เห็ดน้อย ยังคงตั้งใจวาดรูปภาพรูปที่สองอย่างต่อเนื่อง โดยถังขนาดใหญ่กว่าตัวของเธออีกด้วย เธอวาดถึงสองถังวางคู่กัน เมื่อวาดถังเสร็จแล้วก็วาดภาระกิจหลักที่เธอ้าเลยไม่รอช้า เพราะสิ่งที่เธอ้าก็คือสิ่งที่อยู่ด้านในถังใบนี้แหละที่เธอตั้งใจวาดออกมาเพื่อลองดู
“มันคือถังใส่อะไรกันเหรอน้องพริกหวาน”พี่รองถู่โต้ว
“ถังใส่ข้าวสารอย่างไรล่ะ พี่ชายก็ดูสิที่น่าจะเป็ไปได้ที่สุดเลย”พี่สาวพริกหวาน
“ถังใส่ข้าวสาร!!”พวกพี่ชาย เอ่ยกันอย่างตื่นเต้นถ้ามันเป็ถังใส่ข้าวสารจริงๆ แสดงว่าพวกเราจะมีข้าวสารเต็มถังใหญ่มากๆเต็มถังเลย
ด้วยความคาดหวังว่ามันจะสามารถแปลเปลี่ยนทะลุออกมาจากพื้นดินดั่งพวกไก่ย่างนี้ มันจะเป็อะไรที่ดีสุดไปเลย
“พริกหวานสาวน้อยของแม่มั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอลูกว่า น้องเห็ดน้อยของหนูจะวาดรูปถังใส่ข้าวสารจริงๆ”แม่
“พริกหวานบอกไม่ถูกค่ะ แต่รับรู้ได้ว่าน้องเห็ดน้อย้าอะไรค่ะแม่”พี่สาวพริกหวาน
“สายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องสินะ”อาโต่วเจี่ยว
“น่าจะเป็ไปได้นะ”น้าตงกวา
“อ้าว….แล้วผมกับพี่ใหญ่ไม่ใช่พี่ชายของน้องเห็ดน้อยเหรอไงฮะ??? ถึงจะไม่มีแบบสายสัมพันธ์อะไรที่ว่านั่นน่ะฮะ”พี่รองถู่โต้ว
“ใช่จริงด้วยฮะ ทำไมฮะ??”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“.......................”น้ากับอาถึงกับอึ้งกับไปสักพักหนึ่งเลยเมื่อเจอคำถามจากหลานชายทั้งสองคนแบบนี้
“เอ่อ……………”น้า และอา ที่เป็น้องชายของพ่อแม่และต่างนิ่งเงียบพูดไม่ออกเลยทีเดียวเมื่อเจอคำถามแบบนี้จากปากหลานชายทั้งสองคน
“ฮ่า…..ฮ่า……”พ่อ
“เป็ไงล่ะไอ้น้องชายตอบหลานไม่ได้เลยสิ”พ่อ
“ก็ใครจะไปคิดว่าหลานจะถามแบบนี้กันเล่า พวกผมก็พูดไปตามที่เห็นน่ะพี่เขยก็”น้าตงกวา
“ใช่ๆ”อาโต่วเจี่ยว ที่ก็หน้าแตกควบคู่กันต่างรีบพูดแก้ตัวแบบร่วมด้วยช่วยกันอย่างลูกคู่
“พอได้แล้วน่าพี่วานโต้วก็ พวกเราด้วย”แม่ ดุพวกพ่อ อาและน้า ซึ่งก็ได้ผลสามหนุ่มใหญ่ต่างนิ่งเงียบสนิทกันไปเลย
“ฮิ…ฮิ…ฮิ…..”น้าสะใภ้ และอาสะใภ้อดหัวเราะไม่ได้นี่สิจะได้รู้ว่าใครมีอำนาจในครอบครัว
