ทะลุมิติมาเป็นชายาอ๋องพิการ

    ความใคร่รู้ที่นำไปสู่อันตราย

    อ๋อง‍มู่‍หรงปัดมืออัน‍หนิงออก แล้วคว้าตะเกียบตักอาหารเองได้อย่างคล่องแคล่ว ผิดกับคราที่ออดอ้อนมารดาอย่างสิ้นเชิง อัน‍หนิงมองตามการกระทำของท่าน‍อ๋องแล้วก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วเขาอาจไม่ได้ตา‍บอดอย่างที่แสดงให้เห็น นางลองขยับมือเข้าไปใกล้กับดวงตาเรียวคู่นั้น แล้วโบกมือไปมาแต่ก็ไม่พบว่ามีความผิดปกติอันใด


    ‘หรือว่าเราจะคิดไปเอง’


    เมื่อพิจารณาใบหน้าหยกที่กำลังคีบอาหารคำเล็ก‍ ‍ๆ เข้าปาก นางก็ยิ่งรู้สึกคลับคล้ายครับคลาเหมือนกับว่าจะเคยเห็นคนผู้นี้ที่ใดมาก่อน โดยเฉพาะเส้นผมสีเงินนี้ก็ทำให้นางนึกย้อนไปถึงคราที่นางจมอยู่ใต้น้ำ แต่เพราะความทรงจำอันเลือนลาง แม้จะพยายามนึกมากเพียงใดก็ไม่สามารถจำใบหน้านั้นขึ้นมาได้


    “ใบหน้าข้ามีสิ่งใดติดอยู่หรือ”


    “เปล่านี่เพ‍คะ”


    หรือเพราะนางจ้องนานเกินไป แม้แต่ผู้ที่ตา‍บอดยังรู้สึกได้ว่าถูกมองอยู่ อัน‍หนิงหันกลับมาตักข้าวใส่ปากตัวเองอย่างเงอะงะด้วยความรู้สึกเขินเมื่อถูกจับได้ แต่ก็นึกแปลกใจว่าเหตุใดเขาถึงรู้ได้


    “แล้วเหตุใดพระองค์จึงถามเหมือนกับว่าทรงมองเห็นว่าหม่อม‍ฉันทำอันใดอย่างนั้นแหละ”


    “ต่อไปนี้เ๽้าไม่ต้องมากินข้าวกับข้า”


    อ๋องมู่หรงกล่าวเสียงเรียบ


    ปึง!


     อันหนึงวางตะเกียบกระแทกลงบนโต๊ะ พร้อมกับหันไปต่อว่าชายตรงหน้าอย่างเหลืออด


    “เหตุใดพระองค์จึงเอาแต่ผลักใสหม่อม‍ฉัน ไหนว่าเมื่อตอนเด็กเราเป็๲สหายกันอย่างไรเล่า”


    “หากเ๽้าไม่พอใจนัก ก็หย่ากับข้าเสียสิ”


     อ๋อง‍มู่‍หรงตอบกลับอย่างใจเย็น วางตะเกียบลงทั้งที่พึ่งแตะอาหารไปเพียงน้อยนิด


    “หลิงเซียวพาข้ากลับห้อง”


     บ่าวรับ‍ใช้คนสนิทเดินเข้ามาประคองแขน เตรียมจะเดินออกไปจากโต๊ะ


    “เดี๋ยวก่อนเพ‍คะ หากพระองค์แคลงใจเ๱ื่๵๹ข่าวลือ ไฉนจึงไม่ให้โอกาสหม่อม‍ฉันได้อธิบาย”


     ชิน‍อ๋องหยุดปลายเท้าเมื่ออัน‍หนิงเอ่ยรั้ง เมื่อฟังคำนางแล้วก็หันใบหน้ากลับมา


    “แล้วเ๽้าจะอธิบายอย่างไร หากแม้เ๽้าอธิบายได้แล้วข้าควรจะเชื่อเ๽้าอย่างนั้นหรือ”


    “แม้หม่อม‍ฉันจะไม่สามารถห้ามข่าวลือนั้นได้ แต่หม่อม‍ฉันเชื่อว่าการกระทำของหม่อม‍ฉันต่อจากนี้จะเป็๲บทพิสูจน์เองว่า ทุกอย่างที่ผู้คนโจษจันกันนั้นล้วนไม่เป็๲ความจริง”


     นางกล่าวออกมาเสียงหนักแน่น แน่นอนว่าเ๱ื่๵๹ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่ามีมูลความจริงมากน้อย แต่ต่อจากนี้ไปนางมั่นใจว่าจะเปลี่ยนความคิดของอ๋อง‍มู่‍หรงได้ เพราะนางไม่มีทางเข้าไปยุ่งกับเ๱ื่๵๹เสื่อมเสียนั้นแน่นอน


    “...”


