ฟุ่บ ฟุ่บ!
ด้านนอกรังของกิ้งก่าั์มารมีเสียงความเคลื่อนไหวดังขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งดึงดูดความสนใจของกู่เฟิง
เขาจับกระบี่ไท่เหอที่ยังไม่ได้หลอมรวมเอาไว้แน่น และจ้องมองออกไปนอกถ้ำ ดวงตาอันลึกล้ำราวกับห้วงดาราคู่นั้นสาดประกายความคมปลาบออกมา
ที่นี่คือป่าปีศาจ์ที่เต็มไปด้วยจิตสังหารแฝงซ่อนอยู่รอบด้าน อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตขึ้นได้ทุกเมื่อ ต่อให้กู่เฟิงมีความแข็งแกร่งอันทรงพลังที่สามารถคุกคามขอบเขติญญาก่อกำเนิดได้ แต่หากต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ิญญาที่แข็งแกร่งจนเกินไป ก็ย่อมมีอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน
เสียงฝีเท้าหนาแน่นดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ในขณะที่กู่เฟิงกำลังรวบรวมพลังิญญา เตรียมจะชิงลงมือและดักสังหารศัตรูที่กำลังมาเยือนนั้นเอง เสียงะโก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"พี่อวิ๋น ท่านยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?"
"พี่อวิ๋น!!!"
"พี่กู่เฟิง อย่าเพิ่งลงมือ พวกเขาคือคนในตระกูลที่เดินทางไปเข้าร่วมเส้นทางิญญาพร้อมกับข้า!" กู่อวิ๋นรีบร้องะโบอกกู่เฟิงทันทีที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ด้วยความเกรงกลัวว่ากู่เฟิงจะลงมือสังหารคนในตระกูลที่มาตามหาตนไปจนหมด
เมื่อกู่เฟิงได้ยินเช่นนั้น เขาก็รั้งพลังิญญาที่ปะทุขึ้นมากลับไป กุมกระบี่ไท่เหอเอาไว้และเริ่มทำการหลอมรวม
ผู้ฝึกตนที่้าจะอาวุธิญญา จำเป็ต้องหลอมรวมมันให้ได้ก่อนเป็อันดับแรก เ้าของกระบี่ไท่เหอเล่มนี้ได้ตายไปแล้ว โดยไม่ได้ทิ้งร่องรอยใด ๆ เอาไว้ ดังนั้นกู่เฟิงจึงสามารถหลอมรวมมันได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเขาเริ่มหลอมรวมกระบี่ไท่เหอ กระบี่ิญญาที่หนักอึ้งดั่งขุนเขาเล่มนี้ ก็ค่อย ๆ เบาหวิวและพลิ้วไหวขึ้นมา
รอจนกว่าเขาจะหลอมรวมกระบี่ไท่เหอได้อย่างสมบูรณ์ เขาก็จะสามารถควบคุมกระบี่เล่มนี้ได้อย่างคล่องแคล่วดั่งใจนึก ใช้งานได้ราวกับเป็แขนที่สามของตนเองอย่างคุ้นเคย
"พี่อวิ๋น พวกเราหนีไปได้ครึ่งทางก็ได้ยินเสียงดังกึกก้อง จึงวิ่งกลับมา ผลปรากฏว่าเห็นกิ้งก่าั์มารถูกสังหารไปแล้ว อีกทั้งยังไม่พบศพของท่าน พวกเราจึงสงสัยว่าท่านอาจจะยังไม่ตาย และเสี่ยงตายกลับมาตามหาท่าน คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะยังไม่ตายจริง ๆ !"
"กิ้งก่าั์มารตัวนั้นถูกผู้ใดสังหารกัน?" คนของตระกูลกู่ที่รอดพ้นจากความตายมาได้ เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น
"ฮ่าฮ่า การที่ข้าสามารถรอดพ้นจากความตายมาได้ในครั้งนี้ ต้องขอบคุณพี่กู่เฟิงที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ"
"ก่อนหน้านี้ข้าก็รู้สึกว่าพี่กู่เฟิงไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ วันนี้เมื่อได้พบก็รู้เลยว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ อาศัยเพียงตบะบารมีในขอบเขตแก่นทองคำขั้นกลาง ก็สามารถใช้หมัดซัดหัวของกิ้งก่าั์มารจนะเิได้แล้ว พลังการต่อสู้ระดับนี้ หากนับในหมู่ศิษย์รุ่นเยาว์ของตระกูลกู่ทั้งหมด ก็จัดว่าอยู่ในระดับแนวหน้าเลยทีเดียว!" กู่อวิ๋นอธิบาย
ซี้ด!
