หนึ่งชายหนุ่มหนึ่งหญิงงามนอนโอบกอดกันเช่นนั้นจนเวลาผ่านไปถึงเช้าวันใหม่พวกเขาจึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกัน ในเวลานี้หงษ์สาวใบหน้าแดงกล่ำด้วยความเขินอายพร้อมเอาหน้าซุกไปที่อกของชายหนุ่มอย่างน่ารัก ส่วนเฟยหรงเองก็โอบกอดนางด้วยความสเน่ห์หาเช่นกันก่อนที่จะบรรจงจูบลงไปที่หน้าผากของนางอย่างแ่เบาและอบอุ่น
"หญิงเ้าเล่ห์เ้าทำให้กำหนดการณ์ข้าลวนไปหมดเลยรู้หรือไม่"เฟยหรงหยิกแก้มนางเบาๆจนทำให้เฟิงเสวียพลันทำหน้ามู่ก่อนที่นางจะกล่าวตอบ "เป็ท่านไม่ใช่หรือที่ถ้วงเวลาตนเอง ข้าพอั้แ่เสร็จสมคราแรกแล้วแต่เป็ท่านเองต่างหากที่ทำต่อ"
"หึ เ้าร้ายกาจจริงๆทั้งที่เ้าวางยาข้าแท้ๆแต่กลับโยนความผิดมาที่ข้า เห็นทีข้าคงต้องทำโทษเ้าอีกสักคราแล้วกระมัง"เฟยหรงกล่าวพร้อมหอมแก้มนางก่อนที่มืออันซุกซนของเขาจะบีบนวดไปที่หน้าอกอันใหญ่โตของนางจนทำให้นางต้องร้องครางออกมา
"ท่านทำข้าเดินไปไหวแล้วยังไม่พออีกหรือ คนที่มีกายของัเช่นท่านแข็งแกร่งเกินไปจริง หากข้าไม่สลบไปก่อนเห้นทีว่าท่านคงไม่หยุดง่ายๆ"นางกล่าวออกมาพร้อมเสียงครางเล็กน้อย
"หึ นั่นเพราะเ้างดงามเกินไปไงละ ในเวลานี้แม้เราจะไม่ได้เข้าพิธีแต่งงานอย่างเป็ทางการแต่เ้าก็ถือว่าเป็ภรรยาข้าแล้ว ดังนั้นมาให้สามีผู้นี้มอบความรักให้เ้าซะดีๆ"เฟยหรงยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ก่อนที่จะจับนางบรรเลงเพลงรักอีกหนึ่งคราก่อนที่เขาจะอุ้มนางไปชำระล้างร่ายกายและสวมใส่อาภรณ์ให้กัน
เฟิงเสวียนั้นเมื่อนางทำหน้าที่ภรรยาเป็อย่างดี นางช่วยเฟยหรงสวมใส่อาภรณ์จนเสร็จก่อนที่จะถูกเขาพยุงเข้าไปเข้าพักผ่อนเนื่องจากนางได้ผ่านศึกรักมาอย่างโชกโชนดังนั้นในเวลานี้นางจึงไม่มีแรงแม้แต่จะก้าวเดิน
"เ้าต้องพักผ่อนให้มาก พอกลับไปยังทวีปศักดิ์สิทธิก็ต้องดูแลตัวเองให้มากและดูแลเ้าตัวน้อยในท้องของเ้าด้วย"เฟยหรงลูบท้องอันเรียบเนียนของนางอย่างแ่เบาราวกับทารกได้ก่อกำเนิดขึ้นมาแล้วอย่างไรอย่างนั้น ภาพนี้ทำให้เฟิงเสวียได้แต่หัวเราะอย่างขบขันอย่างช่วยไม่ได้
ใช่! นางต้องท้องอย่างแน่นอนเนื่องจากทำกันมากขนาดนั้นแถมยังมีฤทธิ์ของเม็ดยาจุติหยินหยางอีก ดังนั้นจึงไม่มีทางหลีกเหลี่ยงได้เลยแถมมันยังเป็ความปรารถนาของนางมาั้แ่ต้น เมื่อเฟยหรงยังไม่อาจที่จะอยู่กับนางได้ขอเพียงนางมีเ้าตัวเล็กคนนี้อยู่ข้างกายนางก็ไม่มีทางเหงาในการเฝ้ารอเขาอีกต่อไป
