Chapter 11
วันออกเดต
ฟู่...
ฉ่า...
มอสใช้ตะเกียบเงินทรงแบนคีบชิ้นเนื้อที่สุกเกรียมน่ากินมาวางไว้ในจานผม
“พอแล้ว ๆ เต็มจานแล้วเนี่ย จะกินหมดรึเปล่าก็ไม่รู้” ผมร้องห้ามแล้วรีบคว้าบางส่วนที่พูนขึ้นในจานส่งคืนให้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆไปบ้าง
ใช่ เรานั่งกินข้าวอยู่ฝั่งเดียวกัน แม้จะไม่ได้มีใครนั่งกินอยู่ด้วยก็ตาม มอสอ้างว่าจะได้ป้อนผมได้ง่าย ๆ
แล้วเขาก็เริ่มทำอย่างนั้น
อาจุมม่าที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ต้อนรับหันมาเจอเราสองคนแล้วทำหน้าแปลกๆ
ก็คงจะเป็ธรรมดาของประเทศคร่ำครึที่ยังไม่เปิดกว้าง เพราะยิ่งเห็นอย่างนั้นผมก็ยิ่งทำให้น่าหมั่นไส้มากขึ้นด้วยการคีบหมูย่างหอมๆ ใส่ในใบงาพร้อมด้วยพริกเม็ดหั่นซอยแต้มกับโคชูจังนิดหน่อยแล้วป้อนคืนมอสบ้าง อาจุมม่าทำขนลุกแล้วเดินหนีไป
ผมชี้ให้มอสดูแล้วเราสองคนก็หัวเราะร่วนกันอย่างถูกใจ
วันนี้เป็วันที่เ้านายปล่อยให้เป็เวลาพักผ่อนส่วนตัวก่อนจะถึงไฟลต์กลับในอีกสิบสองชั่วโมงข้างหน้า ผมจึงเลือกพามอสมาที่ย่านกาโรซูกิล[1]เพราะคนอื่นๆ ในทีมพากันไปที่อื่นกันหมดตามเขตยอดนิยมที่พวกยูทูบเบอร์แนะนำ
“ดีนะประเทศนี้ไม่มีปาหิน ไม่งั้นเราได้ตุยคู่กันตรงนี้แหละ” เขากล่าวติดตลก
“แต่ก็น่าอึดอัดไม่ต่างกัน ถ้าฉันเกิดที่ประเทศนี้ก็คงเป็ซึมเศร้าแล้วฆ่าตัวตายเหมือนชีวิตเกย์คนอื่นๆ ที่ออกข่าว”
“ว่าแต่... คุณชอบผู้ชายั้แ่เกิดเลยเหรอ?”
“อือ ใช่นะ” ผมพยักหน้าตอบ “ตอนเด็ก ๆ ก็รู้สึกอยากเป็ผู้หญิงแล้ว ชอบเอาผ้าเช็ดหน้าแม่มาทำเป็ผมยาว”
คนฟังจ้องผมแล้วอมยิ้ม
“ทำไม? จะบูลลี่เหรอ?”
“เปล่า น่ารักดีออก” เขาแย้งพร้อมบีบแก้มผมด้วย “แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้หล่อขนาดนี้ล่ะ”
เขาทำผมเขินจนได้ ต้องรีบเบือนหน้าหนีหันไปหาอะไรคีบเข้าปากแทน
“ก็ตอนเด็ก ๆโตมากับสภาวะแวดล้อมที่เป็ผู้หญิง เพื่อนๆ ก็เป็ผู้หญิง ที่ทำงานแม่ก็มีแต่ผู้หญิง แต่พอเริ่มเรียนมัธยมก็ได้เปิดโลก ว่าการเป็แอลจีบีทีคิวพลัสไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนจากผู้ชายเป็ผู้หญิงเท่านั้น แต่เราสามารถเป็ผู้ชายที่รักผู้ชายได้ ซึ่งก็เพิ่งค้นพบว่าตัวเองมีรสนิยมแบบนี้มากกว่า”
มอสผงกหัวอย่างเข้าใจแล้วตักเส้นจับแชป้อนผม
“จะขุนกันรึไง?”
