กระบี่วารีหมอกรุ้งพิสุทธิ์เหมันต์
หลังจากได้ของที่้าเเล้วหนิงอ้ายจึงได้เอ่ยชวนลู่ซีกลับจวนตระกูลหวัง ไว้โอกาสหน้าพวกตนค่อยมาเยี่ยมชมตลาดเเห่งนี้อีกครั้งเเล้วกันเนื่องจากว่าตอนนี้ใกล้ได้เวลาทานสำรับเย็นเเล้ว ซึ่งการให้บรรดาผู้ใหญ่ต้องรอนานนั้นคงไม่ค่อยสมควรเท่าใดนัก
ทันทีที่ทั้งสองคนรวมไปถึงผู้ติดตามได้ขึ้นรถม้าที่มีตราประทับของตระกูลหวังสายหลักเเละมุ่งตรงไปยังเส้นทางมุ่งสู่จวนตระกูลหวังที่อยู่ไม่ไกลจากตลาดนี้ไม่ไกล บรรดากลุ่มชาวบ้านพ่อค้าเเม่ค้าหรือชาวยุทธภพบางคนที่พอรู้เื่ราวความเป็มาของตระกูลหวังสายหลักต่างได้มีการจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างคึกคักหรือเเม้เเต่ผู้คนที่มาเดินตลาดเเห่งนี้ยังสังเกตได้จึงอดใจไม่ไหวในการเข้าร่วมพูดคุย
กลุ่มคนดังกล่าวนี้ยังได้มีการคาดเดาไปเเตกต่างกัน บ้างก็ว่าคุณชายทั้งสองคงเป็บุตรลับๆของประมุขตระกูลหวังกับสตรีอื่นเสียเเล้วกระมัง บ้างก็ว่าเด็กหนุ่มทั้งสองคนนี้อาจเป็ญาติทางฝั่งของฮูหยินตระกูลหวังก็เป็ไปได้ เเต่ทว่าก็มีไม่น้อยเช่นกันที่ต่างคาดเดากันว่าทั้งสองคนนั้นอาจจะเป็บุตรชายของหวังเยว่ซินอดีตคุณหนูตระกูลหวังผู้นั้น...ซึ่งหากเป็เช่นนี้เเล้วข่าวลือที่พวกตนเคยได้ยินมาว่านางได้หย่าขาดจากประมุขตระกูลจางคงเป็ความจริงซึ่งคงได้เเต่รอการเคลื่อนไหวของทางตระกูลหวังต่อไป
เพียงไม่กี่เค่อเด็กหนุ่มทั้งสองคนถึงจวนของตระกูลหวังแล้วซึ่งหลังจากทานสำรับเย็นเสร็จหนิงอ้ายได้กลับมาในเรือนพักผ่อนของตนโดยทันทีเพื่อทำการนั่งสมาธิดูดซับพลังปราณฟ้าดินรวมไปถึงผลึกปราณธาตุระดับต่างๆที่ท่านตาได้มอบให้พร้อมกับตำราเวทย์ระดับสูงใน่เช้าที่ผ่านมาเนื่องจากว่าตัวเขาเองนั้นได้ทำการปลุกพลังิญญาขึ้นมาได้เพียงเเค่ปีนิดๆเท่านั้น
อีกทั้งมีเวลาในการเพิ่มพลังยกระดับิญญารวมไปถึงการต่อสู้เเละบทเวทย์ต่างๆที่น้อยมากกว่าคนที่เริ่มทำการปลุกพลังิญญาสำเร็จตั้งเเต่เจ็ดขวบปีดังนั้นเวลายามว่างที่เหลือก่อนที่จะถึงงานประลองของเเคว้นที่จะมีในวันรุ่งขึ้นนั้นเขาจะต้องใช้ให้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด...
หนิงอ้ายััได้ว่าบรรยากาศในตระกูลหวังเต็มไปด้วยความอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าตัวเขานั้นเคยอยู่ที่นี่มาก่อนทำเอาเขาก็อดที่จะเเปลกใจไม่น้อยเลยทีเดียวทั้งที่ความจริงนั้นทั้งหนิงอ้ายคนเก่าหรือเเม้กระทั่งเขานั้นยังไม่เคยมาเยือนในจวนตระกูลหวังเเห่งนี้สักครั้งซึ่งหนิงอ้ายได้รับการการดูเเลเอาใจใส่เป็อย่างดีเเละสามารถผูกสัมพันธ์กับบ่าวทุกคนในจวนนี้ได้ดีทุกคนอีกด้วย...
