ตอนที่ 9 ท่านพี่ของข้า
หลังจากเื่ในวันนั้นเจียงซูหนิงก็ไม่เห็นหน้าสองแม่ลูกนั้นมาวุ่นวายกับนางอีก จะมีเื่วุ่นวายใจก็คงมีแต่ไฉ่หงที่แวะเวียนมาหานางอยู่ไม่ว่างเว้นวัน คนผู้นี้หัวดื้อยิ่งนักนางเองก็หลบจนหัวหมุน
"คุณหนู คุณชายหงมาหาท่านอีกแล้ว"
"ข้าจะออกประตูหลัง วันนี้มีงานเลี้ยงน้ำชาข้าจะไปหลบที่นั่น "
"เ้าค่ะ"
เจียงซูหนิงออกมาจากจวนได้สำเร็จนางเข้าไปในงานเลี้ยงน้ำชาที่แสนจะน่าเบื่อ ชาติที่แล้วนางเอาแต่วิ่งตามอำนาจ มาชาตินี้นางกลับต้องวิ่งหนีหลุมพรางรักที่จะพานางไปสู่ความตาย
"นั่นผู้ใด"
สายตาที่อ่อนโยนแต่ทรงไปด้วยอำนาจที่มากล้นมองไปยังสตรีเบื้องหน้าที่เดินเฉิดฉายอยู่ภายในงานเลี้ยงน้ำชาที่บรรยากาศแสนน่าเบื่อนี้ ความงดงามของนางเป็ที่สะดุดตาและต้องใจของเขายิ่งนัก
ยิ่งนางแย้มยิ้มออกมาอย่างเป็ธรรมชาติราวกับว่าโลกที่เต็มไปด้วยความแย่งชิงขมุกขมัวของเขานั้นสว่างขึ้น แววตาดื้อรั้นไม่เกรงกลัวผู้ใดของนางทำให้เขายิ้มออกมาอย่างพอใจ
"เรียนองค์ชาย ผู้นั้นก็คือคุณหนูใหญ่เจียงซูหนิงพ่ะย่ะค่ะ"
ได้ยินเช่นนั้นผู้ที่มากด้วยบารมีก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ สายตานั้นจ้องมองไปเพียงนางไม่สนใจสหายสนิทที่นั่งแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาตรงหน้าเลย หากทรงสังเกตสักนิดจะรู้ว่าไม่ควรมองไปยังสตรีนางนั้นเช่นที่ทำอยู่
เฟยหลงถูกเชิญมางานเลี้ยงน้ำชาที่เขาไม่ชอบมาก งานนี้ล้วนมีแต่สตรีที่ชอบส่งสายตามาให้เขาจนหน้าโมโห ความอึดอัดและไม่ชอบใจทำให้เขาหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงพวกนี้เป็ประจำ แต่ที่มาก็เพราะถูกบังคับมาเพียงเท่านั้น
"โหวน้อยเช่นเ้าโผล่หัวออกมาจากจวนวันนี้โชคดียิ่งนักได้พบเจอสตรีที่งดงามที่สุดในเมือง"
"โชคร้ายสิไม่ว่า" เฟยหลงเหลือบมองไปยังสตรีที่บุรุษทั่วทั้งเมืองต่างหมายตานาง ยิ่งนางแย้มยิ้มกับสาวรับใช้นางเขาก็ยิ่งทวีความไม่พอใจ
หลังจากจบเื่บิดาของนาง นางก็หายหน้าไปเลยแต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดเอาไว้อย่างงั้นหรอกหรือ นางเข้าหาเขาเพื่อหวังผลประโยชน์ พอได้แล้วนางก็จากไปเช่นทุกครา
"ยอมรับตามตรงข้าไม่เคยเห็นสตรีใดงดงามเท่านางมาก่อนเลย นั่น! นางมองมาที่ข้า"
