“ จริงเหรอ? ใครบอกให้ไปห้องน้ำคนเดียว แล้วล๊อคประตูเกือบจะถูกขังอยู่ในนั้นจนออกมาไม่ได้ซะและโชคดีนะที่มีกุญแจ ไม่อย่างนั้นได้อยู่ในห้องน้ำตลอดเที่ยวบินแน่” แม่ของเธอขัดขึ้น
เด็กน้อยหัวเราะออกมาด้วยความเขินอายจากนั้นจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“ แม่บุญธรรมคะหนูกับพี่อยากกินข้าวมื้อใหญ่แล้วคุณแม่ก็เห็นด้วยค่ะ!”
“ พวกเธอนี่เหมือนโจรตัวเล็กๆเลยนะ กลับมาถึงก็จะกินข้าวมื้อใหญ่เลยโชคดีที่ฉันมีเงินอยู่ งั้นเราไปกันเถอะ!”หญิงสาวผมสั้นยิ้มอย่างเต็มใจพลางพูดกับสาวสวยตรงหน้า “ ลั่วลั่ว นี่เกือบห้าปีแล้วเธอจะยอมกลับมาอยู่ที่นี่แล้วใช่ไหม”
“ ฉันต้องกลับมาไหว้แม่ของฉัน” แม่ของเธอยังเป็คนสำคัญในใจ แต่เธอกลับไม่ได้มาหาแม่เลยตลอดห้าปีเธอแลจะเป็อกตัญญูเกินไป
"แล้วจะกลับไปเมื่อไหร่?"
“ เด็กๆบอกว่าอยากเที่ยวเล่นหลายที่ เลยกะว่าอีกซักอาทิตย์นึงคงกลับ!”
“ แค่อาทิตย์เดียว! สั้นไปนะ! อย่างน้อยอยู่ซักเดือนนึงเดี๋ยวฉันหาที่อยู่ให้” เซี่ยซินรับปาก
ซูลั่วลั่วไม่อยากอยู่ในเมืองต่อ เธอรู้สึกขยะแขยงกับที่นี่แล้วแม้แต่พ่อเธอก็ยังไม่อยากเห็นหน้า
หลังจากกินอาหารมื้อใหญ่เสร็จ เด็กๆทั้งสองเหนื่อยกันมากจึงกลับไปพักผ่อนที่คอนโดของเซี่ยซิน
หลังจากที่พวกเด็กๆหลับสนิทเพื่อนรักทั้งสองคนก็มีเวลาได้คุยกัน
“ พ่อของเธอ ยังไม่รู้ว่าเธอมีลูกเหรอ” เซี่ยซินถามด้วยความสงสัย
“ แน่นอนอยู่แล้ว ฉันให้พวกเขารู้ไม่ได้ และฉันจะไม่มีวันให้พวกเขารู้ฉันไม่อยากมีความสัมพันธ์อะไรกับตระกูลนั้นแล้ว” ซูลั่วลั่ว เอ่ยอย่างแน่วแน่
“ อื้ม ตอนนี้เธอมีงานที่มั่นคงแล้วดูแลลูกๆของตัวเองได้ไม่จำเป็ต้องขอร้องคนพวกนั้น” เซี่ยซิน กระซิบเบาๆ “ เด็กๆยังไม่รู้ว่าใครเป็พ่อใช่ไหม?”
ซูลั่วลั่ว สีหน้าเปลี่ยนสีทันทีก่อนส่ายหน้า“ ฉันจะไม่ให้เด็กๆรู้ตลอดชีวิต”
เซี่ยซินขมวดคิ้ว“ แปลกนะถ้าพูดตามหลักแล้วพี่สาวของเธอกับ หลงเย้เจว่ตั้งใจจะแต่งงานั้แ่เมื่อห้าปีก่อนแล้วแต่ทำไมพวกเขาถึงยังไม่หมั้นกันล่ะ?”
ซูลั่วลั่วส่ายหัว“ ฉันไม่รู้ และก็ไม่อยากรู้ด้วย”
เธอไม่อยากเข้าไปพัวพันกับครอบครัวตระกูลนั้นอีกต่อไปแม่ของเธอถูกพ่อล่วงเกินจนตั้งครรภ์ พวกเขา้าเด็กผู้ชาย แต่แม่ของเธอกลับให้กำเนิดเธอขึ้นมาั้แ่นั้นมาพ่อของเธอก็ไม่สนใจใยดีแม่จนล้มป่วยเป็โรคซึมเศร้า อาการหนักขึ้นทุกวันและในที่สุดแม่ก็จากไป
ในตอนเช้าตรู่
ซูลั่วลั่วพาเด็กๆไปที่หลุมฝังศพของแม่ เด็กน้อยทั้งสองคนต่างตั้งอกตั้งใจช่วยแม่ของพวกเขาเก็บวัชพืชรอบๆหลุมศพของคุณยายซูลั่วลั่วแอบหลั่งน้ำตาไม่อยากให้เด็กๆสังเกตเห็น
“ หม่ามี๊คะ คุณยายนอนอยู่ข้างในใช่ไหมคะ” สาวน้อยมองมาที่เธอด้วยน้ำตาคลอเบ้าเธอยังไม่รู้จักคำว่าความเจ็บป่วยและความตาย
เธอยิ้มเล็กน้อย“ ใช่จ๊ะ คุณยายนอนอยู่ข้างใน”
“ คุณยายจะตื่นเมื่อไหร่คะ?”
“ ซินจ๊ะ คุณยายจะไม่ตื่นแล้ว ท่านจะนอนอยู่ที่นี่ไปอีกนานแสนนาน” ซูลั่วลั่ว อธิบายพยายามปกปิดความเศร้าของตัวเอง
เด็กน้อยก้มหน้าครุ่นคิดซักพักก่อนถาม“ หม่ามี๊คุณยายของพวกเราอยู่ที่นี่แล้วคุณพ่ออยู่ที่ไหนคะ”
เด็กหนุ่มเองก็หยุดดึงหญ้าที่กำลังถอนอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมองแม่ สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย
ซูลั่วลั่ว ชะงักก่อนตอบ “ เขานอนอยู่ตรงนั้น”เธอชี้ไปที่ป้ายหลุมศพที่อยู่อีกด้านของสุสาน
เพื่อกำจัดความอยากรู้อยากเห็นของเด็กๆเธอจึงต้องพูดโกหกและเป็เวลาที่ดีที่สุดในการขจัดความสับสนของพวกเขา