“อาจารย์หรอครับ!?"
“อาจารย์!?”
ผมกับรูอันหันหน้ามองกันด้วยความงุนงง
“อืม” ลิซ่าพยักหน้าตอบราวกับยืนยันในคำพูดของตัวเอง
“เอ่อ…ขอเวลาสักครูนะครับ” ผมกับรูอันเดินแยกออกมาจากลิซ่า เพื่อไปปรึกษากันที่หลังต้นไม้
“โชคดีจังแหะได้คนเก่งแบบนี้มาเป็อาจารย์ด้วย..แถมหน้าตาดีอีกต่างหาก แต่ติดปัญหาอยู่อย่างเดียวคือ เราจะไว้ใจเธอได้จริงๆนะหรอ? ” รูอันกล่าวด้วยแววตาตื่นเต้นพร้อมกับทำท่าทางกังวลใจเล็กน้อยในตอนท้าย
“จะพูดแบบนั้นก็ได้ แต่ฉันคิดว่า ถ้าเธอมีจุดประสงค์ร้ายจริงๆ พวกเราคงถูกเธอจัดการั้แ่แรกแล้วล่ะ ไม่มีทางเอาชนะเธอได้หรอก….อีกอย่าง..”
“อีกอย่าง?”
“อีกอย่างเลยคือ เราไม่รู้ว่าระหว่างทางไปเมืองหลวงจะเจอโจรแบบ2คนนั้นอีกมั้ย แล้วที่สำคัญเลยคือเราไม่รู้ว่าคู่แข่งที่เราต้องเจอในตอนสอบเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์จะเก่งกันอีกแค่ไหน ฉะนั้นได้การได้คนเก่งมาช่วยฝึกวิชาให้ก็น่าจะถือเป็เื่โชคดีไม่ใช่หรอ ”
“อืม..นั่นสินะ” รูอันกล่าวด้วยท่าทีเห็นด้วย
หลังจากพวกผมปรึกษากันเสร็จแล้ว พวกผมได้พากันเดินไปหาหญิงสาวผู้ใช้เวทย์มิติคนนั้น(ลิซ่า) ซึ่งยืนรออยู่
“ได้ครับ ตกลง”
“พวกเราจะยอมเป็ลูกศิษย์ของคุณครับ”
“อาจารย์/อาจารย์” พวกผมกล่าวเรียกค่ำว่าอาจารย์ด้วยน้ำเสียงที่พร้อมเพรียงกัน
“ได้เลยจ่ะ..><” ลิซ่ากล่าวตกลงด้วยท่าทียิ้มแย้ม ไม่สิปกติแววตาของเธอก็ดูยิ้มๆอยู่แล้วนิ และการฝึกฝนอันแสนหฤโหดก็ได้เริ่มต้นขึ้นในวันถัดไป
…………….
6.00 น. ณ เวลาเช้าตู่เข้า่ฝึกฝนวันแรก
"ฮ้าวว…” ผมตื่นนอนมาหาวเล็กน้อย พร้อมกับหันหน้าไปมองข้างๆ
“เอ่อ..สวัสดี” รูอันซึ่งตื่นก่อนกำลังนั่งอยู่บนก้อนหินโบกมือทักทายผม
หลังจากที่เหนื่อยล้าอย่างหนัก..เมื่อคืน พวกผมได้นอนพักกันกลางทุ่งหญ้า พร้อมกับก่อไฟ และตอนนี้พลังเวทย์ก็ได้ฟื้นคืนกลับมาเท่าเดิมแล้ว แถมยังเพิ่มขึ้นอีกจากการใช้งานตอนสู้กับโจรอย่างหนักในเมื่อวาน ทำให้ตอนนี้ค่าสเตตัสผม
:หอกศักดิ์สิทธิ์แห่งวีรบุรุษ:
ผู้: เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV1
ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก) :เทวทัณฑ์
พลังชีวิต 2000/2000
พลังเวทย์ 5800/5800
สกิล: [ปรารถนาวีรบุรุษ lv1] -เอนชานต์(เพิ่มคุณสมบัติ)พลังกายภาพและเวทย์มนต์
-ประสิทธิภาพขึ้นกับเวลาที่ชาร์จ (ระยะเวลาชาร์จสูงสุด 3นาที)
-สามารถส่งต่อผลลัพธ์ให้ทั้งตนเองและผู้อื่นได้
-เงื่อนไขการใช้สกิล สัมพันธ์กับสภาวะทางความคิดและจิตใจ
-เวลาชาร์จทุก1วินาทีจะปรับเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น2เท่า
-ใช้พลังเวทย์2000
[คัตเตอร์สเปียร์ lv1 ] -หลังตะวัดหอก จะปล่อยคลื่นโค้งที่ตัดทำลายเป้าหมาย
- ความเสียหาย 510
-ใช้พลังเวทย์100
……………………………………………………………..
