เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เล่มที่ 3 บทที่ 89 ไข่มุกราตรี

            เฉียวเยว่กับฉีอันรีบแกะกล่องของขวัญพวกเขาแต่ละคนล้วนมีกล่องเป็นกองพะเนิน เฉียวเยว่เปิดกล่องใบใหญ่ที่สุดก่อนนางฟังคำแนะนำของหรงจ้าน ไม่รู้เพราะเหตุใดเห็นท่าทางมั่นใจของเขาแล้วเฉียวเยว่ถึงรู้สึกว่าน่าจะเป็นความจริง 

            นางคงจะเป็นแม่นางน้อยที่หลอกง่ายกระมัง

            ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังว่างอยู่ได้ยินว่าทางนี้กำลังจะเปิดของขวัญจึงเดินมาดู 

            สามพี่น้องลากของสามคันรถม้าเล็กกลับมาที่เรือนทุกคนล้วนเห็นกันถ้วนหน้า

            แท้จริงแล้วใครๆต่างก็อยากรู้ แต่คนที่มีโอกาสมาดูกลับไม่มากนัก ที่เกินคาดอยู่บ้างก็คือไม่มีคนจากเรือนใหญ่และเรือนสองมาดูแม้แต่คนเดียว

            ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยว่า "เฉียวเยว่เปิดให้ย่าดูซิ"

            เฉียวเยว่พยักหน้า "ข้าจะเปิดกล่องใหญ่ที่สุดก่อนตอนนั้นพวกท่านก็ได้ยินที่พี่จ้านกล่าวไว้กระมัง? หากเขาหลอกข้าข้าจะสู้ตายกับเขาเลย"

            นางเปิดกล่องที่ใหญ่ที่สุดเองอย่างขมีขมัน "ไม่รู้ว่าจะเป็นของขวัญอะไรน้า....เอ๋"

            ในกล่องใหญ่เป็นกล่องใบเล็กอีกใบ

            เฉียวเยว่มองทุกคนแล้วพูดต่อ "นี่ดูเหมือนจะเป็นอุบายที่ใช้กับเด็กข้าจะแกะต่อ ข้าจะแกะต่อ"

            ชั้นที่สอง...ก็ยังคงเป็นกล่องอีกใบ

            รอยยิ้มบนดวงหน้าเล็กจ้อยแทบจะพยุงไว้ไม่อยู่แล้วแกะ แกะ แกะ ข้าแกะ!

            หลังจากแกะมาถึงชั้นสุดท้ายนางก็ปาดเหงื่อของตนเอง ท่าทางจริงจังมาก "สู้!"

            เคราะห์ดีที่กล่องสุดท้ายไม่ใช่กล่องเปล่า

            เฉียวเยว่เปิดออกดูก็เห็นแสงอ่อนจางกำจายออกมา 

            เฉียวเยว่มองของชิ้นนี้ด้วยสีหน้าตกตะลึงไม่อยากเชื่อสายตาถึงขั้นพูดตะกุกตะกัก "นะ...นะ...นี่นี่มันไข่มุกราตรี?" 

            แม้ว่าอดีตจะเคยเป็นเด็กบ้านนอกทว่าหลายปีมานี้ก็มีประสบการณ์เคยเห็นของดีต่างๆ มามากมาย แต่เมื่อเห็นของสิ่งนี้ก็ยังอดตะลึงพรึงเพริดไม่ได้

            "ใช่ยามนี้เป็นกลางวันย่อมจะด้อยลงบางส่วน แต่ถ้าเป็นกลางคืนก็จะไม่เหมือนกัน"

            เฉียวเยว่ถือกล่องพลางกระโดดโลดเต้น "ฮ่าๆๆถ้าเป็นของขวัญที่ดีเช่นนี้ ต่อให้ต้องแกะเป็นร้อยชั้นข้าก็ไม่เบื่อหน่ายข้ามีความสุขมาก ข้ามีความสุขที่สุด!" 

            ฉีอันมองไข่มุกราตรีของเฉียวเยว่ด้วยความอิจฉาเอ่ยขึ้นมาทันควัน "ข้าแกะบ้าง"

            ซูซานหลางนิ่งงันไปชั่วขณะแล้วเอ่ยถาม "ของล้ำค่าเช่นนี้..."

