บทที่ 29 การหลอมโอสถครั้งแรก
เมื่อเห็นว่าเรื่องวุ่นวายจบลง พนักงานขายก็ยิ้มหวานพร้อมกับพูดขึ้นว่า “คุณหนู เมื่อสักครู่ท่านกับเด็กคนนี้สนใจเตาหลอมโอสถสีแดงใบนี้พร้อมกัน แล้วอย่างนี้จะทำเช่นไรดีล่ะเจ้าคะ?”
คุณหนูเอาแต่ใจยังไม่ทันได้พูด จื่อเชียนเกอก็พูดขึ้นก่อน “พี่สาวนกยูง ท่านคงคิดว่าเตาหลอมโอสถใบเล็กสีแดงนี่งดงามมากใช่หรือไม่
แต่ถึงแม้ว่ามันจะสวย แต่มันไม่เหมาะกับท่านหรอกเจ้าค่ะ เตาหลอมโอสถใบเล็กนี้เอาไว้สำหรับนักหลอมโอสถฝึกหัด
พี่สาวนกยูง ถึงแม้ว่าข้าจะอายุยังน้อย แต่ข้าก็ดูออกว่าท่านเป็นนักหลอมโอสถฝีมือดี แน่นอนว่าท่านย่อมต้องใช้เตาหลอมโอสถขั้นสูงสำหรับนักหลอมโอสถที่ชำนาญแล้ว
เตาหลอมโอสถที่เน้นความสวยงามแต่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ไม่คู่ควรกับท่านหรอกเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินที่จื่อเชียนเกอเรียก “พี่สาวนกยูง” อยู่ตลอดเวลา ฮั่นตั้นที่อยู่ในจิตของเธอก็ขำจนตัวงอ มันน่าขันจริงๆ
พนักงานกับบุรุษืที่มาด้วยก็อยากจะขำ ได้แต่ก้มหน้ากลั้นขำ เด็กหญิงตัวเล็กกับคุณหนูไร้เดียงสาช่างน่ารักจริงๆ
คุณหนูเอาแต่ใจคิดว่าจื่อเชียนเกอจะแย่งเตาหลอมโอสถ จึงเตรียมจะโต้เถียง แต่พอได้ยินที่จื่อเชียนเกอพูด ก็หยิบเตาหลอมโอสถใบเล็กสีแดงขึ้นมาดูอย่างละเอียด
ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ได้สวยอย่างที่คิด โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายที่จื่อเชียนเกอพูด ทำให้นางยิ่งเห็นด้วย
“เจ้าพูดถูก เตาหลอมโอสถที่เน้นความสวยงามแต่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ไม่คู่ควรกับนักหลอมโอสถอย่างข้า เตาเช่นนี้เหมาะกับนักหลอมโอสถฝึกหัดอย่างเจ้ามากกว่า”
จื่อเชียนเกออดหัวเราะไม่ได้ เธอดีใจจนเนื้อเต้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ เตาหลอมอันนี้น่ะมันเหมาะกับข้า พี่สาวนกยูงเป็นนักหลอมโอสถ ต้องรวยมากแน่ๆ ท่านเลือกเตาหลอมโอสถที่ดูสง่างามจะยิ่งเสริมบารมีนักหลอมโอสถอย่างท่าน
ในร้านนี้ต้องมีเตาหลอมโอสถดีๆ เก็บไว้อีกเยอะลองให้พี่สาวท่านนี้หยิบมาให้ท่านเลือกดูสิเจ้าคะ”
คุณหนูเอาแต่ใจถูกจื่อเชียนเกอยกยอจนลอย หน้าเชิดขึ้แล้วสั่งว่า “นางพูดถูก เอาเตาหลอมโอสถดีๆ ในร้านออกมาให้หมด วันนี้ข้าจะเลือกเอาใบที่ดีที่สุด”
พนักงานขายได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนก็ยิ้มหวาน “เจ้าค่ะ คุณหนูได้โปรดรอสักครู่”
ฮั่นตั้นอดชื่นชมจื่อเชียนเกอไม่ได้ หัวเราะลั่นในจิตสัมผัส