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของกู่อวิ๋นพวกเขาก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ แม้ว่าพวกเขาจะตกตะลึงกับพลังการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวของกู่เฟิงแต่พวกเขาก็คิดไม่ถึงเลยว่า จะได้พบกับกู่เฟิงที่กำลังโด่งดังอย่างมากใน่นี้ที่นี่!
แรกเริ่ม กู่เฟิงสามารถควบแน่นกระดูกราชันเซียนในตำนานได้ ทำให้ตระกูลกู่สั่นะเืไปทั่วทั้งตระกูล จากนั้นกู่เฟิงก็ถูกกู่เว่ยชิงกระดูกราชันเซียนออกไป และทำลายตันเถียนจนแหลกสลาย
ทว่าเขากลับสามารถฟื้นฟูตบะบารมีขึ้นมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ สังหารบิดามารดาของกู่เว่ยและผู้าุโทั้งสองของตระกูลกู่สาขาเมืองชิงหลงติดต่อกัน ก่อนจะจากไปอย่างสง่างามโดยไร้ผู้ใดขัดขวางได้
เท่าที่พวกเขารู้ ปีนี้กู่เฟิงเพิ่งจะอายุสิบเก้าปี
เด็กหนุ่มอายุสิบเก้าปีผู้หนึ่ง กลับสามารถต่อกรกับตระกูลกู่สาขาเมืองชิงหลงได้ทั้งตระกูลเพียงลำพัง อีกทั้งยังไม่หวาดกลัวต่อการคุกคามของกู่เว่ย และลงมือสังหารบิดามารดาของกู่เว่ยอย่างเหี้ยมโหด ข่าวคราวอันน่าตื่นตะลึงแต่ละเื่ที่หลั่งไหลออกมานี้ ทำให้คนในตระกูลกู่ทุกคนที่ได้ยิน ล้วนอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นด้วยความอัศจรรย์ใจ
สิ่งที่ทำให้พวกเขาคาดไม่ถึงยิ่งไปกว่านั้นคือ เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ตบะบารมีของกู่เฟิงก็ได้รับการยกระดับจนถึงขอบเขตแก่นทองคำขั้นกลางแล้ว ซ้ำยังสามารถสังหารกิ้งก่าั์มารในขอบเขตแก่นทองคำขั้นสูงสุดได้อีก!
ระดับพลังการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ ได้ก้าวข้ามผู้ฝึกตนในรุ่นเดียวกันไปไกลแสนไกลแล้ว เกรงว่าคงมีเพียงอัจฉริยะระดับแนวหน้าสุดของตระกูลกู่เท่านั้น จึงจะสามารถสะกดข่มกู่เฟิงเอาไว้ได้
"มา มา มา อย่ามัวแต่ยืนอึ้งกันอยู่เลย มาขอบคุณพี่กู่เฟิงกับข้า ขอบคุณพี่กู่เฟิงที่มีบุญคุณช่วยชีวิต"
แม้ว่ากู่อวิ๋นจะมีอายุมากกว่า แต่โลกใบนี้เดิมทีก็นับถือผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเป็หลัก ในเมื่อกู่เฟิงมีความแข็งแกร่งมากกว่าเขา เช่นนั้นก็ย่อมคู่ควรกับคำเรียกขานว่า 'พี่กู่เฟิง' แล้ว
"ขอบคุณพี่กู่เฟิงที่มีบุญคุณช่วยชีวิต!"
