หนิงจูเชว่เดินเตาะแตะออกมาจากถ้ำลับ พลางใช้มือป้องหน้าผากบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา "อื้อหือ... แสงแดดหมื่นปีนี่มันช่างแสบตาดีแท้" นางบ่นอุบอิบขณะพยายามพาร่างที่บอบบางดุจกิ่งหลิวซึ่งนางยังไม่ชิน ไต่ลงจากเขาอย่างทุลักทุเล
จนกระทั่งนางมาถึงทางลาดเชิงเขาก็พบกับบุรุษหนุ่มในชุดนายพรานซอมซ่อคนหนึ่ง เขากำลังแบกฟืนกำใหญ่และหยุดกึกอยู่กับที่ราวกับถูกสาป
ในสายตาของนายพรานหนุ่มคนนั้น...ภาพตรงหน้าคือสิ่งที่เขามิอาจลืมเลือนไปชั่วชีวิต
สตรีผู้หนึ่งเดินออกมาจากม่านหมอกราวกับนางไม้ในตำนาน นางสวมชุดสีแดงเพลิงที่แม้จะดูรุ่ยร่ายไปบ้างแต่ก็ขับเน้นผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใสดุจหิมะ ใบหน้าของนางงดงามไร้ที่ติ ดวงตากลมแฝงแววเย้ายวนชวนหลงใหล จมูกโด่งรั้นพองาม และริมฝีปากแดงระเรื่อธรรมชาติ ที่โดดเด่นที่สุดคือ ปานแดงรูปหงส์สยายปีกและเส้นผมสีชาดยาวถึงกลางหลัง ปานแดงขนาดเท่าข้อนิ้วที่กึ่งกลางหน้าผาก มันดูมีอำนาจและทรงเสน่ห์จนเขาเผลอคิดไปว่านางคือเทพธิดาจากสรวง์ที่ลงมาจุติ
‘์...ข้าต้องฝันไปแน่ๆ นางช่าง...งดงามล้ำเลิศ...สงบนิ่ง...สูงส่ง...’ นายพรานหนุ่มคิดในใจพลางอ้าปากค้าง
ทว่า... ความคิดเ่าั้ก็พังทลายลงในวินาทีต่อมา
"เฮ้ย! ไอ้หนุ่ม!" หนิงจูเชว่ะโเรียกเสียงหลง พลางโบกไม้โบกมือหยอยๆ "ยืนเซ่ออยู่ทำไมเนี่ย มีน้ำดื่มบ้างไหม? คอข้าแห้งจนจะพ่นไฟออกมาเป็เถ้าถ่านอยู่แล้ว!"
นายพรานสะดุ้งโหยงจนฟืนเกือบร่วง "ขะ... ขอรับ? แม่นาง ท่าน...ท่านเป็ใครกัน?"
"ข้าก็เป็คนสวยน่ะสิ ถามได้" นางตอบหน้าตายพลางเดินเข้าไปใกล้แล้วถือวิสาสะคว้ากระบอกน้ำที่เอวเขามาซดอึกๆ อย่างไม่เกรงใจ
"อ่า...ชื่นใจ! ว่าแต่ที่นี่ที่ไหน? ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปทางไหน? แล้วนี่ข้าหลับไปหมื่นปี พวกเ้าเลิกใช้พลังปราณแล้วเปลี่ยนมาแบกฟืนขายกันหมดแล้วเหรอ?"
นายพรานหนุ่มกะพริบตาปริบๆ มองสาวงามที่ท่าทางกวนประสาทผิดกับใบหน้า "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อะไรนั่นข้าไม่เคยได้ยินหรอกขอรับแม่นาง ที่นี่คือ หมู่บ้านใบไม้ร่วง อยู่ชายขอบของ อาณาจักรชิงซาน...มันห่างไกลจากความเจริญมาก ส่วนเื่พลังปราณ... คนในหมู่บ้านเราอย่างเก่งก็แค่ขอบเขตแรกเริ่มขั้นต้นหรือขั้นกลางกันทั้งนั้นแหละขอรับ"
"หมู่บ้านใบไม้ร่วง? อาณาจักรชิงซาน?" หนิงจูเชว่ทวนคำพลางขมวดคิ้ว "ชื่อกระจอกชะมัด...แสดงว่าข้าถูกมิติบิดเบี้ยวเหวี่ยงมาไกลปืนเที่ยงเลยสินะเนี่ย"
นางยืดเส้นยืดสายพลางมองสำรวจตัวเองอีกครั้ง แม้พลังจะกากเดนเหลือแค่ขอบเขตแรกเริ่ม แต่เสน่ห์ของนางกลับแรงทะลุปรอท นายพรานหนุ่มยังคงยืนหน้าแดงก่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะมองตาตรงๆ
"เอาเถอะ ถึงจะอยู่บ้านนอกไปหน่อย แต่ก็นับว่าสงบดี" นางยิ้มกว้างพลางตบไหล่นายพรานปึกๆ
"ขอบใจสำหรับน้ำนะไอ้หนุ่ม ปานแดงบนหน้าผากข้านี่น่ะเป็ของนำโชคเชียวนะ ใครเห็นถือว่าบุญตา...เอ้า! นำทางข้าเข้าหมู่บ้านเ้าหน่อยสิ ข้าอยากรู้ว่าหมื่นปีผ่านไป อาหารมนุษย์มันจะรสชาติห่วยลงหรือเปล่า!"
นายพรานหนุ่มเดินนำไปแบบงงๆ ในหัวคิดเพียงว่า...์ช่างอยุติธรรม มอบใบหน้าเทพธิดามาให้นางแท้ๆ แต่เหตุใดถึงแถมปากกับนิสัยแบบนี้มาด้วยกันเล่า