ตระกูลหวังนับได้ว่าเเตกต่างจากตระกูลจางเป็อย่างมาก...เพราะว่าทั้งหนิงอ้ายคนเก่ารวมไปถึงตอนที่เขานั้นได้ฟื้นขึ้นมาในครั้งนั้นหากไม่นับท่านเเม่,ลู่ซีเเละบรรดาบ่าวรับใช้คนอื่นๆที่ขอติดตามมาดูเเลพวกเขาที่เรือนเล็กติดป่าไผ่ด้านหลังตระกูลจาง ไม่ว่าหนิงอ้ายจะย่างเท้าไปที่ใดมักจะได้รับคำดูถูกนินทาลับหลังจากพวกบ่าวรับใช้คนอื่นอยู่เสมอ
มีหลายครั้งเช่นกันที่บรรดาเหล่าบุตรคนอื่นๆ ของบิดาเขานั้นต่างชอบเข้ามาก่อกวนพูดจาถากถางเขาเเละกลั่นเเกล้งทำร้ายร่างกายเป็ประจำเเต่ด้วยความที่หนิงอ้ายคนเก่าคิดว่าตนเป็พี่ใหญ่ที่มีอายุมากกว่าน้องๆของตนจึงไม่สมควรที่จะเอาเื่กับน้องๆ เเต่บอกได้เลยว่าไม่ใช่กับหนิงอ้ายคนนี้อย่างเเน่นอนเพราะใครที่ทำอะไรกับเขาเอาไว้ย่อมได้รับการเอาคืนอย่าสาสมเช่นกัน
''คิดอะไรอยู่...หนิงอ้ายหลานตา??''ชายที่ภายนอกดูเป็วัยกลางคนที่มีศักดิ์เป็ตาของตนนั้นเอ่ยถามขึ้น
''ข้าเเค่คิดว่าการที่ท่านเเม่หย่าขาดจากตระกูลจางเเล้วจะส่งผลไม่ดีร้ายเเรงหรือไม่ขอรับ??''หนิงอ้ายเอ่ยตอบไปในสิ่งที่ตนนั้นกำลังสงสัยอยู่ในขณะนี้ด้วยเพราะกลัวว่าจะมีผลที่ไม่ดีกับมารดาของตน
''ตระกูลจางขึ้นชื่อได้ว่าเป็หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเเคว้นหงส์เเดงนับได้ว่าเป็อีกตระกูลหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับหน้าตาของตระกูลอยู่ไม่น้อยทีเดียวเเละสนใจให้ความสำคัญในผู้ที่มีความสามารถเสียมากกว่า...''
''ในคราเเรก...ตากับยายไม่ได้ส่งเสริมให้มารดาของเ้าได้ตบเเต่งกับเ้าบัดซบเเซ่จางนั้นเสียด้วยซ้ำเเต่ที่ไม่ขัดขวางนั้นเพราะเห็นเเก่ความสุขความ้าของมารดาของเ้าตากับยายนั้นจึงได้เเต่คอยดูเเลเป็ห่วงเเละเป็ที่พึ่งพิงในยามที่มารดาเ้า้า...''