            เขาไม่รู้จะกล่าวอย่างไรดีแต่คำพูดของเขาคือสิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าใคร่รู้อยู่เหมือนกันของขวัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนมากน้อยแค่ไหน แต่ล้ำค่าราคาแพงหรือไม่

            ไข่มุกราตรีเม็ดนี้สูงค่าเกินไปจริงๆ พวกเขาสกุลฉีเสียสติไปแล้วหรือ? นี่คิดจะย้ายทรัพย์สินในจวนมาไว้บ้านของพวกเขาหมดเลยใช่หรือไม่?

            "เจ้าคงไม่คิดว่าในกล่องของขวัญเหล่านี้จะเป็นของประเภทเดียวกับไข่มุกราตรีทั้งหมดหรอกกระมัง?" ฉีจือโจวทอยิ้มอ่อนจาง "ถึงแม้ว่าอยากจะได้แต่ข้าก็ไม่มีหรอกนะ" 

            ซูซานหลาง "แต่นั่นล้ำค่าเกินไป"

            "หลานชายหลานสาวของข้าไม่ให้พวกเขา จะให้ข้าเก็บไว้ประดับโลงของตนเองหรือไร?" ฉีจือโจวกล่าวอย่างสงบนิ่ง

            คำพูดนี้ก็ช่าง...

            "เจ้าเด็กคนนี้ถ้อยคำเช่นนี้ไม่ควรพูดในวันปีใหม่ ไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง" ฮูหยินผู้เฒ่าพูดปราม

            ขณะนี้ฉีอันก็เปิดกล่องของตนเองเขาร้องเอ๋ ก่อนที่จะตะโกนด้วยความดีใจ "เป็นมีดสั้น"

            เด็กผู้ชายมักชอบของประเภทนี้เป็นพิเศษ

            แม้ว่ามีดสั้นจะมีราคาน้อยกว่าไข่มุกราตรีหลายเท่าแต่หากเลือกได้จริงๆ ฉีอันก็ชอบมีดสั้นมากกว่า เขากระโดดด้วยความดีใจ "ข้าชอบอันนี้ ข้าชอบอันนี้"

            แม้ว่าจะมิได้ล้ำค่าเช่นไข่มุกราตรีแต่หยกที่ฝังอยู่ด้านบนก็น้ำงามใสเป็นประกาย หาใช่ของไร้ราคา 

             ส่วนอิ้งเยว่แม้ว่ากล่องจะเยอะแต่เมื่อเปิดดูกลับว่างเปล่า มีเพียงกระดาษหนึ่งแผ่นในนั้นแต่นางก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าใจ เมื่อเปิดออกดูก็เห็นอักษรที่ท่านตาของนางเขียน"ปรารถนาเพียงความรื่นรมย์" เป็นอักษรที่ไม่มีความหมายลึกซึ้งอันใดทว่าสอดคล้องเหมาะสมกับเทศกาลตอนนี้พอดี นางยิ้มน้อยๆ พับเก็บด้วยความดีใจ"ต่อๆ" 

            เฉียวเยว่ก็เปิดของขวัญต่อ "เอ๋?"

            เป็นถุงผ้าใส่เงินที่งดงามหนึ่งใบเฉียวเยว่พอใจมาก "อันนี้เหมาะกับข้า"

            นางเอาไข่มุกราตรีใส่ลงไปในถุงเงินแล้วแขวนไว้ที่เอวของตนเอง

            พวกเขาสามพี่น้องนั่งล้อมวงแกะของขวัญแน่นอนว่ามีกล่องเปล่า แต่สำหรับเฉียวเยว่แล้ว ทั้งหมดไม่นับว่าเป็นกล่องเปล่าเพราะในนั้นมีอักษรที่ท่านตาของนางเขียนด้วยตนเองเป็นคำไม่กี่คำที่เรียบง่ายแต่มีความหมายมาก 

            ยิ่งไปกว่านั้นเฉียวเยว่ก็รู้ว่าอักษรของท่านตาของนางหากไปอยู่ข้างนอกย่อมมีมูลค่ามหาศาล

            พิจารณาจากตรงนี้กล่องเปล่าของอิ้งเยว่มีจำนวนมากที่สุด อักษรย่อมจะเป็นของนางมากที่สุดส่วนเฉียวเยว่มีกล่องที่มีอักษรเพียงใบเดียว ฉีอันมีสองใบ

