จากเมื่อคืนที่ทั้งสอง เปิ้ลและส้มโรมรันอย่างเมามันส์ บ้าคลั่งจนดึกดื่น ดีที่วันนี้เป็วันหยุด สองคนยังคงนอนระเนระนาดบนเตียงแต่
เวลาผ่านไปชั่วครู่ แสงแดดอ่อนเริ่มแยงตา แอปเปิ้ล ที่นอนขาก่ายตัวส้มก็เริ่มขยับร่างของเธอ มื้อขยี้ตา แต่เห็นว่าคู่นอนยังหลับอยู่เลยอยากแสดงอิทธิฤทธิ์ต่อ
เปิ้ล ค่อยๆ ขยับร่างนอนตะแคงยกขาซ้ายขึ้นทำให้ชายเสื้อชุดนอนแดง (ไม่ได้นอน) สายเดี่ยวลูกไม้ ถดขึ้นมาต้นขาเผยให้เห็นขา
ขาวเนียนขึ้นไปอีก เธอเริ่มใช้ริมฝีปากขบติ่งหูคู่นอนเบาๆ สลับมาดูดซอกคอจุ๊บที่แก้ม ส่วนนิ้วชี้ซ้าย ก็เขี่ยเล่นแถวยอดเนินถันของส้ม แต่เจอ
อย่างนี้ใครจะนอนอยู่เฉยได้ ส้มเริ่มขยับตัว ผงกหัวขึ้นมามองคู่ขา ที่กำลังบิ้วท์อารมณ์แต่เช้า
ส้มนาว – ยังไม่อิ่มหรอ ตัวเองเมื่อคืน (ถามแบบงัวเงีย ยิ้มๆ)
แอปเปิ้ล - แล้วถ้าอิ่มจะลุกมาทำ ทำไมละ นอนดีกว่าไม๊ (ตอบแบบท้าทาย)
“อื้ม พูดอย่างนี้ เอากันเลยไม๊”
“แล้วรออะไรอยู่ละ อุตส่าห์ปลุกให้ตื่นแล้วเนี่ยเอาเลยสิค่ะ” เปิ้ลตอบเสียงกระเส่าช่างเย้ายวน
ไม่รอช้า ต่างคนต่างกอดรัดฟัดเหวี่ยง ไม่ต่างจากมวยคู่เอกที่ออกอาวุธใส่กันไม่มีใครถอย เสื้อผ้าที่ใส่จากเมื่อคืน ถูกถอดโยนไปคน
ละมุมห้อง เรือนร่างสาวนักร้องเห็นดูแมนๆ แต่พอปราศจากอาภรณ์ ดูซ่อนรูปไม่เบา ความขาวไม่เป็สองรองใคร @@ เธอทั้งสอง ปักหลัก
คุกเข่าบนเตียงแลกลิ้นกันไปมาอย่างดุเดือด ส่วนมือทั้งสองข้างของเปิ้ล ก็ขยำแก้มก้นคู่นอนอย่างมันส์จนเป็รอยแดง
เช่นกัน ส้มก็ตอบสนองกลับ ใช้สองมือลูบไล้ไปตามร่างขาวเนียนที่เธอจูบอยู่จนทั้งสองเปลี่ยนกระบวนท่า กระทั่งสิ้นสุดความกำหนัด
ก็ร่วมๆ เกือบชั่วโมง เหงื่อไหลไคลย้อยและลุกไปอาบน้ำ จัดกันต่อในห้องน้ำอีกยก
##########
ราวๆ เกือบ 10 โมง “กริ๊ง กริ๊งกริ๊ง” น้าแก้วเดินมารับสาย “ฮัลโหล สวัสดีค่ะ นั่นใครพูดค่ะ” “อ้อนั่น น้าแก้วใช่ไหม ค่ะ
หนูชื่อ ตุ๋มติ๋ม เพื่อนของเร นะค่ะน้า”ตุ๋มติ๋มทักทาย
“อ๋อ ตุ๋มติ๋ม เหรอ มีอะไรจ๊ะ”
“เอ่อ พอดีหนูว่า จะชวนเรไปวัดด้วยกันวันนี้่ 11 โมง แล้วเร อยู่บ้านไม๊ค่ะ ตอนนี้”
“อ่อ อยู่จ๊ะแต่น่าจะทำอะไรอยู่บนบ้านโน่นแหละ”
“งั้นยังไงหนู ฝากน้าแก้ว บอกเรด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ” ตุ๋มติ๋ม กำชับน้าแก้วอีกรอบ
“ได้จ๊ะ เดี๋ยวน้าจะบอกให้” (ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด)
