ทำไงดี... กระอักกระอ่วนจริงๆเลยแฮะ จะแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ถอยออกไป แล้วบอกว่า ‘เชิญแสดงต่อได้เลยครับ’ ดีไหม? สำหรับความสัมพันธ์พิเศษแบบนี้ หานเซียวไม่ได้สนับสนุนแต่ก็ไม่ได้เหยียดหยาม เขาเข้าใจว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่แค่ผู้ชายสองคนแต่เป็หัวใจเหงาๆสองดวงที่้าที่พึ่งพิง
งานที่มีความกดดันสูงทำให้พวกเขามีความเครียดสะสมที่ระบายออกทางไหนไม่ได้ ความรู้สึกพิเศษบางอย่างเลยงอกงามขึ้นมาระหว่างเพื่อนร่วมงานที่ต้องตัวติดกันทุกวัน นี่ไม่ใช่ความผิดของพวกนาย ทั้งหมดเป็ความผิดของโทคิโอมิ... ถุย! ความผิดของโลกต่างหาก!
ถึงในหัวจะคิดเื่เพี้ยนๆแต่ปฏิกิริยาของหานเซียวไม่ได้ช้าเลยแม้แต่น้อย เขากระชับมีดสั้นในท่าจับกลับหัวพุ่งเข้าใส่ ‘เ้าสามแสน’ ราวกับเสือชีตาห์ที่กำลังตะครุบเหยื่อ!
‘เ้าสามแสน’ สะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบคว้าปืนขึ้นมา หานเซียวเล็งจังหวะตวัดมีด ถ้าไม่ใช่เพราะ ‘เ้าท้องผูก’ ไหวตัวทันรีบถีบเพื่อนกระเด็นออกไป คมมีดคงเฉือนข้อมือข้างที่ถือปืนของ ‘เ้าสามแสน’ ขาดกระจุยไปแล้ว
การลอบโจมตีพลาดเป้าแต่หานเซียวไม่ชะงักแม้แต่น้อย ปลายนิ้วกระดกเปลี่ยนท่าจับมีดจากกลับหัวเป็จับแบบปกติอย่างคล่องแคล่ว ควงมีดหมุนติ้วแล้วแทงฉึกเข้าที่หน้าท้องของ ‘เ้าท้องผูก’ ที่หลบไม่ทันอย่างจังและตามด้วยกำหมัดทุบเข้าที่ต้นคออีกฝ่ายเต็มแรง!
การเคลื่อนไหวลื่นไหลต่อเนื่อง ซัดเป้าหมายจนสลบเหมือดคาที่!
-42! -45!
[พละกำลังของคุณคือ 25, พละกำลังของเป้าหมายคือ 10... การตรวจสอบพละกำลังสำเร็จ, คุณมีค่าพละกำลังสูงกว่าเป้าหมายสองเท่า, การโจมตีครั้งนี้เพิ่มความเสียหายจากการข่มขวัญ 50%! เป้าหมายติดสถานะมึนงง]
พละกำลังของหานเซียวมากกว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยพวกนี้ถึงสองเท่า หมัดและเท้าจึงสร้างผลลัพธ์การข่มขวัญได้อย่างรุนแรงแถมยังมอบสถานะด้านลบอย่างมึนงงหรือกระดูกหักให้ด้วย
“เยี่ยม เก็บตัวอันตรายไปหนึ่ง!” หานเซียวใจชื้นขึ้นมาเปราะหนึ่ง
‘เ้าสามแสน’ ที่ถูกผลักกระเด็นม้วนตัวถอยหลังรักษาระยะปลอดภัยยกปืนขึ้นเล็งและเตรียมยิง
หากว่าเสียงปืนดังขึ้น ทั้งฐานทัพต้องแตกตื่นกันหมดแน่ หานเซียวตอบสนองอย่างฉับไวพร้อมกระโจนตัวลอยเข้าใส่ ‘เ้าสามแสน’ จนล้มกลิ้งไปนัวเนียกันบนพื้น นิ้วของเขารีบยัดเข้าไปขัดไกปืนเป็อย่างแรกแล้วจับข้อมือข้างที่ถือปืนของอีกฝ่ายกระแทกกับพื้นคอนกรีตอย่างแรง
ปึก!