''หลานไม่ต้องเป็กังวลไปหรอก....เชื่อเถอะมารดาของเ้าเข้มเเข็งกว่าที่คิดขอเวลาให้นางจัดการตัวเองใน่นี้ก่อนคนเราก็ต้องมีบ้างที่ต้องล้มระหว่างทางเพียงเเต่ว่าจะล้มอยู่จุดนั้นนานเเค่ไหนหรือล้มเเล้วจะลุกขึ้นมาใหม่ให้เร็วที่สุดกัน...''หวังจิ่งหลงเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อคิดถึงเื่นี้และเเอบโทษว่าเป็ความผิดของตนเช่นกันเพราะเขาเองในตอนนั้นไม่เด็ดขาดพอที่จะขัดขวางเยว่ซินนั้นไม่ให้ได้ตบเเต่งเข้าจวนตระกูลจางจนสุดท้ายเเล้วเื่ราวในวันนั้นได้ย้อนกลับมาทำร้ายบุตรสาวเเละหลานของตนเช่นในวันนี้
''ข้าไม่คิดมากเเล้วขอรับ...ข้ายอมรับการตัดสินใจของท่านเเม่ข้าเชื่อว่าท่านนั้นคิดทุกอย่างออกมาถี่ถ้วนเเล้ว...''หนิงอ้ายเอ่ยออกมา
''เพียงคำว่ารักอย่างไรเล่าที่คนเรามักจะนำมาตั้งไว้เหนือเหตุผลทุกสิ่งอย่างเเละมักจะมองข้ามสิ่งที่ไม่ควรปล่อยผ่านไปสิ้นเเต่อย่างน้อยตาเชื่อว่าฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ...''หวังจิ่งหลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังเเละคิดว่าหลังจากนี้ตนจะดูเเลปกป้องครอบครัวของตนทุกคนให้มีเเต่ความสุขที่สุดไม่ให้มีสิ่งใดเื่ใดสามารถเข้ามาทำร้ายพวกเขานั้นได้อีกอย่างเเน่นอน
่เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันนี้นั้นหนิงอ้ายได้ฝึกฝนอย่างเข้มงวดอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็ทั้งการเพิ่มระดับพลังิญญาให้สูงขึ้น การเพิ่มทักษะการต่อสู้เเละวรยุทธต่างๆ รวมไปถึงการใช้บทเวทย์ให้คุ้นชินนั้นสำหรับทุกสิ่งที่เขาได้ลงเเรงทำไปไม่ใช่เพียงเพื่อให้มารดาของเขาได้ภูมิใจเท่านั้นเเต่สิ่งที่ตัวของหนิงอ้ายกำลังทำอยู่ในตอนนี้ย่อมเป็ตัวเขาเองเช่นกันที่ได้รับประโยชน์นี้ไปในที่สุด
สำหรับโลกใบนี้หลังจากที่เขาได้ลืมตาฟื้นขึ้นมาจากความตาย...ทำให้เขานั้นคิดได้ว่าไม่ว่าตนจะอยู่ในโลกไหนสุดท้ายเเล้วจะมีเพียงผู้ที่เเข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นเท่านั้นที่จะไม่ถูกรังเเกเป็ผู้ที่สามารถควบคุมทุกสิ่งอย่างอีกทั้งพลังเเละอำนาจเองก็ยังคงเป็อีกสิ่งหนึ่งที่ผลักดันให้สามารถอยู่จุดสูงสุดได้เสมอ เพราะโลกของชาวยุทธภพนี้นั้นทุกคนย่อมให้ความเคารพมีความอ่อนน้อมเเก่ผู้ที่เเข็งเเกร่งเเละยำเกรงต่อผู้มีอำนาจนั่นเอง
วูบ! วูบ!
หนิงอ้ายมองดูกระบี่ที่ตอนนี้อยู่ในฝักสีขาวเเกะสลักกลวดลายงดงามแปลกตาไม่น้อย ที่ตอนนี้กำลังอยู่บนมือของตนในขณะนี้ซึ่งเป็กระบี่ที่เขาตัดสินใจซื้อมาจากร้านค้าอาวุธวิเศษเมื่อตอนที่ได้ไปตลาดใน่เย็นวันนี้ที่ผ่านมา
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
หนิงอ้ายดึงกระบี่ออกจากฝักเเล้ว พลันปรากฏเป็กระบี่เนื้อดีสีขาวมุกเเวววาวเปล่งประกายสะท้อนกับเเสงเทียนในห้องได้อย่างงดงามยิ่ง หลังจากนั้นเเล้วจึงลองใช้เเขนข้างที่เขาถนัดทำการกวัดเเกว่งไปเพื่อทดสอบการใช้งาน สำหรับกระบี่ที่ตนได้ซื้อมานั้นมีน้ำหนักที่พอเหมาะพอดีไม่เบาไม่หนักจนเกินไปเมื่อมองด้วยตาเปล่าสามารถรับรู้ได้ถึงความคมของตัวกระบี่คล้ายกับดาบซามูไรในโลกเดิมของเขา
ซึ่งหากเปรียบเทียบกันเเล้วช่างกระบี่ที่งดงามเเต่เเฝงด้วยกลิ่นอายความดุดันไม่น้อย เมื่อพินิจมองอีกครั้งเเล้วหนิงอ้ายจึงเอ่ยในใจว่าหากเป็เพราะโชคชะตาลิขิตจาก์ที่ส่งตนมายังในโลกก็ขอให้ตนสามารถผูกพันธะกับกระบี่เล่มนี้ให้สำเร็จเเล้วเขานั้นจึงตัดสินใจร่ายบทเวทย์ทำการผูกพันธะกับกระบี่นี้ในทันที...
