มู่หรงฉือพูด “ไม่ต้องมากพิธี” นางเอ่ยให้พวกเขาลุกขึ้นก่อนจะถามด้วยความร้อนใจ “ตอนนี้เสด็จพ่อเป็อย่างไรบ้าง?”
หมอหลวงเสิ่นคือหัวหน้าสำนักหมอหลวงมีทักษะทางการแพทย์สูงส่ง เขาโค้งตัวตอบ “ฝ่าาหมดสติไปยังไม่ฟื้นเลยพ่ะย่ะค่ะ...”
“พวกเ้าไม่ใช่หมอที่มีความสามารถที่สุดหรอกหรือ? เสด็จพ่อทรงประชวรด้วยโรคอะไร เหตุใดจึงยังไม่ฟื้น? พวกเ้าพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วจริงหรือ?”
นางต่อว่าหมอหลวงด้วยน้ำเสียงโกรธจัดเพียงเพราะเป็กังวลมากเกินไป
หมอหลวงเสิ่นใจนเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากเอ่ยตอบมู่หรงฉือ “เตี้ยนเซี่ยทรงอย่าร้อนใจพวกกระหม่อมกำลังหารือกัน ที่ฮ่องเต้กระอักเืแล้วหมดสติไปในครั้งนี้เป็เพราะว่าอวัยวะภายในอ่อนล้าหัวใจอ่อนแอ...”
ในความเป็จริงแล้ว ร่างกายของฮ่องเต้ได้ถูกยาอายุวัฒนะที่ว่ากันว่าทำให้มีอายุยืนยาวไม่แก่เฒ่ากัดกินจนกลวงไปแล้วร่างกายอ่อนแออย่างยิ่งจะสามารถรอดพ้นจากความตายนี้ได้หรือไม่คงต้องแล้วแต่ลิขิต์
“ไร้ความสามารถ! ไม่ได้เื่!”
มู่หรงฉือโกรธมากกว่ายามปกติเสียงตวาดของนางดังราวกับสายฟ้าฟาด
หมอหลวงทั้งหกต่างพากันคุกเข่าก้มหน้า “พวกกระหม่อมไร้ความสามารถพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวกุ้ยเฟยคอยมองอยู่ด้านข้างก่อนจะพูดออกมาด้วยท่าทางน่ารักน่าชัง “องค์รัชทายาทอย่าได้ทรงพิโรธไปเลยพวกเขาได้ทำการช่วยเหลือฝ่าาอย่างสุดความสามารถแล้วเพคะ”
มู่หรงฉือจ้องนางด้วยสายตาเ็า สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินเข้าไปในห้องบรรทม
เซียวกุ้ยเฟยไม่ได้เก็บการกระทำนั้นมาใส่ใจนางยกยิ้มเย็น อย่างไรเสียองค์รัชทายาทแห่งตำหนักบูรพาผู้นี้ก็เป็บุคคลไร้ความสามารถที่แสนขี้ขลาดไม่มีทางที่จะมาขัดขวางนางให้เสียเื่ได้
หรูอี้ที่ติดตามเตี้ยนเซี่ยเดินมาตรงหน้าเตียงเห็นหยวนซุ่นข้าหลวงที่ดูแลข้างกายฮ่องเต้ยืนอยู่ จึงเข้าไปสะกิดเขาแล้วพูดคุยกันเสียงเบา
มู่หรงฉือมองพระบิดาที่นอนดวงหน้าขาวซีดไร้สีสันของการมีชีวิตอยู่ หยดน้ำตาร้อนที่เอ่อคลออยู่พลันไหลออกมา
“เสด็จพ่อ…”
ความจริงแล้วในใจของนางก็รู้ดี ร่างกายของเสด็จพ่อย่ำแย่ลงทุกวันสิ่งที่เรียกว่ายาอายุวัฒนะพวกนั้นทำให้ร่างกายของเสด็จพ่อว่างเปล่า แต่นางพูดโน้มน้าวไปก็ไม่มีประโยชน์เสด็จพ่อไม่มีทางฟังนาง