ดูเหมือนว่าเกจ(ความจุ)ของพลังเวทย์จะเพิ่มขึ้นมา 800 แหะ ส่วนพลังชีวิตก็ยังอยู่เหมือนเดิม แถมตอนนี้ก็
‘จ๊อก..จ๊อก!!’ เสียงท้องร้องของผมกับรูอันก็เริ่มดัง เพราะไม่ได้กินอะไรั้แ่เมื่อคืน และทันทีที่ผมสังเกตไปรอบๆ
“อ่าว..อาจารย์ไม่อยู่หรอ” ผมหันหน้าไปถามรูอัน
“เอ่อ..ชั้นเองก็ไม่รู้กัน พอตื่นมาอาจารย์ก็ไม่อยู่แล้ว”
“เห้ยยๆๆ…นี่แกงกันใช่มั้ยเนี่ย” ขณะที่ผมคิดแบบนั้น พร้อมกับคิดในใจด้วยความรู้สึกกังวล ซึ่งรูอันก็น่าจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน(มั้งนะ) และตอนนั้นเอง
‘วูป’ มีเสียงเปิดประตูวาปเกิดขึ้น พร้อมกับััพลังเวทย์ได้เล็กน้อย จากนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากประตูมิติสีขาว ผู้หญิงคนนั้นไว้ผมยาวสีแดงพร้อมกับสวมหมวกแม่มด ใบหน้างดงามพร้อมกับนัยตาที่ปิดดูเหมือนยิ้มตลอด ใช่แล้วล่ะ ผู้หญิงคนนั้นอาจารย์ลิซ่านั่นเอง
“เวทย์มนต์มิติ เทเลพอร์ตงั้นหรอ!?” ผมตกตะลึงเล็กน้อย พร้อมกับความรู้สึกโล่งใจที่ไม่ได้โดนอาจารย์ทิ้งแหะ
“เอาล่ะ….อรุณสวัสดิ์ เ้าหนู” อาจารย์ลิซ่าซึ่งตื่นก่อนพวกผมและเพิ่งปรากฎตัวออกมากล่าวทักทายด้วยสีหน้าอารมณ์ดี
“เอ่อ?…อารุณสวัสดิ์ครับ/อารุณสวัสดิ์ครับอาจารย์" ผมกับรูอันกล่าวทักทายอาจารย์
“เมื่อกี้นี้ชั้นไปสำรวจป่ารอบๆแถวนี้มาน่ะ เหมือนจะมีแต่ป่าแต่ธรรมดานะ ไม่มีป่าปีศาจ ซึ่งน่าจะพอล่าสัตว์กับเก็บผลไม้มาเป็อาหารได้ รวมทั้งในป่านั้นก็มีแม่น้ำด้วย ถึงจะอยู่ไกลหน่อย แต่ถ้าไปที่นั่นด้วยเวทย์มนต์มิติของชั้นก็ไม่มีปัญหา และที่สำคัญนี่ก็จะเป็หนึ่งในการฝึกของพวกเธอด้วย”
”ป่าปีศาจ!?"
“การฝึก!?”
“เอ่อชั้นยังไม่ได้อธิบายพวกเธอสินะ เอาล่ะ งั้นจะอธิบายตอนนี้เลยละกัน…”
“เงื่อนไขแรกสำหรับการสมัครสอบเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์คือต้องเป็ผู้ถูกเลือกโดยอาร์ติเฟกซ์สายอาวุธ ส่วนเงื่อนไขที่สองคือผู้ที่สมัครทุกคนต้องมีเลเวลไม่ต่ำกว่าเลเวล10 ซึ่งเงื่อนไขข้อแรกนั้นพวกเธอถือว่าผ่าน เหลือแค่เงื่อนไขที่สองเนี่ยแหละ"
“เลเวล10 ??” จริงสิในหน้าต่างสเตตัสที่เห็นหลังจากได้รับอาร์ติเฟกซ์ ก็มีตัวเลขของเลเวลแสดงอยู่สินะ
“ว่าแต่อาจารย์ครับ พวกเราต้องเก็บเลเวลกันยังไงหรอครับ? แล้วถ้าตอนสอบเข้าเจอคู่แข่งที่เลเวลสูงกว่าเรามากๆนี่จะไม่เสียเปรียบแย่หรอ?” รูอันถามด้วยความกังวลเล็กน้อย
“ไม่ต้องห่วงหรอกจ๊ะ ถึงแม้ระบบเลเวลจะมีเฉพาะคนที่ถูกเลือกโดยอาร์ติเฟกซ์เท่านั้น แต่ตราบใดที่ยังไม่ได้ผ่านการคลาสอัพ..เลเวลของคนๆนั้นก็ไม่มีทางเกิน 15 ไปได้หรอก ซึ่งการคลาสอัพจะทำได้ ก็ต่อเมื่อต้องเข้าเป็นักเรียนของ รร.อัศวินเวทย์มนต์ก่อนเท่านั้น ไม่อย่างนั้นต่อให้เป็ถึงเชื้อพระวงศ์ หรือพระาาก็ไม่สามารถทำการคลาสอัพได้ตามใจชอบหรอก”
“ทำไมโรงเรียนมันถึงได้ดูเส้นใหญ่จังแหะ!?” ผมพูดด้วยความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