เสียงร้องด้วยความเ็ปดังลั่น ปืนพกหลุดกระเด็นออกจากมือโดยทันที
หานเซียวไม่หยุดแค่นั้น เขาใช้หัวโขกใส่ดั้งจมูกของ ‘เ้าสามแสน’ อย่างจัง! หน้าผากเป็หนึ่งในส่วนที่แข็งที่สุดของร่างกายมนุษย์ผนวกกับพละกำลังยี่สิบห้าแต้มของเขาจึงทำให้ผลลัพธ์คือเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ!
กระดูกดั้งจมูกของ ‘เ้าสามแสน’ หักสะบั้น เืกำเดาพุ่งกระฉูด ติดสถานะมึนงงไปอีกราย
หานเซียวฉวยโอกาสพลิกตัวไปอยู่ด้านหลัง ‘เ้าสามแสน’ ใช้สองขาล็อก่เอวและสะโพกเอาไว้ แขนรัดรอบคอแล้วออกแรงบีบเต็มที่ หน้าของ ‘เ้าสามแสน’ เปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำทันที หายใจไม่ออก ส่งเสียงไม่ได้ สองขาถีบปัดป่ายไปมาเหมือนคนจมน้ำที่กำลังตะเกียกตะกาย
ท่ารัดคอจากด้านหลัง
[คุณใช้ท่าล็อก, พละกำลังของคุณคือ 25, พละกำลังของเป้าหมายคือ 11... การตรวจสอบพละกำลังผ่าน, เป้าหมายไม่สามารถดิ้นหลุด]
พวกเขายื้อยุดกันอยู่สิบกว่าวินาทีก่อนที่แรงขัดขืนของ ‘เ้าสามแสน’ จะค่อยๆแ่ลง แรงกดที่หลอดลมมากเกินไปทำให้อีกฝ่ายสลบเหมือดไปในที่สุด
“เกือบไป...”
หานเซียวลุกขึ้นยืนหอบแฮกๆและแอบสบถอยู่ภายในใจเล็กน้อย หากว่าตัวเองเป็สายนักสู้คงไม่เหนื่อยขนาดนี้
สายนักสู้เป็อาชีพยอดนิยมที่สุดในสตาร์โอเชียนไม่มีเหตุผลอื่นก็เพราะมันเท่! เท่อย่างถึงที่สุด! ชื่อท่าแต่ละท่านี่เท่จนหลุดโลก ไม่ว่าจะเป็ “คลื่นผ่าปฐีราชันอัคคี”, “ลำแสงมารทะลวง”, “หมัดดาราถล่ม” อานุภาพจะสมชื่อหรือไม่นั้นไม่สามารถบอกได้แต่อย่างน้อยก็จุดไฟแห่งจิติญญาความเบียวให้ลุกโชนได้!
เวลาปล่อยสกิลโดยไม่ะโชื่อท่าออกมาดังๆก็จะรู้สึกเหมือนปลดปล่อยพลังออกมาไม่สุด ถึงผู้เล่นส่วนใหญ่จะรู้สึกว่ามันน่าอายชะมัดแต่จากประสบการณ์ที่หานเซียวเคยปั้นไอดีสายนักสู้มาก่อน พอรับการตั้งค่าแบบนี้ได้แล้ว เอาจริงๆมันก็เพลิดเพลินเช่นกัน ใครบ้างไม่เคยผ่านวัยเบียวๆมาก่อนล่ะ?
