บทที่ 1
ทะลุมิติมาแบบไม่ทันตั้งตัว
ซิ่วอิง คือนักรบสาวมากความสามารถในยุคดวงดาวสุดไฮเทค เธอเป็หญิงสาวที่แข็งแกร่ง เข้ากองทัพนักรบพันธมิตรแห่งดวงดาวั้แ่อายุ 15 ปี ตามรอยผู้เป็พ่อซึ่งเธอเป็ลูกสาวเพียงคนเดียว ยุคที่การเดินทางก็แค่การเปิดวาร์ป เทคโนโลยีทุกอย่างก้าวหน้า ยานยนต์สุดล้ำสามารถพาไปได้ทุกที่ สิ่งอำนวยความสะดวกมีั้แ่ลืมตาตื่นขึ้นมา หุ่นยนต์พ่อบ้าน เอไอสุดไฮเทค แม้แต่ในขณะนอนหลับก็มีเอไอเฝ้าระวังให้ตลอดเวลา
ด้วยความแข็งแกร่งและเก่งกาจทำให้ได้รับตำแหน่งผู้นำนักรบพิเศษหน่วยอินทรีดำ ออกปฏิบัติการสู้กับพวกสัตว์กลายพันธุ์ที่บุกมาเพื่อทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์
ในระหว่างจบภารกิจจากดาวดวงหนึ่งแล้วต้องเดินทางกลับฐานทัพ ใครจะคาดคิดว่ายานยนต์สุดไฮเทคของซิ่วอิงจะเจอเข้ากับหลุมดำขนาดใหญ่ มันเป็ช่องว่างระหว่างมิติอื่น เป็ประตูที่พวกสัตว์กลายพันธุ์จากมิติอื่นบุกรุกเข้ามา พวกเราเรียกมันว่าหลุมดำแห่งมิติทับซ้อน
ด้วยความเป็นักรบ ซิ่วอิงไม่คิดลังเลที่จะสละชีวิตเพื่อทำลายหลุมดำที่เป็ภัยต่อทุกดวงดาว
“หัวหน้าอินทรีดำ ติดต่อฐาน”
“ย้ำหัวหน้าอินทรีดำ ติดต่อฐาน นี่คือสถานกาณ์ฉุกเฉิน รหัสแดง”
“ย้ำนี่คือสถานการณ์ฉุกเฉิน รหัสแดง” เสียงเข้มติดต่อกับไปยังฐานทัพผ่านระบบสื่อสารของเอไอในยานยนต์สุดล้ำ
“ฐานทัพรับทราบ เตรียมตัวรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน รหัสแดง” ระบบทำงานของฐานทัพรับทราบและเตรียมรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“ผู้พันซิ่วอิง ฐานจับสัญญาณตำแหน่งของผู้พันไม่ได้”
“ฉันอยู่ในหลุมดำ ประตูมิติระหว่างมิติระหว่างพวกสัตว์กลายพันธุ์ ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปใจกลางหลุมดำที่มีค่าความผันผวนของควอนตัมไม่คงที่”
“ผู้พันซิ่วอิง ผมขอสั่งให้คุณให้กลับยานบินมาที่ฐานทัพเดียวนี้ ตอนนี้คุณสามารถเปิดวาร์ปตำแหน่งได้ กลับมาก่อนที่จะสายเกินไป” ผู้บังคับบัญชาเอ่ยสั่งเสียงเข้มและเฉียบขาด
“ขอโทษด้วยท่านผู้บัญชาการ ตอนนี้ยานบินถึงใจกลางหลุมดำแล้ว หัวหน้านักรบพิเศษหน่วยอินทรีดำ ซิ่วอิงจบการรายงาน” มือเรียวกดตัดสัญญา ไม่คิดจะฟังคำสั่งใดอีก
