ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 153 ความอ่อนแอของตี้หลิงหาน

            “ปล่อย...”

            ฮวาเหยียนออกแรงดึงอีกครั้งทว่าดึงจนเจ็บข้อมือก็ยังสลัดไม่หลุด

            “ตี้หลิงหานอย่าได้ทรงคิดจะเอาเปรียบหม่อมฉัน รีบปล่อยมือของหม่อมฉันเร็วเข้า”

            ฮวาเหยียนกล่าวขึ้นอีกหน

            แต่กลับเห็นขนตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อยริมฝีปากแดงขยับเป็นคำว่า “เสด็จแม่...”

            ฮวาเหยียนพลันได้สติกลับมานางถึงกับตัวสั่นระริก “ผู้ใดเป็นเสด็จแม่ของท่าน หม่อมฉันไม่มีบุตรชายที่ตัวโตถึงเพียงนี้!”

            อั้นฉียังคงจับจ้องฮวาเหยียนเห็นผู้เป็นนายของตนจับมือนางเอาไว้แน่น คิ้วพลันขมวดเป็นปมทว่าเห็นได้ชัดว่านายท่านติดอยู่ในฝันร้าย พูดจาเลื่อนเปื้อน ทว่าฟังดูเถิดว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ตอบกลับอย่างไร?

            “เสด็จแม่หานเอ๋อร์เจ็บ...”

            ทันใดนั้นตี้หลิงหานก็ส่งเสียงพึมพำออกมาอีกครั้ง

            ฮวาเหยียนหันมองเขาเวลานี้ดวงตาของตี้หลิงหานปิดสนิท เก็บซ่อนความเฉยเมยในดวงตาเขายามปกติแต่กลับเผยให้เห็นความอ่อนแอที่ไม่เคยมีมาก่อน

            บุรุษผู้นี้ใบหน้ายามลืมตาและหลับตาล้วนแตกต่างกัน

            “เจ็บที่ใดหรือ?”

            ฮวาเหยียนถามเสียงเบา

            ตี้หลิงหานเม้มริมฝีปากแน่นไม่กล่าวอันใดอีก ราวกับเสียงกระซิบอันเปราะบางเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา

            หัวใจของฮวาเหยียนเต้นผิดจังหวะนางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย บางคราทุกคนก็มีเรื่องราวของตนเอง

            เช่นเดียวกับนางเช่นเดียวกับตี้หลิงหาน

            เห็นได้ชัดว่าตี้หลิงหานควบคุมตนเองได้เก่งกาจเป็นอย่างยิ่งทั้งที่ยามนี้เขาตกอยู่ในห้วงแห่งฝันร้าย ทว่าหลังจากเรียกขานเสด็จแม่ไปเมื่อครู่ ปากของเขาก็ปิดสนิท

            ฮวาเหยียนไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งใดในความฝันและแน่นอนว่านางเองก็ไม่ต้องการรับรู้

            เพียงแต่มือของนางถูกตี้หลิงหานจับเอาไว้แน่นเปิดปากครั้งหนึ่งก็เรียกขานเสด็จแม่ นี่มันเรื่องอันใด?

            “ตี้หลิงหาน?”

            “ตื่นเสียทีเถิด!”

            “พระองค์มิรู้หรือว่าหญิงชายมิควรถูกเนื้อต้องตัวกัน?”

            ฮวาเหยียนตะโกนหลายครั้งหลายคราทว่าตี้หลิงหานกลับยังไม่ฟื้น ไม่เหมือนคราก่อนที่นางเพียงพูดว่า ‘หากมิทรงเปิดปากหม่อมฉันจะใช้ปากป้อนให้’ เพื่อข่มขู่เขาทว่าบุรุษผู้นี้กลับเปิดปากขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่ตอนนี้ไม่ว่านางจะตะโกนเช่นไรล้วนไม่เกิดประโยชน์

            เสี่ยวฉีที่อยู่ใกล้ๆได้ยินคำพูดของฮวาเหยียน เขาได้แต่หวังว่าตนเองจะสลบไปเหมือนพี่น้ององครักษ์เงาคนอื่นๆเสีย! จะได้หลีกเลี่ยงไม่ให้เขาต้องโกรธจนกัดฟันกรอดเช่นนี้

           ...