เจียงซูหนิงกำลังนินทาแม่นางเ่าั้ที่แต่งกายราวกับเล่นงิ้วทำให้ตลกไม่น้อย ก่อนที่จะมองไปเห็นเฟยหลงนั่งอยู่ไม่ไกล เขายังคงโดดเด่นและเป็สง่าจนสะดุดตานางไม่แปลกที่เหล่าคุณหนูทั้งหลายจะแต่งองค์ทรงเครื่องกันมากเพียงนี้
"ข้าคิดถึงท่านพี่" นางเดินเข้ามาถึงตัวเขา เจียงซูหนิงก็เอ่ยคำที่ทำให้แก้วน้ำชาที่อยู่ในมือของแล้วไยหลงตกกระทบพื้นโต๊ะทันทีก่อนจะหันมาทำตาดุใส่นาง
ไม่ต่างจากองค์ชายซีห่าวที่ชะงักทันทีที่เห็นนางแย้มยิ้มเข้าไปเกาะแขนสหายคนสนิทของตนที่นับอีกทีก็เป็พระญาติกันแต่ไม่ได้เปิดเผยเื่นี้แก่ผู้อื่นรู้ตามความประสงค์บิดาของเฟยหลง
ไม่คิดเลยว่าสตรีที่งดงามเพียงนี้จะเป็สตรีคนสนิทของเฟยหลง และดูเหมือนเฟยหลงจะไม่ผลักไสนางออกอย่างที่เคยเป็มาเมื่อมีสตรีเข้าหาดูก็รู้ว่าสตรีนางนี้มีความสำคัญไม่น้อย
เฟยหลงทำเพียงส่งสายตาดุใส่นางและขยับหนีออกไม่จริงจังนัก ราวกับว่าทั้งสองเคยสนิทสนมกันมานาน เหตุใดเขาถึงไม่รู้เลยว่ามีเื่เช่นนี้ด้วย
"เ้าหัดอายผู้อื่นบ้าง หรือคุณหนูใหญ่เช่นเ้าถูกตามใจจนเสียคน"
"อายผู้ใด..."
เจียงซูหนิงหันไปมองรอบๆ กายทำให้นางเพิ่งเห็นว่ามีบุรุษอีกคนนั่งส่งยิ้มมาให้นาง คนผู้นี้ทำให้นางชะงักทันทีเมื่อเห็นว่าเป็องค์ชายซีห่าวผู้ที่นางเคยใช้ชีวิตด้วยระยะหนึ่งในชาติก่อน เขานั้นแสนดีและรักนางหมดหัวใจยอมยกทุกอย่างให้นางเพียงแค่นางเอ่ย
ตำแหน่งพระมเหสีและตำแหน่งผู้สำเร็จราชการนางก็ได้มาอย่างง่ายดาย สายตานี้นางเคยพบเจอมาแล้วและจะไม่มีวันหลงเข้าไปในวังวนนั้นอีก
"ยังไม่ทำความเคารพองค์ชายอีก" เฟยหลงเห็นนางนั่งตะลึงงันอยู่ก็หงุดหงิดเอ่ยเตือนออกมาเสียงดุ
"อ๊ะ! ขออภัยองค์ชาย ข้าน้อยเจียงซูหนิงขอคารวะองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ"
"ไม่ต้องมากพิธีๆ ข้ากำลังหาเพื่อนสนทนาเพิ่มอยู่เลย คุยกับท่านโหวน้อยนี่แล้วข้าแสนจะเบื่อหน่ายถามไม่ตอบ ตอบก็ยิ่งไม่ตรงคำถาม"
ได้ยินเช่นนั้นเจียงซูหนิงก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ เฟยหลงนั้นเ็าพูดน้อยและเลือกปฏิบัตินางยิ่งรู้ดีกว่าผู้ใด แต่พอมีคนเห็นด้วยกับนางก็อดจะหัวเราะชอบใจไม่ได้
"ข้าเป็หัวข้อขบขันของพวกเ้าแล้วอย่างงั้นเหรอ"
"เ้าดูสิคุณหนูเจียงขนาดข้าก็ยังต้องแบกรับความเย็นของท่านโหวน้อยผู้นี้เอาไว้ ช่างน่าหดหู่เสียจริงๆ "องค์ชายซีห่าวแสร้งทำตัวน่าสงสารจนสหายสนิทยิ่งมีใบหน้าเ็าหนักยิ่งกว่าเดิม