พอเรนิตา ลงมาจากชั้นบน น้าแก้ว ก็เลยบอกให้หลานสาวทราบว่า ตุ๋มติ๋มโทรมาหา เธอจึงรีบจัดแจงธุระส่วนตัวเสร็จ จากนั้นก็มายืน
รอรถประจำทางที่หน้าถนนใหญ่แค่อึดใจเดียว มีมอเตอร์ไซค์คันนึง ขี่มาเทียบฟุตบาท “น้องเร น้องเรจะไปไหนเหรอ” เสียงผู้ชายที่คุ้น
เคย ะโมาในระยะห่างจากเธอไม่ถึง 2 เมตร จนเธอต้องเอียงหน้าช้าๆไปมอง “อ่อ พี่คิม” เรนิตา ขยับปากพูดเบาๆ ไม่แสดงอาการดีใจ
หรือตื่นเต้นอะไร ต้องเก็บอาการให้เค้ารู้ว่า เธอมีเื่ที่ไม่พอใจคิมหันต์อยู่ ว่าแล้วก็ทำหน้านิ่งหันกลับมามองถนนตามเดิม
“วันนี้ ให้พี่ไปส่งให้ไม๊” คิมหันต์ เริ่มรุก แต่เธอก็ทำหน้ามองตรงส่ายหัวเบาๆ เป็การปฏิเสธ และเหมือนจะทำให้คิมหันต์เสียอาการ
เล็กน้อย เค้าเลยตั้งสติรวบรวมความกล้าถามไปใหม่“ขึ้นรถไปด้วยกันเถอะ รอนาน เดี๋ยวร้อน ผิวจะดำ ไม่สวยนะ แล้วนี่น้องเรนัด
เพื่อนไว้ไม่ใช่เหรอ”
“ไม่สวยก็ช่าง ไม่เป็ไร” เรนิตาสวนกลับ และทำหน้างงว่าคิมหันต์รู้ได้ไงว่าเธอมีนัดกับใคร “พี่คิมรู้เหรอว่า เรนัดกับใคร” “อืม
พี่ ก็ไม่รู้หรอก แค่เดาเอาว่าถ้าแต่งตัวออกมาอย่างนี้ คงต้องมีนัด” คิมหันต์คาดเดาเหมือนรู้
สุดท้ายใจคน ก็ไม่แข็งไปกว่าหิน เรนิตายินยอมพร้อมใจขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปกับคิมหันต์ โดยยังนั่งหันข้างเช่นเดิม แล้วจุดหมายปลาย
ทางที่ไปเรนิตา ก็ไม่ได้บอกคิมหันต์ แต่เค้าดันพาไปยังวัดที่นัดไว้กับตุ๋มติ๋ม ตอน 11 โมง @@ เธอคุยกับเค้าว่า “รู้เหรอว่า เรจะไปที่ไหน
เห็นไม่ถามอะไรเลย” แต่เ้าของมอเตอรไซค์ ไม่ตอบ เพียงแค่เอียงหน้ามาทางซ้ายปะทะสายตากับเธอแล้วพยักหน้า(ยิ้มมุมปาก) เหมือน
บ่งบอกว่า จะพาเธอไปที่ไหน
เรนิตา เห็นแววตาที่คิมหันต์มองมา เธอรีบเบี่ยงหน้ามองทางอื่น จิกด้วยหางตาเล็กน้อยคล้ายคนที่ยังมีอารมณ์งอน เคืองอยู่ แม้คิมหันต์
จะพยายามเอาใจอยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส@@ และไม่ถึง 10 นาที สองล้อคู่ใจของช่างภาพหนุ่มก็พามาถึงวัด ซึ่งเป็วัดที่เรนิตากับน้าแก้ว เคย
มาทำบุญด้วยกันและเจอป้านวลที่นี่
ทว่า ตุ๋มติ๋ม ขนม และกระถิน มานั่งรอกันอยู่แล้วที่ใต้ต้นโพธิ์ เมื่อเรนิตาลงจากรถ เสียงดังะโมาแต่ไกล
ตุ๋มติ๋ม - เร เร ทางนี้ (ยกมือโบกให้รู้)
เรนิตา – (รีบเดินไม่รอคิมหันต์) อ้าวไงพวกแก มานานแล้วเหรอ