            แม้ว่าของขวัญจะมีมากมีน้อยแค่ไหนแต่เด็กๆ ต่างก็สนุกกันมาก พวกเขาต่างแบ่งปันความสุขจากการเปิดกล่องของขวัญร่วมกัน 

            ในสิ่งของเหล่านี้ไข่มุกราตรีคือของล้ำค่าที่สุดเฉียวเยว่เปิดเจอสองเม็ด เม็ดหนึ่งอยู่ในกล่องใหญ่ที่สุดอีกเม็ดอยู่ในกล่องที่เล็กที่สุด

            ฉีอันกับอิ้งเยว่ก็เปิดเจอคนละเม็ด 

            เฉียวเยว่หยิบเม็ดหนึ่งขึ้นมาแล้วเดินมาหาฮูหยินผู้เฒ่า "ท่านย่า ข้ามีสองเม็ดให้ท่านหนึ่งเม็ด เอาไว้ใช้ยามค่ำคืนหรือยามลุกจากเตียงก็สะดวกปลอดภัยกว่าการจุดตะเกียง"

            ฮูหยินผู้เฒ่าขอบตาแดงในพริบตาเด็กเล็กขนาดนี้กลับคิดถึงนาง หัวใจพลันรู้สึกอบอุ่น

            ฉีอันก็ให้นาง "ท่านย่า ข้าก็ให้ท่านเหมือนกันข้ายังเล็ก ไม่กลัวความมืด"

            ฮูหยินผู้เฒ่าส่ายหน้า "พวกเจ้าเก็บไว้ใช้เองเถอะย่าไม่เอาหรอก"

            เฉียวเยว่ไม่ยอม "ท่านต้องรับไว้ ข้ามีสองเม็ดอีกเม็ดหนึ่งให้ท่านตา หนึ่งคนหนึ่งเม็ด ฮิๆ สุขสันต์ถ้วนหน้าเด็กเช่นข้าจะใช้ของราคาแพงเช่นนี้ได้อย่างไร เดี๋ยวก็ทำพังหมด" 

            พูดตามตรงอาจารย์ฉีเองก็ซาบซึ้งใจเพียงแต่บุรุษมักไม่แสดงความรู้สึกออกมาภายนอกเช่นเดียวกับสตรี 

            "ไกวเยว่เก็บไว้เองเถอะเมื่อเป็นของขวัญของเจ้า ตาก็ไม่ต้องการ"

            ฉีจือโจวเอ่ยปาก "นี่เป็นของที่อวี้อ๋องส่งมาให้เป็นของขวัญปีใหม่หนึ่งกล่องมีทั้งหมดหกเม็ด ข้าห่อทั้งหมดไว้ในกล่องของขวัญกล่องที่เหลือน่าจะมีอีกสองเม็ด เฉียวเยว่มีสองเม็ด เมื่อนางมีน้ำใจท่านก็รับไว้เถอะ เด็กๆ ต่างมีคนละเม็ด ก็ดีอยู่แล้วมิใช่หรือ?" 

            ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินว่าเป็นของที่อวี้อ๋องส่งมาก็อึ้งงันนางไม่รู้ตื้นลึกหนาบางที่อยู่ในนั้น แต่หลายๆ อย่างก็ไม่ได้เป็นเช่นที่ปรากฏภายนอกนางจึงไม่กล้าถามอะไรมาก 

            อาจารย์ฉีก็พูดว่า "มารดาบุตรเขยท่านก็รับไปเถอะ นี่เป็นน้ำใจของเฉียวเยว่ ของฉีอันเก็บไว้เองเถอะส่วนตาจะกลับไปเปิดกล่องของขวัญอีกสองกล่องที่เหลือ"

            เฉียวเยว่เกาศีรษะ "จะว่าไปก็แปลกยิ่งท่านลุงเจ้าคะ เหตุใดอวี้อ๋องถึงเดาได้ว่าท่านจะห่อมันอย่างไร เขาเห็นด้วยหรือ?"ในกล่องใหญ่ที่สุดมีของอยู่จริงเสียด้วย! 

