บทที่ 19
เลื่อนระดับ
หลังจากที่อยู่ภายในหุบเขาอสูรสายหมอบมาเป็เวลาเดือนครึ่ง ลู่เฟิ่งพัฒนาระดับพลังของตนเอง
ตอนนี้ขอบเขตของมันขึ้นไปอยู่ในขอบเขตสร้างพลังขั้นที่ 4 เรียบร้อยแล้ว ความสามารถของลู่เฟิ่งใน่อายุเพียงแค่นี้คงจะพูดได้เพียงอย่างเดียวว่าเขาคืออัจฉริยะ
ถ้าเกิดว่ามีคนรู้เกี่ยวกับเื่นี้ล่ะก็ มันคงจะกลายเป็ข่าวใหญ่ที่กระจายไปทั่วทั้งดินแดนอย่างแน่นอน
ลู่เฟิ่งเมื่อสามารถทะลวงขึ้นไปสู่ระดับขอบเขตสร้างพลังขั้นที่ 4 ได้เรียบร้อยแล้ว เขามีจุดประสงค์ว่าจะออกจากหุบเขาแห่งนี้
“ มาถึงระดับนี้ได้รวดเร็วเกินคาด ”
“ ในตอนแรกคิดว่าจะใช้เวลาอีกครึ่งเดือนซะอีกกว่าที่จะมาถึงในระดับนี้ ”
“ แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้เป็แบบนั้น ในตอนนี้สามารถขึ้นมาอยู่ในระดับขอบเขตสร้างพลังขั้นที่ 4 ได้แล้ว ”
“ การพัฒนาภายในหุบเขาแห่งนี้มันก็ไม่เลวนัก ถ้าเกิดว่าเข้าไปภายในหุบเขาส่วนที่มันลึกกว่านี้ ”
“ ใช้เวลาอีกครึ่งเดือนคงจะสามารถทะลวงขึ้นไปอยู่ในระดับที่สูงกว่าสร้างพลังได้อย่างแน่นอน ”
“ แต่ว่าในตอนนี้เวลาที่จะต้องกลับไปที่ตำหนักบ่มเพาะมันก็ใกล้เข้ามาทุกที ”
“ ตอนนี้หนอนเยือกแข็งบำเพ็ญจนมันอยู่ในขอบเขตขุนพลระดับ 5 ดาวเรียบร้อยแล้ว ”
“ ส่วนเ้าหมาป่าทมิฬก็ขึ้นมาอยู่ในระดับขุนพล 7 ดาวเมื่อไม่นานมานี้ ”
“ ส่วนตัวที่น่าจะใกล้เคียงกับการพัฒนาระดับมากที่สุดก็คงจะเป็ตะขาบอัสนี ”
“ ใน่ที่ผ่านมาตะขาบอัสนีทำการสังหารอสูรอย่างต่อเนื่อง ดูดทรัพย์เืของสัตว์อสูรเป็จำนวนมากเข้าไปเป็พลังภายในร่างกาย ”
“ ทำให้ขอบเขตของมันในตอนนี้ยกระดับเพิ่มพูนขึ้นมามากกว่าเดิม กลายเป็สัตว์อสูรที่อยู่ในระดับขุนพลระดับ 9 ดาว ”
“ เหลืออีกเพียงแค่เล็กน้อยมันก็สามารถทะลวงระดับขึ้นไปสู่ระดับราชันได้แล้ว ”
ในขณะที่ลู่เฟิ่งกำลังยืนอยู่บริเวณ้าโขดหิน ลู่เฟิ่งก็ััได้ถึงบางอย่าง ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นในทันที
ลู่เฟิ่งหันไปมองบริเวณด้านหลังล่างของตะขาบอัสนีมันเคลื่อนที่กลับมาจากการล่า ตะขาบอัสนีมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปร่างกายของมันเริ่มมีออร่าพลังปลดปล่อยออกมาเป็จำนวนมาก
ลู่เฟิ่งรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่มันกำลังจะเกิดขึ้น “ อย่าบอกนะว่า..”