ไม่รู้ว่าเซียวกุ้ยเฟยให้เสด็จพ่อดื่มยาเสน่ห์อะไรเหตุใดเสด็จพ่อจึงอยากมีอายุยืนยาวไม่แก่เฒ่า คอยตามหานักพรตที่หลอมยาอายุวัฒนะที่ทำให้อายุยืนได้เมื่อสี่ปีก่อน ไม่รู้ว่าเซียวกุ้ยเฟยไปเสาะหานักพรตจากไหนมาให้เสด็จพ่อชายผู้นี้เรียกตนเองว่านักพรตเทียนเฟิง เขามาหลอมยาอายุวัฒนะให้เสด็จพ่ออยู่เป็ประจำ
ั้แ่ตอนนั้นเสด็จพ่อก็ลุ่มหลงอยู่กับยาอายุวัฒนะวันทั้งวันเอาแต่ขลุกอยู่กับเซียวกุ้ยเฟย ฝันหวานว่าอายุของตนจะยืนยาวไม่แก่เฒ่า
เสด็จพ่อไม่สนใจราชสำนัก เลอะเลือนไร้ความสามารถ ทั้งยังลุ่มหลงในกามารมณ์คำตำหนิมากมายถูกพูดต่อกันไปอย่างลับๆ ท่ามกลางเหล่าขุนนางในราชสำนักหากไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนที่ควบคุมอำนาจทั้งหมด แคว้นต้าเยี่ยนคงจะตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว
มู่หรงฉือไม่รู้ว่าเสด็จพ่อจะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าไรแต่ว่านางไม่มีทางปล่อยให้เสด็จพ่อเป็เช่นนี้ต่อไปเป็แน่
“องค์รัชทายาทก่อนที่ฝ่าาจะกระอักเื ฝ่าาได้ทานยาอายุวัฒนะของนักพรตเทียนเฟิงลงไปบอกว่าเป็กุยหยวนตัน” หยวนซุ่นกล่าวเสียงเบา
“ตอนนั้นเซียวกุ้ยเฟยก็อยู่ด้วยหรือ?” นางถามเสียงเย็น
“กุ้ยเฟยก็อยู่ด้วยพ่ะย่ะค่ะนักพรตเทียนเฟิงบอกว่า ขอแค่เสวยกุยหยวนตันเข้าไปก็จะมีกำลังวังชาดุจัพยัคฆ์แข็งแกร่งเหนือคนหนุ่มพ่ะย่ะค่ะ”
“หลังจากนั้นเล่า?”
“หลังจากฝ่าาเสวยกุยหยวนตันเข้าไปก็อุ้มกุ้ยเฟยขึ้นเตียง... จากนั้นหนูฉายจึงถอยออกมาจากตำหนักใหญ่พ่ะย่ะค่ะ”หยวนซุ่นก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“เป็เช่นนี้นี่เอง” แววตาของมู่หรงฉือทอประกายสังหาร
หรูอี้เห็นองค์รัชทายาทแผ่ไอสังหารออกมาก็รีบปลอบ “เตี้ยนเซี่ยอย่ากริ้วไปเลยเพคะเราจะประมาทไม่ได้นะเพคะ”
มู่หรงฉือเดินออกไปด้านนอกด้วยความเร็วราวกับสายลมเมื่อมาถึงด้านนอกตำหนักใหญ่ก็ตวาดออกมา “องครักษ์อยู่ที่ใด?”
ตอนนั้นเองกลุ่มองครักษ์ที่คอยเฝ้ารักษาการณ์อยู่ด้านนอกก็พากันพุ่งเข้ามาคนที่เป็หัวหน้าเอ่ยถาม “องค์รัชทายาท้ารับสั่งสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“นักพรตเทียนเฟิงมีเจตนาชั่ววางแผนลอบปลงพระชนม์เสด็จพ่อ จิตใจชั่วช้าคิดแผนการร้าย ปะาเขาเสีย! เซียวกุ้ยเฟยใช้เสน่ห์ยั่วยวนทำให้เสด็จพ่อทอดทิ้งราชสำนัก พระองค์ทำลายกฎหมายของราชสำนักก็เพราะกุ้ยเฟยผู้นี้ความผิดนี้ใหญ่หลวงนัก ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ปะานางเสีย!”