“อลิสติดต่อคุณพ่อให้ที”
“ตอนนี้ท่านนายพลออกปฏิบัติภารกิจกับหน่วยพยัคฆ์พิรุณ ไม่สามารถติดต่อได้” ระหว่างปฏิบัติภารกิจสำคัญต้องปิดการสื่อสารส่วนตัว ซิ่วอิงเข้าใจกฎดี
“อลิสส่งข้อความเสียงไปให้คุณพ่อ”
“กรุณาใส่ข้อความเสียง”
“คุณพ่อ อิงอิงเองนะคะ ขอโทษที่ไม่ได้กลับไปหา พ่อไม่ต้องเสียใจ ลูกสาวของพ่อเข้มแข็งและได้ทำในสิ่งที่นักรบควรทำ ตอนนี้หนูอยู่ในหลุมดำ พ่อเองก็รู้ดีว่ามันคืออะไร”
“รักคุณพ่อนะคะ”
เกิดเป็นักรบ ตายเยี่ยงนักรบ สละชีวิตเพื่อยุติการสูญเสียเพื่อร่วมอาชีพ หนึ่งชีวิตแลกอีกนับล้านๆ ชีวิต จงภูมิใจเถอะซิ่วอิง
“อลิส เริ่มปฏิบัติการ”
“นับถอยหลังใน 3 วินาที”
“3”
“2”
ก็แค่ความตาย
“1”
ตู้มมมมมมมม
ยานยนต์สุดไฮเทค ะเิตัวเองใจกลางหลุมดำ
ไร้สัญญาณชีวิต...
ใครจะคิดว่าชีวิตหลังความตาย นักรบสาวอย่างผู้พันซิ่วอิงจะลืมตาตืนขึ้นมาในห้องแคบๆ มีที่กลิ่นอับไม่พึงประสงค์ เหตุการณ์ก่อนหน้ายังคงฉายชัดในความทรงจำ ร่างบางพยายามประคองให้ตัวเองลุกขึ้น ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ
“ที่ไหนวะ?” เสียงแหบๆ พึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้มมองสำรวจร่างกายตัวเอง
“อลิส”
เงียบ
“อลิส ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน”
"อลิส"
ไม่มีเสียงตอบกลับจากเอไอสุดไฮเทค แล้วอยู่ๆ ในหัวก็รู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาก พร้อมกับภาพความทรงจำของหญิงสาวที่ชื่อ ไป๋ถิงถิงไหลเข้ามาแบบไม่ปะติดปะต่อ แค่พอจับใจความคร่าวๆได้เท่านั้น ร่างนี้คือหญิงสาวอายุ 18 ปี เป็ลูกสาวคนที่สามของบ้าน ภาพความทรงจำไหลผ่านสมองอย่างรวดเร็วและมากมาย ทำเอาปวดหัวจนต้องเอามือทั้งสองข้างมากุมขมับ แต่มันไม่ช่วยอะไรเลยเพราะภาพมันใหลเข้ามาเร็วมาก ใน่เวลาสั้นๆ ทั้งยังมีอาการปวดหัวขึ้นมาด้วย
จนกระทั่งภาพความทรงจำล่าสุดฉายชัดเข้ามา แล้วอาการปวดหัวก็จางหายไป
“เชี่ยอะไรวะเนี่ย” ซิ่วอิงสบถออกมา ก่อนสมองอันชาญฉลาดค่อยๆ ประมวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง นั่งนิ่งเป็ก้อนหินบนที่นอนเก่าๆ โทรมๆ อยู่ราวๆ 10 นาที มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอตอนนี้