            ขณะเดียวกันทางด้านอั้นปาและอั้นจิ่วที่ออกมาจากจวนไท่จื่อ

            เสียงนกหวีดดังขึ้นท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรีแหลมคมราวกับเสียงร้องของนกอินทรี สายลมพัดผ่านไร้ร่องรอย จากนั้นไม่นานเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นองครักษ์เงาหลายสิบคนปรากฏตัวขึ้นทีละคน “พี่อั้นจิ่วพี่อั้นปา...”

            “นายท่านได้รับบาดเจ็บสาหัสสือเอ้อร์และสือซาน พวกเจ้าเข้าไปทำการอารักขา ส่วนคนที่เหลือให้ถอยกลับไปทั้งหมดเตรียมกำลังพร้อมรบและเสริมการป้องกัน”

            อั้นจิ่วสั่งการ

            “ขอรับ”

            “พี่อั้นจิ่วตอนนี้สถานการณ์ของนายท่านเป็นเยี่ยงไร?”

            หนึ่งในองครักษ์เงาเอ่ยถาม

            สีหน้าของอั้นจิ่วหนักอึ้ง“ตอนนี้ยังไม่มีอันใด ข้าและอั้นปาจะไปเชิญท่านหมอมา พวกเจ้าปกป้องจวนไท่จื่อให้ดีแม้แต่แมลงสักตัวก็จงอย่าให้เล็ดลอดเข้าไปได้”

            “ขอรับ”

            “พี่อั้นจิ่วท่านกับพี่อั้นปามีสีหน้ามิสู้ดี เรื่องไปเชิญท่านหมอมอบให้พี่น้องเช่นพวกข้าจัดการเถิดพี่อั้นปาและพี่อั้นจิ่วโปรดพักสักครู่”

            หนึ่งในองครักษ์เงาซึ่งมีอายุราวสิบหกหรือสิบเจ็ดปีกล่าวขึ้นมาด้วยดวงตาแฝงความกังวล

            ทว่ากลับเห็นอั้นจิ่วโบกมือ“พวกเจ้าล้วนซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืด ไม่เคยติดต่อกับนักปรุงยา เกรงว่าอาจมิได้รับความไว้วางใจดังนั้นพวกข้าทั้งสองจึงจะจัดการเองและรีบไปรีบกลับ พวกเจ้าทำหน้าที่ของตนให้ดีเข้าใจหรือไม่?”

            “ขอรับ”

            เหล่าองครักษ์เงาตอบรับ

            อั้นจิ่วพยักหน้าจากนั้นมองไปที่อั้นสือเอ้อร์และอั้นสือซาน [1] “นายท่านอยู่ข้างบ่อน้ำพุร้อนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีสตรีผู้หนึ่งคอยดูแลอยู่ นางมีฐานะสูงส่ง ไม่ว่านางจะกระทำอันใดหรือพูดอันใดกับนายท่านพวกเจ้าล้วนไม่จำเป็นต้องใส่ใจ จำไว้เพียงอย่างเดียวว่าอย่าทำให้นางโกรธเป็นอันขาด”

            เมื่ออั้นสือเอ้อร์และอั้นสือซานได้ยินคำสั่งของอั้นจิ่วหัวใจของพวกเขาพลันสั่นไหว สตรี? สูงศักดิ์? มิอาจไม่เชื่อฟัง? มิอาจทำให้ขุ่นเคือง? มิใช่ว่าต้องเป็นพระชายาในอนาคตหรือ?