            เพื่อสร้างความสับสนให้แก่พวกเขาแม้ว่าบางกล่องจะมีของขวัญ แต่ก็มีก้อนหินเช่นกัน 

            ฉีจือโจวส่ายหน้า "เขาไม่อยู่ ข้าทำเองกับมือไม่ผ่านมือของผู้อื่น"

            เฉียวเยว่เดาะลิ้น "มารดามันเถอะ!พี่ชายผู้นี้เทพสุดๆ!" 

            ไท่ไท่สามถลึงตาใส่นาง "พูดดีๆ" 

            เฉียวเยว่หัวเราะแหะๆ "เขาเก่งกาจมากจริงๆ เจ้าค่ะ"  

            ฉีจือโจวมองพวกเขาล้วนแต่ไม่ใช่คนนอก จึงกล่าวว่า"พวกเจ้าอย่าดูแคลนอวี้อ๋องผู้นี้เป็นอันขาด แม้ว่าเขาจะอายุไม่มากเฉลียวฉลาดและดูเปิดเผย แต่คนผู้นี้มีมุมมองที่กว้างขวางมากเขาสามารถเห็นสิ่งต่างๆ ที่ผู้อื่นมองไม่เห็นหรือคาดไม่ถึงทั้งยังคาดคะเนจิตใจของผู้คนเก่งมากคนหนุ่มอายุสิบสี่สิบห้าเท่ากันไม่อาจเทียบเขาได้หากจะคบหากับเขาต้องระมัดระวังให้มาก" 

            ไม่รู้ว่าคำพูดนี้บอกกับผู้ใดแต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกจากใจ

            เฉียวเยว่พยักหน้าคล้อยตาม "เขาสามารถคาดเดาการกระทำของท่านลุงได้เห็นได้ชัดว่าร้ายกาจยิ่ง" 

            "เรื่องที่เขาคาดคะเนได้หาใช่มีเพียงเท่านี้ภายหน้าพวกเจ้าก็จะค่อยๆ รู้กันเอง สรุปแล้วไม่ว่าจะทำสิ่งใดขณะอยู่ข้างกายเขาก็ต้องระวังตัวให้ดี"

            เขามองไปที่เฉียวเยว่ "โดยเฉพาะเจ้า เด็กน้อยชอบวิ่งไปหาเขาอยู่เรื่อย" 

            เฉียวเยว่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมตอบโต้กลับมา "พี่จ้านจะไม่ทำร้ายข้า"

            ฉีจือโจวเลิกคิ้ว "หืม? เพราะเจ้าน่าเอ็นดูรึ?"

            "ถูกต้องเพราะข้าน่าเอ็นดู แล้วข้าก็น่ารักที่สุด ฮิฮิ"เฉียวเยว่ดีดนิ้วอย่างพึงพอใจ

            ฉีจือโจวหยิกพวงแก้มของนาง "เจ้าเด็กซุกซนเอ๊ย" 

            เฉียวเยว่หัวเราะอย่างมีความสุข "อย่างไรเสียพี่จ้านก็ดีกับข้ามาก" 

            "คนที่ให้ของกินเจ้าล้วนแต่เป็นคนดีกระมัง?"ไท่ไท่สามพูดแทรกขึ้นมา

            เฉียวเยว่พยักหน้า "ใช่แล้วอีกอย่างเขายังทำขนมเองด้วย จะเป็นคนไม่ดีได้อย่างไร" 

            ตรรกะนี้ทำไท่ไท่สามหมดถ้อยคำจะตอบโต้ 

            คนอื่นๆต่างสงวนวาจากับเรื่องนี้ การพูดมากมายต่อหน้าเด็กเป็นสิ่งที่เปล่าประโยชน์

            เฉียวเยว่จัดกล่องของขวัญต่ออย่างเริงร่า 

            "ใต้สะพานใหญ่หน้าประตูบ้านมีเป็ดฝูงหนึ่งว่ายผ่านมา..."