ขนม - มาได้ซักพัก อ้าวแล้วพาใครมาด้วย (แล้วหันไปยิ้มๆกับตุ๋มติ๋ม เหมือนรู้กัน)
“อ้อ นั่นพี่คิมนิอย่าบอกนะว่าแกชวนมาวัดด้วย” ตุ๋มติ๋ม แซว
“อืมไม่รู้สิ ไม่ได้ตั้งใจพามาด้วยนะ แต่ทำไมเหมือนรู้ว่าเราจะมาที่วัดเนี่ย” เรนิตา ตอบแบบคลางแคลง
(เรนิตา ส่ายหัว ปฏิเสธคำพูดของตุ๋มติ๋ม แต่ก็หันมาจ้องตาจับผิด ตุ๋มติ๋มและขนม ว่าใครกำลังปิดบังเธอ เื่ที่คิมหันต์มารับเธอขึ้นมอเตอร์ไซค์พามาวัด) @@ สองคนนั้น เหมือนรู้เลยรีบเดินหลบสายตาเรนิตาตรงเข้าไปที่โบสถ์พระประธาน ส่วนเรนิตา ก็เดินเกาะกลุ่มกับ
เพื่อนหญิงของเธอติดๆพยายามไม่เดินคู่กับคิมหันต์ ตัวเค้าเองก็ยินดี ที่จะคนเดียวตามหลังน้องๆ ผู้หญิง
กลุ่มของเรนิตา เข้ากราบพระประธานในโบสถ์แล้ว ก็หันไปกราบพระสงฆ์ที่อยู่ด้านข้างอีกครั้งก่อนที่เรนิตาและเพื่อน จะเดินออกจาก
โบสถ์ “โยม รอซักเดี๋ยว” หลวงพ่อท่านทักทำเอาตุ๋มติ๋ม ขนม กระถิน และเรนิตา หันมามอง “หนูหรือค่ะ” ขนมถาม “โยมเสื้อขาวนั่น
แหละ” หลวงพ่อชี้ไปทางเรนิตา “อ้อ หลวงพ่อท่านหมายถึงแก เร”ขนมสะกิดบอก ที่เหลือทั้งหมดจึงออกไปรออยู่หน้าโบสถ์
เรนิตา คุกเข่าลงอีกครั้ง มองไปที่หลวงพ่อ เธอจำได้ ว่าคือหลวงพ่อรูปเดิม ท่านไม่พูดอะไร แค่ล้วงมือไปในย่าม แล้วหยิบ “โยม
รับไป น้ำมนต์นี่ที่อาตมาเคยให้ สิ่งใดที่ยังอยู่รอบตัวแล้วคอยมารังควาญ หรือคนรอบกายเจอเหตุเภทภัยที่ไม่ดีชะล้างมันออกเสีย” หลวงพ่อ ท่านพูดแค่นั้น @@ เรนิตา ก็รับขวดน้ำมนต์ขึ้นมา “ขอบคุณค่ะหลวงพ่อ” และก้มกราบหลวงพ่ออีกครั้ง
ขณะเดินออกจากโบสถ์ เรนิตา เลยเดินคิดไปพลาง นึกถึงตอนที่ไปทานข้าวกับเพื่อนเธอและเจอคิมหันต์ไปกับแอปเปิ้ล แล้วเธอฉวย
จังหวะ เอาขวดน้ำมนต์สาดใส่หลังคิมหันต์ตอนเค้าออกจากห้องน้ำและหลังจากนั้นเป็ต้นมา คิมหันต์ ทำท่าทีออกห่างจากแอปเปิ้ล และ
มาใกล้ชิดกับเธอเหมือนเดิมเธอมองที่ขวดน้ำมนต์อีกครั้ง และพึมพำเบา “รึว่า มันจะได้ผลจริงๆอย่างที่หลวงพ่อท่านบอก”
พอเดินห่างออกจากโบสถ์ “อ้าว แล้วเมื่อกี้ หลวงพ่อท่านเรียกแกทำไมรึ” ขนมสงสัย “อ๋อ ท่านให้ขวดน้ำมนต์ไว้นะ เอาไป
ประพรมให้เป็สิริมงคล”เรนิตา บอกเพื่อนๆ
##########
ตกบ่าย เรนิตาและเพื่อน มาเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งนอกเมืองนนท์ ปล่อยให้คิมหันต์เดินตามหลังเช่นเดิม ซื้อของกันจน
หนำใจ ใกล้จะ 5โมงเย็น ก็ถึงเวลาแยกย้ายกลับบ้านกัน และนั่นก็เป็่เวลาเดียวกับที่แอปเปิ้ลและส้มนาวมาเดินที่ห้างนี้ด้วยเช่นกัน ระ
