เขาบอกว่าคนทำดีก็ต้องได้ดีมันใช่ใช่มั้ยครับ? แล้วทำไมผมถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ล่ะ นี่ผมต้องขอบคุณพระเ้าที่มอบร่างใหม่ให้ผมมีชีวิตอีกครั้ง หรือต้องโทษที่ผมเป็คนอ่อนโยนจนเกินไป จนทำให้ตัวเองต้องตายแบบโง่ๆก็ไม่รู้
.
.
แสงตะวันในยามสายของวันหนึ่ง ชายหนุ่มร่างบอบบางเขาพยายามปีนต้นไม้เพื่อช่วยแมวดำที่ในตอนนี้มันทำท่าเหมือนจะลงไม่ได้
"ไม่ต้องกลัว แกอยู่นิ่งๆตรงนั้นไว้นะ"
เอ่ยพูดเหมือนว่าสัตว์ตัวขนสีดำมันจะเข้าใจ มือก็ค่อยๆปีนป่ายขึ้นไปหวังจะช่วยมันลงมาให้ได้ เพียงไม่กี่คืบก็จะถึงแมวดำ
"เมี้ยว!!!"
หากแต่สิ่งที่ไม่คาดคิดเมื่อเขาขยับเข้าไปใกล้มัน มือที่ใกล้จะคว้ามันได้ กลับถูกมันร้องขู่ก่อนที่มันจะข่วนเข้าที่หลังมือของเขา
"โอ๊ยยย!! "ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความใ เขาเจ็บที่หลังมือไม่ทันระวังมืออีกข้างที่จับกิ่งไม้อยู่กลับลื่นหลุดมือ ร่างของเขาค่อยๆตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เขาเห็นก่อนที่สติจะจางหายไปคือแมวตัวนั้นมันะโออกจากกิ่งไม้มุ่งเข้าสู่หลังคาบ้านที่ไม่ไกลจากต้นไม้ใหญ่
ความเ็ปแล่นไปทั่วทั้งร่างกายสิ่งเดียวที่เขารู้สึกคือความเจ็บและชา ก่อนที่สติอันน้อยนิดจะดับวูบไปอย่างช้าๆ
.
.
"เฮือกกก!!"ภายในห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ร่างบอบบางของชายหนุ่มหน้าตาดีเขากระเด้งตัวลุกขึ้นมาด้วยความใราวกับว่าเขาฝันเห็นเหตุการณ์ที่เลวร้าย
ใช่แล้วเขาคือผู้ชายคนเดียวกับที่พยายามจะช่วยแมวตัวนั้น แม้ว่าสุดท้ายเขาจะถูกมันทำร้ายจนตกต้นไม้ก็ตามที แต่จะให้ตายอย่างไงสุดท้ายเขาก็โกรธสัตว์ตัวเล็กนั้นไม่ได้ สิ่งเดียวที่เขารู้สึกคือเจ็บใจ ที่ตัวเองดันโง่คิดว่ามันจะลงจากต้นไม้ไม่ได้ จนเกือบเอาชีวิตตัวเองไปทิ้ง
"ตื่นแล้วหรอ"
เสียงทุ้มติดจะเ็าของใครคนหนึ่งดังขึ้น สายตาของชายหนุ่มบนเตียงนอนค่อยๆเบนสายตาไปมองร่างหนาที่กำลังนั่งไขว้หางเล่นมือถืออย่างสบายอารมณ์ราวกับว่าเขาไม่สนใจคนที่นอนอยู่บนเตียงเลยสักนิด รูปร่างหน้าตาที่ราวกับเทพบุตรมาจุติ ใบหน้าคมเข้มติดจะเ็า ดวงตาที่เฉยชาราวกับว่าโลกใบนี้ไม่มีสิ่งที่เขาสนใจ ผมสีดำราวกับสีหมึกยิ่งทำให้ผิวขาวๆของเขาดูสว่างมากขึ้นไปอีก
'ผู้ชายคนนี้เป็ใครวะ'