"เช่นนั้นข้าจะต้องไปแล้วนะ รักษาตัวเองให้ดีๆแล้วข้าจะไปหาเ้าที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์"เฟยหรงกล่าวออกมา พร้อมสวมกำไลหยกแดงที่เป็ของที่ท่านย่าของเขาให้นางเพื่อเป็ของแทนใจและด้านในคือพยัคสายฟ้าของเขาทั้งสาวตัว เนื่องจากนางมาจากตระกูลศักดิ์สิทธิ์ดังนั้นนางย่อมไม่ขาดเคล็ดวิชาใดๆหากจะให้กระบี่วารี์ไปก็เกรงว่าตระกูลของนางจะมีปัญหากับตระกูลเป่ยที่เป็เ้าสมุทรได้อีก ดังนั้นสิ่งของที่ล้ำค่าที่สุดที่เขามีในเวลานี้ก็มีเพียงกำไลหยกแดงนี้ชิ้นเดียวเท่านั้นที่คู่ควรกับนางที่เป็ถึงคุณหนูของตระกูลศักดิ์สิทธิ์
"ข้าจะเก็บรักษามันไว้อย่างดีและนี่คือของแทนใจของข้า"เฟิงเสวียกล่าวพร้อมมอบหยิบรูปวิหคเพลิงให้แก่เฟยหรง หยกนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากหญิงสาวของตระกูลเฟิงจะมีอยู่เพียงคนละชิ้นเท่านั้นและจะมอบมันให้กับคนที่รัก เปรียบดังความรักที่มียึดมั่นแต่เพียงสามีเพียงคนเดียว
เฟยหรงยกยิ้มและรับมันแต่โดยดีก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปจูบนางอย่างอ่อนโยนและเดินจากไป ส่วนทางด้านเฟิงเสวียเองแม้จะเศร้าใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรเนื่องจากนางเองก็ไปกลับไปยังทวีปศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน ดังนั้นนางจึงหวังเพียงให้เฟยหรงไปหานางเร็วๆเท่านั้น
"สามีของข้าเ้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแล้วมาหาข้าที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์ให้ได้นะ ข้าและลูกจะรอท่านอยู่ที่นั่น"เฟิงเสวียกล่าวก่อนที่นางจะเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราไปด้วยความอ่อนล้าจากศึกรักที่ผ่านมา
ส่วนทางด้านเฟยหรงนั้นเมื่อชายหนุ่มออกมาเขาก็หยิบเ้าเม่นมารม่วงกลืนมิติของเขามาไว้บนหัวดังเดิม ก่อนที่จะก้าวออกไปจากหอประมูลในทันที ก่อนที่จะหันมาชำเื่ไปด้วยความโหยหาจนในที่สุดเขาก็ถอนหายใจและเดินไป เส้นทางข้างหน้ายังยาวไกลและเขายังมีภารกิจที่มากมายที่ยังไม่ได้รับการสะสางดังนั้นเขาจะมาหยุดอยู่ที่นี่ไม่ได้และต้องเดินหน้าต่อไปเพียงเท่านั้น
'รอข้าก่อนนะ ข้าจะไปหาเ้าอย่างแน่นอน'เฟยหรงคิดในใจก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปจากตรงนั้นอย่างไร้ร่องลอย และมาโผล่อีกทีที่ประตูเมืองเยียนจิง
"เ้าปีศาจน้อยเป็อย่างไรที่ได้ลิ้มรสความหอมหวานของหญิงสาวเป็ครั้งแรก มันเย้ายวนและหลงไหลมากเลยใช่หรือไม่ ข้าละอยากจะรู้จริงๆว่าศิษย์หลานของข้าจะเกิดมาจะเป็สัตว์ประหลาดประเภทไหน ฮ่าๆๆๆ"กู่เทียนหลงกล่าวออกมาอย่างขบขัน พ่อมีทั้งกายเทพัะ เส้นลมปราณัาล้วนแต่เป็เส้นลมปราณระดับพระเ้า ส่วนแม่มีเส้นลมปราณวิหคเพลิงะระดับนิพพาน และต้องไม่ลืมว่าเฟยหรงเป็ลูกหลานของตระกูลเป่ยและเฟิงเสวียเป็ลูกหลานของตระกูลเฟิงอีกนั่นนั่นเป็สิ่งที่บ่งบอกได้ว่าพวกเขาล้วนมีสายเืของจักรพรรดิเทวะไหลอยู่ในกาย เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกันกู่เทียนหลงไม่อยากจะคิดเลยว่าลูกของเฟยหรงนั้นจะเกิดมาเย้ย์เพียงใด