“ตายอีกรอบได้ไหมวะ?” ทะลุมิติได้โคตรเชี่ย!! จากความทรงจำของร่างหญิงสาววัย 18 ปีมันแย่มาก แม้จะไม่รับรู้ถึงความรู้สึก แต่ภาพที่ไหลผ่านเข้ามาก็พอจะปะติดปะต่อเื่ราวได้
“นี่ยุคดึกดำบรรพ์ชัดๆ” ถ้าเทียบกับโลกที่เธอเติบโตมา ที่นี่คือโลกในยุคล้าหลังแบบสุดๆ หากเทียบกับโลกที่เธอเติบโตมา พอก้มมองสำรวจร่างใหม่ก็อยากจะตายอีกสักรอบ ที่ใส่อยู่นี่เรียกเสื้อผ้าจริงๆเหรอ? มันคือเศษผ้าชัดๆ แล้วนี่คือห้องนอนเหรอ? ห้องเก็บของที่บ้านยังดูดีกว่านี้สิบเท่า
ทะลุมิติมาทั้งทีก็มาอยู่คนโลกกับโลกเดิม โลกที่ไม่มีอะไรคุ้นเคยเลยสักนิด โลกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โลกที่แทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย พื้นฐานความรู้ สิ่งแววล้อม โครงสร้างสังคม ทุกอย่างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“นางถิงถิง”
“จะนอนอีกนานไหม รีบตื่นมาทำอาหาร ซักผ้าแล้วก็ตักน้ำได้แล้ว”
“อย่าให้ต้องลงไม้ลงมือ” เสียงเอะอ๊ะดังเข้ามา บอกถึงอารมณ์ของคนพูดได้เป็อย่างดี จะแหกปากทำไม พูดเบาๆก็ได้ยินแล้วไหม?
ปัง!!
“ลุกขึ้นแล้วก็ไปทำงาน อย่าสำออย ทำตัวเกียจคร้าน”
“แค่ตกน้ำตกท่า นอนซมมาสองวัน ช่างไร้ประโยชน์จริงๆ”
“….” อีป้าเป็แม่คนจริงๆ ใช่ไหม? เสียงแหลมน่ารำคาญชะมัด นี่มันสังคมทาสหรือไง ไม่ให้ว่าสังคมทาสมันถูกยกเลิกไปั้แ่ห้าพันปีแล้วไม่ใช่เหรอ? ซักผ้า? ตักน้ำ? มันงานของคนที่ไหน? ชีวิตเธอไม่เคยทำงานบ้านเลยสักครั้ง
“นางถิงถิง แกหูหนวกหรือไงหรือตกน้ำจนเสียสติไปแล้ว” ยายป้ายังไม่หยุดะโ ฟังแล้วเจ็บคอแทน ช่างน่ารำคาญจริงๆ ถามจริงๆว่าไป๋ถิงถิงคนนี้เป็ลูกสาวป้าจริงไหม หรือว่าเป็แค่ลูกที่ป้าแกเก็บมาเลี้ยง
“…”
“ฉันพูดกับแกอยู่ ไม่ได้ยินหรือไง?” ยายป้ากำลังจะกลายร่างเป็สัตว์กลายพันธุ์ตรงหน้าเธออยู่รอมร่อ เกรี้ยวกราดเสียจริง แค่เห็นหน้าของลูกสาวทำไมต้องหงุดหงิดเบอร์นี้ด้วย
“อืม” เธอตอบรับเพียงคำเดียวสั้นๆ เท่านั้น เป็การปัดรำคาญ
