เมืองหลวงอวิ๋นเจียง
เช้าวันนี้อากาศแปรปรวนเมฆครึ้มฟ้าครึ้มฝนจนผู้คนรู้สึกหวาดผวาคล้ายจะมีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า จู่ ๆ อีกาตัวใหญ่บินโฉบเข้ามายังเขตพระราชฐานวังหลวงสร้างความตื่นตระหนกเป็อย่างยิ่ง
นานมากแล้วที่พวกเขาไม่ได้เห็นอีกาส่งสารตัวนี้ เสียงแผดร้องของมันดุดันน่าเกรงขามบ่งบอกถึงพลังและอำนาจของผู้เป็เ้าของได้อย่างดี
“ฝ่าา ทำเช่นไรดีเพคะ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของฮองเฮาเอ่ยถามผู้เป็พระสวามี นางรู้ดีว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้จะเกิดสิ่งใดขึ้น
“ฮองเฮา เ้าอย่าเพิ่งกังวลสิ่งใดไปเลย ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อยกเลิกธรรมเนียมพวกนี้” ฮ่องเต้เมืองอวิ๋นเจียงกล่าวกับนาง สีหน้าครุ่นคิด เขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึงแต่ไม่คิดเลยว่าอีกาส่งสารจะมาตรงเวลาไม่เคยเปลี่ยน
ทุก ๆ หนึ่งร้อยปี อีกาตัวมหึมาจะคาบสาสน์แดงขอรับตัวเ้าสาวจากหุบเขาจันทร์เสี้ยวมาส่งให้ฮ่องเต้ผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น ใจความด้านในย้ำเตือนไม่ให้ลืมคำสัญญาที่บรรพบุรุษของเมืองอวิ๋นเจียงเคยทำไว้เมื่อนานมาแล้ว
เดิมทีฮ่องเต้เ่าั้ไม่เคยเต็มใจยอมรับข้อตกลงที่บีบบังคับเช่นนี้เพราะการต้องส่งธิดาที่รักยิ่งไปยังหุบเขาเร้นลับโดยไม่มีวันกลับเป็สิ่งที่น่าสลดหดหู่ใจยิ่งนัก
การแต่งงานร้อยปีที่ชาวเมืองขนานนามว่าเป็การสังเวยไม่ไกลเกินจริง
แม้จะเคยให้หญิงสาวคนอื่นปลอมตัวเป็เ้าสาวแต่การกระทำเช่นนั้นกลับจบลงด้วยความน่าสะพรึงกลัวมากกว่าเดิม
ั้แ่นั้นมาจึงไม่มีใครกล้าคัดค้านทำลายสาสน์แดงของเ้าหุบเขาจันทร์เสี้ยวอีกเลย
“เสด็จพ่อ” องค์หญิงลู่เหลียนรีบวิ่งเข้ามาในท้องพระโรงทันทีที่รู้เื่ “สาสน์แดงนั่นเป็ของจริงหรือเพคะ”
นางเคยได้ยินเื่ราวเหล่านี้มาั้แ่เด็ก คิดแต่เพียงว่าเป็ตำนานคู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น ใครเล่าจะรู้ว่าสาสน์แดงฉบับจริงจะถูกส่งมาในวันที่นางถึงวัยออกเรือนพอดิบพอดี
“รีบพาตัวองค์หญิงไปซ่อน” ฮองเฮาสั่งองครักษ์ด้วยสีหน้าจริงจัง ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น นางจะไม่ยอมส่งบุตรสาวไปสังเวยเด็ดขาด
