ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    เหมันต์ที่ 28 : ก่อนเริ่มการทดสอบ

            ชายร่างใหญ่หน้าตาดูเกรงขามกำลังวิ่งบนทางเดินของคฤหาสน์ด้วยอาการเร่งรีบสุดท้ายการรอคอยคนสำคัญมานานหลายวันก็สิ้นสุดลงแม้เหงื่อจะผุดขึ้นแต่รอยยิ้มกลับขับออกปากเกือบถูกหู

     

            เทโชพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนที่มาพร้อมด้วยความกระหืดกระหอบ“มะ มาถึงกันหรือยัง”

     

            “มาถึงแล้วเจ้าค่ะ”สาวรับใช้ที่ยืนรออยู่ด้านหน้าคฤหาสน์ตอบกลับทันที

     

            ด้านหลังของทั้งสองมีสะพานไม้ราคาแพงเรียงรายกันทอดยาวไปถึงส่วนหลักซึ่งด้านล่างมีบ่อเลี้ยงปลาอันตกแต่งเลียนแบบธรรมชาติ

     

            เทโชเผลอตัวขอบใจหญิงรับใช้ด้านหน้าอย่างอารมณ์ดี“งั้นเหรอขอบใจมาก”

     

            “เจ้าคะ?” ทำเอาเธอยืนงงทำหน้ามึนไปพักใหญ่แต่ก็ยิ้มตอบกลับให้เจ้านายไป

     

            ปรกติชายร่างหมีชอบปั้นหน้านิ่วคิ้วขมวดแผ่ออร่าน่ากลัวแฝงไปด้วยความเกรงขามน้อยคนนักจะกล้าปะทะสายตากับคนผู้นี้

     

            รถคลาสสิคสีฟ้าจอดเทียบท่าทางเข้าคฤหาสน์แก๊งเสือหมอบจินเดินลงมาเปิดประตูเองกับมือแต่ต้องชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นเทโชที่ยืนยิ้มแป้นไม่ห่าง

     

            เทโชวิ่งผายมือออกด้านข้างไปตามทางด้วยความรวดเร็ว“หนูน้อยของป๊ะป๊า!”

     

            สภาพโดยรวมแล้วดูไม่ค่อยได้จินยังแอบขวัญผวาแทนเรย์กะจึงเอาตัวมาบัง แต่กลับถูกปัดไปเสียไม่ไยดีเรย์กะที่กำลังลงมายังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกพ่อของตัวเองกอดเข้าด้วยความรักอันมากล้นดังหมับ!

     

            “กลับมาแล้วสินะ เป็นอย่างไรบ้าง?เจ้าจินมันทำอะไรแปลกๆ หรือเปล่า? ดูผอมลงไปนะ?แกให้ลูกสาวข้าอดอาหารหรือไง!” เทโชรัวคำถามออกมาเป็นชุดทั้งยังหันไปตะคอกใส่จินด้วยความโมโหเสียอย่างนั้น

     

            จินต่อว่าเทโชกลับ“ถามขนาดนั้นใครจะตอบทัน อีกอย่างผมเลี้ยงดูทุกคนอย่างดีด้วยซ้ำ”

     

            โกรธแยกเขี้ยวใส่จินราวกับหมียักษ์“แกเงียบไปเลยจิน อย่าให้ข้ารู้ว่าแกแตะต้องหนูน้อยของข้านะ”

     

            “ปะ ปล่อยก่อน หนูหายใจไม่ออก”เรย์กะเริ่มขาดอากาศหายใจเมื่อโดนชายร่างหมีกอดเข้าเต็มๆ

     

            เทโชคลายอ้อมกอดออกทันที “อะป๊ะป๊าขอโทษ” พร้อมกับพลิกตัวเรย์กะไปมาตรวจสอบดูด้วยความเป็นห่วง

     

            กลุ่มเพื่อนของเรย์กะรวมถึงจินมองภาพตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่หลากหลายส่วนหนึ่งก็ดูอบอุ่นดี แต่อีกส่วนหนึ่งก็นึกกลัวความห่วงใยนั้น

     

            เรย์กะยิ้มตอบพ่อของตัวเองด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยาก“สบายดีค่ะ สนุกมาก”