ผู้ฝึกตนกลุ่มนี้ต่างพากันทำความเคารพและกล่าวขอบคุณกู่เฟิงตามกู่อวิ๋น เพียงแต่ว่ามีอยู่หลายคนที่แอบกลอกตาไปมาในตอนที่ก้มหัวลง และสาดประกายแสงอันเย็นเยียบที่ซ่อนเร้นเอาไว้ออกมา
"ที่นี่ไม่เหมาะที่จะอยู่นาน ออกไปจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากัน" กู่เฟิงไม่ค่อยชอบพิธีรีตองที่เต็มไปด้วยความเกรงใจเช่นนี้นัก เขาโบกมือปัด และเดินนำออกจากรังของกิ้งก่าั์มารไปก่อน
เมื่อกู่อวิ๋นเห็นเช่นนั้น เขาก็รีบเดินตามไป
เขาเดินออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว หูก็ได้ยินเสียงส่งผ่านปราณเสียงของคนในตระกูล 'พี่อวิ๋น กู่เว่ยออกประกาศรางวัลนำจับแล้ว หากใครสามารถตัดหัวของกู่เฟิงมาได้ ก็จะได้รับโอสถิญญาระดับหกและอาวุธิญญาระดับหก หากพวกเราสามารถถ่วงเวลาเขาเอาไว้ แล้วออกไปหาผู้ช่วยมาสังหารเขาได้ พวกเราก็จะสามารถแบ่งปันโอสถิญญาระดับหกและอาวุธิญญาระดับหกกันได้นะ'
กู่ต้าซานที่มีท่าทางมีพิรุธขยับเข้าไปใกล้กู่อวิ๋น และแอบส่งผ่านปราณเสียงอย่างลับ ๆ ที่ด้านหลังของกู่ต้าซานมีพรรคพวกเดินตามมาอีกสี่คน ดวงตาของพวกเขาสาดประกายแสงอันคมปลาบ ล้วนกำลังหมายปองหัวของกู่เฟิง
"เ้าพวกสารเลว ผู้ใดสั่งสอนให้พวกเ้าเนรคุณตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้นกัน!"
สีหน้าของกู่อวิ๋นเปลี่ยนไปอย่างเกรี้ยวกราด เขาตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของกู่ต้าซานอย่างแรง ตบจนร่างของกู่ต้าซานกระเด็นไปกระแทกกับผนังูเา และพ่นเืออกมาหลายคำติดต่อกัน
"พี่อวิ๋น เหตุใดท่านต้องตีข้าด้วย?" กู่ต้าซานกุมใบหน้าซีกซ้ายที่บวมเป่งและฟันที่หลุดออกมาเอาไว้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว
"แต่ไหนแต่ไรมาข้าก็รังเกียจพวกคนถ่อยอยู่แล้ว หากเ้ายังกล้าเอ่ยถึงการกระทำเยี่ยงคนถ่อยเช่นนี้ขึ้นมาอีก ข้าจะฟาดเ้าให้ตายด้วยฝ่ามือเดียว!"
กู่อวิ๋นคำรามเสียงต่ำ เขาไม่้าให้กู่เฟิงรับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นตรงนี้ เขามีนิสัยซื่อตรง ไม่ชอบพวกหน้าไหว้หลังหลอก ดังนั้นเมื่อเขาได้ยินว่ากู่ต้าซาน้าจะปองร้ายผู้มีพระคุณ เพื่อนำไปแลกกับโอสถิญญาระดับหกและอาวุธิญญาระดับหก เขาก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
"พี่อวิ๋นระงับโทสะก่อนเถิด เขาก็แค่พูดพล่อย ๆ ออกมาเท่านั้น ท่านอย่าได้เก็บมาใส่ใจเลย"
"ใช่ ๆ ๆ เบาเสียงลงหน่อยเถิด หากเขาได้ยินเข้า พวกเราได้จบสิ้นแน่"
อีกหลายคนที่ตามกู่ต้าซานมาต่างก็ลุกลี้ลุกลนด้วยความหวาดกลัว เกรงว่ากู่เฟิงจะได้ยินความเคลื่อนไหวทางนี้ และรับรู้ถึงต้นสายปลายเหตุของเื่ราว แล้วจะลงมือสังหารพวกตน
"หึ ตอนนี้เพิ่งจะรู้จักหรือว่าความกลัวเป็เช่นไร?" กู่อวิ๋นแค่นเสียงเ็า เมื่อพิจารณาว่าพวกเขาคือคนในตระกูลที่มีสายเืเดียวกัน เขาจึงสะกดข่มความโกรธเกรี้ยวเอาไว้ และยอมยุติเื่ราว
กู่เฟิงที่เดินออกจากรังของกิ้งก่าั์มารมาแล้ว ชะงักฝีเท้าที่ก้าวออกไปเล็กน้อย เขาหันกลับไปมองกู่อวิ๋นแวบหนึ่ง ก่อนจะดึงสายตากลับมา
หลังจากที่เขาตื่นรู้กายาศักดิ์สิทธิ์า สมรรถภาพทางร่างกายของเขาก็ได้รับการยกระดับขึ้นอย่างก้าวะโ ไม่ว่าจะเป็พละกำลัง การตอบสนอง การได้ยิน หรือการมองเห็น ล้วนเพิ่มสูงขึ้นเป็อย่างมาก กู่อวิ๋นและคนอื่น ๆ ที่สร้างความเคลื่อนไหวภายในรังของกิ้งก่าั์มารเขาก็ได้ยินเช่นกัน