เสียงดังฟังชัดขององค์รัชทายาททำให้ใบหน้าหล่อเหลาราวถูกฉาบไว้ด้วยความมืดครึ้มอึมครึม
ทุกคนต่างใจนหน้าถอดสีองค์รัชทายาทที่แสนขี้ขลาดมาั้แ่เยาว์วัย ตอนนี้กลับแสดงอำนาจออกมาแล้ว
ในกลุ่มองครักษ์ของตำหนักชิงหยวน มู่หรงฉือได้ส่งคนของตัวเองเข้ามาด้วยดังนั้นองครักษ์เหล่านี้จึงฟังคำสั่งของนาง
องครักษ์ครึ่งหนึ่งรับคำสั่งแล้วไปจับกุมนักพรตเทียนเฟิงมาอีกครึ่งหนึ่งก็เข้าไปยังตำหนักใหญ่จับกุมเซียวกุ้ยเฟย
เซียวกุ้ยเฟยในคราแรกยังตื่นตระหนกแต่เพียงไม่นานนางก็สงบลง แล้วเดินออกมาจากตำหนักใหญ่ “องค์รัชทายาทมีสิทธิ์อะไรมาสั่งปะาเปิ่นกง?”
“ก็ใช้สิทธิ์ที่เปิ่นกงเป็องค์รัชทายาทอย่างไรเล่า”มู่หรงฉือหมุนตัวกลับมา ใบหน้าหล่อเหลาเครียดขึง
“เปิ่นกงยังเป็กุ้ยเฟยอยู่”เซียวกุ้ยเฟยยกริมฝีปากแย้มยิ้มเย็น แอบครุ่นคิดว่า วันนี้องค์รัชทายาทผู้นี้ไม่เหมือนแต่ก่อนเลยจริงๆ ราวกับเปลี่ยนไปเป็คนละคน
“เอาตัวนางไป!” มู่หรงฉือออกคำสั่งเสียงเข้ม สตรีผู้นี้จิตใจโเี้ชั่วร้าย ไม่อาจเก็บนางเอาไว้
“หยุดเดี๋ยวนี้! หากพวกเ้ากล้าแตะต้องตัวเปิ่นกงเพียงปลายเส้นผมรอฝ่าาทรงฟื้นขึ้นมาแล้ว เปิ่นกงจะทำให้หัวของพวกเ้าไม่เหลืออยู่ที่บ่า!”
เซียวกุ้ยเฟยตวาดออกมาด้วยท่าทีดุดันทำให้บรรยากาศรอบข้างเครียดขึง
องครักษ์เ่าั้ไม่กล้าเดินขึ้นไปด้านหน้ามองหน้ากันไปมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
หลายปีมานี้ ในบรรดาเฟยผิน คนที่ฝ่าาโปรดปรานเพียงคนเดียวก็คือเซียวกุ้ยเฟยถึงแม้วังหลังจะไม่มีฮองเฮา แต่นางก็คือฮองเฮาที่คอยดูแลวังหลังกุมชีวิตของเฟยผินทุกคน คอยปรนนิบัติฝ่าาให้เกษมสำราญ ฝ่าาเองก็ทรงปกป้องนางคอยตามใจและเอาอกเอาใจนาง ไม่เคยให้นางรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเลยสักนิดหลายครั้งคำสั่งของนางก็คือคำสั่งของฝ่าา ปากของนางก็คือพระโอษฐ์ของฮ่องเต้
ใบหน้าเล็กของมู่หรงฉือโกรธจนเริ่มดำ “เอาตัวนางไป!”