     

            พอได้เห็นรอยยิ้มอันสดใสของลูกสาวทุกอย่างก็ดูเล็กน้อยลงไปหมด เขาชะงักนิ่งก่อนภาพของใครจะซ้อนทับร่างเรย์กะ“งั้นเหรอ ดีแล้วๆๆๆ” เขาปาดน้ำตากับเช็ดน้ำมูกออก

     

            จินกอดอกยืดตัวทันที “เห็นไหมผมบอกแล้วว่าพวกเธอได้รับการดูแลอย่างดี”

     

            “อย่าให้ข้ารู้ทีหลังแล้วกันแกจะอยู่ไม่เป็นสุขแน่!” เทโชยังไม่เชื่อสนิทใจในทีเดียว

     

            อาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกถาโถมจนตัวเขาต้องนึกย้อนกลับไปว่าทำอะไรไว้บ้าง“ไหงงั้น”

     

            เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้นอีกครั้งแต่ดูเหมือนเมื่อเทนตะจะรู้สึกหัวเราะได้น่าหมั่นไส้สุด

     

            “แต่ก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่างละกันนะไอ้หนู”เทโชหันมาพูดขอบคุณกับจิน

     

            “ไม่ต้องเกรงใจครับลุงไว้ผมว่างจะแวะเวียนมาหานะครับ”

     

            “เข้ามาพักผ่อนกันก่อนไหมเดินทางมากันคงเหนื่อย”

     

            “เอาไว้ก่อนดีกว่าลุงคงมีคนว้าวุ่นใจเหมือนลุงอยู่อีกทางหนึ่ง”

     

            “งั้นเหรอ ยังไงก็กลับบ้านกันดีๆทางบ้านคงห่วงกันไม่น้อย”

     

            ยังไม่ทันที่เทโชจะหันไปสั่งคนใกล้ตัวจินก็ออกตัวเบรกไว้เสียก่อนเพราะรู้ว่าทางบ้านของพวกเพื่อนตนคงร้อนใจไม่ต่างจากเทโชพอคิดถึงตรงนี้เขาก็คิดถึงชาโต้ปู่ของตัวเองขึ้นมาแล้วนึกอยากไปถามเรื่องค้างคาใจโดยเร็ว

     

            การร่ำลาเป็นไปอย่างพอเป็นพิธีเรย์กะกับอากิโนะขอตัวเข้าไปยังคฤหาสน์พร้อมกับกำชับให้จินติดต่อกลับมาบ้างในช่วงปิดเทอมใหญ่ครั้งนี้จินก็พยักหน้าด้วยความจำยอมไปในที่สุด

     

            อากิโนะยิ้มส่งให้จิน “แล้วเจอกันนะจ๊ะจิน” แล้วเธอก็เดินตามเทโชกับเรย์กะเข้าคฤหาสน์ไปซึ่งเรย์กะได้หันหน้ามามองจินคล้ายกับจะบอกเหมือนอากิโนะ

     

            จินหันหน้ากลับไปถามเทนตะกับมาโคโตะที่ยืนอยู่ด้านข้าง“แล้วพวกนายล่ะกลับกันยังไง ให้ฉันไปส่งไหม?”

     

            “ไม่เป็นไรเดี๋ยวพ่อแม่กับน้องสาวฉันก็มารับแล้วเจ้านี่ก็กลับพร้อมกับฉันด้วย บ้านเราใกล้กันนะ”เทนตะชี้ไปยังมาโคโตะบอกกล่าวแก่จิน

     

            “ได้แล้วมีแผนจะทำอะไรต่อในช่วงปิดเทอม”

     

            “ยังไม่รู้เลยอาจจะกลับบ้านเกิดไปเยี่ยมตากับยายอย่างเคยละมั้ง”

     

            จินทำหน้าแปลกใจออกมา “โห ฟังดูดีนะ”

     

            แต่เทนตะทำใบหน้าเบื่อหน่าย “มันก็คงดีถ้าไม่ได้ไปกันทุกวันหยุดละนะ”

     

            จินหันไปถามมาโคโตะต่อ “ส่วนนายล่ะ”

     

            “...ช่วยงานบ้าน”มาโคโตะพูดตอบอย่างช้าๆ

     