แถมสไตล์การต่อสู้ของสายนักสู้ก็กระชับฉับไว เน้นต่อยแหลกไม่ต้องคิดเยอะ เทียบกับสายจักรกลที่เริ่มต้นยากที่สุดแล้วก็เหมือนความต่างระหว่างเกม Angry Birds กับเกม Dark Souls นั่นแหละ คนละสไตล์คนละความยากง่ายเลย สายนักสู้นี่เข้าถึงง่ายกว่าเยอะ
หานเซียวมีโบนัสสกิลการต่อสู้พื้นฐานและท่าล็อกผนวกกับประสบการณ์ที่เคยเล่นสายนักสู้ ความสามารถในการต่อสู้ถือว่ายอดเยี่ยม อย่างน้อยจัดการพวกยอดฝีมือในขอบเขตคนธรรมดาก็สบายมาก
เขาใช้มีดเชือดเก็บงานสองคนที่สลบอยู่ ความเมตตาแม้เพียงเสี้ยววินาทีในตอนนี้คือความโหดร้ายต่อตัวเอง เขาค้นตัวศพ ‘เ้าสามแสน’ กับ ‘เ้าท้องผูก’ ได้แม็กกาซีนปืนพกมาอีกสี่อัน
เขาไม่มีเวลาหยุดพัก เขาลากศพสองศพหน้าประตูเข้ามาซ่อนพร้อมถอดชุดปฏิบัติการของคนหนึ่งออกมาเช็ดคราบเืตามทางเดิน เขาใช้พานท้ายปืนทุบหน้าจอวงจรปิดจนเละเทะและเมื่อตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้วก็ล็อกประตูเดินออกจากห้องควบคุมไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ใครก็ดูไม่ออกว่าเขาเพิ่งฆ่าคนมาสี่ศพ... แถมยังเป็การฆ่าคนครั้งแรกของเขาด้วย
ต้องยอมรับว่าการทำหน้านิ่งเป็นิสัยที่ดีจริงๆ ใครก็เดาไม่ออกว่าคุณคิดอะไรอยู่
เมื่อกวาดล้างห้องควบคุมก็เหมือนเอากล้องวงจรปิดที่ส่องลงมาจากหัวออกไปได้ ในที่สุดก็ไม่ต้องทำลับๆล่อๆอีกต่อไป
พอกลับลงมาที่ชั้นสอง หน่วยรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งก็เข้ามาขวางหานเซียว
“คุณ หลินเว่ยเสียน ้าพบแก”
หานเซียวชะงักไปเล็กน้อยขณะที่แววตาวูบไหว
หลินเว่ยเสียนทนไม่ไหวแล้วจริงๆด้วย เขารู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึงแต่ไม่คิดว่าจะประจวบเหมาะขนาดนี้
คิดดูดีๆนี่อาจเป็ผลดีกับหานเซียวก็ได้ หลินเว่ยเสียนเป็หัวหน้าผู้รับผิดชอบการทดลองคนสำคัญ มีสถานะสูงส่ง เป็หนึ่งในไม่กี่คนที่มีคีย์การ์ดผ่านประตูฐานทัพ เขาเพ่งเล็งหมอนี่ไว้อยู่แล้วแต่อีกฝ่ายดันเสนอหน้ามาให้เชือดถึงที่เอง
……
เขาเดินตามหน่วยรักษาความปลอดภัยมาถึงห้องแล็บส่วนตัวของหลินเว่ยเสียน แสงไฟภายในสถานที่แห่งนี้สลัวๆ ชั้นวางบนผนังเรียงรายไปด้วยขวดโหลใสซึ่งภายในมีอวัยวะมนุษย์แช่อยู่ในน้ำยาฟอร์มาลินซึ่งดูเหมือนห้องสะสมของฆาตกรโรคจิตชัดๆ
หลินเว่ยเสียนมองหานเซียวด้วยสายตาเร่าร้อน ตอนนี้เขาดีใจมากถึงได้พูดด้วยความตื่นเต้นกระตือรือร้นว่า:
“ในที่สุดองค์กรก็ส่งแกมาให้ฉัน! แค่ผ่าแกออกมาดู ฉันก็จะรู้สาเหตุที่แกแตกต่างจากตัวทดลองคนอื่น พอฉันขุดคุ้นมูลค่าในตัวแกจนหมด ศพของแกจะมีสิทธิ์ได้มาเป็ตัวอย่างดองยาของฉัน ตัวทดลองคนแรก... ช่างน่าจดจำอะไรอย่างนี้”
หานเซียวเงียบกริบราวกับก้อนหิน ใบหน้าในความมืดมองไม่เห็นอารมณ์ใดๆ