“หายดีแล้วก็ลุกขึ้นไปทำงาน อย่ามาสำออย ไม่งั้นได้อดข้าวแน่” คนเป็แม่อย่าง ไป๋หลี่เยียนเดินออกจากห้องลูกสาวอย่างหัวเสีย สองวันมานี้ลูกสาวของบ้านนอนซมเพราะป่วย งานการไม่รู้จักช่วยเหลือ ทำไมบ้านถึงได้มีตัวไร้ประโยชน์เช่นนี้อยู่ด้วย แต่ไหนเลยที่ซิ่วอิงจะลุกไปทำงานตามที่อีกฝ่ายสั่ง
“ไป๋ถิงถิงสินะ” ตอนนี้ไม่มีซิ่วอิงหัวหน้านักรบหน่วยอินทรีดำแล้ว เธอตายเพราะะเิยานยนต์เพื่อทำลายหลุมดำ แล้วิญญาก็มาอยู่ในร่างผอมแห้งของหญิงสาวที่ชื่อไป๋ถิงถิง อาจจะเป็เพราะความผันผวนของค่าควอนตัมระหว่างมิติ ค่าคงที่ของพลังค์สเกลเกิดการเปลี่ยนแปลงจากแรงโน้มถ่วงและแรงะเิของหลุมดำ ิญญาก็เลยมาอยู่ในร่างของไป๋ถิงถิง
หญิงสาววัย 18 ปีที่ปอดติดเชื้อตาย เพราะถูกพี่สะใภ้ใหญ่ผลักลงไปในแม่น้ำ นอนซมป่วยอยู่สองวันไม่มีใครมาสนใจไยดี สุดท้ายร่างกายที่ผอมแห้งก็จากไปโดยไม่มีใครรู้ และเธอก็เข้ามาอยู่ในร่างของไป๋ถิงถิง
“เอาล่ะถิงถิง” เธอบอกกับตัวเอง (จากนี้จะแทนตัวของซิ่วอิงว่าไป๋ถิงถิง เพื่อความไม่สับสน)
“อย่าเพิ่งสติแตก” พยายามบอกตัวเอง อยากจะะโสบถออกไปดังๆ ว่ามันเื่เชี่ยอะไร? แต่ต้องสงบสติอารมณ์เอาไว้ ไม่คิดเลยว่าจะมีโลกที่มนุษย์ล้าหลังเป็อย่างมากขนาดนี้ สิ่งที่คิดหนักก็คือทำยังไงกับชีวิตตัวเองในตอนนี้ดี เอามีดมาบาดคอแล้วตายอีกรอบได้ไหม? ทำได้แค่คิดเท่านั้น นักรบอย่างเธอไม่เคยหวั่นเกรงต่อความตาย
หัวหน้านักรบนกอินทรีดำไหนเลยจะขี้ขลาด แค่คิดขำๆ ปลอบใจตัวเองก็เท่านั้น จะกลัวอะไรกับความลำบาก แค่ยุคดึกดำบรรพ์ ที่ไม่มีเชี่ยอะไรเลย ไม่มีเอไอสุดไฮเทค ไม่มียานบินสุดล้ำ ไม่มีอุโมงค์วาร์ปสำหรับเดินทาง ไม่มีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกห่าเหวอะไรเลย ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเลย ไม่มีหุ่นยนต์คอยทำทุกอย่างตามคำสั่ง ไม่มีอลิสที่เป็เหมือนเพื่อนที่รู้ใจ
แต่สิ่งที่ทำเอาอดีตนักรบสาวเป็กังวลใจที่สุดกลับไม่เื่สิ่งอำนวยความสะดวกหรือเทคโนโลยีอะไรทั้งนั้น แต่เป็เื่การทำอาหาร ตักน้ำ ให้อาหารสัตว์มากกว่า ั้แ่ลืมตาเกิดมาอาหารปรุงสุกคืออะไรไม่เคยรู้จัก ไม่ใช่ว่ามีอยู่แค่ในดาต้าเบสหรือระบบเก็บข้อมูลประวัติศาสตร์ของเผ่ามนุษย์หรอกเหรอ? ทำไร่ ทำนา ปลูกผัก คืออะไร? มนุษย์ยุคดวงดาวเขาไม่ทำกันแล้วเว้ย!!