            “ลืมไปว่าบ้านนายเปิดร้านขายเครื่องดนตรีว่าจะหากีตาร์ตัวใหม่สักตัว ยังไงคงต้องเข้าไปหาสักวัน รบกวนล่วงหน้าด้วยนะ”

     

            “อืม” มาโคโตะตอบกลับสั้นๆแต่แฝงไปด้วยความจริงใจดูไม่รำคาญ กลับกันออกจะดีใจด้วยซ้ำอาการเหล่านี้จินสังเกตมาได้สักพักแล้ว

     

            เทนตะย้อนถามจิน“ถามแต่พวกฉันแล้วนายละจิน”

     

            จินทำหน้าหนักใจออกมา “อย่าให้พูดเลย”เทนตะกับมาโคโตะทำหน้ามึนงง

     

            จิน เทนตะกับมาโคโตะคุยกันอยู่สักพักก็มีรถครอบครัวที่ขนาดไม่ใหญ่มากสีดำแล่นเข้ามาในคฤหาสน์แล้วจอดด้านข้างของพวกเขาชายหนุ่มเดินเข้าไปส่งพวกเพื่อน เคารพทำความรู้จักครอบครัวของเทนตะ ซึ่งพอน้องสาวของเทนตะเห็นจินก็มองตาค้างกันเลยทีเดียวดูอายุน้อยกว่าเทนตะไปสองปีและหน้าตานั้นนับได้ว่าหากโตขึ้นมาเป็นสาวงามคนหนึ่งได้แน่นอน

     

            หลังจากพูดคุยกันไม่กี่คำรถครอบครัวของเทนตะได้แล่นออกจากคฤหาสน์ไปหลังจากที่จินได้ร่ำลากับพวกเพื่อนของเขาเสร็จแล้ว

     

            น้องสาวของเทนตะถามด้วยความอยากรู้“คนนั้นเพื่อนพี่เหรอ?”

     

            เทนตะทำหน้ามึนงง “ก็เพื่อนพี่นะสิถามแปลกๆ”

     

            “พี่เขาชื่ออะไรเหรอคะ”

     

            เทนตะเบิกตากว้างราวกับไม่น่าเชื่อ“อย่าบอกว่าเธอก็หลงเสน่ห์มันไปอีกคนนะ อายูมิ”

     

            “ไม่รู้สิ…เขาหล่อดี”อายูมิกล่าวด้วยใบหน้าแดงก่ำ

     

            “ไอ้บ้าจิน!!!” เทนตะร้องโหยหวนภายในรถตามมาด้วยเสียงดุด่าของพ่อแม่เขาที่ดังขึ้นซึ่งมามาโคโตะทำหน้าเหนื่อยใจออกมาพร้อมกับมองไปด้านนอกหน้าต่างทิ้งไว้เพียงสาวน้อยนั่งจินตนาการอย่างหยาดเยิ้มอยู่คนเดียว

     

            ...

     

            ใช้เวลาไม่นานจินก็เดินทางถึงคฤหาสน์แก๊งมังกรคำรามเบื้องหน้าเต็มไปด้วยสมาชิกหลากหลายระดับของแก๊งพวกเขาต่างทำหน้าเคร่งขรึมคล้ายกับกำลังจะไปสู้รบกับใครสักคนทันทีที่เห็นจินอยู่ในระยะสายตาเหล่าบริวารที่ดูแลที่แห่งนี้ต่างโค้งตัวและพูดพร้อมเพรียงกัน

     

            ถึงจะกำชับและลดพิธีรีตองไปบ้างแล้วแต่เขาก็ยังไม่ชินกับเหตุการณ์พวกนี้อยู่ดีได้แต่วางมาดเดินไปข้างหน้าไม่หันหลังกลับ อีกทั้งวันนี้ค่อนข้างพิเศษจึงทำให้มีสมาชิกมาประชุมกันไม่ได้นัดหมายเต็มคฤหาสน์

     

            จินเดินเข้าไปด้านในส่วนของห้องรับแขกซึ่งมีชาโต้นั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์กล่าวออกมาร้องทักจินและเดินเข้ามาหา“เป็นไงบ้างสนุกไหม ทางนั้นดูแลดีหรือเปล่า”