            พวกเขารีบดึงสติของตนกลับมาและตอบรับ“ขอรับ”

            เพียงอั้นจิ่วโบกมือเหล่าองครักษ์เงาก็เร้นกายหายไปในความมืดทันที

            อั้นจิ่วกุมหน้าอกก่อนจะไอออกมาคำหนึ่งองครักษ์เงาทั้งเก้าเช่นพวกเขาล้วนติดตามอยู่ข้างกายนายท่านหลายปีมานี้ไม่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้มาก่อนสิ่งที่นายท่านกล่าวกับคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่คืนนี้ กลับมิได้เป็นความจริง

            เหล่าองครักษ์เงาที่แฝงตัวอยู่ในความมืดแต่ละคนทำหน้าที่ของตนเองและมีบทบาทของตนเอง ไม่สอดส่องพวกขุนนางก็รวบรวมข้อมูลบางประการ

            พวกเขาทั้งเก้าต้องคอยติดตามข้างกายนายท่านเพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดทว่ากลับคิดไม่ถึงว่าทหารทั้งหมดจะถูกกวาดล้าง แม้จะเป็นเพราะพลังระดับราชาของนายท่านแต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็บกพร่องต่อหน้าที่ จนเกือบจะเกิดผลลัพธ์ที่มิอาจย้อนกลับได้

            หากคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ...

            อั้นจิ่วตัวสั่นไม่มีทางให้เกิดความเป็นไปได้นี้

            เพราะเสียงสัญญาณเมื่อครู่องครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่ทุกแห่งในเมืองหลวงจึงกลับมายังจวนไท่จื่อ และเวลานี้คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ก็มิอาจออกจากจวนได้แล้วจริงๆ

            “ไปกันเถิด”

            อั้นจิ่วกับอั้นปาสบสายตากันก่อนแยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว แม้เพียงชั่วพริบตาเดียวก็มิยอมให้เสียเปล่า

            อั้นจิ่วมุ่งตรงไปยังจวนอ๋องมู่

            เวลานี้เกือบถึงยามจื่อ [1] แล้ว ท้องนภามีดวงดาราทอแสง ข้างหูได้ยินเสียงสกุณาร้องจิ๊บๆ

            โคมไฟสองโคมที่แขวนอยู่หน้าเรือนของผู้คนพากันเปล่งแสงวูบวาบ

            ทุกคนล้วนตกอยู่ในห้วงฝันอันล้ำลึกทว่าในวันนี้จวนไท่จื่อกลับโดนโจมตีอย่างหนัก

            ใบหน้าของอั้นจิ่วซีดเผือดเมื่อนึกถึงผู้เป็นนายของตน ดวงตาของเขาพลันแดงก่ำ ทั้งก้าวเท้าอย่างเร่งร้อน รู้สึกเจ็บในอกจนรอยคล้ำรอบดวงตาปรากฏชัดทว่าเขาไม่สนใจ รีบเคลื่อนกายโดยใช้แรงถึงขีดสุดขณะมุ่งหน้าไปทางจวนอ๋องมู่

            ก๊อก ก๊อกก๊อก

            เสียงเคาะหนักและเร่งรีบดังขึ้นในความมืดคราแล้วคราเล่า

            “เป็นผู้ใดจึงได้มาดึกดื่นเช่นนี้?”

            เสียงคนเฝ้ายามดังขึ้นที่หน้าประตู

            “ข้าน้อยอั้นจิ่ว มีเรื่องสำคัญที่ต้องเรียนท่านอ๋องมู่ตามคำสั่งขององค์รัชทายาท”

            อั้นจิ่วตอบ

            เดิมทีเด็กรับใช้ที่อยู่หลังประตูหาวซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เมื่อได้ยินคำพูดของอั้นจิ่วเขาก็ฟื้นคืนสติอย่างรวดเร็ว ความง่วงงุนในกายพลันโดนดีดจนหมดสิ้นคนที่อยู่นอกประตูคือผู้ใด? องค์รัชทายาทต้องการพบท่านอ๋องมู่?

            อา อา อา...

