ทอฝันนั่งจ้องเบอร์โทรศัพท์ในมืออยู่นานหลายนาทีหลังจากที่เธอวางสายจากเขมทัตชายหนุ่มปฏิเสธจะคืนเงินค่ามัดจำให้เธอด้วยข้ออ้างที่ว่าเขาไม่ใช่เ้าของบ้านแต่กลับให้ตัวเลขสิบหลักซึ่งเป็เบอร์โทรศัพท์ของแทนไทมาให้เธอแทน
“ ผมต้องขอโทษคุณทอฝันด้วยนะครับแต่ผมตัดสินใจแทนเ้าของบ้านไม่ได้จริงๆ ถ้ายังไงคุณลองโทรไปคุยกับนายแทนดูแล้วกันนะครับแต่ผมเกรงว่าคุณอาจต้องยุ่งยากนิดหน่อย”
เธอเข้าใจเหตุผลของเขมทัตและก็ไม่ได้ลำบากใจอะไรถ้าหากต้องเป็ฝ่ายโทรไปคุยกับแทนไทเองแต่คำทิ้งท้ายก่อนวางสายของเขมทัตนี่แหละที่ทำให้เธอไม่ได้กดโทรออกสักทีได้แต่นั่งจ้องหมายเลขสิบตัวที่อยู่ในมือ
ยุ่งยากใจเหรอเธอต้องยุ่งยากใจเื่อะไรกัน...
พอคิดว่าถ้ามัวแต่มานั่งกังวลอยู่ก็คงจะไม่ได้คำตอบสักทีมือบางจึงกดโทรอกตามหมายเลขที่ได้มา
“ สวัสดีครับ”
เสียงห้าวทุ้มของเ้าของหมายเลขดังขึ้นทันทีที่เธอกดโทรออกยังไม่ทันได้มีเสียงดังของสัญญาณด้วยซ้ำทอฝันไม่ทันได้ตั้งตัวจึงเผลอหลุดปากอุทานออกไป
“ อุ่ย! ”
“ ไม่ใช่ครับผมแทนไท” เสียงปลายสายตอบกลับมาทันทีที่ได้ยินเสียงอุทาน
อา...อีตานี่คงไม่คิดว่าคำอุทานของเธอเป็คำเรียกชื่อเขาหรอกนะ
“ ค่ะคุณแทนไท”
“ ครับ”
...แล้วก็เงียบ...ทอฝันเองก็เงียบเพราะยังคงอึ้งๆ อยู่กับคำทักทายของชายหนุ่มไม่รู้ว่าเขาเข้าใจผิดจริงหรือแค่อำกันเล่น
“ ฉันทอฝันนะคะคนที่เช่าบ้านคุณอยู่”
“ อ๋อ...ครับ”
ชายหนุ่มพูดแค่นั้นแล้วก็เงียบไปอีกจนทอฝันแอบคิดสงสัยว่าเขาพูดน้อยแบบนี้เป็นิสัยหรือเปล่าแต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เขากำลังทำให้เธอรู้สึก...อึดอัด
“ คือฉันอยากยกเลิกสัญญาเช่าน่ะค่ะ”
“ ครับ”
แล้วก็...เงียบ...อีกแล้วเขาไม่คิดจะพูดอะไรมากกว่านี้แล้วใช่ไหมไอ้อาการตอบรับสั้นๆ ของเขามันทำให้คนที่พูดมากอย่างเธออยากจะจับเขามาง้างปากออกดูดอกพิกุลให้มันรู้แล้วรู้รอดเสียจริง!
ทอฝันค่อยๆ ผ่อนลมหายใจแล้วจงใจพูดประโยคต่อไปอย่างชัดถ้อยชัดคำด้วยเกรงคนที่อมดอกพิกุลอยู่จะไม่เข้าใจ
“ ฉันขอรับมัดจำคืนนะคะไม่ทราบว่าคุณสะดวกโอนหรือให้ฉันไปรับเงินคืนที่ไหนดี”
“ ไม่คืนครับ” คำตอบที่สวนกลับมาทันควันทำให้หญิงสาวต้องอึ้งอีกรอบ
“ หมายความว่ายังไงคะ”
“ ตามนั้นครับ”
...แล้วก็เงียบไปอีก
เดี๋ยวนี่เขาจะปล่อยให้เธอคิดเอาเองหรืออย่างไรกันอย่าบอกนะว่าเขากำลังจงใจกวนประสาทเธออยู่!
ความอึดอัดที่มีมาั้แ่แรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธเมื่อคิดไปว่าชายหนุ่มกำลังตั้งใจกวนประสาทกันอยู่แล้วคนที่ปกติปากไวอยู่แล้วก็เลยไม่คิดจะเก็บปากตัวเอง
“ นี่คุณไม่คิดจะพูดอะไรที่มันยาวกว่านี้บ้างหรือไงฉันไม่รู้หรอกนะว่าปกติคุณเป็คนพูดน้อยหรือว่าอะไรแต่ตอนนี้ฉันอยากรู้มากถึงมากที่สุดว่าทำไมฉันถึงไม่ได้เงินมัดจำคืนทั้งๆ ที่เพิ่งจะยื่นให้คุณไปยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำไอ้คำว่า '
ตามนั้น'
ของคุณฉันไม่เก็ทคุณจะช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมเ้าคะ” ทอฝันพ่นน้ำลายใส่ยืดยาวนึกขอบคุณธนเดชที่อุตส่าห์ช่วยพูดกรอกหูเธอมาก่อนหน้าทำให้เธอไม่ต้องมามัวเสียเวลาคิดหาถ้อยคำอยู่
ปลายสายเงียบไปพักแล้วคล้ายๆ จะมีเสียงหัวเราะดังแว่วกลับมา
อีกแล้ว...นี่เขากำลังกวนประสาทเธออยู่จริงๆ ใช่ไหม! บุกไปหาเลยดีมะ!