“ฝ่าา โปรดทรงทบทวนคำสั่งอีกครั้งหนึ่งด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เหล่าเสนาบดีรีบก้มลงคุกเข่าขอร้องให้เ้าเมืองตัดสินใจใหม่
“ไม่ได้ พวกเ้าจะให้เราส่งลูกเราเข้าไปแดนลับแลนั่นหรือ เหตุใดไม่ส่งลูกสาวพวกเ้าไปแทนกันเล่า” อารมณ์ฮองเฮาคุกรุ่นเดือดดาลเพราะองค์หญิงลู่เหลียนเป็ธิดาองค์เดียวของเมืองอวิ๋นเจียง
หากแต่ว่าชะตาของนางถูกกำหนดไว้ั้แ่กำเนิดแล้วว่าวันหนึ่งจะต้องกลายเป็เ้าสาวของเ้าหุบเขาจันทร์เสี้ยว
“ฮองเฮาได้โปรดเย็นพระทัย พระองค์ทรงรู้มิใช่หรือว่าผู้ใดก็มิอาจเป็ตัวแทนได้” มหาเสนาบดีกล่าวขึ้น “ในบันทึกของราชวงศ์ตลอดหนึ่งพันปีที่ผ่านมา หากปฏิเสธหรือคิดพลิกแพลงมักจะเกิดผลเสียอย่างใหญ่หลวง โปรงทรงคำนึงถึงพสกนิกรของพระองค์ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
พรึ่บ
อีกาดำเปลี่ยนร่างเป็เหมือนมนุษย์ รอยยิ้มเหยียดหยันเพราะยืนฟังคำโต้เถียงของคนเหล่านี้มาครู่หนึ่ง ก่อนจะร่ายเวทย์กางสาสน์แดงให้คนในท้องพระโรงได้เห็น
“เสด็จแม่ ข้าไม่จำเป็ต้องแต่งงานก็ได้นี่เพคะ” องค์หญิงลู่เหลียนอ่านข้อความในนั้นแล้วยิ้มกว้าง
ทว่า ฮ่องเต้เมืองอวิ๋นเจียงรู้สึกกังวลจนต้องกุมขมับแล้วอธิบายบุตรสาวของตนเอง “ลู่เหลียนของเ่าั้เป็ของต้องห้าม ยังไม่มีมนุษย์คนใดหามันพบ สิ่งที่ข้ารู้จักก็มีเพียงแค่หญ้าเซียนเท่านั้น แต่ว่ากันว่ามันอยู่ในถ้ำหยาดหิมะที่มีเสือดำเฝ้าอยู่”
“เสด็จพ่อ แต่หากครั้งนี้หาของวิเศษมาให้เ้าหุบเขาได้สำเร็จ กาลข้างหน้าลูกหลานของเมืองอวิ๋นเจียงก็ไม่ต้องถูกบังคับแต่งงานไม่ใช่หรือ” องค์หญิงลู่เหลียนยิ้มมุมปาก ในเมื่อมีหนทางแก้ นางจึงคิดจะลองทำให้ถึงที่สุด
“อันตรายยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” หนึ่งในขุนนางย้ำเตือน
“พวกเ้านี่ก็แปลกคน มีทางเลือกให้ข้าบ้างหรือไม่” นางปราดตามองเหล่าผู้าุโของเมืองคิดในใจว่า ถ้าต้องแต่งงานก็เหมือนตาย ถ้าต้องไปหาของวิเศษก็เหมือนตายอยู่ดี ข้าจะเลือกทางที่ดูเสี่ยงน้อยที่สุดดีกว่า
เมื่อส่งสาสน์แดงเสร็จ ร่างจำแลงอีกาก็เดินเข้าหาองค์หญิง พลางยิ้มมีเลศนัยแล้วประทับตราสีทองที่กลางหน้าผากของนาง เอ่ยปากเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะหายตัวลับไป “เ้ามีเวลาเที่ยวเล่นเพียงแค่สามเดือน วันนั้นเกี้ยวเ้าสาวจะรอรับเ้าอยู่ที่หน้าประตูเมือง หากเ้าไม่ปรากฏตัวออกมา เ้าจะได้เห็นเมืองของเ้านองเื”