            เมื่อรู้สึกมีความสุขเฉียวเยว่มักจะร้องเพลงเด็กเสมอ"เพลงดัง" ในหัวมีเยอะมากฉีอันเรียนรู้จากนางมานานแล้ว ย่อมจะร้องคลอตามทั้งสองร้องไปก็จัดของไปอย่างสมัครสมานกลมเกลียว

            "เด็กๆช่างไร้เดียงสา ไม่รู้จักรสชาติของความทุกข์" ซูซานหลางรำพึงก่อนจะกล่าวว่า "พวกเราไปนั่งห้องโถงด้านนอกกันเถอะปล่อยให้พวกเขาเล่นกันอยู่ที่นี่"

            ฉีจือโจวก็เห็นด้วย  

            "เฉียวเยว่ข้าอยากได้อักษรตัวนั้นของเจ้าข้าใช้ของขวัญของข้าแลกกับตัวอักษรลายมือท่านตาที่แลดูสับสนแผ่นนั้นได้หรือไม่"

            อิ้งเยว่ตัดสินใจจะรวบรวมอักษรเหล่านั้นไว้ด้วยกัน

            เฉียวเยว่ลังเล "แต่ข้าก็ชอบนะ"

            "น้องสาวคนดี"อิ้งเยว่ขอร้อง

            "งั้นข้ายกให้พี่สาว"เฉียวเยว่ตอบทันควัน "ข้าไม่แลกแต่ให้ท่านเลย"

            อิ้งเยว่ตกตะลึงแต่ไม่งุนงงสับสน นางลูบศีรษะน้องสาว "เด็กดี"

            "ข้าก็ให้พี่สาวเหมือนกัน"ฉีอันรู้ความอย่างยิ่ง

            อิ้งเยว่ยิ้ม "พวกเจ้าล้วนเป็นเด็กดี"

            สามพี่น้องสกุลซูไม่ได้รู้สึกอันใดแต่ในสายตาคนนอก มองว่าสองพ่อลูกสกุลฉีฟั่นเฟือนไปแล้วไม่ว่าอะไรก็ยกให้เด็กทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นของขวัญจำนวนมากเพียงนี้แม้มิใช่ของล้ำค่าทุกชิ้น แต่ก็ยังทำให้คนต้องตกตะลึง 

            มีคนอิจฉาไม่รู้มากมายเท่าไรได้แต่ปลงในใจว่าผู้อื่นเลือกเกิดได้ดีทว่าก็มีคนคาดคะเนว่าฉีจือโจวคงไม่คิดจะแต่งงานแล้วมิเช่นนั้นภายหน้าต้องปวดใจเพียงไหนที่มอบสิ่งของเหล่านี้ให้กับหลานชายหลานสาวสายนอก 

            ไม่เพียงแต่คนนอกจวนแม้แต่คนในสกุลซูก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อ

            เรือนใหญ่ยังสามารถข่มกลั้นอยู่แต่ไม่ใช่สำหรับเรือนสอง 

            ไท่ไท่รองริษยากัดฟันกรามแทบป่น

            "ช่างฟุ่มเฟือยยิ่งนักคนครอบครัวนี้ล้วนโง่งมกันหมดเลยหรือ?"

            นึกมาถึงตรงนี้ก็จิ้มหน้าผากหรงเยว่อย่างแรง"ให้เจ้าไปดู เจ้าก็ไม่ยอมไป" 

            "ข้าจะไปดูอะไรหากข้าไป ก็ต้องพาท่านน้าไปด้วย ข้าไม่อยากขายหน้าผู้อื่น" หรงเยว่รู้สึกหงุดหงิด

            หวังหรูเมิ่งหน้าถอดสี "หรงเยว่ไม่ชอบน้าหรือ?"

            หรงเยว่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย "ข้ามิได้หมายความเช่นนั้นข้าแค่รู้สึกว่าพวกเราไม่ควรไป"

            หลังจากนั้นก็กัดริมฝีปากขอบตาเริ่มแดง "ท่านย่าก็อยู่ที่นั่นข้าไปอาจทำให้คนรู้สึกไม่ดี" 

            ท่านตากับท่านลุงของผู้อื่นแสนดีเช่นนี้ใครเล่าจะไม่นึกอิจฉา

            มารดานางคิดแต่เรื่องไร้ประโยชน์อีกอย่างนางไม่อยากให้ท่านน้าไปทำขายหน้าต่อหน้าท่านลุงของเฉียวเยว่ 

            นางขบริมฝีปาก "ถึงอย่างไรข้าก็ไม่ไป"

            แล้วก็วิ่งผละจากไปทันที

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390