6
ผู้ใช้เวทมิติ
อีกแค่สามวันก็จะถึงวันที่ต้องทดสอบเข้าโรงเรียนแล้ว ฉันอดใจรอไม่ไหวอยากจะรีบสอบและเข้าเรียนเต็มที แต่ในตอนนี้ฉันจะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบก่อน ด้วยทักษะการคิดวิเคราะห์แบบผู้ใหญ่อาจจะพอทำให้ฉันเข้าเรียนได้ ถึงแม้จะไม่ได้ในอยู่ห้องเรียนระดับสูง แต่แค่เข้าเรียนและพยายามเก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆ ให้ได้มากที่สุดเพื่อนำมาใช้ชีวิตในอนาคตก็พอจะไหวละนะ ตอนแรกก็อยากจะเข้าห้องเรียนระดับสูงให้ได้อยู่หรอก แต่ด้วยความสามารถของฉันในตอนนี้คงจะยังไม่พอ อีกอย่างพอฉันอายุสิบสองปีก็ต้องเลือกสายการเรียนที่เฉพาะทางอีก ถึงตอนนั้นฉันอาจจะได้เลือกสิ่งที่ตัวเองถนัดก็ได้ เฮ้อ… เป็นเจ้าหญิงนี่ลำบากจังเลย ถ้าสามัญชนทั่วไปของโลกนี้นะพวกเขาจะได้เข้าเรียนและใช้ชีวิตแบบไหนกันนะ
“สมาธิขอรับ” ท่านโจเซฟพูดกับฉันอย่างหนักแน่นระหว่างการฝึกต่อสู้
“รับทราบค่ะ” ตอนนี้ทั้งฉันและท่านโจเซฟกำลังประจันหน้ากันเพื่อฝึกต่อสู้ก่อนที่จะได้เข้าสอบในอีกสามวันข้างหน้านี้
“ต่อไปใช้ดาบเหวี่ยงเข้าหาอีกฝ่าย ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังหลงกลในกับดักการป้องกัน”
“ค่ะ”
“จังหวะนี้แหละขอรับ” ฉันใช้ทักษะของขาในการหมุนตัวเองและเบี่ยงดาบเข้าไปที่สะโพกของท่านโจเซฟอย่างรวดเร็ว นี่คือผลของการฝึกสินะ
“ยอดเยี่ยมเลยขอรับ ถึงแม้จะใช้เวลาฝึกฝนเพียงแค่ระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ องค์หญิงก็สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วมากขอรับ”
“ขอบคุณค่ะ จริงๆ แล้วน่าจะบอกว่าท่านโจเซฟเป็นอาจารย์ที่คอยชี้แนะได้ถูกต้องต่างหากละคะ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกขอรับ แต่ก็ขอรับคำชมนั้นไปนะขอรับ” ฉันยิ้มให้กับท่านโจเซฟพร้อมกับเช็ดเหงื่อที่ไหลออกมาไม่หยุด รู้สึกเหนื่อยมากๆ เลย แต่ทำไมกันนะ เราถึงรู้สึกสนุกขนาดนี้กัน
ฉันกับท่านโจเซฟออกมาดื่มน้ำผลไม้ที่ทางครัวเตรียมไว้ให้หน้าห้องฝึกซ้อม ท่านโจเซฟนี่ ดูๆ ไปก็หล่อไม่เบานะ เขาจะมีแฟนหรือยังนะ หรืออายุขนาดนี้อาจจะมีลูกแล้วก็ได้
“มีอะไรติดที่หน้าของผมหรือขอรับ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แฮะ แฮะ” ฉันรีบตอบปัดปฏิเสธท่านโจเซฟ ก่อนที่เขาจะสังเกตอาการของฉันไปมากกว่านี้ แต่เรื่องความรักของท่านโจเซฟฉันเองก็แค่สงสัยเฉยๆนะ ไม่ได้มีรสนิยมชอบคนที่อายุห่างกับตัวเองขนาดนั้นหรอกน่า
“องค์หญิงขอรับ มีบางสิ่งที่ผมต้องการจะบอกกับท่านนะขอรับ” เขาถามฉันด้วยหน้าตาที่ดูจริงจังผิดจากก่อนหน้านี้
“มีอะไรหรือคะ”
“การทดสอบต่อสู้ในครั้งนี้อาจจะมากเกินตัวขององค์หญิงไปหน่อยนะขอรับ เพราะจะมีเด็กที่ได้รับการฝึกฝนตั้งแต่ครั้งที่พวกเขาวิ่งเล่นได้มาร่วมการทดสอบแน่นอน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่ใช้กลยุทธ์เหมือนที่ท่านโจเซฟคอยแนะนำต้องชนะได้แน่”