เซียวกุ้ยเฟยหัวเราะเสียงเย็น “ในวังนี้ใครๆ ก็รู้ว่าฝ่าาไม่โปรดองค์รัชทายาทพระองค์อ่อนแอไร้ความสามารถ ไม่เอาจริงเอาจัง ไม่อาจรับผิดชอบตำหนักบูรพาได้ช้าเร็วอย่างไรฝ่าาย่อมต้องจัดการพระองค์”
ทุกคนตรงนั้นต่างตกตะลึงจนตัวชา เซียวกุ้ยเฟยกล้าหาญชาญชัยเกินไปแล้วหรือไม่ถึงกับกล้าพูดประโยคที่ไม่เกรงกลัวฟ้าดินออกมาเช่นนี้
เซียวกุ้ยเฟยผู้นี้เองก็กล้าจัดกับการองค์รัชทายาทงั้นหรือ?
จะพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินแล้วอย่างนั้นหรือ?
แต่ว่าหลายปีมานี้ความสัมพันธ์ของฮ่องเต้กับองค์รัชทายาทย่ำแย่มาโดยตลอด สองพ่อลูกทะเลาะกันหลายครั้งคนในวังต่างก็เคยได้เห็นได้ยินการที่ฝ่าาจะจัดการกับองค์รัชทายาทก็ใช่ว่าจะเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้
หรูอี้เองก็โกรธจัด รู้สึกน้อยใจแทนองค์รัชทายาท
แต่มู่หรงฉือกลับไม่โกรธ ทั้งยังพูดด้วยท่าทางเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม“หากเซียวกุ้ยเฟยคลอดโอรสสักคนก็คงจะดีจะได้หลอกล่อให้เสด็จพ่อมอบตำแหน่งองค์รัชทายาทให้กับบุตรชายของเ้า แต่น่าเสียดายนักเพราะดูเหมือนท้องของเ้าจะไม่ได้เื่สักเท่าไร”
เซียวกุ้ยเฟยอายุมากกว่านางเจ็ดปีฝีมือและความคิดของนางย่อมจัดการไม่ได้ง่ายๆ
เซียวกุ้ยเฟยตอกกลับ “หากเปิ่นกงได้เื่ขึ้นมา องค์รัชทายาทก็คงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้วกระมัง”
เสียง ‘ชิ้ง’ ดังขึ้น เป็เสียงของกระบี่แหลมถูกชักออกจากฝัก
มู่หรงฉือชักกระบี่ออกมาจากเอวทันทีแล้วตวัดปลายแหลมไปยังหน้าผากของเซียวกุ้ยเฟย
คนที่ถูกกระบี่จ่อหน้าผากถึงกับใตาค้างราวกับไม่กล้าเชื่อว่าอีกฝ่ายจะกระทำเช่นนี้จริงๆ นางกรีดร้องเสียงแหลมออกมา “กรี๊ด…”
ตอนที่ปลายกระบี่ห่างจากหน้าผากของนางเพียงแค่คืบ พลันมีมีดเล็กเล่มหนึ่งที่ไม่รู้บินมาจากไหนโจมตีเข้าที่ปลายกระบี่ของมู่หรงฉือ
เสียงดังเคร้ง ทำให้ปลายกระบี่สั่นไหว
มีดเล่มนั้นแฝงไว้ด้วยกำลังภายในอันแข็งแกร่งจนมู่หรงฉือไม่อาจจับกระบี่ยาวเอาไว้ได้แต่ปล่อยให้มันร่วงหล่นลงพื้น
วินาทีแห่งความเป็ความตาย อันตรายเหลือเกิน
เมื่อเก็บชีวิตน้อยๆ ของตนกลับมาได้ เซียวกุ้ยเฟยถึงกับหอบหายใจอย่างแรงดวงหน้างามเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
มู่หรงฉือถลึงตามองด้วยความโมโหผู้ที่กล้ามาขวางนางสังหารคน อีกทั้งยังสามารถทำได้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
เป็อย่างที่นางคิดจริงๆ เป็เขา!