คำถามแรกที่ผุดออกมาจากจิตใจของชายหนุ่มร่างบางคือผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาอย่างกับดารา จนทำให้เขาที่เป็ผู้ชายเหมือนกันยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึงไปพักหนึ่ง หากแต่เขากลับจำไม่ได้ว่าตัวเองจะมีญาติพี่น้องหรือคนรู้จักที่มีใบหน้าหล่อเหลาได้ขนาดนี้ เอาตรงๆเขาเป็เด็กกำพร้าไม่มีทั้งญาติพี่น้องหรือใครทั้งนั้น แม้แต่พ่อกับแม่ของตัวเองยังไม่รู้เลยว่าเป็ใครั้แ่จำความได้ เขาก็อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
พอมองไปรอบๆตัวเองกลิ่นยาที่ลอยเข้าจมูกไหนจะสายน้ำเกลือที่ต่อเข้าหลังมือของเขา นี่เขาคงถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลสินะ
'แล้วทำไมห้องอย่างหรูขนาดนี้วะ'
จู่ๆก็รู้สึกถึงเงินในกระเป๋าตังค์ตัวเอง อย่าว่าแต่ค่าห้องเลย ข้าวจะกินแต่ละมื้อเขายังต้องกินมาม่าประทังชีวิตแล้วจะให้เขาเอาปัญญาที่ไหนมาจ่ายค่าห้อง
นี่หมอหรือพยาบาลเห็นว่าเขาเป็คนมีเงินหรืออะไร เสื้อผ้าที่เขาใส่ก็แค่เสื้อผ้าแถวคลองถม เงินในกระเป๋ามีไม่ถึงร้อย หมอเอาอะไรมาคิด ถึงส่งตัวเขามาห้องพักที่ดูหรูหราขนาดนี้
"คุณเป็ใครครับ"
ยามเมื่อเสียงของผมดังออกไปแทนที่ชายคนนั้นจะตอบผม แต่เขากลับปรายตามามองผมนิดหนึ่ง ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้อง ราวกับว่าคำถามของผมเป็อากาศธาตุก็ไม่ปาน
"หยิ่งฉิบ!"
อดไม่ได้ที่จะบ่น มาอยู่ห้องผม แล้วยังทำตัวหยิ่ง แต่จะว่าไปไม่ใช่ว่าผู้ชายคนนั้นเป็คนเอาผมมาส่งโรงพยาบาลหรอกนะ ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงมานั่งในห้องที่ผมอยู่ทั้งๆที่เราสองคนยังไม่ทันได้รู้จักกัน
"จะว่าไปแล้ว วันนี้ต้องไปทำพาร์ทไทม์นี่น่า หัวหน้ายิ่งบ่นๆอยู่ด้วย ขืนไม่ไปวันเดียว ได้โดนไล่ออกอย่างกับหมาแน่"
พอคิดว่าตัวเองมีงานต้องทำ ก็คิดจะลุกขึ้นออกจากเตียง หากแต่หัวกลับรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นไปกุมศีรษะ
"หัวแตกหรอวะ!?"ััได้ถึงผ้าที่พันเอาไว้รอบหัว สายตามองไปเห็นมือถือที่โซฟาและก็น่าจะเป็โทรศัพท์ของผู้ชายคนนั้นที่ลืมเอาไว้
"ขอยืมก่อนแล้วกัน"ว่าจบก็ดึงสายน้ำเกลือออกจากมือ ก่อนจะเดินตรงดิ่งไปที่โทรศัพท์หรูเครื่องนั้น ที่ดูท่าจะราคาหลายหมื่น