“ก็แหงน่ะสิ..ในโลกใบนี้คนที่มีอำนาจที่สุดไม่ใช่พระาาหรอกนะ แต่คือแหล่งรวมคนที่แข็งแกร่งที่สุด อย่างสภาเวทย์มนต์แล้วก็อัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้ง6ต่างหาก รวมไปถึงจักรพรรดิ์เวทย์มนต์ด้วย ถ้าพูดให้เห็นภาพง่ายๆก็น่าจะตามนี้ล่ะมั้ง …"
จักรพรรดิ์เวทย์มนต์
อัศวินศักดิสิทธิ์ลำดับที่ 1-6
สภาเวทย์มนตร์
(ส่วนราชวงศ์มีอำนาจแค่ในส่วนของฝ่ายบริหารเท่านั้น)
"และ รร.ซึ่งเป็แหล่งผลิตบุคลากรชั้นสุดยอดเหล่านี้ออกมาเพื่อป้อนให้อาณาจักร ก็ต้องเป็สถานที่ ที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แม้กระทั่งเชื้อพระวงศ์เองหลายคนยังต้องแย่งกันสอบเข้าเลยนะ”
พวกผมรู้สึกกังวลเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าคู่แข่งของตัวเองมีคนที่เป็ถึงเชื้อพระวงศ์ด้วย
“ถึงแบบนั้นชั้นถึงต้องพยายามฝึกฝนให้พวกเธออยู่นี่ไงเอาเถอะ..ออกนอกเื่ไปไกลล่ะ มาพูดถึงกำหนดการฝึกกันต่อเถอะ….อันดับแรกชั้นจะให้พวกเธอฝึกการล่าสัตว์ป่าหรือว่ามอนสเตอร์เพื่อเก็บเลเวลกันก่อน ส่วนอาหารก็หามาจากเนื้อสัตว์ป่าและมอนสเตอร์ที่ได้นั่นแหละ ส่วนด้านผลไม้ชั้นจะเป็คนหามาเอง”
อาจารย์ส่งคำเชิญร่วมสมาชิกกลุ่ม(ปาตี้)ให้ผม ทำให้เกิดข้อความบางอย่างขึ้นในทัศนวิสัย
‘คำเชิญร่วมปาตี้จาก ลิซ่า ฟอน เกลเเรท’
‘ตกลง/ปฎิเสธ'
หลังจากนั้นผมขยับนิ้วขึ้นไปจิ้มตรงข้อความ
‘ตกลง’
ซึ่งอาจารย์ก็ส่งคำเชิญแบบเดียวกันให้รูอันเช่นกัน ทำให้ที่หน้าต่างสเตตัสด้านซ้ายมือในทัศนวิสัยของสายตาผมปรากฎรายชื่อของทั้ง 3 คนตรงมุมซ้ายล่างเล็กๆ
“ว่าแต่รูอัน..นายใช้เวทย์โจมตีพื้นฐานได้มั้ย?" ผมถามรูอัน
“เอ๋..ก็ได้อยู่นะครับ ถึงผมจะไม่ถนัดใช้เวทย์โจมตีเท่าไรก็เถอะ”
“ยังไงฝึกใช้ก็ดีนะ ถึงแม้ว่าผู้ใช้เวทย์รักษาอย่างเธอจะอยู่ฝ่ายสนับสนุน(ซัพพอร์ต) แต่ถ้าใช้เวทย์โจมตีได้บ้าง บางทีอาจช่วยให้สมาชิกในทีมข้ามพ้นสถานการณ์วิกฤติได้เลยนะ”
“คค..ครับ ผมจะพยายามครับ”
“ส่วนค่าประสบการณ์ที่ได้ในสมาชิกปาตี้จะหารร่วมกันก็เถอะ แต่สำหรับชั้นที่เลเวลสูงกว่าพวกเธอมากค่าประสบการณ์(Exp)ที่ได้จากการล่ามอนสเตอร์กระจอกพวกนี้ แทบไม่มีผลกับชั้นเลย ฉะนั้นชั้นขอไปเก็บผลไม้ดีกว่า และที่สำคัญถ้าเป็แค่สัตว์ป่าธรรมดา พวกเธอน่าจะร่วมมือจัดการได้ไม่ยากอยู่แล้วนะ ต่อให้ไม่ได้ถูกเลือกโดยอาร์ติเฟกซ์ก็น่าจะสู้ได้สบาย”
ที่อาจารย์พูดมามันก็จริงแหะ..เอาตรงๆตอนที่ผมอายุยังไม่ถึงสิบขวบ ผมยังเคยใช้แค่เวทย์มนต์ธรรมดาเอาชนะหมีได้เลย
“เอาล่ะ.. เมื่อพร้อมแล้วก็ไปกันเถอะ”
‘เวทย์มนต์มิติ-เทเลพอร์ต’
หลังจากอาจารย์ร่ายเวทย์เสร็จ ผมกับรูอันก็พากันเดินเข้าไปในประตูเทเลพอร์ต พร้อมกับอาจารย์ที่เดินเข้ามาเป็คนสุดท้าย และตอนนี้ภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าผมนั้นก็คือ……