“พี่หญิง ข้าคิดว่าเจ้าจะหาเรื่องใส่ตัวเสียแล้ว ใครจะไปรู้ว่าแม่สาวนกยูงนี่จะโง่เช่นนี้ โดนเจ้าหลอกเอาได้ บางทีตอนนี้นางอาจจะกำลังขอบคุณเจ้าอยู่ก็ได้ ฮ่าๆๆ”
จื่อเชียนเกอกระพริบตา ยิ้มบางๆ “ตอนนี้ข้ายังเด็ก ต้องใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบเรื่องอายุ เรื่องไหนที่ใช้ปากแก้ได้ก็จะไม่ลงมือ ทำให้ประหยัดแรงและเวลา”
ฮั่นตั้นหัวเราะเบาๆ “ฮิๆ เจ้าพูดถูก”
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังคุยกัน พนักงานขายก็เอาเตาหลอมโอสถที่ดีที่สุดในร้านออกมา วางเรียงรายบนโต๊ะ ฮั่นตั้นพูดอย่างไม่ค่อยพอใจ
ฃ“นี่คือเตาหลอมโอสถที่ดีที่สุดแล้วหรือ? เทียบกับเตาหลอมเก้าเกลียวมังกรทองแล้วมันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะ
ถ้าคุณภาพของเตาหลอมโอสถไม่ดี คุณภาพของยาที่ได้ก็จะลดลงด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมยาเม็ดชั้นยอดถึงหายาก ส่วนใหญ่เป็นแค่ระดับกลาง”
จื่อเชียนเกอพูดอย่างจนใจ “อย่าบ่นไปเลย ถึงแม้จะเป็นเตาหลอมโอสถที่เจ้าว่าธรรมดา ก็ยังขายได้ราคาแพงมาก เงินที่ข้ามีพอกับการซื้อเตาหลอมโอสถใบเล็กสีแดงนั่นแหละ”
พูดถึงเรื่องเงิน ฮั่นตั้นก็พูดอย่างจนใจ “พี่หญิง เจ้ามีเงินเก็บอยู่แค่หมื่นเหรียญทอง พอดีกับราคาเตาหลอมโอสถนี่เลย โชคดีที่ตอนอยู่จวนสกุลหลิว ข้าฉกเงินมาได้สามหมื่นเหรียญทอง ไม่เช่นนั้นเจ้าคงต้องอดตายแน่”
คุณหนูนกยูงผู้เอาแต่ใจกำลังเลือกเตาหลอมโอสถอยู่ จื่อเชียนเกอไม่อยากเสียเวลา จึงจ่ายเงินแล้วออกจากร้านไป ระหว่างทางซื้ออาหารและผลไม้กลับมาที่บ้านพัก
ก่อนจะเริ่มหลอมโอสถ เธอทบทวนขั้นตอนการหลอมโอสถที่เจ้าสำนักตำหนักหลอมโอสถสาธิตให้อีกครั้ง หลังจากปรับสภาพร่างกายจนถึงขีดสุดแล้ว เธอก็เริ่มลงมือ
ใส่สมุนไพรลงในเตาหลอมโอสถทีละต้น ใต้การควบคุมพลังจิตของเธอ สมุนไพรถูกสกัดเป็นน้ำยา ค่อยๆ กำจัดสิ่งเจือปน สกัดเอาแก่นแท้ออกมา
ยาสมุนไพรต่างๆ ผสมรวมกัน และควบแน่นเป็นยาเม็ด เมื่อได้ยินเสียง “ติ๊ง!” พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยออกมาจากเตาหลอมโอสถ
จื่อเชียนเกอก็พูดอย่างตกตะลึง “สำเร็จแล้ว?”
ฮั่นตั้นก็รู้สึกเหลือเชื่อ อุทานออกมา “พี่หญิง เจ้าหลอมโอสถสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก! ถือเป็นอัจฉริยะด้านการหลอมโอสถที่หาตัวจับยากจริงๆ!”
จื่อเชียนเกอไม่มีเวลาคิดมาก เธอเปิดฝาเตาหลอมโอสถอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นยาเม็ดสีแดงกลมๆ อยู่ในเตาหลอมโอสถ เธอก็รู้ว่าสำเร็จจริงๆ
“สำเร็จแล้วจริงๆ การหลอมโอสถมันง่ายขนาดนี้เลยหรือ?”
