เจียงม่อเซิ่งมองไปทางอวี๋จิ่นลี่ด้วยสายตาสับสน แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่เขาก็ััได้ว่าพลังทั้งสองครั้งนี้เกิดจากเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ด้วยทุกครั้งเมื่อเด็กหนุ่มแตะตรงข้อมือพลังจะปรากฏออกมา และตำแหน่งที่พลังจะเริ่มปรากฏให้เห็นคือตรงข้อมือ
เขาไม่รู้เลยว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็ใครกันแน่ และทำไมถึงมีพลังในการรักษา แต่เจียงม่อเซิ่งเชื่อว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่มีเจตนาร้าย และยัง้าช่วยเขาด้วยซ้ำ
แม้แต่แพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในสหพันธรัฐก็ยังจนปัญญาเื่พิษของเขา หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้...จะเป็ความหวังนั้นกันนะ
แม้เจียงม่อเซิ่งจะพร้อมอุทิศตนทุกเมื่อั้แ่เข้าสู่กองทัพ และถึงเขาจะไม่กลัวตาย แต่ถ้ามีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ เจียงม่อเซิ่งก็หวังว่าตนเองจะอยู่รอดปลอดภัย
เขายังมีประเทศให้ต้องรักษา มีประชาชนให้ปกป้อง มีพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดู ถ้าหากเขายังไม่ถึงเวลาตาย เขาย่อมหวังว่าจะใช้ชีวิตให้ดี
ทว่าเวลาเดียวกันเจียงม่อเซิ่งก็ตระหนักได้ว่า พลังที่เด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่นั้นอาจจะเป็พลังที่ไม่เคยถูกค้นพบมาก่อน หากโลกภายนอกรู้เื่พลังที่สามารถรักษาได้เข้าละก็...เด็กหนุ่มคนนี้อาจจะตกอยู่ในอันตราย
เมื่อมองไปยังท่าทางซื่อบื้อของอวี๋จิ่นลี่ ก็รู้ได้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้ฉุกคิดถึงเื่นี้เลยเป็แน่ แล้วยังใช้พลังแบบนี้รักษาเขาอีก ความรู้สึกนี้มัน...เจ็บแปลบปนหวานละมุน นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกอะไรแบบนี้เลยนะ
“พิษในร่างกายของนายรุนแรงมาก ตอนนี้พลังของฉันอ่อนแอเกินกว่าจะรักษานายได้ คงจะดีถ้าอาจารย์อยู่ที่นี่ด้วย อาจารย์ต้องช่วยรักษานายได้แน่นอน” อวี๋จิ่นลี่เอียงหน้าน้อยๆ พูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาโดยไม่รู้ตัว
“คราวหลังฉันจะต้องกินเนื้อสันหลังัมากหน่อยเพื่อสะสมพลัง ตอนนี้นายรู้สึกดีขึ้นบ้างไหม” อวี๋จิ่นลี่กะพริบดวงตากลมโตปริบๆ พลางเอ่ยปากถาม
“ดีขึ้นแล้ว ขอบใจนายมาก” มุมปากของเจียงม่อเซิ่งที่เม้มเป็เส้นตรง หยักโค้งขึ้นเล็กน้อย เมื่อมองไปที่อวี๋จิ่นลี่ ความเห็นแก่ตัวบางอย่างก็ผุดขึ้นในใจเขาเป็ครั้งแรก
เขาต้องปกป้องเด็กหนุ่มตรงหน้า และรักษาความลับนี้เอาไว้ไม่ให้ใครรู้
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วละ” อวี๋จิ่นลี่ได้ยินแบบนั้นก็รู้แล้วว่าวิธีนี้ใช้ได้ผล ความสุขก่อขึ้นในใจพร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า “หลังจากนี้ฉันจะมาช่วยนายหวีผมทุกวัน ถึงจะถอนพิษไม่ได้ แต่อย่างน้อยมันก็จะทำให้นายรู้สึกดีขึ้น”
เพราะฉะนั้นขาทองคำก็คงไม่ต้องจบชีวิตในเร็วๆ นี้แล้วล่ะมั้ง
อีกอย่างการช่วยเหลือขาทองคำยังเป็ผลดีกับเขาชัดเจน เพราะในตอนนี้อวี๋จิ่นลี่สังเกตได้ว่าบารมีในร่างกายของเขาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นนิดๆ จะมีอะไรน่าดีใจไปกว่านี้อีกละ เห็นได้ชัดว่าตอนที่ดูแลขาทองคำมันทำให้เขามีสมาธิมากขึ้น
ตอนนี้สายตาที่อวี๋จิ่นลี่มองเจียงม่อเซิ่ง จึงเหมือนกับการมองดูทารกั์ที่กำลังเปล่งแสง
แน่นอนว่าเจียงม่อเซิ่งก็เป็ทารกั์ที่กำลังเปล่งแสงอยู่ในขณะนี้จริงๆ และแสงสีทองแห่งบารมีบนร่างกายของเขานั้นก็เข้มข้นมากด้วย
นอกเหนือไปจากฐานะวีรบุรุษของชาวสหพันธรัฐ เจียงม่อเซิ่งยังเป็ไอดอลฮีโร่ที่ทางกรมกลาโหมสร้างขึ้น นั่นทำให้เขาคุ้นเคยกับการทำสีหน้าเรียบเฉยเมื่อต้องเผชิญกับสายตาของแฟนคลับเป็อย่างดี แต่เวลานี้เจียงม่อเซิ่งกลับรู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อยที่ถูกอวี๋จิ่นลี่จ้องแบบนั้น
ชายหนุ่มเบนสายตาไปทางด้านข้างเงียบๆ แล้วมองของตกแต่งอื่นๆ ในห้อง แต่สายตาที่จับจ้องมาที่เขาราวกับกองไฟกำลังเผาไหม้จนทำเอาเจียงม่อเซิ่งอยากจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกไปจากห้องนอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
โชคดีที่อวี๋จิ่นลี่ไม่ได้จ้องเขานานกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเจียงม่อเซิ่งก็ไม่รู้ว่าตนจะเสียสติขึ้นมาจริงๆ หรือเปล่า
อวี๋จิ่นลี่เดินไปเดินมาในห้องของเจียงม่อเซิ่งด้วยความใคร่รู้ เมื่อเห็นสิ่งของแปลกใหม่ก็เอ่ยถามอีกฝ่าย ทั้งสองเข้ากันได้ดีมากทีเดียว