บทที่28 วิ่งรอบโรงเรียน
เฉินหนานติวให้ทั้งสองคนพวกเขารู้สึกขอบคุณเฉินหนาน เดิมที่ฉางเย่ก็เรียนเก่งอยู่แล้วแต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าจะทำได้ดีกว่าเดิม เ้าอ้วนเองก็ได้รับความรู้ไปไม่น้อย เฉินหนานอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างง่ายๆราวกับว่ามันไม่ใช่เื่ยากอะไร แล้วเสียงบอกเวลาก็ดังขึ้นมันบอกว่าถึงเวลาสอบแล้วทั้งสามจึงตรงไปยังห้องสอบ เฉินหนานเข้าในห้องสอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเขามองไปทางครูเมิ่งแล้วยิ้มให้ก่อนจะไปนั่งที่ เมื่อข้อสอบถูกแจกออกมาเฉินหนานอ่านแล้วทำมันอย่างรวดเร็วคะแนนทั้งหมดมีสี่ร้อยคะแนน โดยแบ่งตามหมวดสี่หมวดได้แก่ สังคม วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ และคณิตศาสตร์ อย่างระร้อยข้อ มันง่ายมากสำหรับเฉินหนานเขาทำมันได้อย่างถูกต้องทุกข้อ เวลาผ่านไปจนถึงพักเที่ยงสองหมวดแรกเสร็จเรียบร้อย เฉินหนานมานั่งทานขนมปังกับนมเวลาพัก่สอบเพียงครึ่งชั่วโมง จินอูเดินมาหาเขาพร้อมกับพูดเยาะเย้ย
“ได้ข่าวว่าทำเสร็จคนแรกคงไม่ได้มั่วหรอกนะ”เฉินหนานเหลือบมองแวบเดียวแล้วยิ้ม
“เื่นั้นไม่สำคัญหรอกอยู่ที่ว่านายจะรักษาคำพูดหรือไม่”
“ถ้าหมายถึงแก้ผ้าวิ่งล่ะก็ไม่มีปัญหายังไงคนวิ่งก็ต้องเป็นาย”จินอูพูดออกมาอย่างมั่นใจ เฉินหนานยิ้ม
“ฮ่าๆดียังไงเื่นี้ทุกคนรับรู้หมดแล้วฉันยอมแก้ผ้าดีกว่าผิดคำผูดตัวเอง”เฉินหนานจงใจพูดให้มันรู้สึกว่าแม้ต้องแก้ผ้าก็ต้องรักษาคำพูด
“แน่นอนฉันเองก็คนมีศักดิ์ศรี”ทั้งสองจับมือกัน เหตุการณ์ทั้งหมดถูกถ่ายไว้โดยนักเรียนหลายคน หลังจากทำข้อสอบ่เช้าจินอูมั่นใจมากเขาทำมันได้เกือบทุกข้อดังนั้นเขาคิดแล้วว่าคนแพ้คือเฉินหนาน ไม่ต้องพูดถึงเขาคืออันดับหนึ่งของโรงเรียน แต่เฉินหนานเป็เพียงขยะอันดับสุดท้าย เท่านี้ผลก็แน่ชัดแล้ว หลังจากเสียงออดก็ดังขึ้นพวกเขาเข้าไปสอบอีกสองหมวดที่เหลือ เหมือนเดิมเฉินหนานทำมันอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ก่อนที่เขาจะเอ๋อภาษาต่างประเทศเขาก็ดีอยู่แล้ว หลังจากเขากลับมาที่โลกนี้เขาได้อ่านหนังสือต่างประเทศจำนวนมากรวมถึงอ่านผลงานวิจัยต่างๆเขาศึกษาจนหมดดังนั้นการสอบครั้งนี้จึงไม่ยากอะไร