มู่หรงอวี้เดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผยด้วยท่าทีนิ่งสงบแต่ทรงอำนาจ
“ถวายบังคมท่านอ๋อง”
ข้าราชบริพารทั้งหมดและองครักษ์พากันคุกเข่าลงหมอหลวงทั้งหกโค้งตัวคำนับ แสดงความเคารพแก่มู่หรงอวี้
ที่วังหลวง ในราชสำนักทั้งนอกใน ณตอนนี้ไม่มีใครกล้าไม่ให้ความเคารพแก่ท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน
สีหน้าของมู่หรงฉือห่อเหี่ยวนางพยายามอย่างมากที่จะสะกดกลั้นความเกลียดชังที่ปะทุขึ้นมาให้กลับลงไป
เซียวกุ้ยเฟยมองบุรุษแสนองอาจผู้นั้นด้วยสายตาหลงใหล
มู่หรงอวี้โบกมือให้ทุกคนลุกขึ้นยืน จากนั้นถามหมอหลวงเสิ่นเสียงต่ำ“ฝ่าาเป็อย่างไรบ้าง?”
“ฝ่าายังไม่ฟื้นขึ้นมาเลยพ่ะย่ะค่ะ”หมอหลวงเสิ่นเหงื่อแตกพลั่กยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อด้วยความหวั่นวิตก
“ชายชราผู้นี้คือหมอเทวดาเสวี่ย”มู่หรงอวี้แนะนำชายชราที่อยู่ด้านหลังอย่างให้เกียรติ “ลำบากหมอเทวดาเสวี่ยแล้ว”
มู่หรงฉือดีใจ ชายชราท่านนี้ก็คือหมอเทวดาเสวี่ยผู้เป็หมอที่เก่งกาจที่สุดในตอนนี้น่ะหรือ?
ข่าวลือบอกว่า ไม่มีใครที่หมอเทวดาเสวี่ยช่วยชีวิตไว้ไม่ได้เว้นแต่คนที่เขาไม่อยากช่วย
ข่าวลือบอกว่า หากเขาไม่อยากรักษาใคร ถึงจะฆ่าเขาให้ตายเขาก็ไม่รักษาให้
ข่าวลือบอกว่า ทุกปีเขาจะรักษาคนแค่สามคนเท่านั้นอีกทั้งล้วนเป็คนที่ป่วยหนักใกล้ตายทั้งสิ้น
“หมอเทวดาเสวี่ย โปรดช่วยเสด็จพ่อของเปิ่นกงด้วย”หัวใจของนางเริ่มมีประกายแห่งความหวังขึ้นมา
“เชิญพวกท่านรอด้านนอก กระหม่อมจะเข้าไปดูอาการของฮ่องเต้”หมอเทวดาเสวี่ยเดินช้าๆ เข้าไปในตำหนัก
เซียวกุ้ยเฟยมองไปทางมู่หรงอวี้ด้วยสายตาหลงใหลอ่อนโยนจนแทบจะมีน้ำหยดลงมา
มู่หรงฉือเห็นภาพนี้แล้วก็ครุ่นคิดดูเหมือนว่าข่าวลือจะไม่ผิด มู่หรงอวี้กับเซียวกุ้ยเฟยแอบมีความสัมพันธ์กันจริงๆ
หาไม่แล้วเขาก็คงไม่มีทางมาช่วยชีวิตเซียวกุ้ยเฟยเป็แน่
“ท่านอ๋อง องค์รัชทายาทจะสังหารเปิ่นกงเพคะ”
เซียวกุ้ยเฟยพูดเสียงน้อยอกน้อยใจออดอ้อนเสียจนมู่หรงฉือขนลุกขนชัน
นางกลอกตาอย่างหมดคำจะพูด นี่ เสด็จพ่อยังไม่ตายเ้าก็มายั่วยวนบุรุษอื่นแล้วงั้นหรือ?
“องค์รัชทายาทเหตุใดเ้าถึงจะฆ่าเซียวกุ้ยเฟย?” มู่หรงอวี้ถามเสียงเรียบ
“เสด็จพ่อกระอักเืจนหมดสติไป เป็เพราะนางกับนักพรตเทียนเฟิง”นางเล่าเื่ก่อนที่เสด็จพ่อจะหมดสติไปอย่างง่ายๆให้เขาฟังรอบหนึ่ง “เซียวกุ้ยเฟยกับนักพรตเทียนเฟิงร่วมมือกันวางแผนลอบปลงพระชนม์เสด็จพ่อ เจตนาที่วางแผนชั่วร้ายของพวกเขาปรากฏชัดเจน กระทำความผิดใหญ่หลวงเช่นนี้ยังไม่สมควรตายอีกหรือ?”