แม้เขาจะไม่แน่ใจถึงต้นสายปลายเหตุของเื่ราวทั้งหมด แต่เพียงคาดเดาเล็กน้อย ก็สามารถรับรู้ได้หลายส่วน
'ดูเหมือนข้าจะไม่ได้ช่วยคนผิดสินะ แต่ก็ไม่สมควรที่จะสนิทสนมกับพวกเขาจนเกินไป'
เมื่อกู่เฟิงคิดได้เช่นนี้ เขาก็โคจรเคล็ดวิชา ร่างกายหายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี พุ่งทะยานเข้าไปยังส่วนลึกของป่าปีศาจ์เพื่อค้นหาถ้ำที่เงียบสงบ สำหรับหลอมรวมกระบี่ไท่เหอ
พอกู่อวิ๋นพาคนในตระกูลเดินออกจากรังของกิ้งก่าั์มาร ก็พบว่ากู่เฟิงได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าและถอนหายใจออกมา
"ไปกันเถิด ไปหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อรักษาอาการาเ็เสียก่อน จากนั้นก็รีบเดินทางทะลวงผ่านป่าปีศาจ์และออกไปจากสถานที่บัดซบแห่งนี้ให้เร็วที่สุด" หลังจากที่กู่อวิ๋นกำชับเสร็จ เขาก็เป็คนเดินนำทางเพื่อไปหาสถานที่ปลอดภัยสำหรับพักผ่อน
ทว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า กู่ต้าซานที่ถูกเขาตบหน้าไปฉาดหนึ่งนั้น ในขณะที่เดินตามหลังเขามา ได้ส่งสายตาจับจ้องที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาตร้ายมายังเขา
"เ้าคนไม่รู้จักรักษาน้ำใจ ในเมื่อเ้าไม่้ารางวัลนำจับของกู่เว่ย เช่นนั้นข้าก็จะเป็คนรับมันเอาไว้เอง!"
"เมื่อถึงเวลาที่ข้าช่วยท่านผู้นำตระกูลจับตัวกู่เฟิงมาได้ และได้รับส่วนแบ่งรางวัลนำจับมาส่วนหนึ่ง ข้าอยากจะรู้นักว่าเ้าจะยังแสร้งทำตัวสูงส่งต่อไปได้อีกหรือไม่!"
กู่ต้าซานแอบหยิบลูกปัดสีเทาออกมาเม็ดหนึ่ง เขาออกแรงเพียงเล็กน้อย ก็บีบลูกปัดเม็ดนี้จนแตกสลายไป ลูกปัดสื่อสารที่แตกสลายปลิวไปตามสายลม แปรเปลี่ยนเป็ข้อความสายหนึ่งล่องลอยไปยังเมืองไป๋หลงที่อยู่ห่างไกลออกไป ล่องลอยเข้าไปในตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลง
ข่าวคราวเกี่ยวกับกู่เฟิงที่อยู่ในป่าปีศาจ์ได้ถูกส่งกลับไปยังตระกูลกู่อย่างรวดเร็ว ผ่านลูกปัดสื่อสารที่เป็เอกลักษณ์เฉพาะของตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลงเม็ดนี้ สร้างความสั่นะเืให้กับตระกูลกู่ทั้งบนและล่าง
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ ผู้นำตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลงก็กลายร่างเป็เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานตรงไปยังป่าปีศาจ์ด้วยความเร็วสูงสุด!
กลิ่นอายที่เขาแผ่ซ่านออกมา บรรลุถึงขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดอย่างแท้จริง
เมืองไป๋หลงอยู่ห่างจากป่าปีศาจ์ไม่ไกลมากนัก ด้วยความแข็งแกร่งในขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดของเขา หากเร่งเดินทางอย่างเต็มกำลัง อย่างมากที่สุดใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็สามารถบุกมาถึงได้แล้ว!
"หลอมรวม!"
ในเวลานี้กู่เฟิงยังไม่รู้เลยว่า คนของตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลงที่เขาหวังดีช่วยชีวิตเอาไว้ กลับเนรคุณตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้น นำข่าวคราวของตนเองกลับไปรายงานให้กับคนในตระกูลทราบ จนชักนำศัตรูที่แข็งแกร่งในขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดให้ปรากฏตัวขึ้น
ความแข็งแกร่งของเขาอย่างมากที่สุดก็รับมือได้เพียงศัตรูในขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นต้นเท่านั้น ขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุด... ไม่อาจต่อกรได้!