.................................
กระบี่วารีหมอกรุ้งพิสุทธิ์เหมันต์เล่มนี้ที่คนเเนะนำประจำตรงบริเวณอาวุธวิเศษได้บอกเเก่หนิงอ้ายว่ากระบี่เล่มนี้นั้นอยู่ในร้านค้ามานานเเล้วไม่สามารถมีผู้ใดที่จะสามารถได้อีกทั้งตอนที่ตนได้เข้ามาทำงานที่ร้านนี้ก็ได้มีกระบี่ดังกล่าวเเขวนอยู่มาก่อนเเล้วซึ่งคนงานเก่าแก่ที่เคยอยู่ก่อนหน้าตนหลายๆคนก็เล่าให้ฟังว่ากระบี่เล่มนี้ไม่ทราบถึงตัวคนที่นำมาฝากขายเเต่อย่างใดเพียงเเต่เล่าให้ฟังคร่าวๆถึงที่มาของตัวกระบี่ดังกล่าวนี้เท่านั้น
ซึ่งเ้าของร้านรุ่นก่อนไปหลายรุ่นเห็นว่าเป็กระบี่เนื้อดีที่มีความงดงามอาจจะขาดในราคาที่สูงได้จึงตกปากรับซื้อโดยทันที เเต่หลังจากนั้นมีผู้คนมากมายทั้งคนทั่วไปรวมไปถึงชาวยุทธภพต่างซื้อกระบี่เล่มนี้ไปเพียงเเต่ว่าไม่เกินสามราตรีเท่านั้นกลับเอามาคืนที่ร้านด้วยสภาพของกระบี่ที่ยังคงงดงามไร้การผูกพันธะ อีกทั้งยังไม่ขอรับเงินคืนทำเอาน่าเเปลกใจไม่น้อยเเต่ด้วยเพราะสามารถเข้าใจได้ว่ากระบี่เเต่ละเล่มนั้นต่างก็มีจิติญญาเช่นเดียวกัน
ผู้ที่นำกระบี่เล่มนี้มาขายกับทางร้านได้เอ่ยกล่าวว่ากระบี่เล่มนี้ถูกตีขึ้นในวันที่มี่เวลาของกลางวันเเละกลางคืนเท่ากัน ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้มักจะเกิดขึ้นในรอบหนึ่งพันปี
อีกทั้งวัสดุที่ถูกนำมาสร้างกระบี่เล่มนี้ว่ากันว่าเป็ผลึกของสัตว์อสูรวารีหมอกรุ้งพิสุทธิ์เหมันต์อันเป็สัตว์อสูรระดับสูงที่ไม่มีผู้ใดพบเห็นมาหลายร้อยปีเเล้วที่ได้ทำการสละร่างกายเเละผลึกอสูรของตนสำหรับการละทิ้งทุกสิ่งอย่างโดยที่ไม่ต้องมีห่วงอันใดเเต่หลังจากที่หนิงอ้ายนั้นได้ทำการผูกพันธะกับกระบี่เล่มนี้ได้สำเร็จทันใดนั้นเองราวกับว่าหนิงอ้ายได้เข้าไปยังสถานที่หนึ่งที่ตนไม่คุ้นเคยในความทรงจำเเละเป็เสมือนบุคคลที่สามที่มองเห็นเื่ราวที่เกิดขึ้นเเละตัวเขานั้นมารับรู้ทีหลังว่าเป็ที่มาของกระบี่เล่มนี้...