“กินเยอะ ๆ จะได้โตเร็ว ๆ” ทำเสียงทะเล้นพร้อมยกมือลูบศีรษะผมเบา ๆ อีก
ผมไม่ได้สะบัดหนี แต่นั่งนิ่ง ๆให้เขาทำอย่างนั้นด้วยความรู้สึกแปลก ๆ อย่างที่รู้สำหรับพนักงานทั่วไปในบริษัทนี้ ร่างกายทุกส่วนของผมแทบจะเป็ของสูงส่งดั่งเทวดาจริงๆ
แต่จะว่าไปเขาก็ได้ััทุกส่วน... ในร่างกายผมแล้วนี่นะ
ซึ่งมันก็ทำให้ผม... รู้สึกดีเสียอย่างนั้น
“แล้วเื่ความรักล่ะครับ?” มอสถามต่อ
“สัมภาษณ์ลงแมกกาซีนฉบับไหนเหรอ?”
“ฉบับหัวใจของผมไงล่ะ”
“จะอ้วก!” ผมทำท่าเบะปาก
แล้วเขาก็ขยับเข้าใกล้ผมอีกพร้อมกระซิบข้างหู “รู้มั้ย ตอนนี้ผมแข็งอีกแล้ว...”
“ว่าไงนะ?”
“ก็บอกแล้วอยู่ใกล้ ๆคุณแล้วมันตื่นตัวตลอดเวลา”
“หยุดเลย งั้นฉันเล่าเื่ตัวเองต่อก็ได้ ไม่งั้นได้ลากฉันไปชำเราที่หลังร้านแน่ ๆ”
คนมีอารมณ์หัวเราะร่วนอย่างชอบใจ
ผมถอนหายใจด้วยความระอาก่อนจะเริ่มเล่าต่อ “ฉันไม่เคยมีแฟนเป็ตัวเป็ตนหรอก”
“จริงอ้ะ?”
“อือ” ผมพยักหน้ายอมรับหงอย ๆ “มีก็แต่แอบชอบคนอื่น แต่สุดท้ายเขาก็ให้ได้แค่ความเป็เพื่อน เป็พี่ชาย... ไม่รู้ว่าเพราะเป็คนที่มีสเปคเป็พวกสเตรทเกินไปรึเปล่า แบบชายแท้ที่ดันเฟรนด์ลี่ ฉันค่อนข้างอ่อนประสบการณ์ด้านนี้น่ะ”
“ไม่อยากจะเชื่อเลย ใครกันที่ปฏิเสธคุณกายของผมได้ลง”
“เยอะแยะจะตาย”
“งั้นผมก็เป็คนที่โชคดีสินะ”
“ที่ได้ตอกฉันอะนะ?”
“ใช่ ผมคือคนแรกของคุณ”
ผมส่ายหน้าสลายความมั่นใจของอีกฝ่าย “ถึงฉันจะอ่อนหัดเื่ความรัก แต่เื่เซ็กซ์ฉันก็ไม่ได้อ่อนประสบการณ์หรอกนะ”
พอเห็นสีหน้าผิดหวังของอีกฝ่ายผมก็หัวเราะร่วนออกมาบ้าง
หลังจัดการมื้อเที่ยงจนแน่นท้องเราก็เริ่มเดินหาของหวานในคาเฟ่สไตล์ชิคๆ แปลกตาพร้อมสลับกันถ่ายรูปให้กันและกันอย่างสนุกสนานโดยไม่ต้องสนสายตาของใคร
ตอนที่เผลอมอสเอาไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟมาแตะยังริมฝีปากผมจนเลอะ
“เฮ้ย ทำอะไรของนาย!”
แล้วจู่ๆ ก็ฉวยโอกาสจัดการทำความสะอาดมันด้วยริมฝีปากของตัวเองเช่นกัน
ผมได้แต่มองอย่างทึ่งๆ ที่เขาทำอย่างนั้น แต่อีกฝ่ายตอบกลับด้วยสายตาแพรวพราวของหมาป่าเ้าเล่ห์
“นี่ๆ ซื้ออันนี้ให้ผมหน่อยสิ” เขาชี้ไปยังกำไลเงินวงหนึ่งที่อยู่ในตู้ของร้านเครื่องประดับแบรนด์ดังของที่นี่
“แล้วทำไมฉันต้องซื้อให้นายด้วยล่ะ?”