“ท่านอ๋องเปิ่นกงจะไปวางแผนลอบปลงพระชนม์ฝ่าาได้อย่างไร? ฝ่าาเป็พระสวามีของเปิ่นกงเปิ่นกงถูกใส่ร้ายเพคะ” เซียวกุ้ยเฟยพูดเสียงอ่อนทำกิริยาใสซื่อน่าสงสารดั่งผู้ถูกกระทำ “แต่ก่อนฮ่องเต้ก็ทรงเสวยยาอายุวัฒนะเช่นกันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น วันนี้ฝ่าากระอักเืหมดสติไป ก็ไม่รู้ว่าสาเหตุคืออะไรเช่นกันเปิ่นกงกังวลใจแทบแย่เลยนะเพคะ”
“องค์รัชทายาทเื่นี้คงจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเซียวกุ้ยเฟยอย่างที่เ้าเข้าใจ” มู่หรงอวี้เอ่ยเสียงเรียบ
มู่หรงฉือโกรธจนแทบกระอักเลือกแต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย
หากเขายืนกรานจะปกป้องคนผู้หนึ่งแล้ววันนี้ไม่ว่าอย่างไรนางก็ลงมือสังหารคนผู้นั้นไม่ได้
ในตอนนั้นเองที่องครักษ์จับตัวนักพรตเทียนเฟิงมาเมื่อเห็นเซียวกุ้ยเฟย ลูกตาของนักพรตเทียนเฟิงพลันกลอกไปมาก่อนจะเอ่ยวิงวอน “กุ้ยเฟย พระองค์จะต้องช่วยกระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมจะวางแผนลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ได้อย่างไร? กระหม่อมซื่อสัตย์ต่อฝ่าามาโดยตลอดมีใจเพียงจะหลอมยาอายุวัฒนะให้ฝ่าาเท่านั้น…”
“ยาอายุวัฒนะที่เ้าหลอมมาทำให้ฝ่าากระอักเืจนหมดสติไปยังจะกล้าแก้ตัวอีกหรือ?” เพื่อแสดงตัวว่าตนไม่ได้ข้องเกี่ยวกับเขาเซียวกุ้ยเฟยจึงต่อว่าเขา “เ้าเติมสิ่งใดลงไปในยาอายุวัฒนะให้ฝ่าาเสวย?”
“ไม่ได้เติมอะไรที่ผิดแปลกเลยพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมใส่ส่วนผสมตามปกติพ่ะย่ะค่ะ” เขารู้ว่าเขากลายเป็แพะรับบาปแล้วและรู้ว่านางไม่มีทางสนใจความเป็ความตายของตนเป็แน่จึงคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนให้ไว้ชีวิต “ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิตผู้น้อยด้วยองค์รัชทายาทไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย กระหม่อมไม่ได้ลอบปลงพระชนม์จริงๆ พ่ะย่ะค่ะ…”
แน่นอน เขารู้ว่าช้าเร็วอย่างไรฝ่าาก็จะต้องกระอักเืเพราะว่าเขาค่อยๆ ปรุงยาอายุวัฒนะเพื่อกัดกร่อนร่างกายของฝ่าาเดิมทีเขาวางแผนออกจากวังั้แ่เมื่อวาน อย่างไรเสียก็ได้เงินทองมามากพอแล้ว แต่เขาคิดว่าวันนี้จะเข้ามาถวายยาอายุวัฒนะเม็ดสุดท้ายให้ฝ่าานึกไม่ถึงว่าจะเกิดเื่ขึ้นมาเสียก่อน อยากจะหนีก็หนีไม่พ้นเสียแล้ว
ั์ตาของเซียวกุ้ยเฟยเต็มไปด้วยความโศกเศร้าหากแต่แท้จริงแล้วนางไม่ได้สนใจผู้ใดเลย