สัตว์อสูรวารีหมอกรุ้งพิสุทธิ์เหมันต์ตนนี้เป็คนรักของเ้านายผูกพันธะของตน ซึ่งทั้งสองให้คำสัญญาต่อกันว่าจะไม่มีสิ่งใดมาพรากจากกันอย่างเเน่นอนเเต่สุดท้ายเเล้วชายหนุ่มผู้ผูกพันธะกับสัตว์อสูรดังกล่าวได้ทำการตบเเต่งสตรีผู้หนึ่งเข้าตระกูลตามคำสั่งของบิดามารดาเเม้ว่าในตอนนั้นนางจะเข้าใจเป็อย่างดีว่าความรักระหว่างสัตว์อสูรกับมนุษย์นั้นเป็ไปได้ยาก เเต่ด้วยเพราะเชื่อว่าพวกเขาทั้งสองนั้นฟันฟ่าทุกอย่างมาด้วยกันอีกทั้งฝ่ายชายยังให้คำสัญญาว่าจะรักนางเสมอเป็เพียงเเค่สัตว์อสูรก็ไม่อาจทำให้ใจของตนเเปรเปลี่ยนอย่างเเน่นอน
เเต่ใครเล่าจะรู้...เวลาเปลี่ยนใจคนเปลี่ยนได้เช่นกันในขณะที่สัตว์อสูรวารีหมอกรุ้งพิสุทธิ์เหมันต์นั้นกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ซึ่งเป็เื่ที่น่ายินดีไม่น้อยนางเฝ้ารอวันที่ชายคนรักจะกลับมาจากการไปเยี่ยมเยือนบ้านของสตรีที่เขานั้นจำเป็ต้องตบเเต่งเข้ามาเเต่สุดท้ายวันที่นางไม่คาดคิดจะมาถึงชายคนรักที่เคยพร่ำบอกว่าไม่มีทางที่เขาจะเกินเลยไปกับสตรีที่ตบเเต่งเข้ามาเเต่กลายเป็ว่าตอนนี้สตรีผู้นั้นกลับท้องอ่อนๆ อายุครรภ์ไล่เลี่ยกับนางเสียด้วยซ้ำซึ่งชายหนุ่มผู้เป็ที่รักได้เเต่ขอโทษนางเเละให้คำสัญญาว่านางนั้นยังจะเป็ผู้ที่สำคัญที่สุด
เเม้นางจะเป็สัตว์อสูรระดับสูงเพียงใดก็ไม่อาจทันเล่ห์เหลี่ยมของมนุษย์ได้ ด้วยความที่ชายคนรักนั้นเอ่ยขอร้องให้นางปลอมตัวเป็เพียงหญิงชาวบ้านธรรมดาอีกทั้งใช้พันธะที่ได้ผูกไว้สะกดพลังที่เเท้จริงของนางไว้ลับหลังของชายอันเป็ที่รักนางนั้นมักจะถูกกลั่นเเกล้งเเละถูกทำร้ายเสมอซึ่งนางไม่เเน่ใจว่าชายคนรักนั้นไม่เคยรับรู้หรือไม่คิดจะสนใจกัน
จนมาวันหนึ่งที่สตรีนางนั้นล้มป่วยลงเเละเกือบทำเสียบุตรในท้องไป ในคืนนั้นนางผู้เป็สัตว์อสูรในพันธะที่คิดว่าตนนั้นเป็คนรักที่สำคัญของชายหนุ่มเเต่เเล้วคนรักของนางได้เข้ามาด่าทอนางโดยที่ไม่ฟังความอะไรทั้งสิ้น อีกทั้งเชื่อคำเป่าหูโดยที่ไม่สืบหาความจริงสักนิดว่าเป็ฝีมือของผู้ใดเพราะคิดว่านางเป็สัตว์อสูรระดับสูงย่อมมีลูกไม้ที่ไม่ธรรมดาสามัญอยู่เเล้ว
เมื่อกล่าวด่าทอนางจบก็หันหลังกลับไปเฝ้าสตรีนางนั้นในทันที ทิ้งไว้ให้นางได้เเต่ร้องไห้เสียใจชายผู้เป็ที่รักหรือนายของตนนั้นคงลืมไปเเล้วว่าได้ใช้พันธะสะกดพลังของนางหมดสิ้นจนนางนั้นเเทบไม่ต่างจากคนธรรมดาเสียด้วยซ้ำเเละนางจะไม่สามารถใช้พลังได้หากไม่มีสิ่งที่คู่ควรมาเเลกเปลี่ยนพันธะดังกล่าว
ทุกคืนวันนางได้เเต่ร้องไห้เสียงของบ่าวรับใช้กล่าวว่าชายหนุ่มนั้นเอาใจใส่ดูเเลสตรีผู้นั้นอย่างดีเป็ฮูหยินเอกที่เป็หน้าตาของตระกูลที่เหมาะสมกันราวกับคู่หยวนหยางเเต่เเล้วกับนางเล่าเเม้นางจะเจ็บช้ำเพียงใดนางไม่เคยคิดจะจากไปจากชายคนรักสักครั้ง...