คิดแล้วก็อยากได้โพชั่นรักษาอาการปวดหัวในเวลานี้เหลือเกิน แล้วก็ยังต้องมาปวดใจกับสภาพความเป็อยู่อีกไอ้หลุมดำเฮงซวย มันเอาคืนที่เธอทำลายมันใช่ไหม ถึงได้ส่งเธอมาอยู่ที่นี้
ถ้าเจอหลุมดำอะไรนั่นอีกจะะเิให้ไม่เหลือแม้แต่เศษอนุภาคเลยคอยดู ไม่สิเอาให้ไม่เหลือแม้แต่เศษอนุภาคเลย
“จากนี้ฉันคือไป๋ถิงถิง ใครที่ทำกับเธอเอาไว้ฉันจะให้มันชดใช้” ชีวิตของเด็กสาวช่างน่าสงสาร รันทดราวกับนิยายน้ำเน่า ไม่สิต้องบอกว่ายิ่งกว่า ลูกสาวที่ไม่เป็ที่้าของครอบครัว ไม่เคยได้รับความรัก การดูแลเอาใจใส่ เติบโตมาตามชะตากรรม
เธอเคยอ่านนิยายที่นางเอกจนในยุคของเธอ แต่ก็ไม่ได้ผอมแห้ง แถมที่ยุคของเธอสวัสดิการของดวงดาวดีมากมีอาหารสังเคราะห์ขายในราคาถูก ที่อยู่อาศัยก็ดี แค่ลืมตาเกิดมาก็ได้รับสวัสดิการครอบคลุมทุกด้าน แต่ที่นี้ยังคงต้องทำงานสะสมแต้ม ใช้คูปองเพื่อแลกเปลี่ยนอาหาร แล้วที่รับไม่ได้ก็คือไม่มีการค้าขายของเอกชนเลย เพราะทางการสั่งห้าม เชี่ยยยเถอะ!!!
ในยุคที่อาหารขาดแคลน รัฐบาลควบคุมการค้าขายทุกอย่าง โดยใช้ระบบคูปองเข้ามา บางอย่างมีเงินอย่างเดียวใช่จะซื้อได้ต้องมีคูปองด้วย ครอบครัวที่มาอยู่ใช่ว่าจะดี ครอบครัวไป๋มีลูกทั้งหมด 5 คน ไป๋ถิงถิงเป็ลูกสาวคนที่สามเป็ที่คนเป็แม่ไม่เคยดูดำดูดี ลูกสาวไม่เป็ที่้าของครอบครัวเท่ากับลูกชาย
ให้ตายเถอะ ดึกดำบรรพ์มันแม่งทุกอย่างเลย ั้แ่ระบบความคิด ธรรมเนียมปฏิบัติบางอย่าง ส่วนเื่เทคโนโลยีไม่อยากจะพูดถึงให้ปวดใจกว่าที่เป็อยู่
กลับมาที่เื่ของครอบครัวไป๋กันต่อ
ไป๋ถิงถิงมีพี่ชายสองคนและน้องชายอีกสองคน เธอเป็ลูกสาวคนเดียวของบ้านก็ว่าได้
พี่ชายคนโตชื่อ ไป๋ลี่จ้ง อายุ 22 ปี แต่งงานกับ หนิงอ้าย ทั้งคู่มีลูกชายวัย 2 ขวบ ชื่อไป๋ลู่เสียน
พี่ชายคนที่สอง ไป๋ลี่ถัง อายุ 20 ปี แต่งงานกับ ฉีอ้ายฉิง ตอนนี้กำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน
น้องชายคนที่สี่ชื่อ ไป๋ลี่ซือ อายุ 15 ปี น้องชายคนเล็กชื่อ ไป๋ลี่อิน อายุ 13 ปี
ครอบครัวไป๋อาศัยอยู่ตอนใต้ของประเทศจีน มณฑลหูหนาน เมืองฉางเต๋อ หมู่บ้านฉางไห่ อยู่ทางตอนเหนือของมณฑลหูหนาน ติดกับทะเลต้าถิง ที่ได้ชื่อว่า หูหนานก็เพราะอู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบต้าถิงนั้นเอง
ครอบครัวไป๋อยู่ด้วยกันเป็ครอบครัวใหญ่ โดยจะทำงานสะสมแต้มเพื่อแลกเปลี่ยนเป็สิ่งของที่จำเป็ แต่ละปีทางส่วนกลางจะทำการปันผลผลิตให้กับทุกบ้านตามจำนวนแต้มที่เก็บสะสมจากการทำงานของแต่ละครอบครัว