            “ทะ ท่านโปรดรอสักครู่ขอรับ”

            เขาเอ่ยตอบอย่างตะกุกตะกัก

            จากนั้นจึงหันหลังกลับวิ่งเข้าไปในจวน“ท่านลุงหวัง องค์รัชทายาทเสด็จมา ต้องการพบท่านอ๋อง คนรออยู่นอกประตูขอรับ”

            จากนั้นจวนอ๋องมู่ก็จุดไฟจนสว่างทั้งจวน

            มู่เอ้าเทียนแต่งกายและรีบร้อนพุ่งออกมาเดิมทีเขาอยู่ในวังเพื่อหารือเกี่ยวกับสงครามชายแดน ทั้งก่อนหน้านี้ยังฝากข้อความถึงคนในครอบครัวว่าตนอาจต้องพักค้างแรมทว่าแม้เรื่องการศึกจะรัดแน่น ทว่าพระพลานามัยของฮ่องเต้ย่อมสำคัญที่สุด ดังนั้นพวกเขาจึงแยกย้ายกันในยามจื่อ และเขาเองก็เพิ่งกลับถึงจวนได้ไม่นาน เมื่อครู่กำลังจะหลับตายังไม่ทันเข้าสู่ห้วงนิทราก็ได้รับแจ้งว่าองค์รัชทายาทมาเยือน?

            ใช่แล้ว ราตรีนี้องค์รัชทายาทมิได้เสด็จเข้าวังเพราะพระวรกายมิสู้ดีองค์ฮ่องเต้จึงให้องค์รัชทายาทเสด็จกลับจวนไปก่อน

            แล้วเหตุใดพระองค์จึงมาเยือนจวนตระกูลมู่กลางดึกเช่นนี้เล่า?

            มู่เอ้าเทียนคิดอย่างว้าวุ่นใจไปตลอดทาง

            นึกถึงเรื่องเงินสามล้านตำลึงที่บุตรีของตนติดค้างไว้อยู่เป็นไปได้หรือไม่ว่าพระองค์เสด็จมาเพราะต้องการเงินจำนวนนั้น?

            เมื่อคิดถึงตรงนี้คิ้วของมู่เอ้าเทียนก็ขมวดเข้าหากันแน่น

            เขารู้ดีว่าตอนนี้ลูกรักของเขามิอาจนำเงินสามล้านตำลึงออกมาได้เนื่องจากเรื่องงบประมาณทางการทหารทว่าเรื่องนี้ย่อมมีเหตุผล ลูกรักของเขามีคุณธรรม มีใจรักแคว้นตนนางเป็นความภาคภูมิใจของเขา ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดเรื่องใด เขาก็จะไม่ยอมให้บุตรีแสนล้ำค่าของเขาต้องเข้าจวนไท่จื่อในฐานะสาวใช้

            หากองค์รัชทายาทไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปอ้างถึงข้อตกลงในสัญญา อย่างมากเขาก็แค่เข้าจวนไท่จื่อแทนลูก หึ! เขาตัดสินใจแล้ว

            มู่เอ้าเทียนเดินไปที่ห้องโถงด้วยใบหน้าจริงจังทว่าก่อนที่เขาจะเดินไปถึงก็พบว่าพ่อบ้านหวังได้พาคนเข้ามาแล้วเมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ก็ตระหนักได้ว่าผู้ที่มาไม่ใช่องค์รัชทายาท แต่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของพระองค์ดูเหมือนจะมีนามว่าอั้นจิ่ว เขามีความทรงจำเกี่ยวกับคนผู้นี้

            “ท่านอ๋องมู่โปรดช่วยชีวิตด้วย”

             

            เชิงอรรถ

            [1] อั้นสือเอ้อร์อั้นสือซาน 暗十二, 暗十三 (Àn shí èr, Àn shí sān) ในที่นี้หมายถึงองครักษ์เงาลำดับที่สิบสองและสิบสาม

            [2] ยามจื่อ子时 (zǐ shí) หมายถึง เวลา 23.00 น. – 01.00 น.

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405