เวลาผ่านไปจนถึงสามโมงเย็นหมดเวลาสอบพวกเขาออกมานั่งรอผลคะแนนกัน การตรวจคะแนนนั้นทำได้ง่ายมากเนื่องจากกรุกระดาษคำตอบของพวกเขาเป็แบบพิเศษ นำเข้าคอมพิวเตอร์มันก็คำนวณออกมาอย่างแม่นยำไม่เคยผิดพลาด ยกเว้นขอสอบแบบเขียนเท่านั้นที่ต้องให้ครูตรวจ แต่สอบย่อยนี้ไม่มีข้อสอบเขียน ดังนั้นการตรวจสอบคะแนนจึงง่าย เฉินหนานนั่งคุยอยู่กับเ้าอ้วนและฉางเย่
“เป็ไงสอบได้ไหม”เฉินหนานถามพวกเขา
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันทำมันได้ง่ายๆ”ฉางเย่ตอบออกมา
“ลูกพี่ฉันคิดว่าคะแนนฉันไม่เลวเลยเพราะฉันทำได้มากกว่าครึ่งแน่ๆ”เ้าอ้วนหัวเราะ ทั้งสองไม่ถามเฉินหนานเลยว่าทำได้ไหมทั้งคู่รู้กันอยู่แล้ว ในกลุ่มของจินอูมีสาวๆรุ่มล้อมเขาถือว่าเป็เื่ปกติ บ้านรวย เรียนเก่ง ใครจะไม่สนใจเขาเฉินหนานไม่ได้สนใจอะไร แต่จินอูเดินเข้ามาหาเขา
“ทำไมยังไม่รีบแก้ผ้าอักแล้ววิ่งให้มันจบๆไป”จินอูพูดจาดูถูกเฉินหนาน
“คะแนนยังไม่ออกเลยจินอูนายจะโกงงั้นหรือ”ฉางเย่ท้าวเอวพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“มันก็ค่าเท่ากันนั่นแหละน่าฉันทำข้อสอบได้กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วเฉินหนานจะเอาอะไรมาสู้ฉันฉางเย่”ฉางเย่กำหมัดแน่นเสียจนเป็ข้อเื
“นายออกไปอย่ามายุ่งกับพวกเรา”เ้าอ้วนพูดออกมา
“เอาล่ะถึงเวลานั้นพวกนายรอดูได้เลยว่าคะแนนได้เท่าไร”เฉินหนานพูดออกมาอย่างไม่แยแส
“อย่างนายเนี่ยนะได้ถึงร้อยคะแนนก็บุญแล้ว”จินอูพูดเยาะเย้ย
“ฮ่าๆถ้าฉ้นได้แค่นั้นฉันจะไม่เพียงวิ่งรอบโรงเรียนแต่จะะโด้วยเลย”เฉินหนานพูดติดตลก
“ฮ่าๆนายจำคำพูดตัวเองไว้ก็แล้วกัน”จินอูแค่นเสียง จากนั้นก็มีประกาศจากทางโรงเรียนว่าคะแนนสอบจะออกแล้วทุกคนรีบวิ่งไปยังบอร์ดดิจิตอลขนาดใหญ่ของโรงเรียน ปิ๊ง!!!!รายชื่อยองทุกคนก็ปรากฎขึ้นทันที ฉางเย่ได้ 370 คะแนนเธอการโดดร้องด้วยความดีใจ เ้าอ้วนได้ 278 คะแนน มันถึงกับน้ำตาไหลแล้วกอดเฉินหนาน จินอูได้ 392 คะแนน มันยิ้มออกมาแล้วมองไปที่เฉินหนานอย่างผู้ชนะ ส่วนคะแนนของเฉินหนานยังไม่ออก เฉินหนานก็แปลกใจว่าทำไมคะแนนเขาถึงยังไม่ออก
ในห้องประชุม อาจารย์หลายท่านต่างออกความเห็นถึงคะแนนของเฉินหนานที่สูงผิดปกติ ต้องรู้ว่าเขาได้อันดับสุดท้ายของโรงเรียนเมื่อปีที่แล้วแต่ทำไมเขาถึงมีคะแนนที่ก้าวะโแบบนี้
