ยามสายของอีกวัน
แสงแดดอ่อนสาดส่องเข้ามายังภายในห้องของสตรีที่กำลังหลับใหลอยู่บนฟูกนอนเหล่านกน้อยแข่งกันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวในยามเช้า พร้อมกับหนูตะเภาทองคำตัวจ้อยที่มาะโเรียกอยู่ข้างหูทำเอาคนที่กำลังนอนหลับฝันดีอย่างนาง อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมายามเมื่อได้ยินเสียง
อวี้จื่อลู่ลุกขึ้นนั่งก่อนบิดตัวไปมาไล่ความเมื่อยล้าในหัวก็พลันหวนนึกเื่ราวของเมื่อวาน หลังจากช่วยให้ท่านพ่อปลอดภัยแล้ว ภาพทุกอย่างหน้าก็ดับวูบยิ่งนึกถึงเื่ที่ท่านพ่อโดนวางยาพิษ ใบหน้าเรียวสวยก็มืดครึ้มลงทันทีั์ตาสวยคู่นั้นฉายแววล้ำลึกยากที่จะคาดเดาหากผู้ใดได้มาเห็นคงอกสั่นขวัญผวาไม่น้อย
"นี่...เด็กน้อยเ้าได้ยินที่ข้าเรียกบ้างไหม? แล้วเหตุใดถึงทำหน้าราวกับว่าจะไปฆ่าคนอย่างนั้นกัน"
"ใช่! ข้าจะไปฆ่าคน"อวี้จื่อลู่เผลอพูดความคิดออกมาด้วยความลืมตัว
"ห๊ะ!!! เ้าพูดจริงหรือ?"แม่นางลูกเผ็ดผู้แซ่บยกสวนอดไม่ได้ที่จะถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่านางเองนั้นไม่ได้ฟังผิดไป
"อืม...มันน่าใขนาดนั้นเชียวก็แค่...ต้องฆ่า!!!"
เมื่ออวี้จื่อลู่ยืนยันชัดเจนแล้วว่านางจะไม่ปล่อยให้คนที่คิดร้ายกับครอบครัวนางหลุดรอดไป
"ช่างเถอะ!!หากเ้าตัดสินใจเช่นนี้...ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเถิด ข้าจะนำทางเ้าไปเอง"แม้จะอดขนลุกไม่ได้กับคำว่า 'ต้องฆ่า!!!'ของนาง เด็กตัวแค่นี้กลับพูดคำว่าฆ่าออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเช่นนี้มันช่างน่ากลัวจริงๆดีแล้วที่เลือกจะอยู่นางมิใช่เป็ศัตรู
"ขอบคุณท่านมาก..."
ก่อนจากไปนางก็ได้เขียนจดหมายทิ้งไว้พร้อมกับเร้นกายหายออกไปเหลือทิ้งไว้เพียงห้องนอนที่ว่างเปล่าไร้เ้าของ ส่วนเ้าหนูตะเภาทองคำก็ได้พาตนเองเข้าไปอยู่ด้านในอกเสื้อของอวี้จื่อลู่โผล่ออกมาแค่ส่วนหัวเท่านั้นอวี้จื่อลู่ใช้วิชาตัวเบาลัดเลาะไปตามช่องเขาลึกเข้าไปภายในป่านานกว่าครึ่งชั่วยามก็มาถึงยังวัดร้างตรงตีนเขา
ณ วัดร้างตีนเขาหลิงซาน
เสี่ยวมี่หลังจากที่รู้สึกตัวกลับพบตนเองนั้นโดนใครบางคนมัดมือมัดเท้าตรึงเข้ากับกำแพงแม้จะดิ้นรนกระชากมันสักเท่าไหร่ก็ไม่เป็ผลกลับกันเชือกที่ผูกมัดนางอยู่กลับเสียดสีเข้ากับผิวจนข้อมือเกิดรอยแดงถลอกมีเืไหลซิบออกมมาเล็กน้อยผมยาวสลวยที่เคยจัดเป็ทรงสวยตอนนี้กลับดูไม่น่ามองผมเผ้ากระเซอะกระเซิง
"จะ...เ้าเป็ใคร?"เสี่ยวมี่เอ่ยถามด้วยความหวาดระแวงเด็กตรงหน้าที่มีจิตสังหารอันน่าสะพรึงวนอยู่รอบตัว