“เห็ดน้อยวาดรูปเสร็จแล้วค่ะทุกๆคน”เห็ดน้อย
แค่เพียงเห็ดน้อยพูดว่าวาดรูปเสร็จแล้ว ทุกๆคนก็เงียบสนิทกันอีกครั้ง และเพ่งมองดูรูปบนพื้นดินรูปใหญ่ที่เห็ดน้อยวาดลงไปว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆหรือไม่อย่างไร
เพียงไม่นานเสมือนรูปภาพนี้มันมีชีวิตอีกครั้งภาพวาดจากพื้นดินลอยตัวขึ้นและพริบตาเดียวถังที่มีข้าวสารใส่เต็มถังถึงสองใบก็ปรากฎตรงหน้าทุกๆคนแทนที่รูปวาดบนพื้นดินง
“ว้าว….ได้ผลค่ะทุกๆคนเห็ดน้อยวาดภาพที่สองได้ด้วย”เห็ดน้อย ะโอย่างดีใจออกมาด้วยเพราะมันคือผลงานชิ้นโบว์แดงอีกชิ้นหนึ่งสำหรับวันนี้
ตอนนี้ทุกๆคนต่างตาโต อ้าปากค้างกันไปหมดแล้วมองดูถังใส่ข้าวสารอย่างดี ตรงด้านหน้าและพากันเดินมาดูถังข้าวสารนี้อย่างใกล้ๆ เพื่อััให้รู้สึกว่ามันมีตัวตนจริงๆมิใช่แค่ภาพลวงตาที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
“มันคือขะ….ขะ…ข้าวสาร ข้าวสารจริงๆ ใช่ไหม ข้าวสารจริงๆใช่ไหม”พ่อ
“ข้าวสารจริงๆด้วยพี่ใหญ่”อาโต่วเจี่ยว
“ข้าวสารเม็ดใหญ่และสวยมากๆด้วยนะฮะพี่เขย”น้าตงกวา
“ไม่น่าเชื่อจริงๆ หลานเห็ดน้อยวาดรูปวิเศษออกมาได้แบบนี้”ตา
“หนูยังรู้สึกปกติทุกอย่างใช่ไหมเห็ดน้อยลูก บอกแม่สิ”แม่ ถึงแม้จะตื่นเต้นเข้ามาดูถังที่ใส่ข้าวสารจนล้นตรงหน้าแต่ก็ต้องตรงเข้าไปจับตัวเพื่อตรวจดูว่าลูกสาวคนเล็กผิดปกติอะไรหรือไม่หลังจากสร้างสิ่งมหัศจรรย์ตรงหน้าให้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
“เห็ดน้อยไม่เป็ไรค่ะแม่ ปกติทุกอย่างเลย”เห็ดน้อย มองหน้าแม่และตอบเพื่อให้แม่คลายความกังวลใจว่าเธอไม่เป็อะไรเลยจริงๆ
“เฮ้อ….ค่อยยังชั่วหน่อยลูก”แม่
พวกพี่ชายก็ตื่นเต้นกันมากๆ เพราะไม่เคยเห็นเม็ดข้าวสารที่ขาวสวยและเม็ดใหญ่มากๆแบบนี้มาก่อนเลย
“เม็ดข้าวสารพวกนี้มีกลิ่นห๊อม…หอมฮะหอมมากเลย”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ใช่ฮะพี่ใหญ่หอมสุดๆเลย เพราะมันน่าจะเป็เม็ดข้าวสารวิเศษแน่ๆเลย”พี่รองถู่โต้ว
ในระหว่างที่ทุกๆ คนกำลังรุมล้อมถังที่ใส่ข้าวสารจนล้นใบใหญ่นี้อยู่ก็ได้ยินเสียงอย่างหนึ่งแทรกเข้ามาแบบต่อเนื่อง
“โคร๊ก…….คร๊าากกกก….”