“ นี่การดูดซับเืของสัตว์อสูรในการล่าครั้งล่าสุดทำให้เ้ากำลังจะเลื่อนระดับอย่างนั้นหรือ? ” ลู่เฟิ่งรู้ได้ในทันทีว่าสัตว์อสูรที่อยู่ด้านหน้ากำลังจะเลื่อนระดับ
ร่างกายของมันกำลังเปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงของสัตว์อสูรหรือว่าการยกระดับ คือการพัฒนาเช่นเดียวกับการก้าวข้ามขอบเขตของผู้ฝึกฝนที่เป็มนุษย์นั่นแหละ
ถ้าจะให้พูดก็คือเมื่อสัตว์อสูรทำการบ่มเพาะมาจนถึงระดับสูงสุดของขั้นนั้นแล้ว มันสามารถทำการทะลวงระดับเพื่อเปลี่ยนแปลงความแข็งแกร่งของขอบเขตได้
ลู่เฟิ่งมองเห็นเ้าตะขาบอัสนีที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเอง ในตอนนี้ร่างกายของมันกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ
ตะขาบอัสนีตัวนี้มันมีออร่าภายในร่างกายที่เปลี่ยนไป มันคือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะทะลวงระดับไปสู่ระดับถัดไป
“ เข้าใจแล้วถ้าแบบนั้นตัวของฉันก็คงจะยังไม่ได้ออกจากที่นี่ใน่ 3 วันนี้สินะ ”
“ วางใจเถอะเ้าทำการทะลวงขีดจำกัดของตนเองได้เลย ” ลู่เฟิ่งบอกกับตะขาบอัสนีที่อยู่ด้านหน้า
อันข้ามขีดจำกัดของสัตว์อสูรหรือการทะลวงขอบเขตของมัน มันจำเป็จะต้องใช้เวลาไม่ได้แตกต่างจากมนุษย์
ลู่เฟิ่งในตอนแรกคิดว่าจะออกไปจากป่าแห่งนี้ ดูเหมือนว่าเขาจำเป็จะต้องเฝ้าชันอสูรของตนเองที่กำลังจะพัฒนาข้ามระดับก่อน
ตะขาบอัสนีร่างกายของมันเปล่งแสงเปลือกที่ห่อหุ้มร่างกายของมันค่อยๆแตกออกอย่างช้าๆ หลังจากนั้นร่างกายของมันก็หดตัวกลายเป็ก้อนกลมๆ
แสงสว่างไสวที่เกิดจากพลังิญญาห่อหุ้มตัวมันเอาไว้ ตอนตะขาบอัสนีกำลังทะลวงระดับของมัน“”
ลู่เฟิ่งนั่งลงที่โขดหินเช่นเดิมในขณะเดียวกันก็ยกการป้องกันให้สูงขึ้น “ จำเป็จะต้องเฝ้ามันเอาไว้ ”
“ ใน่เวลา 3 วันนี้พลังิญญาของสัตว์อสูรที่พัฒนาระดับ ”
“ มันจะเป็พลังิญญาที่ทำให้พวกสัตว์อสูรที่อยู่รอบๆนั้นััได้ ”
“ การที่สัตว์อสูรพัฒนาระดับมันจะมีพวกสัตว์อสูรหลายตัวที่ตั้งใจที่จะมาทำร้าย เพราะว่า้าพลังิญญาของสัตว์อสูรที่กำลังเลื่อนระดับ ”
“ เพราะแบบนั้นจำเป็จะต้องเฝ้าสถานที่แห่งนี้เอาไว้ให้ดี ” ลู่เฟิ่งรู้ดีเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองนั้นจำเป็จะต้องทำ
สัตว์อสูรที่กำลังพัฒนาระดับ มันไม่สามารถโต้ตอบพวกสัตว์อสูรตัวอื่นๆที่เข้ามาโจมตีได้ แบบนั้นนี่จึงเป็หน้าที่ของเขาที่จำเป็จะต้องดูแล
ลู่เฟิ่งคุ้มกันตะขาบอัสนีที่กำลังเลื่อนระดับในตอนนี้ หลังจากนั้นเวลามันก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ลู่เฟิ่งจำเป็จะต้องกำจัดสัตว์อสูรที่เข้ามาใกล้ๆ