"ข้าเป็ใครนะเหรอ...ไม่ใช่ว่าเ้ารู้อยู่แล้วหรอกหรือ?เสี่ยวมี่สุนัขรับใช้ตระกูลกู้สายรอง"น้ำเสียงเย็นะเืดังออกจากปากคู่สวย
เสี่ยวมี่ได้ยินแบบนั้นก็ใหน้าซีดเป็ไปไม่ได้ที่จะมีใครรับรู้ว่านางเป็คนจากบ้านตระกูลกู้สายรองส่งมา"จะ....เ้า!! ปะ...เป็ใครกันแน่" น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสั่นกลัวเสี่ยวมี่ยอมรับเลยว่าสตรีตรงหน้านางนี้ มีบรรยากาศรอบตัวที่น่าหวาดกลัวให้ความรู้สึกเหมือนดั่งปีศาจร้ายที่พร้อมฉีกกระชากร่างของตนเองอยู่ตลอดเวลา
"ขะ...ข้าไม่รู้จักเ้า!!" เสี่ยวมี่ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ ในใจลึกๆก็ยังคงหวาดหวั่นกับท่าทีนั้น
"ถ้าอย่างนั้น!!ข้าจะทบทวนความทรงจำให้เ้าเอง...ดีหรือไม่?" มุมปากยกยิ้มั์ตาฉายแววกระหายเื พร้อมที่จะลากอีกฝ่ายลงไปยังจุดสิ้นสุดของการมีชีวิตอยู่จนเสี่ยวมี่ทนไม่ไหวเอ่ยโพล่งออกมาจนหมดเปลือก
"ข้าผิดด้วยหรือ!!ที่โหยหาความรัก ้าความรักจากใครสักคน ข้าผิดตรงที่ใดกัน..."
"ผิดสิ...ผิดที่เ้าบังอาจมาวางยาท่านพ่อของข้าไง"จากนั้นอวี้จื่อลู่ก็ลงมือทรมานอีกฝ่ายอย่างเืเย็นทั้งยังเอาวิธีทรมานจากในทีวีเมื่อชาติก่อนมาใช้อย่างไม่ลังแลโดยไม่สนใจเลยว่าชุดที่ตนเองสวมใส่จะเปรอะเปื้อนเืมากแค่ไหนกลิ่นคาวเืลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ใน่ที่เสี่ยวมี่สติใกล้เลือนรางก็ได้หวนนึกย้อนไปยังเื่ราวในอดีต
ย้อนไปเมื่อ xx ปีก่อน
ในคืนที่หิมะตกหนักและยาวนานกว่าทุกปีทำให้หลังคาบ้านที่รับน้ำหนักของหิมะไม่ไหวพังร่วงหล่นลงมาทับร่างมารดาจนสิ้นใจเด็กน้อยในวัยห้าหนาวนั่งร้องไห้กอดร่างของมารดาที่ไร้สิ้นลมหายใจเพราะทนความหนาวเย็นและทนพิษาแไม่ไหวหลังจากมารดาสิ้นใจเด็กน้อยก็เริ่มออกไปทำงานรับจ้างทุกอย่างไม่ว่าจะยกของทำความสะอาด ทำทุกอย่างเพื่อประทังชีวิตจนวันหนึ่งในขณะที่เสี่ยวมี่กำลังเดินกลับบ้านก็พบเจอกับบุรุษวัยกลางคนเขาเสนอรับนางไปเลี้ยงดูอยู่ในจวน โดยยกเหตุผลต่างๆ มาหว่านล้อมจนในที่สุดเด็กน้อยอย่างเสี่ยวมี่ก็ตอบรับคำพูดของบุรุษผู้นั้นอย่างไร้เดียงสาหลังจากที่เสี่ยวมี่เข้าไปอาศัยอยู่ในจวนตระกูลกู้สายรองนานถึงสี่ปีสี่ปีที่อยู่ที่นั่นได้สร้างความหวาดกลัวขึ้นในใจให้นางเป็อย่างมาก นางมักจะถูกผู้นำตระกูลเรียกเข้าไปห้องลับชั้นใต้ดินแรกๆ เสี่ยวมี่โดนทุบทีทั้งโดนทรมานร่างกายจนแทบสิ้นใจในทุกๆ วันผ่านไปเพียงไม่นานผู้นำตระกูลก็ได้จับนางไปฝึกการต่อสู้เพื่อหวังผลบางอย่างเท่านั้นยังไม่พอเสี่ยวมี่มักจะโดนกู้ฉิงบุตรสาวของผู้นำตระกูลกู้สายรองทุบตีอยู่บ่อยครั้งเมื่ออะไรไม่เป็ไปตามที่นาง้า