     

            “คุณปู่นั่นเอง สนุกดีครับแต่ยังไงก็ช่วยดูแลทางนั้นด้วยนะครับ”

     

            ชาโต้ยิ้มกลับ“หมายถึงคนของแก๊งพิราบขาวงั้นเหรอ”ซึ่งจินรู้ว่าตัวเขากับปู่นั้นเข้าใจในเรื่องเดียวกันแต่ดูเหมือนชายชราจะต้องการปิดบังความลับอันสำคัญไว้ อาจเป็นไพ่ตายที่เก็บไว้

     

            “พวกนั้นโทรมาหาแล้วงั้นเหรอครับรบกวนท่านปู่สำหรับเรื่องนี้ด้วยนะครับส่วนหนึ่งมันเป็นความฝันของคุณพ่อกับผมด้วย”

     

            เท่าที่จินจำความได้ตัวเขากับพ่อนั้นชอบพูดคุยกันเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์เพราะพ่อชอบเล่าเรื่องความแปลกใจกับประสบการณ์ไม่รู้ลืมที่ไปยังสถานที่นั้นสถานที่นี้โดยมีแม่ของเขานั่งยิ้มฟังด้วยเรื่องราวอันงดงามจึงตกตะกอนอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจดวงนี้เสมอมา แล้วเชื่อว่าสักพักตัวเขาจะไปยังสถานที่ที่พ่อกับแม่ของเขาไปเที่ยวกันมา

     

            ชาโต้เดินมาตบไหล่จินอย่างเข้าใจและพูดด้วยความสนับสนุน“ไม่ต้องเกรงใจปู่หรอก หากหลานต้องการแบบนั้นปู่ก็จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ตอนนี้ธุรกิจแบบนั้นก็ไม่ได้เติบโตมากมาย หากหลานคิดลงทุน ปู่ก็เห็นว่าเข้าท่านะ”

     

            “ขอบคุณมากครับคนที่เหลือมากันหรือยังครับ” จินหันมองซ้ายมองขวาแต่ยังไม่เห็นใครเลยในที่แห่งนี้

     

            “ปู่เพิ่งบอกให้เจ้ากิลโทรตามพวกนั้นมาแล้วอีกสักพักคงจะทยอยกันมาถึง” ชาโต้เดินกลับไปนั่งจิบชาอย่างเดิมส่วนจินเดินไปนั่งด้านข้างเพื่อพักผ่อน ส่วนมากิและสแตนนั้นคอยยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ

     

            ชาโต้พอเห็นเช่นนั้นจึงอดกล่าวเชิญชวนเสียไม่ได้“พวกเธอก็หาที่นั่งเสียสิ เดินทางมาเหนื่อยๆ พักผ่อนกันเสียบ้าง”

     

            สแตนกับมากิตอบปฏิเสธรวดเร็วพร้อมเพรียงกันทำเอาชาโต้เลิกคิ้วสงสัยมองไปยังจินทีหนึ่ง

     

            “หาคนแบบนี้ได้ที่ไหนเนี้ย”ชาโต้ที่คอยสังเกตท่าทางพวกเขามาสักพักก็รู้สึกอดแปลกใจขึ้น

     

            จินยิ้มแห้งๆให้ชาโต้และหันไปมองหน้าทั้งสอง “พูดไปเรื่องมันจะยาวนะครับ แหะๆ”มากิหน้านิ่งกะพริบตาให้จินทีหนึ่ง เล่นเอาขนหลังของชายหนุ่มลุกชันเย็นวาบ

     

            ไม่นานนักพวกเหล่าทายาทเริ่มทยอยเดินกันเข้ามาภายในห้องโดยคนแรกที่มาถึงเป็นโซอึนเดินเข้ามาทำหน้าดีใจเมื่อเห็นจินมากิเห็นเช่นนั้นเข้าก็รู้สึกไม่ดีจึงแผ่รังสีออกไปทันทีเมื่อจับความรู้สึกบางอย่างได้จากตัวเธอทั้งสองปิดศึกจ้องตากันด้วยความรวดเร็ว เหลือเพียงจินมองทั้งสองอย่างแปลกใจแต่แล้วโซอึนเลือกกลับมานั่งข้างจินราวกับเป็นผู้ชนะ ทำให้มากิจ้องเขม็งเธอยกใหญ่