ฮั่นตั้นอดกลอกตาไม่ได้ แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “มันจะง่ายได้อย่างไร นักหลอมโอสถฝึกหัดส่วนใหญ่ต้องเรียนตั้งสามปีกว่าจะหลอมโอสถสำเร็จ เจ้าน่ะเป็นพวกตัวประหลาดต่างหาก”
จื่อเชียนเกอยิ้มโง่ๆ หยิบยาเม็ดขึ้นมาดมเบาๆ แล้วถามว่า “ฮั่นตั้น เจ้าลองดูนี่หน่อย ยาเม็ดนี้คุณภาพเป็นอย่างไร?”
“ระดับกลาง!” ฮั่นตั้นประเมินระดับได้ทันทีที่ยาเม็ดสำเร็จ
เมื่อนึกถึงท่าทางของจื่อเชียนเกอตอนหลอมโอสถ จึงเตือนเธอว่า
“พี่หญิง ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน เจ้าก็ลองหลอมโอสถต่อไป แล้วสรุปปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างหลอมโอสถ ยาเม็ดต้องมีคุณภาพระดับสูงถึงจะใช้ได้”
จื่อเชียนเกอไม่พอใจกับคุณภาพระดับกลาง แต่พอคิดว่านี่เป็นการหลอมโอสถครั้งแรกของเธอก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
หลังจากทำความสะอาดเตาหลอมโอสถ เธอก็เริ่มใส่สมุนไพรลงในเตาหลอมโอสถตามลำดับเพื่อสกัดและผสม ยาเม็ดที่สองที่ได้ก็ยังคงเป็นระดับกลาง
เธอหยิบสมุดออกมา บันทึกปัญหาที่พบอย่างละเอียด แล้วเริ่มหลอมโอสถครั้งที่สาม
ทุกๆ สองชั่วยาม เธอจะพักครึ่งชั่วยามเพื่อฟื้นฟูพลังจิต ทำเช่นนี้วนไปมา จนกระทั่งถึงกลางดึกของอีกวัน เธอก็หลอมโอสถสำเร็จ
ได้ยาเม็ดระดับสูงเม็ดแรก เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนแหบแห้ง
“สำเร็จแล้ว! ฮั่นตั้น ข้าทำสำเร็จแล้ว ในที่สุดก็หลอมโอสถสำเร็จแล้ว”
ฮั่นตั้นยิ้ม “ใช่ ยาเม็ดระดับสูงจริงๆ ด้วย แต่ยาเม็ดนี้ยังพัฒนาไปได้อีกนะ”
จื่อเชียนเกอพยักหน้า “ใช่ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นระดับสูงแล้ว แต่มันยังไม่ดีที่สุด ยาเสื่อมคุณภาพไปไม่น้อย ไม่ผ่าน”
ฮั่นตั้นเห็นผมของจื่อเชียนเกอยุ่งเหยิง ใบหน้าก็ซีดเซียว จึงปลอบว่า “พี่หญิง ไปพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้เจ้ายังต้องไปสนามประลองอีก”
ตอนนี้จื่อเชียนเกอก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน เธอยืดเส้นยืดสาย แล้วลุกขึ้น เก็บยาเม็ดใส่ขวดหยก ทำความสะอาดเตาหลอมโอสถ อาบน้ำ แล้วก็นอนหลับไป
วันรุ่งขึ้น เมื่อเธอปรากฏตัวที่สนามประลองอีกครั้ง ผู้คนที่เคยเห็นความสามารถของเธอต่างก็ตะโกน “ฮั่นตั้น! ฮั่นตั้น! ฮั่นตั้น! ชนะสิบครั้งรวด! ชนะสิบครั้งรวด!”
จื่อเชียนเกอฝืนยิ้ม พร้อมกับก้มหัวให้ผู้ชมอย่างเสียมิได้
สนามประลองรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเธอแล้ว คู่ต่อสู้ที่จับคู่ให้คราวนี้ก็ยังคงเป็นระดับเฉิงเสวียนขั้นที่หก เป็นนักสู้บ้าคลั่งที่โด่งดังในสนามประลองเฉิงเสวียน ฉายา "จอมคลั่ง"