คืนนั้น คำขู่ของอีกาดำทำให้คนที่ได้ยินอกสั่นขวัญผวาจนเก็บไปฝัน หลายคนพยายามโน้มน้าวใจให้องค์หญิงตอบรับสาสน์แดงแต่ใครจะไปรู้ว่าองค์หญิงได้หลบหนีออกจากวังหลวงเพื่อตามหาของวิเศษสี่อย่างพร้อมกับกลุ่มองครักษ์คนสนิทไปเรียบร้อยแล้ว
อีกทางด้านหนึ่ง
ลั่วิเฟยกับเยี่ยนฟางพากันไปตามหาผลท้อพันปีในเกาะต้นหลิวตามคำบอกเล่าของผู้บำเพ็ญเพียร
“ท่านพี่ รู้สึกหรือไม่ว่าอากาศเริ่มหนาวขึ้น” เยี่ยนฟางเกาะแขนลั่วิเฟยไว้ สายตามองไปทางซ้ายทีขวาที มือข้างหนึ่งร่ายเวทย์เอาไว้เผื่อถูกซุ่มโจมตี
ลั่วิเฟยเองก็ไม่ไว้วางใจสถานการณ์นี้เช่นกัน เขาััได้ว่าหมอกสีขาวข้างหน้ามีเงาของอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวไปมา “เยี่ยนฟาง” เขาเอ่ยพึมพำแล้วกันน้องสาวไว้ด้านหลังของตนเองพลางร่ายเวทย์
กลิ่นกำยานล่องลอยมาตามสายลมหมายจะวางยาให้ผู้มายืนเกาะต้นหลิวหลงใหลตกสู่ภวังค์ แต่เมื่อไม่เป็ผลเงาตะคุ่มนั้นก็เผยโฉมหน้าออกมาทันที
“ช่วยข้าด้วย” เสียงร้องของนางทำให้ลั่วิเฟยเกือบจะหลงเชื่อแต่ถูกเยี่ยนฟางดึงแขนเอาไว้ก่อน
“ท่านพี่ ลืมไปแล้วหรือว่าเราอยู่เกาะต้นหลิว อย่าว่าแต่หญิงสาวเลย บุรุษแข็งแกร่งก็เข้ามาไม่ได้ เ้าตัวที่อยู่ตรงหน้าเราต้องเป็ปีศาจแน่ ๆ” เยี่ยนฟางหรี่ตามองไม่ไว้ใจหญิงสาวแสนบอบบางและอ่อนแอที่อยู่ตรงหน้า เสื้อผ้าของนางฉีกขาดจนเห็นเนื้อหนังโผล่วับแวม ตามแขนขามีรอยบาดเืซึม
“ช่วยข้าด้วย” นางร้องไห้น้ำตารื้นอ้อนวอน พยายามขยับตัวหนีจากหมอกหนา “มันตามข้ามาแล้ว ช่วยข้าด้วย”
“เยี่ยนฟาง ข้ารู้ว่าตรงหน้ามีอะไรแปลกไปแต่ข้าทำใจปล่อยผ่านไปไม่ได้หรอก หากตรงหน้าเป็มนุษย์จริง ๆ เล่าจะทำอย่างไร” ลั่วิเฟยร่ายเวทย์เป็เกาะกำบังให้น้องสาวแล้วค่อย ๆ ก้าวเดินไปตรงหน้า
“ท่านพี่ เ้ากลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” เยี่ยนฟางะโเสียงดังแต่เ้าตัวไม่รับรู้ยังคงเดินต่อไปข้างหน้าด้วยท่าทีระมัดระวัง “เ้าซื่อบื้อ! นี่มันเกาะปีศาจนะ มนุษย์ที่ไหนจะเข้ามาได้เล่า”
ไม่ทันที่เยี่ยนฟางจะได้พูดอะไรต่อลั่วิเฟยก็ถูกหญิงสาวผู้นั้นลากตัวเข้าไปในม่านหมอกต่อหน้าต่อตา “ท่านพี่!!!” เสียงร้องะโของนางดังก้องพร้อมกับถูกดีดออกมาจากเกาะต้นหลิวในพริบตา