ชายร่างใหญ่หน้าตาดูเกรงขามกำลังวิ่งบนทางเดินของคฤหาสน์ด้วยอาการเร่งรีบสุดท้ายการรอคอยคนสำคัญมานานหลายวันก็สิ้นสุดลงแม้เหงื่อจะผุดขึ้นแต่รอยยิ้มกลับขับออกปากเกือบถูกหู
เทโชพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนที่มาพร้อมด้วยความกระหืดกระหอบ“มะ มาถึงกันหรือยัง”
“มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”สาวรับใช้ที่ยืนรออยู่ด้านหน้าคฤหาสน์ตอบกลับทันที
ด้านหลังของทั้งสองมีสะพานไม้ราคาแพงเรียงรายกันทอดยาวไปถึงส่วนหลักซึ่งด้านล่างมีบ่อเลี้ยงปลาอันตกแต่งเลียนแบบธรรมชาติ
เทโชเผลอตัวขอบใจหญิงรับใช้ด้านหน้าอย่างอารมณ์ดี“งั้นเหรอขอบใจมาก”
“เจ้าคะ?” ทำเอาเธอยืนงงทำหน้ามึนไปพักใหญ่แต่ก็ยิ้มตอบกลับให้เจ้านายไป
ปรกติชายร่างหมีชอบปั้นหน้านิ่วคิ้วขมวดแผ่ออร่าน่ากลัวแฝงไปด้วยความเกรงขามน้อยคนนักจะกล้าปะทะสายตากับคนผู้นี้
รถคลาสสิคสีฟ้าจอดเทียบท่าทางเข้าคฤหาสน์แก๊งเสือหมอบจินเดินลงมาเปิดประตูเองกับมือแต่ต้องชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นเทโชที่ยืนยิ้มแป้นไม่ห่าง
เทโชวิ่งผายมือออกด้านข้างไปตามทางด้วยความรวดเร็ว“หนูน้อยของป๊ะป๊า!”
สภาพโดยรวมแล้วดูไม่ค่อยได้จินยังแอบขวัญผวาแทนเรย์กะจึงเอาตัวมาบัง แต่กลับถูกปัดไปเสียไม่ไยดีเรย์กะที่กำลังลงมายังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกพ่อของตัวเองกอดเข้าด้วยความรักอันมากล้นดังหมับ!
“กลับมาแล้วสินะ เป็นอย่างไรบ้าง?เจ้าจินมันทำอะไรแปลกๆ หรือเปล่า? ดูผอมลงไปนะ?แกให้ลูกสาวข้าอดอาหารหรือไง!” เทโชรัวคำถามออกมาเป็นชุดทั้งยังหันไปตะคอกใส่จินด้วยความโมโหเสียอย่างนั้น
จินต่อว่าเทโชกลับ“ถามขนาดนั้นใครจะตอบทัน อีกอย่างผมเลี้ยงดูทุกคนอย่างดีด้วยซ้ำ”
โกรธแยกเขี้ยวใส่จินราวกับหมียักษ์“แกเงียบไปเลยจิน อย่าให้ข้ารู้ว่าแกแตะต้องหนูน้อยของข้านะ”
“ปะ ปล่อยก่อน หนูหายใจไม่ออก”เรย์กะเริ่มขาดอากาศหายใจเมื่อโดนชายร่างหมีกอดเข้าเต็มๆ
เทโชคลายอ้อมกอดออกทันที “อะป๊ะป๊าขอโทษ” พร้อมกับพลิกตัวเรย์กะไปมาตรวจสอบดูด้วยความเป็นห่วง