“เอ่อ…..คือว่าเห็ดน้อยหิวค่ะทุกคนพวกเราเอาข้าวสารถังนี้ไปหุงข้าวกินกับไก่ย่างได้ไหมคะ”เห็ดน้อย เอานิ้วชี้จิ้มไปมาด้วยความเขินอาย และบิดตัวน้อยๆ
“พี่พริกหานก็หิวเหมือนกันเลย”พี่สาวพริกหวาน
“ฮ่า….ฮ่า…..”ทุกๆ คน
“ได้สิหลานสาว เดี๋ยวย่าจะไปหุงข้าวให้พวกเราได้กินกันอีกรอบนะ”ย่า
“เห็ดน้อยขอเป็ข้าวสวยนะคะ”เห็ดน้อย รีบพูดทันทีเพราะกลัวว่าจะได้เป็ข้าวต้มมาอีก
“ได้แน่นอนเลยนะหลานสาว ย่ากับยายจะจัดการให้เลยนะ”ยาย พูดเอาใจหลานสาวเต็มที่เลย
“พวกผมก็ขอกินข้าวสวยด้วยครับ”พวกพี่ชาย
“ได้จ้ะ”ยาย
“ไปเด็กๆ ไปนั่งรอให้เรียบร้อยนะไม่นานหรอกข้าวสวยหุงแป๊บเดียว”น้าสะใภ้
“ค่ะ” “ครับ” พวกเด็กๆ
“แม่นั่งพักเถอะค่ะ เดี๋ยวเื่หุงข้าวพวกเราจัดการเอง”แม่
“ใช่ค่ะแม่”อาสะใภ้
“ได้ๆ เดี๋ยวเอาไก่ย่างในถาดนั้นไปตัดให้เป็ชิ้นๆด้วยนะเด็กๆจะได้หยิบกินง่ายหน่อย”ย่า
“ค่ะ” แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้ แม่ครัวมือเยี่ยมขอบครอบครัวของเราเลย
บรรดาเหล่าแม่ๆทั้งหลายก็พากันตักข้าวสารในถังเพื่อนำไปหุงเป็ข้าวสวยร้อนๆ ให้ทุกๆ คนได้ลิ้มรองกัน
“เดี๋ยวพวกเราคงจะต้องเหนื่อยกันหน่อยเพื่อขนย้ายข้าวสารทั้ง 2 ถังนี้เข้าครัวกันก่อนนะ”ปู่
“ถังละบ้านนะเ้าลูกชายทั้งสาม”ตา
“ได้เลยครับพ่อ”อาโต่วเจี่ยว น้าตงกวา และพ่อ
“เอาถังข้าวสารในบ้านของพวกเรามาแบ่งตักข้าวสารที่ขึ้นพูน้าออกก่อนนะไอ้น้องชาย”พ่อ
“ได้เลยพี่ใหญ่” “ได้เลยพี่เขย”น้องชายทั้งสอง
จากที่จะต้องออกไปทำนา ทำสวนกันวันนี้เห็นท่าแล้วคงจะต้องได้ไปทำกัน่บ่ายแน่นอน ถึงจะช้าไปมากและไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนสำหรับครอบครัวเรา แต่วันนี้เป็วันดีที่สุดเท่าที่พวกเราเคยมีมาเลยั้แ่จำความได้กัน
เพราะว่าข้าวสารที่มีเก็บไว้กินเยอะมากขนาดนี้ก็เป็ครั้งแรกด้วยที่เรามี ส่วนมากการเก็บเกี่ยวปลูกข้าวเราจำเป็ต้องแบ่งไปขายเกือบหมดเหลือเพียงไว้แค่ส่วนเดียวใน่ก่อนหน้านี้ แต่ 4-5 ปีที่ผ่านมาแถวหมู่บ้านของพวกเราหยุดปลูกข้าวกันเพราะเกิดเหตุภัยแล้งนั่นเอง น้ำในแม่น้ำลดลงเยอะจนน่าเป็ห่วงทำให้พวกเราต้องงดปลูกข้าวที่ต้องใช้น้ำจำนวนมากไปก่อน
ทางหมู่บ้านถูเพี่ยนของเราเลยไม่ได้ปลูกข้าวกันมาระยะหนึ่งแล้วแต่ว่าเน้นปลูกพวกมัน ข้าวโพด อื่นๆที่ใช้น้ำปริมาณที่น้อยแทนนั่นเอง ฝนก็มีตกบ้างประปรายแต่ก็ไม่ทำให้น้ำในแม่น้ำมีมากเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ถือว่าดีกว่าบางหมู่บ้านที่เกือบแห้งขอด แม่น้ำก็ใช้แบ่งปันจากแม่น้ำสายใหญ่สายเดียวกัน แต่ปัญหาที่แน่ชัดกว่านี้นั้นไม่มีใครพูดถึงพวกเขาคิดแต่ว่าฝนที่ตกปริมาณที่น้อยเกินไปเพียงเท่านั้นเอง