“เอาน่าๆ ผมอยากได้ ซื้อให้หน่อยน้า~”
พอได้เห็นสีหน้าและน้ำเสียงอันออดอ้อนของเขาผมก็เกิดความลังเลขึ้นมา
“โอกาสอะไรดีล่ะ แพงก็แพง”
“อย่างกหน่อยเลยน่า อันละหมื่นต้น ๆไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งคุณกายล่วงหรอกน่า”
ผมทำหน้าหยาดแขยงใส่เขา แต่ก็ยอมจิ้มเลือกแล้วส่งบัตรเครดิตให้เ้าหน้าที่ชำระเงินอย่างว่าง่าย
แล้วพอผมส่งถุงใส่ของที่มอสอยากได้ไปให้ เขาก็ปฏิเสธทำเอาผมเหวอต่อ
“อย่าเพิ่งให้ตอนนี้” เขาบอกต่อจากที่โบกเรียกแท็กซี่มาได้คันหนึ่ง โดยที่ผมได้แต่ะโขึ้นรถตามอย่างงง ๆเพราะไม่รู้ว่าเขากำลังจะไปที่ไหน
จนสุดท้ายรถแท็กซี่ก็มาจอดที่โซลทาวเวอร์ หอคอยสูงซึ่งเป็แลนด์มาร์กสำคัญ
“มาที่นี่ทำไมอะ?”
“คู่รักเขาก็มาที่นี่กันทั้งนั้น” มอสบอกแค่นั้นแล้วก็ลากผมเข้าไปข้างใน พาต่อคิวขึ้นเคเบิลคาร์เพื่อชมเมืองยามเย็น
โดยที่ท้องฟ้าเริ่มทอประกายเป็สีทองเพราะพระอาทิตย์ดวงกลมโตกำลังจะตก...
ผมมองวิวรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ สลับกับหันมามองเขาเป็ระยะ เพราะความทึ่งที่ไม่คิดว่ามอสจะมีไอเดียแบบนี้ในหัวด้วย
“ส่งถุงกำไลมาให้ผมหน่อยครับ” เขาร้องขอ
“อยากได้แล้วเหรอ?”
มอสคลี่ยิ้มหวานแล้วรับถุงจากผม ก่อนจะล้วงกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วส่งกล่องอะไรบางอย่างกลับคืนมา
“เราแลกกันนะ”
ผมรับสิ่งนั้นมาแล้วเปิดออกดู ก็พบว่าเป็ของแบบเดียวกันกับที่ผมเพิ่งซื้อให้เขาไป
“คืออะไร?”
“สัญญลักษณ์ของคู่รัก”
“...!”
คราวนี้ผมอึ้งและพูดอะไรไม่ออก
ตึกตักตึกตัก ตึกตัก
ใจผมเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่... เหมือนจะไม่เคยได้ััมาก่อน
เขาสวมกำไลเงินเรียบๆ แต่ดูเก๋วงนั้นให้ผม แล้วส่งข้อมือของตัวเองมาให้ผมทำอย่างนั้นบ้าง
เหมือนกับแลกแหวนแต่งงานกันเลยแฮะ...
ประทับใจจัง...
รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาเลยล่ะ
ราวกับเขาเข้ามาทำลายกำแพงน้ำแข็งและความกังวลทั้งหมดออกไปจากใจผม
เป็ความสุขที่เคยรอคอย... และไขว่คว้ามานาน...
มอสทำให้ผมรับรู้ได้ว่าตัวเองเป็ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่กำลังถูกรัก... โดยใครสักคน
[1] กาโรซูกิล คือย่านหรูและชื่อถนนอาร์ตสุดฮิปในชินซาดง กรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งรวบรวมร้านค้าแฟชันและบิวตี้ชั้นนำ รวมถึงเป็แหล่งคาเฟ่ชิค ๆที่มีรูปทรงอาคารสวยงามแปลกตา