กู้ฉิงมักจะอารมณ์ร้ายและฉุนเฉียวหากอะไรไม่ได้ดั่งใจก็ขว้างปาข้าวของ ทุบตีบ่าวไพร่จนแทบไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปเฉียดเรือนของกู้ฉิงเสี่ยวมี่กัดฟันอดทนกับการกระทำของกู้ฉิงมาโดยตลอดได้แต่ภาวนาไว้ว่าสักวันหนึ่งหากนางออกไปจากตระกูลนี้ได้ก็จะไม่ขอหวนกลับมาอีกจนในที่สุดความหวังของเสี่ยวมี่ก็เป็จริงเมื่อผู้นำตระกูลกู้สายรองได้เรียกนางเข้าไปคุยบางสิ่งพร้อมกับไหว้วานให้ทำงานบางอย่างหากงานนี้สำเร็จเขาก็จะปล่อยเสี่ยวมี่ไปตามทางที่นาง้าโดยจะไม่ตามไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ทั้งสิ้น
เสี่ยวมี่ในวัยเก้าหนาวหลังจากออกมาจากจวนตระกูลกู้นางได้บังเอิญช่วยชีวิตของลู่เยวี่ยนจากการโดนรถม้าพุ่งใส่ทำให้ลู่เยวี่ยนที่รู้สึกทราบซึ้งใจในการกระทำของเสี่ยวมี่จึงได้รับนางเข้ามาเป็บ่าวข้างกายตลอดเวลาที่เสี่ยวมี่อยู่รับใช้ข้างกายลู่เยวี่ยนในตระกูลลู่ลู่เยวี่ยนกลับไม่เคยตบตีหรือทำร้ายบ่าวไพร่ในจวนทั้งยังปฏิบัติกับเสี่ยวมี่ไม่ต่างจากคนในครอบครัวมีอะไรลู่เยวี่ยนก็มักนำมาแบ่งปันกับนางทุกครั้งจนเวลาล่วงเลยไปจากเด็กน้อยกลายเป็เด็กสาวลู่เยวี่ยนที่นางคอยดูแลรับใช้มาตลอดเริ่มโตขึ้นกลายเป็สตรีที่งดงามและน่าหลงไหลจากนั้นความรู้สึกเสี่ยวมี่ก็เริ่มเปลี่ยนไปหากได้ยินจากคนในเรือนเอ่ยถึงบุรุษที่มาชอบพอลู่เยวี่ยนถึงขั้นจะส่งแม่สื่อมาทาบทามในใจก็ร้อนรนดั่งไฟสุมอกคิดเพียงอย่างเดียวคนผู้นั้นมันต้องตายและแล้วก็เป็จริงดั่งที่เสี่ยวมี่้า ทุกครั้งที่มีข่าวเช่นนี้ออกมาเสี่ยวมี่ก็จะจัดการสังหารคนผู้นั้นทันทีทว่ามีเพียงคนเดียวที่เสี่ยวมี่ทำไม่สำเร็จนั่นก็คือกู้หลงซานแม้กู้หลงซานจะไม่ได้มีท่าทีว่าจะชอบลู่เยวี่ยนแต่นางก็มิอาจปล่อยกู้หลงซานไปได้เพราะเขาคือคนที่ผู้นำตระกูลกู้สายรอง้าให้นางกำจัดเขาทิ้งยิ่งมารู้ว่าลู่เยวี่ยนนั้นมีใจชมชอบในใจก็ยิ่งเ็ป คิดหาวิธีการต่างๆในการกำจัดเขาก็ไม่สำเร็จสักครั้งจนในที่สุดโอกาสของเสี่ยวมี่ได้มาถึงเมื่อลู่เยวี่ยนให้นางไปนัดพบกู้หลงซานที่เหลาอาหารแห่งหนึ่งในระหว่างที่กู้หลงซานและลู่เยวี่ยนเปิดใจพูดคุยปรับความเข้าใจกันเสี่ยวมี่จึงใช้โอกาสที่ทั้งสองไม่ทันระวังทำทียกชามารินให้ลู่เยวี่ยนและกู้หลงซานเพียงแค่ชั่วครู่เสี่ยวมี่แอบใส่ยาลงไปในถ้วยชาของกู้หลงซานจากนั้นก็ทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะรับออกมาตรงๆต่อหน้าอวี้จื่อลู่ด้วยน้ำเสียงสะใจ