ไม่ดีทอฝันเธอต้องใจเย็นๆ...
อีกเสียงหนึ่งภายในตัวกระซิบตอบกลับมาและเธอก็เลือกที่จะเชื่อสามัญสำนึกส่วนนางฟ้าของตัวเองเลยอดทนรอจนกระทั่งปลายสายที่ดูเหมือนจะหัวเราะจนพอใจแล้วจึงกลับมาพูดคุยกับเธอต่อ
“ ผมขอโทษครับ”...
ขอโทษเื่อะไรวะ?
“ ที่ทำให้คุณโกรธ” ...
ก็รู้ตัวนี่หว่า!
“ ความหมายของผมคือผมคงคืนเงินมัดจำให้คุณไม่ได้ตามสัญญาที่ระบุไว้ครับถึงแม้คุณจะเพิ่งให้เงินผมมาเมื่อวานก็ตามแต่กฎก็ต้องเป็กฎครับ”
สัญญา...มีข้อนี้ระบุไว้ด้วยเหรอ
“ มีข้อตกลงแบบนั้นด้วยเหรอ...คะ” พอคิดว่าประโยคมันคงจะฟังดูห้วนเกินไปเลยแถมคำลงท้ายให้ดูเพราะขึ้นเขาจะได้ไม่คิดว่าเธอกำลังหาเื่เขาอยู่
“ มีครับผมใส่ดอกจันไว้ให้สามดอกคุณทอฝันลองกลับไปอ่านสัญญาดูอีกทีนะครับแล้วถ้าคุณยังยืนยันที่จะยกเลิกสัญญาก็โทรติดต่อกลับมาได้ทุกเวลาเลยนะครับหรือจะนัดเจอกับผมก็ได้เผื่อคุณอยากจะชกหน้าผมสักทีสองที”
อา...ใครช่วยบอกเธอทีว่าอีตานี่เลี้ยงกุมารทองไว้ใช่ไหมถึงได้รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่!
แล้วก็มีจริงๆ !
ดอกจันสามดอกปรากฏเด่นหราอยู่ตรงข้อสุดท้ายของสัญญาเช่าแถมสัญญาของผู้เช่าที่เธอต้องปฏิบัติตามก็ไม่ได้มีแค่ข้อเดียวแต่มีด้วยกันถึงสิบสองข้อ! ตั้งสิบสองข้อที่เธอไม่ได้สนใจกับมันแต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับข้อสุดท้าย
“... ผู้ให้เช่ามีสิทธิไม่คืนเงินค่ามัดจำให้กับผู้เช่าในกรณีที่ผู้เช่าอยู่ไม่ครบตามกำหนดสัญญาที่ตกลงไว้...”
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!
ไอ้ข้อบังคับตามสัญญาเธอก็พอจะเข้าใจได้แต่เธอเพิ่งจ่ายเงินไปยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะจะหยวนๆ ให้เธอหน่อยไม่ได้หรือไงกันจะเถรตรงไปถึงไหนนี่ไม่เท่ากับว่าถ้าเธออยู่ไม่ครบหนึ่งปีตามสัญญาเธอก็ต้องยอมเสียเงินค่ามัดจำกับเงินค่าประกันอย่างนั้นเหรอ!
โอ๊ยนั่นมันตั้งสองหมื่นเลยนะ สองหมื่น! คุณทอฝันอยากกรี๊ด!!!!
“ อย่ากรี๊ดออกมาเชียวนะไอ้ฝันเดี๋ยวลูกค้าฉันใพากันหนีหมด! ”
ธนเดชดุผ่านสายตามาจากอีกฟากหนึ่งของห้องราวกับล่วงรู้ความคิดเธอซึ่งทอฝันก็หุบปากฉับเปลี่ยนเป็ส่งยิ้มให้กับลูกค้าว่าที่บ่าวสาวที่กำลังนั่งบรีฟงานอยู่กับเพื่อนรักทันทีเพราะคงไม่ดีแน่ถ้าเธอเผลอกรี๊ดเสียงแปดหลอดออกมาดีไม่ดีจะพาลคิดไปว่าเธอถูกผีเข้าจนไม่กล้ามาใช้บริการซะเปล่าๆ เผลอๆ อาจจะเอาไปลงกระทู้จนร้านอุ่นรักเวดดิ้งของยายจูลี่พลอยเจ๊งตามไปด้วยทีนี้แหละเธอคงไม่มีทั้งบ้านทั้งงานแน่ๆ
ทอฝันรอจนลูกค้าเดินออกจากร้านไปพอเห็นว่าพ้นระยะรัศมีเสียงแปดหลอดของเธอแล้วหญิงสาวก็ปล่อยเสียงกรี๊ดระบายความอัดอั้นทันที**
“ กรี๊ด! ไอ้มหาสมุทรเจ็ดคาบเค็มยิ่งกว่าเค็ม! ”