ตอนที่เก้า ครั้งที่สี่นี่ไม่ควร
“น่าเสียดาย น่าเสียดายนัก ท่านผิดพลาดไปถึงสามครั้งในการที่จะหยุดยั้งไม่ให้เกิดความวุ่นวายในครานี้”
ผมทำท่าลูบเคราทั้งที่ตนเองยังเป็หนุ่มหน้าหวานไม่มีหนวดเครา
โจโฉส่งเสียงบอกว่า
“ข้าหาได้ทำผิดพลาดไม่”
ตั๋งฮวงแหงนมองท้องฟ้า
ชี้มือขึ้นหนึ่งนิ้ว
“ประการที่หนึ่ง ตอนที่ท่านเป็นายกองแห่งประตูทิศเหนือถวายฎีการายยงานความผิดของเตียวเหยียงสิบขันทีไม่สำเร็จผิดพลาดในการหยุดหายนะครั้งนี้หนึ่งครั้ง”
แม้แต่คนที่สมองไวไหวพริบปราดเปรียวอย่างโจโฉถึงกับใกล่าววาจาไม่ออกรวมไปถึงผู้คนที่อยู่รอบข้าง
ตั๋งฮวงชูนิ้วขึ้นมาอีกหนึ่งนิ้ว
“ท่านกับอ้วนเปิ่นชูเสนอให้กำจัดขันทีก่อนแต่กระทำการไม่สำเร็จนี่คือผิดพลาดประการที่สอง”
และมีเสียงซุบซิบ ฮือ ฮือฮากันในหมู่ขุนนาง
ตั๋งฮวงยกนิ้วขึ้นอีกหนึ่งนิ้ว
“ฮ่องเต้องค์ก่อนเคยถามท่านเื่การแก้ไขปัญหาบ้านเมืองท่านแนะนำให้กำจัดขันทีและพระญาติให้หมดสิ้น แต่กระทำไม่สำเร็จนี่คือผิดพลาดประการที่สาม”
ตั๋งฮวงทำท่าถอนหายใจ
โดนกล่าวหาในเื่ร้ายแรงเช่นนี้ต่อหน้าฮ่องเต้เล่าเปียนโฮไทเฮาและหองจูเหียบกับบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ในราชสำนักที่จ้องมองมาแม้แต่คนที่เป็คนขวัญกล้าเหนือคนอย่างโจโฉก็มิอาจจะรับความกดดันไว้ได้
“คนเราผิดได้หลายครั้ง แต่ผิดพลาดครั้งที่สี่นี่ไม่ควรฟู่”
ทันใดนั้นตั๋งฮวงก็รวบรวมพลังปราณในลำคอแล้วขึ้นเสียง
อาลักษณ์
เสียงดังกระหึ่มไปทั่วลานหน้าราชวัง
“ผะผู้น้อยอยู่”
อาลักษณ์ได้คุกเข่าออกมารับคำสั่ง
“บันทึกประวัติศาสตร์และถ้อยคำของข้าไว้ตามจริงให้หมดสิ้นเพื่อเตือนใจชนรุ่นหลังต่อไป
โจเม้งเต้ อ้วนเปิ่นชูกล้าหาญเปี่ยมปัญญา ฉลาดแต่กลับขาดเฉลียว มีความสามารถแต่บกพร่องเื่นิสัยใจคอใช้ทำงานได้แต่ใช้ทำการณ์ใหญ่ไม่ได้ จักล้มเหลวในที่สุดประดุจเรือล่มก่อนถึงฝั่งตาบอดเมื่อชรา ใช้งานพึงระวังเพราะจักทำให้การณ์ใหญ่เสียหายได้”
ตั๋งฮวงกล่าวพร้อมรอยยิ้มอย่างปลอบประโลมต่อบรรดาขุนนางและโฮไทเฮาที่ตอนนี้กอดฮ่องเต้เปียนเอาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัว
“พวกท่านดีใจเถอะที่ได้พบกับท่านพ่อที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและเมตตาของข้าหากให้อ้วนเปิ่นชูหรือโจเม้งเต้กุมอำนาจฆ่าฟันเช่นเดียวกัน แผ่นดินจะทุกข์เข็ญท้องพระโรงจะเต็มไปด้วยโลหิตหลั่งไหลกว่านี้มาก”
นี่คือแผนการใส่ร้ายป้ายสีของผม
เกิดอะไรขึ้นผมใส่ร้ายโจโฉกับอ้วนเสี้ยวไปให้หมดก่อน
ซึ่งผมก็เชื่อว่าไอ้สองคนนี้มันก็เป็ผู้ยิ่งใหญ่แหงยุคที่ไม่กลัวการฆ่าคนจริงๆ
บอกเื่ที่พวกเขาคิดหรือพวกเขาเคยทำมาก่อน
ผมไม่คิดว่าตนเองใส่ร้ายสองคนนี้แต่ประการใด
แค่คำกล่าวบางอย่างนั้นหากกล่าวในพื้นที่หนึ่งจะดูกลายเป็คนเปี่ยมปัญญาความกล้าหาญ
หากคำกล่าวนั้นมากล่าวในอีกสถานที่หนึ่งก็เป็คนคิดคดทรยศแล้ว
แบบเดียวกับนักการเมืองของค่ายพรรคหนึ่งหาเสียงกับคนใต้จะกล่าววาจาแบบหนึ่งแต่หากเปิดเทปคำปราศรัยกับคนทางใต้ให้คนทางเหนือฟัง
นักการเมืองพรรคนั้นคงไม่สามารถเดินตลาดทางภาคเหนือได้อีกเลยนั่นเอง
พูดจาแก้ปัญหาว่ากำจัดขันทีและพระญาติฟังก็ดูแสดงความเหี้ยมหาญของผู้กล้าแห่งยุคดี
แต่พระญาติได้ฟังคำกล่าวเช่นนั้นไม่โมโหก็แปลกแล้ว