"ใช่!!...ข้านี่แหละที่เป็คนวางยาเขาเป็ยังไงบ้างล่ะ!!...มันตายไปรึยัง?" พลางส่งเสียงหัวเราะด้วยความสุขใจ"อ้อ...แต่คงจะไม่รอดสินะ ช่างน่ายินดีอะไรเยี่ยงนี้"
"เ้านี่มัน!!!...ช่างเป็คนที่น่าสะอิดเอียนเสียจริงแต่...ไม่เป็ไรข้ายังพอมีเวลาอยู่เล่นกับเ้าอีกสักหน่อย" จากนั้นอวี้จื่อลู่ก็ลงมือทรมานอีกครั้งส่วนแม่นางลูกเผ็ดผู้แซ่บยกสวนก็ได้เข้าไปอยู่ในมิติของอวี้จื่อลู่ก่อนแล้วเพราะนางรู้สึกว่าอวี้จื่อลู่นั้นน่าหวาดกลัวจนเกินไปยามที่นางมีโทสะเลยเลือกจะไม่อยู่ดูต่อขอนางเข้านอนแทะสมุนไพรเล่นยังจะดีกว่า
ต่างจากเสี่ยวมี่ที่ตอนนี้สภาพดูไม่ดีสักเท่าไหร่"ถุ้ย!!...หากข้าไม่ได้ตัวคุณหนู คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้ต่อให้ต้องฆ่านางข้าก็จะทำเพื่อที่นางจะได้อยู่กับข้าไปจนนิรันดร์ดั่งเช่นท่านแม่ของข้า..."เสี่ยวมี่แสยะยิ้มออกมาอย่างน่าสะอิดสะเอียน ส่งเสียงหัวเราะดังลั่นใบหน้าที่เคยดูดีบิดเบี้ยวอาการคล้ายคนจิตไม่ปกติ
"ก็ดี...เช่นนั้นข้าจะส่งเ้าไปอยู่กับมารดาของเ้าแทนก็แล้วกันอ้อ...อีกอย่างนะท่านน้าลู่เยวี่ยนน่ะ เป็ของท่านพ่อข้าหาใช่ของเ้าไม่!!"พอกันที่ข้าไม่อยากเวลามากไปกว่านี้แล้ว"แม่นางลูกเผ็ด!!...เอามันออกมาให้ข้า" พูดจบอวี้จื่อลู่ก็จับปากเสี่ยวมี่อ้าออกพร้อมกับกรอกพิษโลหิตสลายหรืออีกความหมายคือหากใครโดนพิษชนิดนี้เข้าไปจะโดนดูดเืออกจากร่างกายจนหมดเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกแทนพร้อมกับดับลมหายใจไปด้วยเช่นกัน
แม้ว่าเื่ราวเหล่านี้จะบีบหัวใจคนฟังสักแค่ไหนก็ไม่อาจทำให้อวี้จื่อลู่รู้สึกสงสารหรือเห็นใจแม้แต่น้อยเพราะสตรีชั่วช้าคนนี้เกือบทำให้นางต้องกลายเป็คนไร้บิดาอีกครั้งต่อให้เป็แม่นางลู่เยวี่ยนที่เป็คนรักของท่านพ่อคุกเข่าขอร้องยังไงนางก็ไม่มีทางปล่อยสตรีผู้นั้นไปได้
ด้านกู้หลงซานหลังจากได้อ่านจดหมายของอวี้จื่อลู่ก็รีบเร่งรุดหน้าไปหาลู่เยวี่ยนพร้อมกับพาตัวนางไปยังวัดร้างที่เขาหลิงซานตามที่อี้ซื่อได้บอกมาทว่าเมื่อมาถึงยังไม่ทันที่ทั้งสองได้ก้าวเท้าเข้าไปก็ได้ยินเสียงพูดคุยด้านในดังออกมาจึงได้หยุดอยู่ด้านนอกเพื่อฟังเื่ราวทุกอย่าง หลังจากได้ฟังเื่ทั้งหมดลู่เยวี่ยนถึงกับเข่าทรุดลงไปนั่งกับพื้นโดยมีกู้หลงซานคอยกอดปลอบประโลมอยู่ข้างๆน้ำตามากมายไหลรินออกมาเปื้อนใบหน้างดงาม ความรู้สึกต่างๆ ตีกันปนเปไปหมดมีทั้งความผิดหวัง ความเสียใจนางไม่เคยเฉลียวใจเลยสักนิดว่าเสี่ยวมี่จะกลายมาเป็แบบนี้ 'นางช่างเป็ตัวโง่งมโดยแท้'