กลุ่มเพื่อนของเรย์กะรวมถึงจินมองภาพตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่หลากหลายส่วนหนึ่งก็ดูอบอุ่นดี แต่อีกส่วนหนึ่งก็นึกกลัวความห่วงใยนั้น
เรย์กะยิ้มตอบพ่อของตัวเองด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยาก“สบายดีค่ะ สนุกมาก”
พอได้เห็นรอยยิ้มอันสดใสของลูกสาวทุกอย่างก็ดูเล็กน้อยลงไปหมด เขาชะงักนิ่งก่อนภาพของใครจะซ้อนทับร่างเรย์กะ“งั้นเหรอ ดีแล้วๆๆๆ” เขาปาดน้ำตากับเช็ดน้ำมูกออก
จินกอดอกยืดตัวทันที “เห็นไหมผมบอกแล้วว่าพวกเธอได้รับการดูแลอย่างดี”
“อย่าให้ข้ารู้ทีหลังแล้วกันแกจะอยู่ไม่เป็นสุขแน่!” เทโชยังไม่เชื่อสนิทใจในทีเดียว
อาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกถาโถมจนตัวเขาต้องนึกย้อนกลับไปว่าทำอะไรไว้บ้าง“ไหงงั้น”
เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้นอีกครั้งแต่ดูเหมือนเมื่อเทนตะจะรู้สึกหัวเราะได้น่าหมั่นไส้สุด
“แต่ก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่างละกันนะไอ้หนู”เทโชหันมาพูดขอบคุณกับจิน
“ไม่ต้องเกรงใจครับลุงไว้ผมว่างจะแวะเวียนมาหานะครับ”
“เข้ามาพักผ่อนกันก่อนไหมเดินทางมากันคงเหนื่อย”
“เอาไว้ก่อนดีกว่าลุงคงมีคนว้าวุ่นใจเหมือนลุงอยู่อีกทางหนึ่ง”
“งั้นเหรอ ยังไงก็กลับบ้านกันดีๆทางบ้านคงห่วงกันไม่น้อย”
ยังไม่ทันที่เทโชจะหันไปสั่งคนใกล้ตัวจินก็ออกตัวเบรกไว้เสียก่อนเพราะรู้ว่าทางบ้านของพวกเพื่อนตนคงร้อนใจไม่ต่างจากเทโชพอคิดถึงตรงนี้เขาก็คิดถึงชาโต้ปู่ของตัวเองขึ้นมาแล้วนึกอยากไปถามเรื่องค้างคาใจโดยเร็ว
การร่ำลาเป็นไปอย่างพอเป็นพิธีเรย์กะกับอากิโนะขอตัวเข้าไปยังคฤหาสน์พร้อมกับกำชับให้จินติดต่อกลับมาบ้างในช่วงปิดเทอมใหญ่ครั้งนี้จินก็พยักหน้าด้วยความจำยอมไปในที่สุด
อากิโนะยิ้มส่งให้จิน “แล้วเจอกันนะจ๊ะจิน” แล้วเธอก็เดินตามเทโชกับเรย์กะเข้าคฤหาสน์ไปซึ่งเรย์กะได้หันหน้ามามองจินคล้ายกับจะบอกเหมือนอากิโนะ
จินหันหน้ากลับไปถามเทนตะกับมาโคโตะที่ยืนอยู่ด้านข้าง“แล้วพวกนายล่ะกลับกันยังไง ให้ฉันไปส่งไหม?”