“เราตรวจสอบแล้วเขาไม่ได้โกงแต่อย่างใดแถมข้อสอบนี้ก็เพิ่งส่งมาวันนี้ไม่มีทางหลุดออกไปได้”ครูใหญ่กล่าว
“อันที่จริงเขาฉันเห็นเขาเข้าห้องสมุดทุกวันทั้งเช้าและเย็นอาจเป็เพราะเหตุนี้ก็ได้”อาจารย์บรรณารักษ์กล่าว
“แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เกินไป”
“ฉันก็ไม่เข้าใจหลอกนะว่าเขาทำได้อย่างไรแต่ว่าเมื่อเดือนที่แล้ว เขาหายจากอาการป่วยแล้วกลับมาเป็ปกติ เดิมทีเขาก็เป็เด็กฉลาดอยู่แล้วนี่อาจเป็เหตุผลที่เขาทำให้เขาได้คะแนนสูงก็ได้”เมิ่งชิงอู่กล่าว
“ถ้าเป็แบบนี้คงจะสมเหตุสมผล เป็ไปได้ไหมหลังจากเขาหายเขาจึงเข้าห้องสมุดเพื่อเรียนให้ทันเพื่อนๆ”หลายคนเห็นด้วย
“งั้นสรุปได้ว่าเราจะประกาศคะแนนนี้ออกไป”
ที่หน้าบอร์ดประกาศรายชื่อ จินอูกำลังบังคับเฉินหนานถอดเสื้อผ้าอยู่เพราะคะแนนเฉินหนานไม่ยอมออกเสียที หลายคนสันนิษฐานว่าคะแนนเขาน้อยเกินไปจนไม่สามารถประกาศออกมาได้ เนื่องจากกลัวว่านักเรียนจะกดดัน
“เอาล่ะนายต้องรักษาคำพูดใช่หรือไม่”จินอูพูดยิ้มๆ
“จินอูแคแนนเฉินหนานยังไม่ออกนั่นถือว่ายังไม่แพ้ไม่ใช่หรือ”ฉางเย่ไม่พอใจอย่างแรง
“อะไรนี่ยังไม่เขาใจอีกหรือคะแนนเขาน้อยเกินไปจึงไม่อาจประกาศออกมาได้ไงล่ะ”หนึ่งในแฟนคลับพูดเถียงออกมา
“เหอะ…ถึงคะแนนออกมาเขาก็ไม่มีทางถึงสามร้อยเหรอก”แฟนคลับอีกคนพูดขึ้น
“เอาล่ะในเมื่อเป็อย่างนี้ฉันจะถอดแค่เสื้อก่อนแล้วกันถ้าแคะแนนสอบออกมาแล้วฉันน้อยกว่าจินอูฉันจะแก้ผ้าเอง”เฉินหนานจงใจทำแบบนี้เพื่อถึงเวลาที่จินอูเห็นคะแนนของเขาจะต้องทำตามสัญญาอย่างไร้ข้อโต้แย้ง
“เฉินหนานแต่นายยังไม่แพ้นะ”เฉินหนานส่ายหน้า
“ไม่เป็ไรฉันลูกผู้ชาย”เขาจงใจพูดออกมาดังๆ เฉินหนานถอดเสื้อออกมาสาวก็กรี๊ดทันทีเมื่อเห็นมัดกล้ามที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีใหญ่หรือเล็กจนเกินไปมันเมือนกับนายแบบ
“หุ่นเขาช่างดีเหลือเกิน”
“เขามีแฟนหรือยัง”
“ฉันชอบเขา”เมื่อจินอูได้ยินก็ยิ่งโกรธ เฉินหนานแกล้งทำท่าที่โชว์กล้ามเนื้อเท่ๆ สาวๆกรี๊ดดังลั่น
“ให้ตายฉันก็ห่วงไปเถอะตานี่กับสนุกกับการถอดเสื้อเนี่ยนะ”ฉางเย่ขมวดคิ้ว
“ลูกพี่เท่สุดๆ”เ้าอ้วนะโโลดเต้นพร้อมไปัักล้ามเฉินหนาน
“นายทำอะไรฉันไม่ใช่เกย์นะจินเปา”เฉินหนานสะบันแขนหนีจินเปา จากนั้นเสียงจากบอร์ดก็ดังขึ้น ปิ๊ง!! แล้วชื่อเฉินหนานบนบอร์ดก็กะพริบขึ้นแล้วคะแนนที่ได้คือ 399 คะแนน เฉินหนานผิดหวังนิดหน่อยแต่ก็ยิ้มออกมา สิหน้าของจินอูมืดมนลงมันถึงกับตัวสั่นที่เห็นคะแนน