ในยุคที่ประเทศและบ้านเมืองมีการปฏิวัติความเป็อยู่ก็ไม่ค่อยดี อาหารขาดแคลน โดยเฉพาะฤดูหนาว ทำให้มีคนอดตายจำนวนไม่น้อยเลย ที่มณฑลหูหนานนับว่าเป็แหล่งเกษตรผลิตข้าวที่ให้ผลผลิตมากที่สุดเลยทีเดียว แต่ผลผลิตที่ปลูกได้ก็ถูกส่งในทางรัฐบาลเกินกว่าครึ่ง
สำหรับคนที่เติบโตมาในยุคดวงดาวไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้เลย พวกเรามีอาหารสังเคราะห์ มีระบบขนส่งที่รวดเร็ว มีวิทยาการและทรัพยากรมากพอที่จะช่วยเหลือทุกคน ทำให้ในยุคดวงดาวเผ่าพันธุ์มนุษย์มีอายุยืนยาวมากกว่า 200 ปี มากกว่าคนในยุคนี้เท่าตัว
“นางถิงถิง”
“คุณดูลูกสาวตัวดีของคุณ สำออยไม่ยอมออกจากห้อง งานการไม่ยอมทำ” คนเป็แม่ยังคงเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความเกรี้ยวกราด
“ช่างเถอะ ถิงถิงไม่สบายให้พักผ่อนก็ถูกแล้ว ไปกันเถอะเ้าใหญ่ เ้ารอง” คนเป็พ่อไม่คิดสนใจ ตอนนี้ยังพอมีเวลา ลองไปดูกับดักสัตว์แล้วก็หาของป่า ก่อนจะรีบกลับมากินข้าวแล้วก็รีบลงแปลงนา คิดว่าลูกสาวพักอีกสองสามวันน่าจะหายไข้
กลางเดือนเจ็ด อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว อย่าถามหาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อคลายความร้อนเลยเพราะมันไม่มี
ไป๋ถิงถิง ออกจากห้องนอนมาล้างหน้าล้างตา ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจบ้านที่อาศัยอยู่ เป็บ้านที่ทำจากอิฐ น่าจะแข็งแรงแต่สภาพบ้านดูเก่าพอสมควร ตัวบ้านมี 5 ห้องนอน สองห้องน้ำ ห้องครัว ห้องโถง ห้องเก็บของอย่างละหนึ่ง
ประตูเล็กตรงด้านข้างห้องครัวติดกับสวนผักข้างบ้าน ไป๋ถิงถิงกวาดสายตาสังเกตสิ่งรอบๆ ที่ไม่คุ้นเคยด้วยความสงสัยมากมายที่ไม่สามารถให้คำตอบจากตัวเองได้
“มายืนทำอะไร ไปตักน้ำมาใส่ตุ่ม” น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยตำหนิอย่างชัดเจน เธอคือหนิงอ้ายพี่สะใภ้ใหญ่ของบ้าน
“ฉันพูดไม่ได้ยินหรือไง?” อีกฝ่ายเริ่มไม่พอใจเมื่อ น้องสาวของสามีไม่ยอมขยับตัว แถมยังใช้สายตาแปลกๆ มองมาที่ตนเองสงสัยจะผลักอีกฝ่ายตกน้ำจนเสียสติไปแล้วถึงได้กล้าใช้สายตาอวดดีมองเธอ
“ทำไมไม่ทำเอง?” ประโยคราบเรียบเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ มือเท้าก็มี จะมาใช้เธอทำไม
“….” !!!!