“หน่วยรักษาความปลอดภัยคนนั้นน่ะ จับมันมัดให้แน่น อย่าให้มันดิ้นจนทำลายการทดลองของฉันล่ะ” หลินเว่ยเสียนสั่งเสร็จก็หันหลังให้ทั้งคู่พร้อมหยิบมีดผ่าตัดรูปร่างประหลาดและที่เจาะกะโหลกออกมาจากกล่องเครื่องมือ เครื่องมือพวกนี้ไม่รู้ผ่านการหั่นร่างคนมาแล้วเท่าไหร่ มันสะท้อนแสงเย็นเฉียบอันน่าสยดสยองออกมา
ทันใดนั้น หลินเว่ยเสียนก็ได้ยินเสียงล้มตึงดัง ตุบ! มาจากข้างหลัง เขาหันกลับไปดูด้วยความสงสัยแต่กลับพบว่าหานเซียวมายืนซ้อนหลังเขาั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ อีกฝ่ายกำลังมองลงมาด้วยสายตาอำมหิตซึ่งบดบังวิสัยทัศน์ของเขาทั้งหมด
ยังไม่ทันได้คิดอะไรแต่หลินเว่ยเสียนรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก ก้มลงมองอย่างงุนงงและเห็นมีดสั้นเล่มหนึ่งปักจมมิดด้ามอยู่ที่ตำแหน่งหัวใจ!
เรี่ยวแรงเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว มีดผ่าตัดร่วงลงพื้นเสียงดัง เคร้ง!
หลินเว่ยเสียนใแทบเสียสติพร้อมเงยหน้าสบตาหานเซียว สายตาที่ในความทรงจำของเขาเคยเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวา ตอนนี้กลับคมกริบราวกับมีดโกนซึ่งทำเอาเขาหนาวสะท้านไปถึงกระดูก
เมื่อมองเลยร่างหานเซียวไป หลินเว่ยเสียนเห็นหน่วยรักษาความปลอดภัยคนนั้นนอนกองอยู่กับพื้นด้วยสภาพที่คอบิดเบี้ยวผิดรูป ร่างกายที่ยังไม่ตายสนิทยังกระตุกเกร็งตามปฏิกิริยาสะท้อนกลับ
หลินเว่ยเสียนสมองว่างเปล่า คิดไม่ถึงเลยว่าหมายเลขศูนย์จะลุกขึ้นมาต่อต้าน เขาเห็นกระบวนการั้แ่หมายเลขศูนย์เกิดขึ้นมาจนถึงตอนถูกล้างสมอง มันผิดพลาดตรงไหนกันแน่...
ใช่แล้ว! ยังมีกล้องวงจรปิด! หลินเว่ยเสียนฝากความหวังสุดท้าย หันไปมองที่กล้องตรงมุมห้อง
หานเซียวพูดเสียงเรียบ “ตัดใจซะเถอะ คนในห้องควบคุมตายหมดแล้ว”
น้ำเสียงแบบนี้... ไม่มีทางเป็คำพูดของหมายเลขศูนย์ที่หัวช้าคนนั้นแน่!
หลินเว่ยเสียนตัวสั่นเทิ้ม หน้าซีดเผือดเหมือนศพ เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายถามเสียงแหบแห้ง “ครึ่ง... ครึ่งปีมานี้ แกเสแสร้งมาตลอดเลยเหรอ?”
หานเซียวพยักหน้า
“เป็ไปได้ยังไง... ทุกคนโดนแกหลอกหมดเลย!” หลินเว่ยเสียนเหมือนได้ยินเื่เหลือเชื่อที่สุดในโลก
“ไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้บนโลกใบนี้” หานเซียวบิดมีดสั้นอย่างแรง
หลินเว่ยเสียนล้มลงกับพื้นด้วยความไม่ยินยอมและตื่นตะลึงขณะที่ดวงตาเบิกโพลงด้วยสภาพที่ตายตาไม่หลับ
“ฉัน... คือผู้สร้าง... ของแกนะ...”
จนวาระสุดท้ายเขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองต้องมาจบชีวิตด้วยน้ำมือของหานเซียว... ผลงานที่เขาภาคภูมิใจที่สุด