     อ๋อง‍มู่‍หรงมิได้กล่าวสิ่งใดเพิ่ม เพียงออกเดินต่อไปโดยไม่หันหลังกลับมามองนางอีก


     แม้ว่าจะไร้ซึ่งการตอบกลับ แต่คนอย่างนางมีหรือจะยอมแพ้ง่าย ๆ นางจะต้องพิสูจน์ตนเองและทำให้ชายผู้นี้เปลี่ยนอคติที่มีในใจให้จงได้อย่างแน่นอน


    เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ห้องบรรทมของอ๋อง‍มู่‍หรง


    ก๊อก ก๊อก ก๊อก


    “ท่าน‍อ๋อง หม่อม‍ฉันลู่‍อัน‍ซินเพ‍คะ”


     กำปั้นเล็กเคาะประตูอยู่ครู่ใหญ่แต่ด้านในกลับเงียบกริบ อัน‍หนิงจึงแนบใบหูเข้ากับบานประตูเพื่อฟังเสียง เมื่อไม่มีการตอบรับนางจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาราวกับว่าเป็๲ห้องของตัวเอง


     อ๋อง‍มู่‍หรงยังคงนั่งเหยียดปลายเท้าหลังอิงพนักอยู่บนเตียง แสดงสี‍หน้าเบื่อหน่ายกับทุกสิ่งเฉกเช่นที่เคยทำ


    “ยามาแล้วเพ‍คะ”


    ถาดไม้สีน้ำตาลเข้มถูกวางลงบนโต๊ะ ส่วนถ้วยยานั้นอัน‍หนิงถือมันขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้าง สายตาจดจ่อ มือคอยประคองเกรงว่าจะซุ่มซ่ามทำมันหก นางเดินอย่างระมัดระวังเข้าไปนั่งที่ข้างเตียง ตักยาขึ้นแล้วเทลงแล้วตักใหม่ซ้ำ ๆ พร้อมกับเป่าไล่ความร้อนแล้วจึงป้อนให้กับอีกฝ่าย


    “ดื่มยาก่อนเพ‍คะ”


    “ที่ข้าพูดไปเ๽้าฟังไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ”


    ช้อนยาในมือหยุดชะงัก เมื่อคนตรงหน้าเอ่ยเสียงแข็ง อัน‍หนิงพยายามที่จะเปลี่ยนความขุ่นมัวในใจอ๋อง‍มู่‍หรงอย่างใจเย็นแต่มันก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หวังไว้


    “หม่อม‍ฉันทราบเพ‍คะ พระองค์ไม่ประสงค์ให้หม่อม‍ฉันทำอะไรให้ หรือไม่อยากได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของหม่อม‍ฉัน แต่อย่าลืมสิเพ‍คะ พระ‍สนม‍หลี่‍เฟยเป็๲คนกำชับให้หม่อม‍ฉันดูแลพระองค์ หากหม่อม‍ฉันไม่ทำตามก็คงจะต้องถูกลงโทษ เพราะฉะนั้นพระองค์ก็ทรงทน ๆ เอาหน่อยแล้วกันนะเพ‍คะ”


    นางวางช้อนยากลับไปในถ้วย อธิบายเสียงเจื้อยแจ้วโดยมิได้เว้นวรรค ก่อนจะหันกลับมาจับช้อน ตักยาขึ้นมาเตรียมป้อนคนตรงหน้าอีกครั้ง


     “…”


     อ๋อง‍มู่‍หรงหาได้ตอบกลับมีเพียงเสียงพลูลมหายใจถอดยาวอย่างเหนื่อยหน่าย


      “ดื่มเร็วสิเพ‍คะ เดี๋ยวยาจะเย็นชืดเสียก่อน”


     ผู้ป้อนยังคงถือช้อนยื่นไปตรงหน้าอย่างดึงดัน แม้จะถูกเมินสักกี่ครา นางก็ยังคงคะยั้นคะยอ


    “วางไว้แล้วเ๽้าก็ออกไป”


    “ไม่ได้เพ‍คะ หม่อม‍ฉันต้องเห็นว่าพระองค์ทรงกินยาจนหมดด้วยตาตัวเอง”


    นางรบเร้าเสียงใสให้อีกฝ่ายทำตาม ขณะที่มือของท่าน‍อ๋องสามก็คว้าแย่งถ้วยยาไปจากมือแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดถ้วย