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพ่อแม่กับน้องสาวฉันก็มารับแล้วเจ้านี่ก็กลับพร้อมกับฉันด้วย บ้านเราใกล้กันนะ”เทนตะชี้ไปยังมาโคโตะบอกกล่าวแก่จิน
“ได้แล้วมีแผนจะทำอะไรต่อในช่วงปิดเทอม”
“ยังไม่รู้เลยอาจจะกลับบ้านเกิดไปเยี่ยมตากับยายอย่างเคยละมั้ง”
จินทำหน้าแปลกใจออกมา “โห ฟังดูดีนะ”
แต่เทนตะทำใบหน้าเบื่อหน่าย “มันก็คงดีถ้าไม่ได้ไปกันทุกวันหยุดละนะ”
จินหันไปถามมาโคโตะต่อ “ส่วนนายล่ะ”
“...ช่วยงานบ้าน”มาโคโตะพูดตอบอย่างช้าๆ
“ลืมไปว่าบ้านนายเปิดร้านขายเครื่องดนตรีว่าจะหากีตาร์ตัวใหม่สักตัว ยังไงคงต้องเข้าไปหาสักวัน รบกวนล่วงหน้าด้วยนะ”
“อืม” มาโคโตะตอบกลับสั้นๆแต่แฝงไปด้วยความจริงใจดูไม่รำคาญ กลับกันออกจะดีใจด้วยซ้ำอาการเหล่านี้จินสังเกตมาได้สักพักแล้ว
เทนตะย้อนถามจิน“ถามแต่พวกฉันแล้วนายละจิน”
จินทำหน้าหนักใจออกมา “อย่าให้พูดเลย”เทนตะกับมาโคโตะทำหน้ามึนงง
จิน เทนตะกับมาโคโตะคุยกันอยู่สักพักก็มีรถครอบครัวที่ขนาดไม่ใหญ่มากสีดำแล่นเข้ามาในคฤหาสน์แล้วจอดด้านข้างของพวกเขาชายหนุ่มเดินเข้าไปส่งพวกเพื่อน เคารพทำความรู้จักครอบครัวของเทนตะ ซึ่งพอน้องสาวของเทนตะเห็นจินก็มองตาค้างกันเลยทีเดียวดูอายุน้อยกว่าเทนตะไปสองปีและหน้าตานั้นนับได้ว่าหากโตขึ้นมาเป็นสาวงามคนหนึ่งได้แน่นอน
หลังจากพูดคุยกันไม่กี่คำรถครอบครัวของเทนตะได้แล่นออกจากคฤหาสน์ไปหลังจากที่จินได้ร่ำลากับพวกเพื่อนของเขาเสร็จแล้ว
น้องสาวของเทนตะถามด้วยความอยากรู้“คนนั้นเพื่อนพี่เหรอ?”
เทนตะทำหน้ามึนงง “ก็เพื่อนพี่นะสิถามแปลกๆ”
“พี่เขาชื่ออะไรเหรอคะ”
เทนตะเบิกตากว้างราวกับไม่น่าเชื่อ“อย่าบอกว่าเธอก็หลงเสน่ห์มันไปอีกคนนะ อายูมิ”
“ไม่รู้สิ…เขาหล่อดี”อายูมิกล่าวด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“ไอ้บ้าจิน!!!” เทนตะร้องโหยหวนภายในรถตามมาด้วยเสียงดุด่าของพ่อแม่เขาที่ดังขึ้นซึ่งมามาโคโตะทำหน้าเหนื่อยใจออกมาพร้อมกับมองไปด้านนอกหน้าต่างทิ้งไว้เพียงสาวน้อยนั่งจินตนาการอย่างหยาดเยิ้มอยู่คนเดียว
...
ใช้เวลาไม่นานจินก็เดินทางถึงคฤหาสน์แก๊งมังกรคำรามเบื้องหน้าเต็มไปด้วยสมาชิกหลากหลายระดับของแก๊งพวกเขาต่างทำหน้าเคร่งขรึมคล้ายกับกำลังจะไปสู้รบกับใครสักคนทันทีที่เห็นจินอยู่ในระยะสายตาเหล่าบริวารที่ดูแลที่แห่งนี้ต่างโค้งตัวและพูดพร้อมเพรียงกัน
ถึงจะกำชับและลดพิธีรีตองไปบ้างแล้วแต่เขาก็ยังไม่ชินกับเหตุการณ์พวกนี้อยู่ดีได้แต่วางมาดเดินไปข้างหน้าไม่หันหลังกลับ อีกทั้งวันนี้ค่อนข้างพิเศษจึงทำให้มีสมาชิกมาประชุมกันไม่ได้นัดหมายเต็มคฤหาสน์
