลักทุเล แรงของหญิงชราเริ่มลดน้อยถอยลงไปทุกวัน ภาพที่เห็นทำให้ฝนทิพย์หัวใจหล่นวูบ รู้สึกผิดที่ไม่เชื่อฟังยาย จนตั้งท้องในที่สุด
“ฝนกลับมาแล้วเหรอลูก” เสียงเรียกของยาย ทำให้ฝนทิพย์ได้สติ แล้วปั้นหน้ายิ้มก่อนจะตัดสินใจเดินไปช่วยยายทั้งชุดนักศึกษา
“เดี๋ยวฝนช่วยค่ะ”
“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวชุดเลอะหมด”
“เลอะก็แค่ซักค่ะ ฝนช่วยค่ะ เดี๋ยวจะไปไม่ทันคนเลิกงานนะคะ” ว่าแล้วฝนทิพย์ก็ตัดสินใจ แบกถาดขนมขึ้นรถเข็นจนเสร็จ แล้วเข็นรถไปตามทางเล็ก ๆ เพื่อไปตั้งขายในบริเวณเดิมซึ่งมีลูกค้าประจำแวะเวียนมาซื้อไม่ขาดสาย เสียงของยายยังคงดังสม่ำเสมอเพื่อเรียกลูกค้า ภาพในตอนเด็กของฝนทิพย์กับเวลานี้ไม่แตกต่างกันมากนัก
“ขนมไหมจ๊ะ ขนมไทยอร่อย ๆ จ้า” ฝนทิพย์ตัดสินใจช่วยยายเรียกลูกค้า ก่อนจะหันมาสบตากันแล้วหัวเราะออกมาด้วยความสุขใจ ฝนทิพย์จัดขนมใส่ถุงและทอนเงินให้ลูกค้าด้วยความคล่องแคล่ว ก่อนที่รถคันหรูของหิรัญที่กำลังพารตีไปทานมื้อเย็น ได้จอดติดไฟแดงอยู่ตรงหน้า ทำให้เขาก็หันไปสะดุดกับร้านขายขนมเล็ก ๆ ที่มีคนยืนมุงอยู่จำนวนมาก
“ฝนทิพย์” ชายหนุ่มเผลออุทานออกมา พลันจับจ้องมองหญิงสาวในชุดนักศึกษาตาไม่กะพริบ ตะลึงกับภาพที่เห็นจนชะงักนิ่งไป จับจ้องมองรอยยิ้มหวานของฝนทิพย์ที่ส่งยิ้มให้กับลูกค้า แล้วรับเศษเงินเข้ากระเป๋า ความรู้สึกแปลกใจผุดวาบขึ้นมาทันทีเมื่อฐานะของเธอเป็เพียงชนรากหญ้า แต่กล้าปฏิเสธเงินจำนวนมากจากเขาเพียงเพราะศักดิ์ศรีงั้นเหรอ
“เธอบ้าหรือเปล่า ที่ปฏิเสธเงินของฉัน”
“เป็อะไรเหรอคะ” รตีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ปะเปล่า” เขาปฏิเสธ พร้อมความคิดมากมายในสมอง หลั่งไหลออกมา ขณะที่จับจ้องไปยังร้านขนมเล็ก ๆ ริมถนน
หลังจากขนมถาดสุดท้ายขายหมด ฝนทิพย์จึงหันมานับเงินแล้วยื่นให้กับยายพร้อมรอยยิ้ม
“เหนื่อยแย่เลยสิ” หญิงชราหันมาถามหลานสาวด้วยความเป็ห่วง