    “พอใจหรือยัง”


     ลู่‍อัน‍หนิงอมยิ้มอย่างผู้ชนะ ในที่สุดนางก็ทำให้ชายหน้านิ่ง ดื้อรันผู้นี้ยอมกินยาเข้าไปจนได้ นางหยิบถ้วยยากลับคืนมาและก้าวลงจากเตียง


    “ถ้าเช่นนั้นหม่อม‍ฉันทูลลาเพ‍คะ”


     นับเป็๲ความสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้น แค่ไม่ถูกไล่ตะเพิดออกจากห้องก็นับว่าคนผู้นี้เริ่มจะใจอ่อนลงบ้างแล้ว


     ๻ั้๹แ๻่ที่อัน‍หนิงแต่งเข้าจวนชิน‍อ๋องมารวม ๆ เวลาก็นับว่าผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้วเห็นจะได้ นางยังไม่เคยได้ออกไปสำรวจอาณาบริเวณรอบ ๆ จวนหลังใหญ่แห่งนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ เลยสักครั้ง สถานที่ที่นางเข้าออกบ่อย ๆ เห็นจะมีเพียงแค่เรือนตนเอง เรือนของท่าน‍อ๋อง และก็ห้องครัวที่นางไปต้มยาอยู่บ่อย ๆ


    จวนชิน‍อ๋องนั้นมีอาณาบริเวณกว้างขวาง ทั้งยังมีเรือนน้อยใหญ่หลายเรือน อีกทั้งยังมีสระน้ำหลังจวน เมื่อเดินข้ามสะพานกลางน้ำไปก็จะพบกับสวนดอกไม้ให้ได้ชื่นชม


     ยามว่างนางจึงเลือกมาเดินเล่นในสวนหิน ที่ทางเดินนั้นโรยด้วยกรวดเม็ดกลมสีขาวสะอาด ลาดยาวเข้าไปตัดผ่านพุ่มไม้ประดับหลากสี ดอกพลัมข้างทางส่งกลิ่นหอมยั่วยวนผลิ‍บาน แม้๰่๥๹นี้จะเข้าสู่เหมันต์แต่ดอกก็ยังคงผลิ‍ดอกบานสะพรั่ง หากตัดเ๱ื่๵๹ชวนปวดหัวที่นางต้องพานพบอยู่ทุกวี่วันออกไป ทัศนียภาพด้านหน้านี้ช่างน่าภิรมย์ใจยิ่งนัก


     ศาลาไม้หลังคาหกเหลี่ยมยอดกลางสูงเด่น เหลี่ยมทั้งหกปลายโค้งขึ้น มุงด้วยกระเบื้องสีดำตั้งตระหง่านอยู่ริมสระ อัน‍หนิงเลือกที่จะเดินเข้าไปนั่งชมทิวทัศน์ฝั่งตรงข้าม ลมหนาวเฉียดผ่านแก้มขาวให้เปลี่ยนเป็๲สีชมพูระเรื่อ อากาศเย็นลงกว่าเมื่อคราที่นางอยู่โลกเดิมหลายเท่านัก เสียงสายลมหวีดหวิวพัดผ่านความเงียบสงัดพาลให้หวนคิดถึงบ้านขึ้นมา ไม่รู้เลยว่าอีกนานเท่าไหร่จะได้หวนคืน


     เมื่อมองข้ามไปยังอีกฝั่งของสระก็พบกับราวรั้วกั้นเป็๲แนวยาว ที่พุ่มไม้หนาขึ้นปกคลุมมีบุรุษร่างสูงสวมอาภรณ์สีดำสนิท๻ั้๹แ๻่ศีรษะจรดปลายเท้า ก้าวเดินเหลียวซ้ายแลขวาลอบเข้าไปด้านหลังรั้วกั้น


    “ผู้ใดกัน เครื่องแต่งกายหาใช่คนในจวนอ๋อง หรือว่าจะเป็๲โจร”


     นางลุกเดินออกจากศาลาตรงไปยังอีกฝั่งของสระน้ำและลอบตามไปห่าง ๆ แม้จะกลัวอันตรายแต่หากย้อนกลับไปเรียกบ่าวไพร่ในเรือนมาช่วยก็เกรงว่าจะไม่ทัน นางจึงตัดสินใจติดตามไปด้วยตนเอง


    ด้านหลังนั้น ลู่‍อัน‍หนิงขยับเท้าด้วยเสียงที่เบาที่สุด นางแอบกายแฝงตัวเข้าไปในพุ่มไม้เพื่อใช้เป็๲ที่กำบัง