หว่างที่ส้มไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้แอปเปิ้ลรอที่ทางเข้าห้างด้านนอก ของลานจอดรถในอาคาร
จังหวะนั้นคมเพชรออกจากห้องน้ำ จะไปที่ลานจอดรถได้เดินสวนกับกระถินที่มาเข้าห้องน้ำเช่นกัน ซึ่งเธอเหลือบตามอง ก็นึกในใจว่า
เคยเห็นผู้ชายคนนี้ที่ไหน @@ พอคมเพชรเดินถึงหน้าประตูทางเข้าห้าง บริเวณที่จะออกไปลานจอดรถกวาดสายตาไปรอบๆ เห็นสาววัยรุ่น
หุ่นขยี้ใจ เค้าจำเธอได้ทันที “เด็กคนนั้นนี่หว่า” พูดออกมาเบาๆ
แผนร้ายก็ผุดขึ้นในหัว หยิบขวดน้ำมันเสน่ห์พรมลงฝ่ามือเล็กน้อย ทำทีเข้าไปทักแอปเปิ้ลใช้มือที่มีน้ำมัน ััไปที่แถวข้อศอกเธอ
แม้สาวเ้าจะทักทายแบบไม่เต็มใจแต่ผ่านไปไม่นาน อาการของเธอเริ่มกลับมาเหมือนเดิม ดูงุ่นง่าน กระสับกระส่ายสายตาเริ่มหยาดเยิ้ม
ชวนเชิญให้ผู้ชายเข้าหา แล้วก็ถูกคมเพชร ฉุดลากไปที่รถของเขาหมายขืนใจ
พอกระถินทำธุระเสร็จ ออกมายืนล้างมือจนนึกขึ้นได้ นั่นคือ คมเพชรที่เคยมาสำนักข่าว และให้ของสิ่งหนึ่งแก่แอปเปิ้ล เธอรีบออก
จากห้องน้ำ วิ่งไปบอกเรนิตาตุ๋มติ๋ม และคิมหันต์ ที่รอภายในห้าง @@ ไม่กี่อึดใจ ส้มออกจากห้องน้ำมาอยู่ตรงจุดที่เปิ้ลยืนรอ แต่ไม่เจอแล้ว
กระถินมองไปเห็นส้ม จึงจำได้ว่าเคยพาแอปเปิ้ลกลับบ้านวันที่ไปร้านอาหาร จึงเข้าไปถาม เลยได้รู้ว่า เธอมากับเปิ้ลแต่ไม่รู้เปิ้ลไปไหนแล้ว
กระถิน เลยบอกให้ส้มรู้ว่า เมื่อครู่เธอเจอคมเพชรคนที่ดูไม่น่าไว้วางใจ คิมหันต์เลยออกไอเดียให้ต่างคนต่างแยกกันหาตามช่องจอด
รถต่างๆ ตุ๋มติ๋มไปกับเรนิตากระถินเดินหากับส้ม ส่วนคิมหันต์ไปคนเดียว แต่ละคนต่างเดินวนเวียนหาทุกเสากระทั่งคิมหันต์เห็นรถคันนึงจอด
อยู่สุดทางของอาคาร ดูโยกเยกผิดสังเกตจึงเรียกกระถิน เรนิตา มาดู
ประตูด้านหลังรถคันนั้น ปิดไม่สนิท มีเสียงผู้หญิงเล็ดลอดออกมา คิมหันต์จำได้นั่นเสียงของแอปเปิ้ล“เฮ้ย นั่นทำอะไรวะ” คิมหันต์
ะโให้หยุด พอคมเพชรหันมา เห็นท่าไม่ดี จึงฉุดร่างของเปิ้ลออกผลักไปใส่กลุ่มเพื่อนๆ ของกระถิน
เรนิตา นึกได้จึงคว้าขวดน้ำมนต์ที่หลวงพ่อให้ สาดใส่แขนของแอปเปิ้ล ขณะที่คมเพชรชิงปิดประตูรถ และขับหนีออกไป
นี่เป็อีกครั้งที่เรนิตา เห็นหน้าคมเพชร แบบจังๆ และเป็ครั้งแรกของคิมหันต์ตุ๋มติ๋ม ส้ม ที่เห็นใบหน้าของชายที่มีแววตาร้าย เ้าเล่ห์
ดูเกรี้ยวกราดเป็บางครั้ง