หมู่บ้านเรายังถือว่าพอใช้ชีวิตไม่ลำบากมากนัก แต่นี่ขนาดไม่ลำบากนักข้าวหุงกินยังแทบจะนับเม็ดได้กันเลย เพราะต้องซื้อข้าวกินนี่อย่างไรล่ะที่เป็ปัญหาใหญ่มากๆเลย บางพื้นที่ก็ประสบน้ำท่วมนี่ยิ่งน่าสงสารเพราะบ้านก็อยู่อาศัยไม่ได้พืชสวนไร่นาก็โดนน้ำกันเซาะเน่าตายไปหมด
ถ้าฝนตกต้องตามฤดูกาลย่อมดี แต่แปลกมากทำไมบนูเาถึงได้ดูไม่ขาดแคลนทรัพยากรป่าที่ดี ยังคงดูอุมสมบูรณ์อยู่บ้างจากที่เห็นด้วยสายตาไกลๆมองเห็นูเาโดยรอบยังคงมีต้นไม้สีเขียวเต็มูเาอยู่ก็ยังเป็สัญญาณที่ดีอยู่ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป เพราะชาวบ้านยังคงหากินกับป่ากับูเาแถวนี้ได้อยู่เรื่อยๆ ไม่แน่ว่าผักบางชนิด สมุนไพรบางตัวพวกชาวบ้านอาจจะยังไม่มีความรู้มากพอก็เป็ได้ เพราะดูแล้วในหมู่บ้านถูเพี่ยนแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองใหญ่มากพอสมควรเลยทีเดียว แต่ถ้าชาวบ้านขึ้นูเาไปก็ยังคงได้ของติดไม้ติดมือกลับมากันบ้าง
ความรู้บางอย่างก็ส่งต่อเป็ทอดๆจากบรรพบุรุษมาเพียงเท่านั้น แต่การเรียนรู้ที่ถูกต้องจริงๆจากตำราก็น้อยนิดเพราะการเรียนการสอนจากโรงเรียนก็ค่อนข้างไกลพอสมควรด้วย ส่วนมากแค่เรียนอ่านออกพอเขียนได้ ก็ไม่ส่งลูกหลานไปกันแล้วเพราะสู้ค่าใช้จ่ายในเมืองไม่ไหวนั่นเอง
“สงสัยคงจะต้องหาเวลาไปบุกเบิกป่า ูเาแถวนี้อย่างจริงจังซะแล้วสิเรา”เห็ดน้อย ที่นั่งรอข้าวสวยร้อนๆที่จะกินกับไก่ย่างอยู่นี้ก็มองบรรยากาศโดยรอบอีกครั้งเพื่อสังเกตการณ์
“น้องเห็ดน้อย บ่นอะไรหรือหิวใช่หรือไม่ รอแป๊บเดียวเองนะข้าวก็จะสุกแล้วล่ะ”พี่ใหญ่เซียงยวี่
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ใหญ่ อือ……ไก่ย่างพวกนี้สามารถแปลงเป็อย่างอื่นเพิ่มได้นะ พี่พริกหวาน อยากกินอะไรที่อร่อยๆรสจัดจ้านไหม”เห็ดน้อย
“จริงเหรอน้องเห็ดน้อย จะเอาไก่ย่างไปทำอะไรดีล่ะ”พี่พริกหวาน ตาโตเลยเมื่อได้ยินน้องสาวบอกว่ามีอาหารจานเด็ดให้กิน
“ก็เอาไปยำดีกว่า”เห็ดน้อย
“ยำมันคืออะไรกันเหรอน้องเห็ดน้อย”พี่พริกหวาน
“ยำไก่ย่างก็แค่ใส่แค่ใส่พี่ใหญ่(ตะไคร้)และพี่หยางชง(หอมใหญ่)และตำพริก หรือใช้พริกสด บีบมะนาว ลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติ และคั่วข้าวสารให้สุกจนเป็สีน้ำตาลและตำให้ละเอียดใส่ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันด้วย โรยผักชีต้นหอมแค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว อร่อยอย่าบอกใครเลย”เห็ดน้อย