“เป็ไปไม่ได้”ตลอดหลายปีที่มันเป็ที่หนึ่งแต่วันนี้มันแพ้เสียแล้ว เสียงคนะโออกมาดังลั่นไปทั้งโรงเรียน แก้ผ้าๆๆ!!!จินอูไม่มีทางเลือกไม่ไม่กล้ากลืนคพพูดที่กล่าวว่าเฉินหนาน จากนั้นมันก็แก้ผ้าออกทั้งหมดไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวแต่หุ้นของจินอูไม่ได้ดีเท่าเฉินหนานความรู้สึกของคนที่เห็นจึงต่างออกไป
“เฮ้ยนั่นมันอะไรวะเป็ดวงๆ”
“นั่นมันสิวใช่ไหมใหญ่โคตร”เสียงหัวเราะดังลั่น เฉินหนานส่งถ้วยโฟมไปให้จินอูปิดตรงนั้นเอาไว้พร้อมรอยยิ้มที่เห็นใจ
“ฮ่าๆๆๆๆวิ่งได้แล้วจินอู”เ้าอ้วนร้องะโ จากนั้นเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์ก็ดังขึ้น วิ่งเลยๆๆๆๆ ทุกคนวิ่งตามกันเป็ขบวนโดยมีจินอูนำหน้า เสียงหัวเราะขบขันดังไปรอบโรงเรียนพวกครูยิ้มออกมา
“นี่มันสนุกยิ่งกว่างานกีฬาสานสัมพันธ์อีกไม่ใช่หรือไง”ครูใหญ่พูดพร้อมหัวเราะเบาๆ
หลังจบเื่เฉินหนานก็กลับคอนโดจัดกระเป๋าไปจงซาน ไม่นานรถก็มารับเขาไปที่สนามบิน เมื่อเฉินหนานมาถึงสนามบินก็พบว่าเ้าสำนักเว่ยและคนอีกหลายคนมาถึงแล้ว เฉินหนานเดินไปจับมือเ้าสำนักเว่ยและคนอื่นๆ
“สวัสดีครับเ้าสำนักเว่ยไม่เจอกันนานเลย”เ้าสำนักเว่ยยิ้มรับ
“ท่านปรมาจารย์เฉินนี่รองเ้าสำนักหลิงไท่ซู”เขามีผมสีขาวอายุหกสิบปี ทว่ารางกายเขาเหมือนคนอายุสี่สิบห้าปีเท่านั้น เฉินหนานจับมือเขาอีกครั้ง
“ปรมาจารย์เฉินคุณอาจจะได้ยินข่าวของอัจฉริยะคนไหมของสำนักกิเลนขาวแล้วคุณคิดว่าไง”เ้าสำนักเว่ยเอยถามความเห็นเฉินหนาน
“ท่านคงหมายถึงชงอวิ๋นอะไรนั่นใช่ไหม”
“ใช่แล้วๆ”
“ฉันหวังว่าเขาจะไม่อ่อนแอจนเกินไปน่ะนะ”เฉินหนานยิ้ม เ้าสำนักเว่ยก็หัวเราะออกมา
“จริงด้วยสำหรับท่านปรมาจารย์แล้วแค่นี้จะนับเป็อันใดได้”
“งั้นเราไปกันเถอะเครื่องใกล้ออกแล้ว” จากนั้นทุกคนก็มาถึงจงซาน ที่นี่นับว่าเป็เมืองที่เจริญมากเทียบกับวันเดอร์เล่ล์แล้วที่นี้ก็์เลย
“ที่นี่น่าเที่ยวดีเหมือนกันนะครับเ้าสำนักเว่ย”เว่ยโม่ถงเห็นด้วยที่นี่สวยงามมาก
“จริงสิเ้าสำนักเว่ยสำนักในปัจจุบันมีอยู่กี่แห่งกัน”เว่ยโม่ถงคิดสักพักก็ตอบ
“สำนักที่เป็ที่รู้จักดังๆก็มี วัดเส้าหลิน บู๊ตึ๊ง สำนักคุนหลุน ง้อไบ้ สี่สำนักนี้ถือเป็สุดยอดของยุคนี้แล้ว ส่วนสำนักระดับกลางอย่าสำนักัรุ่งโรจน์หรือสำนักกิเลนขาวนั่นมีอยู่มากอาจถึงห้าสิบแห่ง”เฉินหนานพยักหน้า