มันเป็อย่างที่ตัวของเขานั้นคิดเอาไว้ พัฒนาระดับของตะขาบอัสนีมันเป็ที่ล่อตาล่อใจของสัตว์อสูรมากมาย
ทำให้่เวลา 3 วันนี้มีสัตว์อสูรเข้ามาภายในบริเวณนี้อย่างต่อเนื่อง แต่เพราะว่าระดับของลู่เฟิ่งพัฒนาจนขึ้นไปอยู่ในระดับสร้างพลังแล้ว
จึงทำให้พวกสัตว์อสูรที่เข้ามาใกล้ๆไม่มีใครที่สามารถต่อกรกับเขาได้เลย ลู่เฟิ่งสังหารพวกมันอย่างง่ายดายเขายังมีหมาป่าทมิฬที่เป็สัตว์อสูรระดับขุนพลที่ตอนนี้พัฒนาขึ้นมาถึงระดับ 7 ดาว
เพราะแบบนั้นพวกสัตว์อสูรที่เข้ามาใกล้ภายในบริเวณนี้ก็ทำได้เพียงแค่เป็เหยื่อให้กับคมเขี้ยวของพวกเขาเท่านั้น
ผ่านไป 3 วัน
ท้องนภานั้นสว่างไสวแสงอาทิตย์อุ่นๆส่องผ่านม่านเมฆลงมา ใน่ยามบ่ายที่ใกล้เข้าสู่่ยามเย็น
ลู่เฟิ่งกำลังนั่งอยู่บนโขดหินย่างเนื้ออยู่ใกล้ๆกองเพลิง ร่างของตะขาบอัสนีอยู่ในขั้นตอนพัฒนาระดับมาเป็เวลา 3 วัน
ลู่เฟิ่งที่กำลังนั่งรอมันอยู่เขาเริ่มััได้ถึงพลังอันแข็งแกร่ง ลู่เฟิ่งเงยหน้าของตนเองขึ้นมามองตรงไปที่ร่างของตะขาบอัสนีที่อยู่ภายในแสงสีขาว
“ ดูเหมือนว่าจะสำเร็จแล้ว.. ”
ในที่สุด่เวลาที่กำลังรออยู่ก็สำเร็จสักที แสงสีขาวสว่างไสวเริ่มค่อยๆแปรเปลี่ยนกลายเป็รูปร่าง
ตะขาบอัสนีมันพัฒนาระดับให้ขอบเขตพลังของมันน้ำแข็งแข็งมากขึ้น การเลื่อนระดับจากระดับขุนพลระดับต่อไปที่มันสามารถพัฒนาไปได้ก็คือระดับราชันย์
สัตว์อสูรที่อยู่ในระดับราชันพลังของมันนั้นแข็งแกร่งเทียบเท่ากับผู้ฝึกฝนวรยุทธที่อยู่ในระดับกลางเลยทีเดียว
ตะขาบอัสนีที่ค่อยๆฟักตัวออกมาจากแสงสีขาว ร่างกายของมันมีขนาดใหญ่ขึ้น ตอนนี้ตัวของมันมีความยาวขึ้นมากกว่าเดิม 1 เท่าตัว ยังมีขนาดใหญ่มากขึ้นอีกด้วย
ร่างกายส่วนนอกเองก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เปลือกของมันกลายเป็สีเหลืองทองแถมยังมีออร่าสายฟ้าปกคลุมอยู่ตลอดเวลา
มีรูปลักษณะที่ดูน่าเกรงขามมากขึ้น แถมมีออร่าพลังที่ปลดปล่อยออกมาที่แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
“ ดูเหมือนว่าจะสำเร็จ ”
“ นี่คือร่างของเ้าตอนที่ไปอยู่ในระดับขอบเขตราชันย์อย่างนั้นหรือ.. ”
ขนาดของมันในตอนนี้ใหญ่พอที่จะให้มนุษย์ 2 คนขึ้นไปขี่หลังมันได้อย่างง่ายดาย
ลู่เฟิ่งยกยิ้มขึ้นที่มุมปากรู้ได้ในทันทีแม้ว่าจะยังไม่เห็นพลัง เขาสามารถััได้ถึงความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรของตนที่พัฒนาขึ้น
“ เอาล่ะเสร็จเรียบร้อยแล้วถ้าแบบนั้นก็ออกจากหุบเขาแห่งนี้กัน ”
“ ข้าจะมุ่งตรงไปยังเมืองไป๋จี้..ที่นั่นมีเื่ที่พวกเราจำเป็จะต้องทำ ” ลู่เฟิ่งเตรียมตัวออกจากหุบเขาอสูรสายหมอก ยังเหลือเวลาอีกประมาณครึ่งเดือนก่อนที่จะกลับไปตำหนักบ่มเพาะ
จบบท