“ไป๋ถิงถิง”
พูดอะไรผิดตรงไหน? ในขณะที่พี่สะใภ้รองท้องโตต้องเข้าครัวเตรียมอาหาร แต่พี่สะใภ้ใหญ่มายืนหายใจทิ้งงานการไม่ทำ ชอบเอาเปรียบน้องสามี ไป๋ถิงถิงยอมให้อีกฝ่ายจิกหัวใช้ แต่ไม่ใช่กับไป๋ถิงถิงคนนี้
“ถิงถิง ดีขึ้นแล้วเหรอ?” ฉีอ้ายฉิงสะใภ้คนรองเอ่ยถามน้องสามี
“ค่อยยังชั่วแล้ว”
“ดีแล้ว วันนี้ทำงานเบาๆ ไปก่อน ไปเก็บผักป่ามาให้ไก่ก็แล้วกัน”
“ลี่ซือ ลี่อิน ไปตักน้ำใส่ตุ่ม” สะใภ้คนรองเรียกน้องชายทั้งสองคนของไป๋ถิงถิงให้ไปตักน้ำ ใบหน้าของคนเป็สะใภ้ใหญ่บูดบึ้งเป็อย่างมาก
ไป๋ถิงถิงไม่ได้พูดอะไรอีก เธอเลือกเดินตามน้องชายทั้งสองห่างๆ สายตากวาดมองสังเกตสิ่งต่างๆ สิ่งแววล้อมนับว่าอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธิ์ อัตราส่วนของก๊าซไนโตรเจนและออกซิเจนที่พอดีสำหรับสิ่งมีชีวิต
อากาศในเวลาเช้าไม่ร้อนเลย ให้ความรู้สึกเย็นสบาย รอบๆ พื้นที่บ้านมีกำแพงดินล้อมรอบ ด้านหลังมีประตูไม้สำหรับออกไปตักน้ำที่ลำธาร
“พี่ถิงถิง ไม่ใช่ว่าพี่สะใภ้ให้ไปเก็บผักป่าไม่ใช่เหรอ?” ไป๋ลี่ซือเอ่ยถาม สายตาที่มองคนเป็พี่สาวมีความไม่พอใจอยู่เล็กน้อย หากพี่สาวไม่ทำงาน งานเหล่านี้ก็จะตกเป็ของเขาและน้องชายคนเล็ก
“ไปทางไหน?” เสียงราบเรียบเอ่ยถาม
“ทางโน้นครับ ต้องรีบไปเก็บก่อนบ้านอื่นจะเก็บไปหมด” เป็น้องชายคนเล็กไป๋ลี่อินเป็คนตอบ
“อืม” ไป๋ถิงถิงรับคำ ก่อนจะสาวเท้าเดินไปช้าๆ มองสำรวจสิ่งรอบอย่างละเอียด ทำความเข้าใจกับภูมิศาสตร์คร่าวๆ
เมื่อเดินมาก็พบชายป่า ซึ่งอยู่ใต้ตีเขา ป่าแถวนี้ไม่มีใครนอกจากเธอ ไม่มีเสียงการเคลื่อนไหวของคนเลย เธอมาเรื่อย ๆ ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย ให้ตายเถอะร่างกายนี้นอกจากจะผอมแล้วยังอ่อนแอมากด้วย
“แล้วต้นไหนมันคือผักป่าวะ?” พอนึกถึงความทรงจำของเ้าของร่างก็เก็บไปมั่วๆ ยังไงไก่ก็เป็แค่สัตว์เลี้ยง กินได้แหละมั้ง?