จินเดินเข้าไปด้านในส่วนของห้องรับแขกซึ่งมีชาโต้นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์กล่าวออกมาร้องทักจินและเดินเข้ามาหา“เป็นไงบ้างสนุกไหม ทางนั้นดูแลดีหรือเปล่า”
“คุณปู่นั่นเอง สนุกดีครับแต่ยังไงก็ช่วยดูแลทางนั้นด้วยนะครับ”
ชาโต้ยิ้มกลับ“หมายถึงคนของแก๊งพิราบขาวงั้นเหรอ”ซึ่งจินรู้ว่าตัวเขากับปู่นั้นเข้าใจในเรื่องเดียวกันแต่ดูเหมือนชายชราจะต้องการปิดบังความลับอันสำคัญไว้ อาจเป็นไพ่ตายที่เก็บไว้
“พวกนั้นโทรมาหาแล้วงั้นเหรอครับรบกวนท่านปู่สำหรับเรื่องนี้ด้วยนะครับส่วนหนึ่งมันเป็นความฝันของคุณพ่อกับผมด้วย”
เท่าที่จินจำความได้ตัวเขากับพ่อนั้นชอบพูดคุยกันเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์เพราะพ่อชอบเล่าเรื่องความแปลกใจกับประสบการณ์ไม่รู้ลืมที่ไปยังสถานที่นั้นสถานที่นี้โดยมีแม่ของเขานั่งยิ้มฟังด้วยเรื่องราวอันงดงามจึงตกตะกอนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจดวงนี้เสมอมา แล้วเชื่อว่าสักพักตัวเขาจะไปยังสถานที่ที่พ่อกับแม่ของเขาไปเที่ยวกันมา
ชาโต้เดินมาตบไหล่จินอย่างเข้าใจและพูดด้วยความสนับสนุน“ไม่ต้องเกรงใจปู่หรอก หากหลานต้องการแบบนั้นปู่ก็จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ตอนนี้ธุรกิจแบบนั้นก็ไม่ได้เติบโตมากมาย หากหลานคิดลงทุน ปู่ก็เห็นว่าเข้าท่านะ”
“ขอบคุณมากครับคนที่เหลือมากันหรือยังครับ” จินหันมองซ้ายมองขวาแต่ยังไม่เห็นใครเลยในที่แห่งนี้
“ปู่เพิ่งบอกให้เจ้ากิลโทรตามพวกนั้นมาแล้วอีกสักพักคงจะทยอยกันมาถึง” ชาโต้เดินกลับไปนั่งจิบชาอย่างเดิมส่วนจินเดินไปนั่งด้านข้างเพื่อพักผ่อน ส่วนมากิและสแตนนั้นคอยยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ
ชาโต้พอเห็นเช่นนั้นจึงอดกล่าวเชิญชวนเสียไม่ได้“พวกเธอก็หาที่นั่งเสียสิ เดินทางมาเหนื่อยๆ พักผ่อนกันเสียบ้าง”
สแตนกับมากิตอบปฏิเสธรวดเร็วพร้อมเพรียงกันทำเอาชาโต้เลิกคิ้วสงสัยมองไปยังจินทีหนึ่ง
“หาคนแบบนี้ได้ที่ไหนเนี้ย”ชาโต้ที่คอยสังเกตท่าทางพวกเขามาสักพักก็รู้สึกอดแปลกใจขึ้น
จินยิ้มแห้งๆให้ชาโต้และหันไปมองหน้าทั้งสอง “พูดไปเรื่องมันจะยาวนะครับ แหะๆ”มากิหน้านิ่งกะพริบตาให้จินทีหนึ่ง เล่นเอาขนหลังของชายหนุ่มลุกชันเย็นวาบ
ไม่นานนักพวกเหล่าทายาทเริ่มทยอยเดินกันเข้ามาภายในห้องโดยคนแรกที่มาถึงเป็นโซอึนเดินเข้ามาทำหน้าดีใจเมื่อเห็นจินมากิเห็นเช่นนั้นเข้าก็รู้สึกไม่ดีจึงแผ่รังสีออกไปทันทีเมื่อจับความรู้สึกบางอย่างได้จากตัวเธอทั้งสองปิดศึกจ้องตากันด้วยความรวดเร็ว เหลือเพียงจินมองทั้งสองอย่างแปลกใจแต่แล้วโซอึนเลือกกลับมานั่งข้างจินราวกับเป็นผู้ชนะ ทำให้มากิจ้องเขม็งเธอยกใหญ่