ความรู้สึกของนางในตอนนี้ปนเปกันไปหมดทั้งสำนึกบุญคุณ ทั้งความรัก ทั้งความรู้สึกราวกับถูกทรยศหักหลังซึ่งทุกความรู้สึกได้เข้ามาโจมตีไม่หยุดในตอนนี้บุตรในครรภ์ของนางนั้นจวนเจียนจะคลอดเเล้วเเต่ด้วยเพราะนางเป็สัตว์อสูรระดับสูงการตั้งครรภ์จึงไม่เหมือนคนทั่วไปนางเพียงมีอาการเหนื่อยล้าเนื่องจากถูกบุตรในท้องดูดกลืนพลังิญญาไปนั่นเอง
ความจริงเเล้วนางสามารถใช้ผลึกปราณธาตุหรือกระดูกิญญาระดับต่ำในการบำรุงครรภ์ได้เช่นกัน เพียงเเต่ว่าหลังจากเหตุการ์ณในครั้งนั้นชายหนุ่มไม่เคยมายังเรือนของนางอีกสำหรับข้าวของทุกสิ่งอย่างที่นางควรได้รับนั้นกลับไม่ได้เลยเพียงนิดซึ่งนางมารับรู้ทีหลังว่าการจัดการดังกล่าวนั้นเป็สตรีผู้นั้นเเละยิ่งนางคลอดบุตรออกมาก่อนกำหนดเเล้วเป็ชายนั้นยิ่งทำให้ฐานะในใจของสตรีนางนั้นที่มีต่อชายหนุ่มจึงเพิ่มสูงขึ้นไปอีก
จนมาถึงวันที่ความอดทนนางได้หมดลงในวันครบรอบบุตรชายอายุหนึ่งเดือน นางนั้นได้ถูกสั่งห้ามไม้ให้เข้าร่วมพิธีดังกล่าวเเต่ที่เรือนของนางก็มีสำรับอาหารปกติเเต่ทันใดนั้นหลังจากที่นางได้กินเข้าไปพลันรู้สึกปวดท้องขึ้นมาอย่างรุนเเรงราวกับจะคลอดซึ่งนางนั้นไม่สามารถใช้พลังของสัตว์อสูรของตนในการรักษาบุตรในครรภ์ไว้ได้ จนท้ายที่สุดนางก็สามารถใช้พลังของนางได้อีกครั้งซึ่งไม่ได้ทำให้ดีใจเลยสักนิด
ยาทำเเท้งยังคงมีผลต่อนางเหมือนกับคนปกติซึ่งหากก่อนหน้านี้นางได้รับผลึกอสูรหรือพลังปราณจากผู้ผูกพันธะนางจะไม่มีทางเป็เช่นนี้เเต่ตอนนี้ที่นางสามารถกลับมาใช้พลังิญญาได้ด้วยเพราะชีวิตบุตรของนางเเลกกับการปลดผนึกพันธะนั่นเองช่างเป็การเเลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่าเเละนางไม่ได้้าให้เป็เเบบนี้ไม่น้อย...