“แล้วยังมีพวกนิกายลึกลับที่ใหญ่พอๆกับสี่สำนักใหญ่อยู่มากเช่นกัน”เฉินหนานรู้สึกสนใจพวกนิกายลึกลับเป็พิเศษจึงถามต่อ
“ท่านพอจะมีข้อมูลนิกายพวกนี้หรือไม่”เ้าสำนักเว่ยทำสีหน้าจริงจังแล้วกดเสียงต่ำลง
“ไม่มีใครรู้ข้อมูลนิกายพวกนี้คนที่รู้หายสาบสูญไปหมด ดังนั้นนิกายพวกนี้จึงเป็ความลับจนถึงปัจจุบันนี้”เฉินหนานรู้สึกว่านี่ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ในแดนเซียนสำนักพวกนี้ต่างอยากขึ้นมาเหนือสำนักใหญ่ๆสร้างเื่มากมายแต่พอในโลกนี้พวกมันต่างซ่อนตัวเอง
“ช่างเถอะไม่เกี่ยวฉันอยู่แล้ว”เฉินหนานคิดในใจ
“อ่อจริงสิพวกท่านพอจะรู้จักร้านขายพวกไม้มงคลหรือไม่”
“คุณจะซื้อต้นไม้ไปปลุกหรือท่านปรมาจารย์เฉิน”หลิงไท่ซูถามเขาเองก็ชอบต้นไม้เช่นกัน
“ไม่ใช่แบบนั้นฉันอยากได้ไม้จากต้นท้อสักเมตรหรือสองเมตร”ทุกคนเขาใจทันที
“เข้าใจแล้วผมมีร้านขายต้นไม่ประจำอยู่เดี๋ยวจะส่งไปให้ที่ห้องคุณเลย”
“ของคุณมากท่านรองเ้าสำนัก”เมื่อทุกคนมาถึงโรงแรมหลังจากทานอาหารค่ำเสร็จ เฉินหนานก็บ่มเพาะ จากนั้นไม้จากต้นท้อก็มาส่งถึงห้อง
เฉินหนานออกไปรับท่อนไม้มาจากนั้นเขาก็สำรวจมันอย่างละเอียดแล้วก็ยิ้มออกมา ต้นท้อ ถือเป็ไม้ศักดิ์สิทธิ์เป็ไม้์ ในพงศาวดารจีนเขียนไว้ว่าดอกท้อเป็ดอกไม้ที่เกิดในดวงจันทร์ ในสมัยโบราณมีความเชื่อว่าที่คนเจ็บไข้ได้ป่วยก็เพราะผีเข้า พวกพ่อมดหมอผีจะใช้กิ่งท้อที่ยื่นไปทางทิศตะวันออก และทิศใต้มาทำเป็ไม้เรียวตีไล่ผี หรือไม่ก็ใช้ใบท้อผสมลงในหม้อยาให้คนไข้กินไล่ผีที่สิงอยู่ออกไป เฉินหนาน้าใช้ไม้จากต้นท้อหลอมกระบี่ปราบมารขึ้นมาก เขาหงายฝ่ามือทั้งสองข้างปรากฎเปลวไฟสีฟ้าขึ้นมาจากนั้นเขาก็เคลื่อนไหวร่างกายกันรวดเร็วพร้อมกับไฟที่โหมกระหน่ำไปที่ท่อนไม้จากต้นท้อ แสงวูบวาบทำให้ท่อนไม้ค่อยๆเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็กระบี่ยาวหนึ่งเมตร เฉินหนานลงอาคมหลายชนิดตอนนี้มันแข็งพอๆกับเหล็ก เฉินหนานไม่้าใช้กระบี่ของจริงเนื่องจากอาจจะทำให้คู่ประลองตายได้ นี่ก็แค่การแลกเปลี่ยนวิชายุทธ์กันเท่านั้น ที่แปลกก็คือไฟเฉินหนานร้อนมากแต่เครื่องจับความร้อนของโรงแรมไม่ทำงาน จากนั้นเฉินหนานก็นอนหลับไป…