“อย่างนั้นเองเหรอขอรับ งั้นผมขอเตือนเอาไว้อย่างหนึ่ง การต่อสู้ของจริงมันอาจจะไม่ได้รู้สึกสนุกเหมือนที่ท่านกำลังรู้สึกตอนนี้นะขอรับ” ท่านโจเซฟบอกฉันเหมือนกับจับสีหน้าของฉันได้ว่าฉันรู้สึกสนุกกับการต่อสู้เมื่อสักครู่
“ผมคิดว่าการต่อสู้กันถ้าไม่มีเหตุผลที่จำเป็น เราก็ควรถอยห่างออกมาจากมันจะดีกว่าขอรับ” ยิ่งท่านโจเซฟพูดเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งไม่เข้ามากขึ้นเท่านั้น เหมือนกับเขามีปัญหาอะไรบางอย่างในใจที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้นะ แต่ถ้าฉันเข้าไปยุ่งกับปัญหาของเขามากไปคงไม่ดีเท่าไหร่
“ขอบคุณที่แนะนำนะคะ ฉันจะระวังตัวไม่ให้ตัวเองต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสถานการณ์อันตรายค่ะ” ฉันได้แต่ตอบกลับและยิ้มอย่างสดใสเพื่อให้เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับฉัน
ฉันคิดทบทวนคำพูดของท่านโจเซฟ สายตาของเขาตอนนั้นที่พูด รู้สึกเหมือนเขาโดดเดี่ยว เป็นสายตาที่ไม่ใช่เขาจนฉันรู้สึกกังวล แต่เรื่องของท่านโจเซฟเอาไว้ก่อนดีกว่า เพราะตอนนี้ฉันกำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบอยู่ละ ฉันต้องพยายามทำความเข้าใจกับเวทสายมิติก่อน หลักการของมันเองก็ค่อนข้างยากที่จะเข้าใจนะ แต่ถ้าให้ฉันลองนึกดูก็คงจะคล้ายๆ กับห้องเก็บของที่เหมือนมิติที่สี่ เป็นเหมือนช่องว่างที่สามารถเก็บของได้ ฉันยังไม่อยากคิดเลยว่าถ้าฉันโดนจับเข้าไปในนั้นคงเป็นการเดินที่ไม่มีที่สิ้นสุดแน่ๆ แล้วทำไมฉันต้องคิดอะไรน่ากลัวด้วยละเนี่ย เป็นเวทที่ดีจังเลยน้า ถ้าฉันมีเวทมิติละนะ ฉันจะเอาอาหารไปเก็บไว้ให้เยอะๆ แล้วพอถึงเวลาที่หิวฉันก็จะเอาอาหารออกมาทานได้เรื่อยๆ แต่ว่ากันว่าเวทสายพิเศษแบบนี้ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ ตามท้องถนน ก็พอจะเข้าใจนะ ฉันที่ซึ่งไม่มีพลังเวทเลยก็เป็นสิ่งที่หายากมากเหมือนกันในโลกนี้สินะ เหมือนฉันกับพวกมีพลังพิเศษจะมีอะไรคล้ายๆ กันอยู่นะ ว่าไปนั้น โฮะ โฮะ
“องค์หญิงค่ะ องค์ราชินีเรียกพบค่ะ” อีเวอลีนบอกกับฉันในขณะที่ฉันเอาหน้าจมไปกับหนังสือแต่สมองที่กลับคิดไปเรื่องอื่นให้ได้สติขึ้นมา ว่าแต่...ถ้าท่านแม่เรียกพบละก็ คงต้องเป็นเรื่องนั้นแน่ๆ
“ว้ายตายแล้ว น่ารักมากเลยละจ๊ะเมลินดาลูกแม่” ท่านแม่ร้องชมฉันว่าน่ารักพร้อมกับจับตัวฉันพลิกไปมา ก็ถ้าเมื่อไหร่ที่ท่านแม่เรียกฉันพบแล้ว ท่านแม่มักจะนำเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ได้รับมาแต่งตัวให้ฉันยังไงละ ถึงฉันเองจะชอบก็เถอะนะ แต่นี่ใกล้เวลาทดสอบแบ่งเกรดของโรงเรียนแล้วนะท่านแม่
“ต่อไปขอลองชุดอื่นด้วยสิจ๊ะ” ท่านแม่หันไปบอกกับหญิงวัยกลางคนที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เธอน่าจะเป็นคนจากข้างนอกหรือเปล่านะ ฉันมองตามเธอไปจนเจอเห็นเธอทำท่าเหมือนหยิบของบางอย่างออกมาจากอากาศ เอ๋! นี่มันเวทมิตินี่นา ไหนว่าหายากก็เห็นมีคนใช้อยู่นี่ไง และเหมือนเธอจะหยิบชุดออกมาเพิ่มนะ น่าจะเป็นแม่ค้าขายของหรือเปล่า เอ๊ะ! กระดาษอะไรตกลงมานะ เก็บขึ้นมาให้เธอดีกว่า