"ท่านอย่ามาว่าลูกข้าเป็สัตว์ประหลาดนะ เขาจะมีพร์หรือไม่ถึงอย่างไรเขาก็เป็ลูกของข้า"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นพร้อมทำหน้ามู่เล็กน้อย
"เหอะ ข้ารู้แล้วน่า เ้าเองก็รีบฝึกฝนเข้าละ หากเ้าไปหานางอีกครั้งจำเป็ต้องมีความแข็งแกร่งมากพอไม่เช่นนั้นไม่มีทางที่ตระกูลศักดิ์สิทธิ์จะยอมรับเ้าอย่างแน่นอน"
"ข้ารู้แล้วท่านอาจารย์ เราออกเดินทางกันเถอะการผจญภัยที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นแล้ว"เฟยหรงยกยิ้มก่อนที่เขาจะพุ่งทยานเข้าป่าใหญ่ไปในทันทีเป้าหมายของเขาแน่นอนว่าคือออกจากชายแดนทวีประดับต่ำไปยังทวีประดับกลางให้เร็วที่สุด
"ปีศาจน้อยหากระหว่างทางอย่าลืมฝึกฝนการปรุงยาด้วยละ อย่าน้อยให้มันอยู่ระดับสามก็ยังดี"กู่เทียนหลงกล่าวย้ำเตือน หากเฟยหรงเป็นักปรุงยาอะไรๆมันจะง่ายขึ้นมาก เพราะทั่วทุกหนแห่งนักปรุงยาเป็อาชีพที่ได้รับเกียรติอย่างสูงสุดมาโดยตลอดการจะทำอะไรย่อมง่ายดาย
"เข้าใจแล้วอาจารย์ แต่ข้าไม่มีสูตรยานี่ท่านถ่ายทอดให้ข้าสิ ข้ามั่นใจว่าหากท่านถ่ายทอดสูตรยาให้ข้าสามารถบรรลุเป็นักปรุงยาระดับสามได้ทันทีเลยทีเดียว"เฟยหรงยืดอกด้วยความมั่นใจ กู่เทียนหลงที่ได้ยินพลันแทบจะกระอักเื ศิษยืของเขาคนนี้โออวดเกินไปจริงๆยังไม่ทันรู้พื้นฐานการปรุงยาก็กล่าวว่าจะเป็นักปรุงยาระดับสามได้ง่ายๆเสียแล้ว
"เ้าเด็กตัวเหม็นคิดจะขโมยวิชาจากข้าอีกแล้ว เอาเถอะถึงอย่างไรเ้าก็เป็ศิษย์เพียงคนเดียวของข้าดังนั้นข้าจะให้สูตรยาไปสักสองสามอย่างแล้วกัน"กู่เทียนหลงถ่ายทอดสูตรยาให้กับเฟยหรงในทันที สูตรยาที่ถ่ายทอดให้นี้ล้วนแต่เป็สิ่งที่เฟยหรงต้องใช้ทั้งนั้นนั่นคือ โอสถวิญญานเปลวเพลิงระดับสาม โอสถเสริมปราณระดับสาม และโอสถฟื้นฟูระดับสาม
"ท่านอาจารย์แล้วสูตรยาระดับหนึ่งกับระดับสองละ"เฟยหรงกล่าวถาม
"เหอะ เมื่อกี้เ้าคุยโวนักข้าก็ให้สูตรยาระดับสามกับเ้าแล้วไงหวังว่าเ้าจะไม่ทำให้อาจารย์คนนี้ผิดหวังนะ ฮ่าๆๆๆ"เฟยหรงที่ได้ยินดังนั้นก็พลันชะงักค้าง ตาแก่นี่คิดจะให้เขาปรุงโอสถระดับสามั้แ่ครั้งแรกจริงๆในเวลานี้เขาอยากจะตบปากของตัวเองจริงๆเผลอไปพูดโอ้อวดแบบนั้นแต่เขาเองก็รู้สึกว่ามันน่าท้าทายไปอีกแบบ
"เอาเถอะข้าจะพยายามแล้วกันแต่อาจารย์ มันมีอะไรที่พอจะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วบางไหมขอรับเพราะข้ามีเวลาแค่สี่ปีกว่าในการออกผจญภัยเท่านั้นเอง"เฟยหรงกล่าวถาม
"แน่นอนว่าย่อมมี แต่ไม่รู้ว่าโชควาสนาของเ้าดีพอหรือเปล่า"
"มันคืออะไรหรือ?"