“..................!!”พี่ใหญ่เซียงยวี่ กับพี่หยางชง ถึงกับสะดุ้งเลยที่เห็ดน้อยจะเอาพวกเขาไปทำกับข้าวกินกับไก่ย่างก็เพราะชื่อถ้าแปลจากโลกเดิมก็คือวัตถุดิบต้นๆในการปรุงอาหารอย่างไรล่ะ นี่ล่ะครอบครัวสวนผักอย่างแท้จริงของเธอทำกับข้าวได้อร่อยเลย
“น้องเห็ดน้อยรู้ได้อย่างไรว่ายำอะไรนี่จะอร่อยน่ะ”พี่รองถู่โต้ว
“ไม่รู้สิแต่เห็ดน้อยคิดว่ามันอร่อยแน่นอนล่ะ เดี๋ยวไปบอกแม่ให้ทำให้กินดีกว่า”เห็ดน้อย ไม่รอช้าในเมื่อตอนนี้มีเพียงเ้าไก่ย่างตัวใหญ่ถึง 6 ตัวตรงหน้านี้จะกินเพียงแค่ไก่ย่างเฉยๆทำไมกัน เราต้องดัดแปลงอาหารการกินเสียหน่อยมีอะไรก็ใส่ๆไปมันก็อร่อยเองนั่นแหละน่า
เห็ดน้อย นึกถึงพวกลาบและน้ำตกอะไรจำพวกนี้ ไก่ย่างนี้ก็ย่างเหมือนๆกับหมูย่างนั่นแหละมันไม่น่าจะแตกต่างอะไรกันมากรสชาติมันจะต้องดีแน่นอน
“ไปกันพี่พริกหวานไปด้วยนะ”พี่พริกหวาน ก็ติดตามเห็ดน้อยไปด้วยเพราะอยากจะเห็นอาหารที่ว่านี้เหลือเกินว่าจะหน้าตาอย่างไรและที่สำคัญรสชาติของมันนี่ล่ะ
“แม่คะ เห็ดน้อยอยากกินยำไก่ย่างค่ะ”เห็ดน้อย
“คะ ยำไก่ย่าง???”แม่ งุนงงกับอาหารจานแปลกประหลาดที่ลูกสาวคนเล็กบอกมา
“ใช่คะน้องเห็ดน้อยเรียกว่ายำไก่ย่าง และมันทำแบบนี้ค่ะแม่ พริกหวานจำที่น้องเห็ดน้อยบอกได้”พี่พริกหวานไม่รอช้ารีบบอกวิธีทำอย่างละเอียด ถ้ามีตรงไหนตกหล่นเห็ดน้อยก็บอกเพิ่มเติม
แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้ ยาย ย่า ก็แปลกใจกับรายการอาหารจานใหม่นี้อย่างมากเช่นกันว่าทำไมเห็ดน้อยถึงได้คิดได้ และมันจะหน้าตาเป็อย่างไร รสชาติของมันอีก
“หอมข้าวคั่วจังเลย ฟืด…..ฟืด…..”เห็ดน้อย
ตอนนี้แม่ครัวประจำบ้านของพวกเรากำลังช่วยหั่นและเตรียมวัตถุดิบให้พร้อม และข้าวคั่วเป็อย่างสุดท้ายก็สามารถจัดการยำไก่ย่างได้เลย
“เดี๋ยวแม่จะเริ่มทำเลยนะ คอยบอกแม่อีกทีนะถ้าแม่ลืมอะไรไป”แม่
“ได้ค่ะ” เห็ดน้อย พริกหวาน
สาวน้อยทั้งสองมองขั้นตอนการยำไก่ย่างไม่กระพริบตากันเลย ด้วยความที่อยากกินกันเต็มที่ ถึงไม่มีน้ำปลาก็ใช้เกลือละลายน้ำเปล่านิดหน่อยแก้ขัดไปก่อน
“ว้าว…..น่ากินจังเลยน้องเห็ดน้อยเ้ายำไก่ย่างเนี่ย”พี่พริกหวาน
“ใช่ม๊าพี่พริกหวาน เห็ดน้อยบอกแล้วมันต้องอร่อยสุดไปเลย”เห็ดน้อย
“เ้าตัวตะกละน้อยของแม่ ยังไม่ได้ลองชิมเลยรู้ได้อย่างไรว่าอร่อยน่ะฮะ”แม่ หยอกเย้าลูกสาวน้อยทั้งสอง
“ไหนๆ ให้ย่ากับยายลองชิมอาหารจานใหม่ที่ว่านี่หน่อยสิ”ย่า
“ใช่ๆ ยายอยากจะรู้เหมือนกันว่าตำราอาหารของหลานสาวคนเล็กเนี่ยจะอร่อยแค่ไหน”ยาย
“พวกเรามาลองชิมพร้อมๆกันเลยนะคะ”เห็ดน้อยตาเป็ประกายเลย