โซอึนยิ้มอย่างสวยงามให้จินด้วยความเป็นกันเอง“เที่ยวสนุกไหมคะ คุณจิน”
“ก็สนุกดีนะครับ แล้วคุณโซอึนละงานยุ่งหรือเปล่า ขอโทษที่ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรเลย”ชายหนุ่มรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่โยนเรื่องสำคัญของแก๊งไปยังหญิงสาวคนเดียวส่วนหนึ่งตัวเขายังไม่บรรลุนิติภาวะพอที่จะจัดการอะไรได้อีกส่วนคือตอนนี้เป็นเพียงแค่นามไม่ได้มีอำนาจเด็ดขาดทางตำแหน่งซึ่งแน่นอนว่าอันหลังสำคัญที่สุด
“อย่าพูดแบบนั้นสิคะ”โซอึนรีบปลอบจินทันควัน แต่เธอก็พูดอะไรออกไปได้ไม่มากเพราะเรื่องพวกนี้ตัวเธอก็มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย
“ครั้งนี้ถือว่าผมติดหนี้คุณครั้งหนึ่งยังไงครั้งหน้าผมจะต้องชดใช้แน่นอน ถ้าคุณโซอึนต้องการอะไรบอกผมได้เลยนะครับผมจะพยายามทำให้ทุกอย่าง” ชายหนุ่มพยายามหาสิ่งทดแทนความไร้การรับผิดชอบของตน
“ทุกอย่างงั้นเหรอคะ”โซอึนพลันรู้สึกหน้าแดงคล้ายไม่อยากเชื่อ
“แน่นอนว่าทุกอย่างครับ”จินรับรู้ถึงความรู้สึกเย็นยะเยือกที่ถูกส่งผ่านมาจากร่างของมากิเขาหันไปมองเธอก็เห็นเธอจ้องมายังพวกเขาด้วยสายตาสีเลือดราวกับจะจ้องกลืนกิน
จินถามมากิที่เดินมายืนตรงหน้า“เป็นอะไรเหรอมากิ”
“อยู่ๆ ก็รู้สึกหิวอยากดู-”เธอกำลังจะพูดบางอย่าง แต่ถูกสแตนพุ่งประชิดแล้วปิดปากเธอพลางลากออกจากห้องทันทีทำให้พวกคนที่อยู่ที่นี่ทำหน้ามึนงงยกเว้นจิน
ผ่านไปไม่นานต่อมาพวกคนที่เหลือเคลื่อนกายเดินเข้ามากันครบทั้งหมดแต่ดูเหมือนเอย์จิจะยังคงกลัวจินอยู่ไม่น้อยซึ่งมองได้จากการกระทำที่ทิ้งตัวออกห่างจากจินเป็นระยะที่ไกลพอสมควร
จินลุกขึ้นพูดสอดส่องสายตามองหน้าทุกคนด้วย“เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมหวังว่าทุกคนจะยังจำเงื่อนไขกันได้นะครับ”อำนาจบางอย่างกลืนกินประสาทการรับรู้ของทุกคนจนเกิดความพิศวงชวนน่าขนลุกโดยไม่มีใครทันสังเกตเลยว่าดวงตาของจินส่องประกายสีทองชวนแปลกใจ
“อย่าลืมว่า หากผมทำการทดสอบผ่านชีวิตของพวกคุณทั้งหมดจะอยู่ในมือผม แต่หากว่าผมทำไม่สำเร็จผมยิ่งดีหันหลังเดินออกไปจากแก๊งโดยไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ แน่นอนถ้าผมมีชีวิตรอดกลับมา”
ทันทีที่จินพูดเสร็จทั้งหกคนเผลอทำหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาแต่ก็พยักหน้ากันอย่างเข้าใจ
“งั้นพวกเรา เริ่มกันเลยไหม”