“นี่ค่ะ คุณทำตกเอาไว้” ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าสงสัยและมองกระดาษที่อยู่ในมือของฉัน
“ว้ายตายแล้ว ลืมไปเลยนี่นาว่าวันพรุ่งนี้มีงานประมูลที่เขตสาม” เสียงร้องของเธอดังซะจนฉันเอามือปิดหูแทบไม่ทัน
“ท่านราชินีจะไปงานนี้ด้วยใช่ไหมคะ” เธอถามราชินีอย่างสงสัย ฉันเริ่มสงสัยแล้วสิว่าเธอเป็นใคร ทำไมถึงดูสนิทสนมกับท่านแม่ขนาดนั้น
“คงไปไม่ได้หรอกจ้ะ ก็วันพรุ่งนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับราชาจากอาณาจักรคาซ น่าเสียดายนะที่รอบนี้ไปไม่ได้ เอาเป็นรอบหน้าดีกว่านะ” ท่านแม่ตอบผู้หญิงคนนั้นจนเธอทำหน้าออกอาการชัดเจนว่าเสียดายต่อหน้าท่านแม่
“งานนั้นเป็นงานใหญ่ด้วยสินะคะ งานประมูลปีนี้คงไม่มีคนแน่ๆ เลย”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกจ้ะ อย่างน้อยก็ต้องมีขุนนางและสามัญชนบางส่วนที่ไม่ได้ชอบงานรื่นเริงไปร่วมงานประมูลแน่นอน”
“แต่รอบนี้มีสิ่งนั้นอยู่ด้วยนะคะ” ผู้หญิงคนนั้นพูดเบามากเหมือนกลัวคนอื่นจะได้ยิน ท่านแม่จึงให้อีเวอลีนพาฉันออกมาก่อน และให้คนรับใช้ทุกคนออกมารอข้างนอก เป็นเรื่องสำคัญอะไรกันนะ ถึงให้ฉันที่แม้จะเป็นลูกสาวแท้ๆ ยังฟังไม่ได้
“อีเวอลีน ผู้หญิงที่อยู่ข้างในกับท่านแม่คือใครกันเหรอ”
“ดิฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจค่ะ แต่เมื่อก่อนตอนองค์หญิงยังเล็กจะเห็นมาหาท่านราชินีอยู่บ่อยๆ แค่สอง ไม่สิน่าจะสามปีมานี้ดิฉันก็พึ่งจะเห็นเธออีกครั้งนี่แหละค่ะ”
“อย่างงั้นเองเหรอ” ฉันรู้สึกสงสัยขึ้นมาเหมือนกันนะ คนที่หายไปนานขนาดนั้นแต่กลับพึ่งจะมาโผล่เอาตอนนี้ ดูเหมือนจะเป็นคนสนิทของท่านแม่ด้วย แต่ไม่เห็นท่านแม่จะแนะนำให้ฉันรู้จักเลย ใช้เวทมิติได้อีกด้วย น่าจะไม่ใช่คนธรรมดานะ
“อีเวอลีน ฉันว่าจะถามเธอสักพักแล้วนะ เธอใช้น้ำหอมกลิ่นกุหลาบเหรอ”
“เอ๋! ทำไมองค์หญิงถึงทราบได้ละค่ะ”
“ก็กลิ่นค่อนข้างชัดนะ ฉันไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แค่ตกใจที่เธอหันมาใช้น้ำหอมทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ใช้ หรือว่าจะเป็นเรื่องของความรักกันล่ะ” อีเวอลีนทำสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด ฉันเริ่มสงสัยแล้วสิว่าเธอตกใจที่ฉันจับได้ว่ามีความรักอยู่ หรือตกใจที่ฉันเป็นแค่เด็กหกขวบแต่แก่แดดถามเรื่องความรัก ไม่ได้การละ ฉันจะต้องแสร้งเป็นเด็กน้อยน่ารักใสซื่อและบริสุทธิ์ก่อน
“ก็เห็นท่านพ่อกับท่านแม่ดูรักกันดี คิดว่าอีเวอลีนก็ต้องมีคนคนที่รักแน่เลย ฮุฮุ” ฉันตอบกลับอีเวอลีนแบบนั้นก่อนจะรีบเดินกลับไปที่ห้องเพื่อจะอ่านหนังสืออย่างรวดเร็วโดยทิ้งอีเวอลีนที่ทำท่าทางตกตะลึงไว้ตรงทางเดินละ งานประมูลงั้นเหรอ ถ้าฉันไปได้บ้างก็คงดีสิ หรือว่าพรุ่งนี้จะลองไปดูหน่อยดีไหมนะ ถือว่าเป็นการพักผ่อนก่อนการสอบละกัน