     

            โซอึนยิ้มอย่างสวยงามให้จินด้วยความเป็นกันเอง“เที่ยวสนุกไหมคะ คุณจิน”

     

            “ก็สนุกดีนะครับ แล้วคุณโซอึนละงานยุ่งหรือเปล่า ขอโทษที่ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรเลย”ชายหนุ่มรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่โยนเรื่องสำคัญของแก๊งไปยังหญิงสาวคนเดียวส่วนหนึ่งตัวเขายังไม่บรรลุนิติภาวะพอที่จะจัดการอะไรได้อีกส่วนคือตอนนี้เป็นเพียงแค่นามไม่ได้มีอำนาจเด็ดขาดทางตำแหน่งซึ่งแน่นอนว่าอันหลังสำคัญที่สุด

     

            “อย่าพูดแบบนั้นสิคะ”โซอึนรีบปลอบจินทันควัน แต่เธอก็พูดอะไรออกไปได้ไม่มากเพราะเรื่องพวกนี้ตัวเธอก็มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มากก็น้อย

     

            “ครั้งนี้ถือว่าผมติดหนี้คุณครั้งหนึ่งยังไงครั้งหน้าผมจะต้องชดใช้แน่นอน ถ้าคุณโซอึนต้องการอะไรบอกผมได้เลยนะครับผมจะพยายามทำให้ทุกอย่าง” ชายหนุ่มพยายามหาสิ่งทดแทนความไร้การรับผิดชอบของตน

     

            “ทุกอย่างงั้นเหรอคะ”โซอึนพลันรู้สึกหน้าแดงคล้ายไม่อยากเชื่อ

     

            “แน่นอนว่าทุกอย่างครับ”จินรับรู้ถึงความรู้สึกเย็นยะเยือกที่ถูกส่งผ่านมาจากร่างของมากิเขาหันไปมองเธอก็เห็นเธอจ้องมายังพวกเขาด้วยสายตาสีเลือดราวกับจะจ้องกลืนกิน

     

            จินถามมากิที่เดินมายืนตรงหน้า“เป็นอะไรเหรอมากิ”

     

            “อยู่ๆ ก็รู้สึกหิวอยากดู-”เธอกำลังจะพูดบางอย่าง แต่ถูกสแตนพุ่งประชิดแล้วปิดปากเธอพลางลากออกจากห้องทันทีทำให้พวกคนที่อยู่ที่นี่ทำหน้ามึนงงยกเว้นจิน

     

            ผ่านไปไม่นานต่อมาพวกคนที่เหลือเคลื่อนกายเดินเข้ามากันครบทั้งหมดแต่ดูเหมือนเอย์จิจะยังคงกลัวจินอยู่ไม่น้อยซึ่งมองได้จากการกระทำที่ทิ้งตัวออกห่างจากจินเป็นระยะที่ไกลพอสมควร

     

            จินลุกขึ้นพูดสอดส่องสายตามองหน้าทุกคนด้วย“เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมหวังว่าทุกคนจะยังจำเงื่อนไขกันได้นะครับ”อำนาจบางอย่างกลืนกินประสาทการรับรู้ของทุกคนจนเกิดความพิศวงชวนน่าขนลุกโดยไม่มีใครทันสังเกตเลยว่าดวงตาของจินส่องประกายสีทองชวนแปลกใจ

     

            “อย่าลืมว่า หากผมทำการทดสอบผ่านชีวิตของพวกคุณทั้งหมดจะอยู่ในมือผม แต่หากว่าผมทำไม่สำเร็จผมยิ่งดีหันหลังเดินออกไปจากแก๊งโดยไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ แน่นอนถ้าผมมีชีวิตรอดกลับมา”

     

            ทันทีที่จินพูดเสร็จทั้งหกคนเผลอทำหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาแต่ก็พยักหน้ากันอย่างเข้าใจ

     

            “งั้นพวกเรา เริ่มกันเลยไหม”

    คล้ายกับเรื่องยากูซ่าพลังผู้กล้า ที่คุณอ่าน

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258