เดินวนอยู่เกือบหนึ่งชั่วโมง ที่จริงมัวแต่นั่งคิดอะไรไปเรื่อยที่ริมลำธารมากกว่า กลับมาที่บ้านก็สายแล้ว แสงแดดในเดือนเจ็ดก็ร้อนอบอ้าวเป็ปกติ เสียงร้องของสัตว์เลี้ยง พวกมันมีสามตัว ทำเอาไป๋ถิงถิงสบมองพวกมันด้วยความสงสัย นี่คือไก่? เลี้ยงไว้ทำไม? แหล่งโปรตีน? ช่างเป็แหล่งโปรตีนที่ล้าหลังมากๆ กินมากๆใช่ว่าจะดีเนื้อของสัตว์ปีก
เพราะแบบนี้ในยุคของเธอถึงได้มีโปรตีนสังเคราะห์ แหล่งอาหารได้จากนวัตกรรมการสังเคราะห์ที่สะอาด ถูกหลักอนามัย ปลอดภัยไร้สารปนเปื้อนและตกค้าง
“แค่กินก็ไม่น่ากินแล้ว” ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าพืชพวกนี้มันน่ากินตรงไหน มือบางโยนไปในเล้าไก่ พวกมันใช้จะงอยปากจิกกินแล้วส่งเรียกร้องออกมา
“ถิงถิง” เสียงเรียกเบาๆ แต่เธอก็ได้ยินมัน
“พี่อ้ายฉิง” เธอเรียกแทนอีกฝ่ายเหมือนที่ไป๋ถิงถิงคนเก่าเรียก จะได้ไม่เป็ที่สงสัย
“พี่เก็บแป้งย่างเอาไว้ให้แผ่นหนึ่ง กินเสียสิ”
“ขอบคุณ” ต้องบอกว่าพี่สะใภ้คนรองนิสัยต่างจากพี่สะใภ้ใหญ่มาก เธอค่อนข้างดีกับน้อง ๆ ของสามีมากกว่าสะใภ้ใหญ่ แต่กลับไม่เป็ที่ชื่นชอบของแม่สามีเท่าไหร่
ร่างกาย้าคาร์โบไฮเดรตเพื่อเป็แหล่งพลังงานให้ร่างกาย ใครๆ เขาก็กินกัน กินเพื่ออยู่ ได้แต่คิดปลอบใจตัวเอง
“นี่จ้ะแป้งย่าง กินกับน้ำแกงผักป่า” คนเป็พี่สะใภ้รองไปตักน้ำแกงผักป่ามาให้น้องสามีหนึ่งชาม ก่อนจะเก็บครัวต่อ ตอนนี้ทุกคนในบ้านไปลงแปลงนากันหมดแล้ว
ไป๋ถิงถิงมองอาหารปรุงสุกตรงหน้าด้วยแววตาเบิกกว้าง แป้งย่าง?? ไอ้แผ่นกลมๆ ตรงหน้า ส่วนในชามเล็กๆ คงเป็น้ำแกงผักป่า?
“เชี่ย อาหารปรุงสุก” แค่เห็นก็ขนลุกแล้ว แต่เท่านั้นยังไม่พอ เธอจะต้องกินมันลงไป
“เอาว่ะ คนอื่นก็กินไม่เห็นตาย” เมื่อทนความหิวไม่ไหวก็ต้องกลืนมันลงไป เริ่มจากแผ่นแป้งย่าง มันมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เป็แหล่งคาร์โบไฮเดรต พอกัดลงไปแล้วก็ต้องเคี้ยวสักพักรู้สึกฝืดคอ มือเรียวหยิบชามน้ำแกงมาดื่ม
แค่กๆ
รสชาติโคตรแปลก มันไม่ได้เหม็นเขียวอย่างที่คิด แต่มันจืดมากแบบมากๆ เลย กินเพื่อให้มีชีวิตรอดไป๋ถิงถิงกินมันจนหมด ไม่แปลกที่ร่างนี้ผอมขนาดนี้ ดูจากอาหารที่กินเข้าไปมีแค่คาร์โบไฮเดรตให้พลังงานแค่ไม่เท่าไหร่ กับน้ำแกงผักป่าที่ไม่รู้ว่ามีวิตามินและไฟเบอร์ที่ร่างกาย้าครบหรือเปล่า
คิดถึงอาหารสังเคราะห์ที่เปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่ร่างกาย้า
คิดถึงโพชั่นชะมัดเลยให้ตายเถอะ
...........