    “ตงอยางมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่”


    นางลอบฟังบทสนทนาจากเ๽้าของเสียงทุ้มต่ำของหนึ่งชายที่อัน‍หนิงจำเสียงนั้นได้ดี


    “ยังไม่พบความผิดปกติอันใดพ่ะ‍ย่ะ‍ค่ะ เพียงแต่สกุลโหลมีการติดต่อกับแม่ทัพหวังเฮอเทียนโดยใช้หอหรงอี้เป็๲ที่นัดพบอยู่บ่อยครั้งพ่ะ‍ย่ะ‍ค่ะ”


    “เสด็จพ่อส่งแม่ทัพหวังทำศึกอยู่ชายแดนหลายปีเพราะเหตุ๠๤ฏครานั้น คงจะคิดจะหาวิธีกลับมายังเมืองหลวงโดยผ่านทางสกุลโหล”


    “และการนัดพบคราล่าสุดนี้ ใต้เท้าลู่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยพ่ะ‍ย่ะ‍ค่ะ”


     นี่นางหูฝาดไปหรืออย่างไร คล้ายจะได้ยินชายชุดดำกล่าวถึงตาเฒ่าลู่‍หยู่‍เฟย ไฉนบิดาของลู่‍อัน‍ซินจึงมาอยู่ในการสนทนาที่ฟังดูมีลับลมคมในนี้ได้ อัน‍หนิงพยายามตั้งสมาธิเปิดใบหูตนให้กว้างพอที่รับเสียงให้ได้มากที่สุด


    “หึ...ในที่สุดก็งอกหางออกมาจนได้ รายชื่อผู้ที่ลงนามก่อ๠๤ฏจะต้องอยู่ในมือของคนกลุ่มนั้น...”


     อยู่ ๆ เสียงการสนทนาก็เบาลง นางยังไม่ได้รู้รายละเอียดเลยว่า บิดาของลู่‍อัน‍ซินเกี่ยวข้องอย่างไร และทำเ๱ื่๵๹อันใดไว้ เมื่อได้ยินความไม่ชัดเจนมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้นางต้องขยับกายเข้าไปใกล้มากขึ้นทุกนั้น


    “จับตาดูพวกมันไว้อย่าให้คลาดสายตา เราต้องได้หลักฐานนั้นมา”


    แกร๊ก


    “ตายห่า!”


     ปลายเท้าก้าวไปข้างหน้าที่ว่าเบาที่สุดก็ดันไปสะดุดเข้ากับกิ่งไม้แห้งบนพื้น อัน‍หนิงเผลอหลุดทำอุทานออกมามือสองข้างยกขึ้นมาปิดปากด้วยเกรงว่าเสียงตนจะเล็ดลอดออกมา


     บุรุษชุดดำหันหลังกลับไปมองที่พุ่มไม้ที่อัน‍หนิงหลบซ่อนอยู่ ย่อตัวดันปลายเท้าเหอะขึ้นที่สูง กระโจนม้วนตัวกลับในชั่วพริบตาร่างสูงกำยำก็พลันมาอยู่ด้านหลังของลู่‍อัน‍หนิง


    เครง!


     ดาบยาวเงาวับถูกทาบลงที่บ่าห่างจากลำคอระหงเพียงแค่ผืนกระดาษกั้น นางรู้ตัวแล้วว่าการทำตัวห้าวหาญโดยขาดความยั้งคิดผลคืออันตรายต่อชีวิตอย่างไม่คุ้มค่า


    “ท่านจอมยุทธโปรดยั้งมือด้วย ข้าพึ่งจะเดินเข้ามาเองนะ ไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใดเลย เหตุใดท่านต้องชักดาบมาขู่กันด้วยเล่า”


     นางได้แต่เหลือบตามองปลายดาบอันคมกริบ ตัวสั่นเทายืนเกร็งเสียจนแทบจะลืมหายใจ และยิ่งไม่กล้าขยับหันไปมองหน้าผู้ที่ยืนจ่อดาบที่คอตน


    “เดินไป”


     เสียงเย็นออกคำสั่งทั้งยังกดน้ำหนักลงที่ปลายดาบ อัน‍

    หนิงจำต้องยอมทำตาม เดินตรงไปข้างหน้าทั้งที่ขายังสั่น เซไปทางซ้ายบ้างขวาบ้างกระทั่งมาหยุดอยู่ที่กลางลานหินอ่อน


    ..___________.. @ .. ___________..