"แล้วทำไมต้องล็อกหน้าจอด้วยวะ แล้วจะใช้ไง"
พอเปิดหน้าจอเท่านั้นแหละ ได้แต่เกาหัวแกร๊กๆ เพราะมันถูกล็อกหน้าจอเอาไว้ หากแต่ในขณะที่ผมกำลังคิดหาวิธีติดต่อไปหาหัวหน้าเพื่อที่ผมจะได้ขอลาหยุดวันหนึ่งแม้ว่าอาจจะถูกด่าจนหูชาหรือถูกไล่อย่างกับหมูอย่างกับหมาผมก็ต้องโทรไปให้ได้ อย่างน้อยๆพี่เขาอาจจะเห็นใจผมไม่ไล่ผมออก มือที่จับมือถืออยู่ปลายนิ้วชี้ปัดไปโดนที่สแกนลายนิ้วมือโทรศัพท์ เพียงไม่นานโทรศัพท์ที่ถูกล็อกหน้าจอก็ถูกปลดล็อก
"อ้าว ไม่ล็อกแล้วหรอ หรือเครื่องมันจะรวน?"ได้แต่ทำหน้างง เพราะจู่ๆโทรศัพท์ที่ถูกล็อกหน้าจอเอาไว้ก็ถูกปลดล็อกรหัสผ่านโดยที่ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ
"เครื่องก๊อปรึเปล่าวะ ทำไมกากแบบนี้"ได้แต่ยิ้มหัวเราะอย่างชั่วร้ายที่พี่ชายคนนั้นทำเป็เท่ สุดท้ายก็ใช้ของก๊อปไม่ต่างอะไรจากผมเลย มือที่เตรียมที่จะกดปุ่มโทรกลับกดไปโดนกล้องถ่ายรูป
"อะไรวะ ฟิวเจอร์ใหม่หรอ!"ใบหน้าหล่อเหลาที่ราวกับดารา เส้นผมสีชมพูและั์ตาสีฟ้า นี่มันไม่ใช่หน้าผมเลยสักนิด
"แล้วไหนวะ โหมดธรรมดา"จู่ๆก็รู้สึกอยากถ่ายรูปหน้าตัวเองซะงั้น แต่เอาจริงๆแค่คิดจะแกล้งพี่ชายคนนั้นเล่น ผมกะจะถ่ายรูปรัวๆทำให้โทรศัพท์ของเขาเต็มไปด้วยรูปของผม
"เดี๋ยวนะ ทำไมไม่มีวะ"
พอลองสังเกตดูดีๆ กล้องที่ผมใช้ในตอนนี้มันยังอยู่ในโหมดเริ่มต้นไม่ได้มีฟิวเจอร์อะไรมาช่วยเลยแม้แต่น้อย แล้วไอ้หน้าหล่อๆแถมยังแอบดูหวานนี่มันหน้าของใครกันวะ
พอยกมือขึ้นมาดู สีหน้าของผมกลับยิ่งราวกับว่าเห็นผี มือที่ดูเรียวดูนุ่มนิ่มไม่เหมือนมือของผู้ใช้งานหนักอย่างผม แถมไอ้ผิวขาวๆจนแสบตานี่อีกมันคืออะไร ถึงผมจะไม่ใช่คนตัวดำ แต่ด้วยทำงานหนักตากแดดตากลมไม่มีทางที่ผิวของผมมันจะดีอย่างงี้ได้
พอคิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปภายในห้องน้ำ ยามเมื่อเห็นเงาสะท้อนภายในกระจก ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วกลับยิ่งซีดเผือดมากขึ้นจนตอนนี้แทบจะไม่เห็นสีเื
"ฮ่า ฮ่า ฝัน ต้องฝันไปแน่ๆ!!"หัวเราะอย่างกับคนบ้า นี่ผมต้องฝันไปแล้วแน่ๆ ไม่มีทางที่ผมจะ...
"เพี๊ยะ!! โอ๊ยยย ทำไมเจ็บวะ"
ลองตบหน้าตัวเองสักทีแรงๆ รอยบนใบหน้าขึ้นมาแดงเถือก ไหนจะความรู้สึกเจ็บแสบจนหน้าชานี่มันอะไร