"องค์ชายล้อเล่นกับท่านพี่ของข้ามากเกินไปแล้วนะเพคะ " ท่านพี่ของนางยังคงส่งสายตาดุดันมาที่นางไม่หยุดทำให้เจียงซูหนิงยิ้มด้วยความพอใจ
"ว่าแต่แม่นางรู้จักสนิทสนมกับท่านโหวน้อยได้เช่นไร ข้าไม่เคยเห็นเขาผู้นี้ใกล้ชิดสนิทสนมกับสตรีนางใด"
"ถ้าให้เล่าเื่มันยาว อีกอย่างข้ายอมรับว่าเป็คนรักของคุณชายเฟยจริงๆ "
"นี่เ้า! "
เฟยหลงอยู่ในอารมณ์ที่คุกรุ่น นางเปิดเผยเื่ที่ไม่จริงเช่นนี้ได้อย่างไรหรือว่านางไม่้าเข้าวังหลวง นางไม่้าอำนาจแล้วอย่างงั้นหรือ
ในเวลานั้นนางเคยบอกว่าไม่้าบุรุษที่มีตำแหน่งต่ำต้อยเช่นเขา สตรีเช่นนางต้องได้เข้าวังหลวงและขึ้นเป็ใหญ่ในวังหลังเท่านั้น แล้วไยนางถึงปัดโอกาสตรงหน้าออกไปเล่า
"ข้าชอบที่เ้านั้นตรงไปตรงมาเช่นนี้ สตรีทั่วทั้งเมืองคงมีแต่เ้าที่กล้าเข้าหาท่านโหวน้อยผู้โเี้"
เจียงซูหนิงยิ้มอย่างพอใจไม่สนสายตาดุๆ ที่จ้องมองมา นางต้องทำให้เขามั่นใจว่านางนั้นรักมั่นเพียงแต่เขาผู้เดียวไม่สนใจผู้ใด และทำให้เขาเชื่อใจนางเสียที
เจียงซูหนิงทำตัวเป็สตรีไร้ยางอายอย่างเช่นที่เฟยหลงบอก นางเอาอกเอาใจคอยตักคอยป้อนไม่เอียงอายและไม่สนใจสายตาผู้ใดที่จ้องมองมา
"เ้าเห็นคุณหนูใหญ่เจียงไหม นางไร้ยางอายสิ้นดีเข้าหาท่านโหวน้อยและอ่อยองค์ชายด้วย"
เหมยลี่ชี้ให้ซูเม่ยดูสตรีไร้ยางอายตรงหน้า ั้แ่วันที่นางถูกเจียงซูหนิงเฆี่ยนตีจนสลบ นางก็ถูกสั่งห้ามออกจากจวนและยังสั่งห้ามเข้าใกล้เจียงซูหนิงอีก นั่นยิ่งทำให้นางยิ่งเกลียดชังเจียงซูหนิงยิ่งนัก อยากจะสังหารนางเสีย แต่ก็ไร้ซึ่งหนทางจะทำเช่นนั้น
แต่อย่างไรเสียก็ไม่เจ็บใจเท่าเจียงซูหนิงจงใจเข้าหาคุณชายเฟยหลงของนางเพื่อจะทำให้นางไม่พอใจ เจียงซูหนิงยอมทำทุกๆ อย่างจริงๆ
"ไม่ได้! "เสียงคำรามลั่นเมื่อสิ้นเสียงของคนทั้งสองที่ทำให้เฟยหลงแทบจะลุกเป็ไฟเมื่อมองดูทั้งสองสนทนากันถูกคอจนไม่สนใจเขา
"งั้นไปที่ตำหนักข้ากันหากจวนโหวไม่ต้อนรับเรา"
"ไม่ได้! " เสียงของคนโมโหขัดขึ้นอีกครา
"แล้วเ้าจะให้ไปที่ใด ข้าอยากสนทนากับคุณหนูเจียงต่อโดยไม่มีสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนพวกนั้น"
องค์ชายซีห่าวบอกอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าเฟยหลงแทบคลั่ง มันเป็ภาพที่หาดูง่ายยิ่งนัก ปกติเห็นแต่ความเยือกเย็นที่แสดงออกมาแต่วันนี้เขามีโอกาสได้เห็นอารมณ์ที่หลากหลายของสหายสนิท ช่างเป็เื่ดีๆ ในหลายปีที่ผ่านมาเสียจริง