เห็ดน้อยแยกทำเป็สองแบบคืออย่างแรกแบบยำจริงๆ แบบที่สองก็คือทำเลียนแบบน้ำตกหมูนั่นแหละแต่วัตถุดิบหลักของเรามีเพียงแค่ไก่ย่างเท่านั้น
“พร้อมนะคะ 1…2….3…..อ้ำ….หง่ำ…..หง่ำ….”เห็ดน้อย
“อือ….อร่อยมาก”สาวๆทั้งหลายที่กำลังลองชิมอาหารจานใหม่สูตรเด็ดจากเห็ดน้อยพึมพำกันออกมาอย่างพอใจกันอย่างมากเลย
“ไม่น่าเชื่อว่าจะอร่อยถึงขนาดนี้นะเนี่ย”อาสะใภ้
“เห็ดน้อย หลานสาวคิดได้อย่างไรว่าอาหารพวกนี้จะต้องทำแบบนี้ลูก”น้าสะใภ้
“มันปุ้ง…ปั้ง….ขึ้นมาในหัวเองค่ะน้าสะใภ้ อาสะใภ้”เห็ดน้อย ตอบแบบเลี่ยงๆ ไปเพราะยังไงเสียไม่ว่าตอนนี้ทำอะไรทุกๆคนย่อมเชื่อว่าเทพเซียน ทั้งหลายต้องให้พรวิเศษกับเธออย่างแน่นอนล่ะนะ
“น้องเห็ดน้อย เก่งมากๆ”พี่สาวพริกหวาน
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราเอาไปตั้งโต๊ะกันได้แล้วนะ ข้าวก็หุงสุกพอดีด้วยไปเด็กๆ”แม่
“ค่ะ”เห็ดน้อย พริกหวาน
“เอ๋…..นี่มันกับข้าวอะไรกันหน้าตาแปลกตาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะ”ตา
“ใช่ แต่มันหอมมากโดยเฉพาะจานนี้ที่กลิ่นเหมือนอะไรสักอย่าง ที่โรยทั่วๆอยู่เนี่ยมันหอมมากเลยนะ”ปู่
“จานนี้ใส่ข้าวคั่วแล้วตำให้ละเอียดใส่ผสมลงไปมันจึงหอมกลิ่นข้าวคั่วออกมาค่ะปู่ตา ส่วนจานนี้จะหอมกลิ่นมะนาว ตะไคร้ และพริกสดนำค่ะ”เห็ดน้อย
“ข้าวคั่ว..”ปู่ตา
“น้องเห็ดน้อยเก่งมากค่ะที่คิดการทำกับข้าวสองจานนี้ได้ และมันอร่อยมากๆค่ะ พริกหวานบอกได้เลยค่ะ”พี่สาวพริกหวาน
“โอ้….พ่อต้องเชื่อลูกสาวแน่นอนในเมื่อพวกหนูบอกว่าอร่อยมันจะต้องอร่อยมากๆแน่”พ่อ ผู้ที่อวยลูกสาวสุดๆ
“จริงเหรอเนี่ย??”ตา
“จริงค่ะพ่อ เห็ดน้อยเป็คนไปสอนพวกลูกถึงที่ครัวเลยว่าจะต้องทำอาหารสองจานนี้อย่างไร และมันก็อร่อยอย่างที่พริกหวานพูดจริงๆค่ะพ่อ”แม่
“อย่ามัวแต่พูดและถามกันไปมาแบบนี้เลย หลานๆหิวแย่แล้วนั่น”ยาย
“ฮ่า….ฮ่า….”ทุกๆ คนเห็นเห็ดน้อยหน้าแทบจะจุ่มลงไปในจานกับข้าวอยู่แล้ว
“กินกันเลยหลานๆ”ตา ปู่
พวกท่านต่างช่วยกันคีบกับข้าวใส่จานให้กับเด็กๆก่อนเลยจนครบทุกๆคน และเริ่มกันอาหารเช้ารอบสองที่หรูหรากันอย่างเอร็ดอร่อย
จากที่คิดว่ามีไก่ย่าง ข้าวสวย เพียงแค่นี้แต่กลายเป็ว่าวันนี้เป็อาหารเช้ารอบสองที่หรูหรามากๆสำหรับครอบครัวของพวกเรา มีไก่ย่าง ยำไก่ย่าง และน้ำตกไก่ย่าง แต่เห็ดน้อยเรียกรวมว่ายำไปเพื่อไม่ให้คนอื่นๆได้ถามมากแยกไปว่าอีกจานใส่ข้าวคั่วลงไปเท่านั้นเอง
************
เห็ดน้อยวาดรูปที่สองและก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีออกมา แต่ว่าวันนี้จะวาดได้เพียงแค่สองรูปอย่างงั้นเหรอ????ช่วยกันลุ้นไปกับเห็ดน้อยกันต่อนะคะ