"หากจะให้พูดจริงๆมันก็มีอยุ่เยอะเหมือนกันแต่คนที่ได้ครองพวกมันนั้นกับน้อยจนแทบนับนิ้วได้ อย่างแรกคือจิตวิญญานเพลิง์ อย่างที่สองคือแก่นแท้น้ำแข็ง อย่างที่สามก็คือสายฟ้า์ และอย่างสุดท้ายและทรงพลังที่สุดเลยคือบัลลังก์ราชันเก้าธาตุ"
"ท่านอาจารย์ จิตวิญญานเพลิง์ แก่นแท้น้ำแข้ง หรือสายฟ้า์ข้าก็พอรู้อยู่บ้างแต่บัลลังก์ราชันเก้าธาตุนี่คืออะไรขอรับ"เฟยหรงกล่าวถามด้วยความสงสัย เนื่องจากในโลกเก่าของเขาไม่เคยมีสมบัติวิเศษนี้อยู่เลย
"บัลลังก์ราชันเก้าธาตุคือสมบัติวิเศษคล้ายกับหอคอยเทพัในตัวเ้านั่นแหละ แต่ความวิเศษของมันคือมันสามารถสำแดงพลังธาตุออกมาได้ถึงสิบส่วนเต็มๆ"
"ตามตำนานเล่าว่า บัลลังก์ราชันเหล่านี้คือพลังของพระเ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกแบ่งออกมาเป็เก้าส่วนและทำให้มันกระจัดกระจายไปทั่วทั้งโลก เพื่อที่จะเอาไว้ให้ผู้คนที่มีวาสนากับมันได้ถือครองพลังอันยิ่งใหญ่ ในตอนแรกข้าเองก็คิดว่ามันเป็เพียงตำนานไร้สาระเช่นกันแต่ตอนที่ข้ามีชีวิตอยู่นั้นผู้ถือครองบัลลังก์ราชันนั้นมีอยู่จริงและทรงพลังอย่างไม่คาดคิด และที่ข้าเห็นนั้นมีเพียงสามบัลลังก์เท่านั้นและหนึ่งในนั้นคือบัลลังก์แห่งวารีที่ผู้นำของตระกูลเป่ยในยุคนั้นถือครองอยู่"เมื่อฟังมาถึงตรงนี้เฟยหรงถึงกับเคลียดหนักในทันทีบัลลังก์แห่งวารีอยู่กับตระกูลเป่ยเช่นนี้แล้วเขาจะไปช่วยแม่เขาได้อย่างไรกัน
"แล้วอีกสองบัลลังก์ที่ท่านเคยเห็นคือบัลลังก์อะไรหรือ"เฟยหรงยังคงถามต่อไป
"บังลังก์แห่งปฐี และบัลลังก์แห่งพฤกษา ที่ถือครองดูผู้ฝึกตนปริศนา ส่วนบัลลังก์ราชันอื่นนั้นข้าไม่รู้เช่นกันว่ามันอยู่ที่ใดและมีผู้คนถือครองหรือยังแต่หากเ้าได้ถือครองมันสักบัลลังก์ละก็ข้าว่ามันก็ดีไม่น้อยทีเดียว ฮ่าๆๆๆ"กู่เทียนหลงออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ แต่เฟยหรงนั้นกลับตั้งเป้าหมายอย่างมาดมั่น การได้บัลลังก์ราชันแม้จะไม่ใช่เื่ง่ายแต่เขากลับไม่คิดยอมแพ้
"หากเป็อย่างที่ท่านกล่าวบังลังก์ราชันเก้าธาตุที่เหลือก็จะมี วายุ อัคคี อัสนี เหมันต์ แสง และความมืด สินะขอรับ แม้มันจะดูเป็ไปไม่ได้ข้าก็จะพยายามหามันให้พบสักบัลลังก์"เฟยหรงกล่าวอย่างมาดมั่น จนกู่เทียนหลงผู้เป็อาจารย์ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องให้ดี ถ้าหากมันหาง่ายดายปานนั้นป่านนี้คนที่ถือครองบัลลังก์ราชันก็ปรากฏตัวออกมาหมดแล้วสิ ยิ่งคิดเขายิ่งปวดหัวกับเ้าลูกศิษย์คนนี้จริงๆแต่ก็รู้สึกภูมิใจอยู่ลึกที่เขาเลือกศิษย์ไม่ผิดคน มีทั้งพร์และความมุ่งมั่นอยู่ภายในตัว