ปีรัชสมัยราชวงค์สุยจักพรรดิสุยฮุ่ยหลิง
อาณาจักรของราชวงค์สุยนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองเื่การค้าต่างแดนมีผู้คนมากมายอยากจะมาทำการค้าด้วย แต่ในความอุดมสมบูรณ์กับมีเื่หนึ่งที่ทำให้องค์จักรพรรดิกังวลใจเป็อย่างยิ่งคือเื่รัชทายาทสืบบัลลังก์นั้นเอง
เพราะไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยจะมีพระโอรสเกิดเพียงแค่พระองค์เดียวนอกนั้นจะเป็พระธิดาทั้งหมด เนื่องมาจากพรจากัเฟยหลง สืบทอดกันมา เพราะสมัยบรรพบุรุษตอนนั้นที่แห่งนี้มีการแกร่งแย่งชิงดีในบัลลังก์พี่น้องสายเืเดียวกันรบราฆ่าฟันกันเอง เรียกได้ว่าเป็่กาลียุคเลยก็ว่าได้ ทำให้ประชาชนยากแค้นแสนเข็ญลำบากเหลือจะทนทำให้ประชาชนเลือกข้างมีคนสนับสนุนท่านอ๋องหลายพระองค์แต่มีหนึ่งคนที่โดดเด่น นั้นคือชินอ๋องฮุ่ยเหว่ย
ตอนนั้นชินอ๋องฮุ่ยเหว่ยได้ยึดครองบัลลังก์จากพี่ชายตนโดยการก่อฏ ทำให้นองเืไปทุกหนแห่งศึกในครั้งนั้นทำให้ท่านอ๋องเ็ปใจเป็อย่างยิ่งแต่เพื่อประชาชนและแรงกดดันมากมายจึงได้ทำการปลิดชีพพี่ชายตนต่อมาเป็เพราะวิบากกรรมอันใดไม่รู้น้องชายก็ก่อฏเพื่อยึดอำนาจเขาอีกแต่สุดท้ายก็ตายเช่นกัน
หลายปีต่อมาได้มีงานล่าสัตว์ขณะล่าสัตว์ได้เกิดพายุโหมกระหน่ำองค์จักรพรรดิสุยฮุ่ยเหว่ยที่อยู่ในป่าต้องไปพักยังถ้ำแห่งหนึ่งโดยไม่รู้ว่าพื้นที่นี้เป็พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่มีันามเฟยหลงปกครองอยู่เมื่อองค์จักรพรรดิพบกลับท่านั จึงใช้จิติญญาของตนแลกกลับพรหนึ่งข้อนั้นคือให้แต่ละรัชสมัยให้มีผู้สืบทอดได้เพียงหนึ่งเพื่อไม่ให้มีการแย่งชิงบัลลังก์สายเืกันอีก
และพรข้อนี้ก็เป็ดังคำสาบที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ซึ่งฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนามฮุ่ยหลิงได้มีฮองเฮาและสนมมากมายแต่กลับไม่สามารถมีพระโอรสได้มีแต่พระธิดาที่เกิดจากสนมรัก ทั้งหลายแทน ตอนนี้จึงรู้สึกกดดันเป็อย่างยิ่ง
ณ ห้องประชุม
"ฝ่าาเื่รัชทายาทเราควรทำพิธีขอจากท่านัเฟยหลงดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ" เสนาบดีฝ่ายขวา นามเว่ยจื่อหลาน ออกความคิดเห็นเื่นี้"
"อืม...ไว้เราคิดดูก่อน"ฮ่องเต้สุยฮุ่ยหลิง
"ถ้ามัวแต่คิดกระหม่อมเห็นว่ามิควร พระองค์ควรรีบจัดทำพิธีจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ" พระปิตุลาเจียงเหว่ยอิน กล่าว
"เฮ้อ...ถ้าอย่างนั้นเ้ากรมพิธีหาฤกษ์ยามและเตรียมการจัดทำพิธี ได้วันเวลาอันใดก็มาแจ้งแก่เรา"
ฮ่องเต้กล่าวเสร็จก็ลุกขึ้นและเดินจากไปทันที และเหล่าขุนนางก็ต่างแยกย้ายไปทำหน้าของตน
พระปิตุลาผู้นี้คือพี่บุญธรรมของฮองเต้องค์ก่อนซึ่งไทฮองไทเฮาเป็ผู้ประทานยศให้ ซึ่งมีความสามารถมากมายหากไร้ซึ่งองค์รัชทายาทสืบบัลลังก์จริงๆ ก็คงต้องเป็พระปิตุลาผู้นี้ขึ้นแทนได้ซึ่งมีขุนนางบางส่วนก็คอยสนับสนุนอยู่เื้ัแบบเงียบๆทำให้ขุนนางที่ยังเข้าข้างฝ่ายฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเกิดความเครียดกลัวพระปิตุลาจะก่อฏ ขึ้นจึงต้องเร่งหาวิธีให้มีรัชทายาทสืบทอดบัลลังก์โดยเร็วนั้นเอง
สามวันต่อมาทางวังหลวงได้จัดพิธีบูชาท่าน ัเฟยหลงอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีฮ่องเต้เป็ผู้จุดธูปบูชาในปรัมพิธีและมีหลวงจีนจากทุกสารทิศ 9,999 รูปมาสวดมนต์ในพิธี ในขณะทำพิธีนั้นได้เกิดลมกระโชกหนัก เสียงฟ้าร้องดังสนั่นท้องฟ้าแปรปรวนเปลี่ยนเป็สีดำ ก้อนเมฆแปรเปลี่ยนเป็สายสีขาวหมุนวนเป็วงกลมบนท้องฟ้าสีดำเกิดสายฟ้าตรงบริเวณนั้นเป็ระยะๆ
ทุกคนต่างพากันหวาดกลัวแต่พิธีก็ยังดำเนินต่อไปจนมีฝนตกลงมาฮ่องเต้ก็ยังทำพิธีกลางแจ้งต่อเพื่อให้พิธีเสร็จสมบูรณ์ในเมื่อฮ่องเต้ยังทำพิธีทุกคนก็ต้องทนต่อลมต่อฝนเช่นกันไม่มีใครถอยหนีแต่อย่างใด
จนเมื่อทำพิธีเสร็จสิ้นบทสวดมนต์ก็จบลง ทุกคนพากันเปียกปอนไปหมด ฮ่องเต้จึงเตรียมจะลงจากปรัมพิธีก็เกิดแผ่นดินไหวหลี่กงพ่ะย่ะค่ะและองครักษ์ข้างกายหวังจื๋อรีบเข้ามาช่วยพยุงกายของฮ่องเต้ไว้เมื่อแผ่นดินไหวหยุดลงท้องฟ้าเริ่มกลับมาเป็สีฟ้าเช่นเดิมและปรากฏัสีขาวบนฝากฟ้า ทุกคนต่างพากันคลุกเข่าลงเพื่อทำความเคารพยกเว้นฮ่องเต้ที่ยืนอยู่ัสีขาวบินลงมาต่อหน้าพระพักตร์และกายร่างเป็บุรุษรูปงาม เรือนผมสีขาวผิวสีขาวสะอาดดุจดังหยกเนื้องามละเอียดฮ่องเต้เห็นดังนั้นจึงประสานมือคำนับท่านัเฟยหลงที่อยู่เบื้องหน้า
"ข้าขอคารวะท่านเฟยหลง"ฮ่องเต้กล่าว
"555 ข้าแค่อยากดูว่าเ้ามุ่งมั่นแค่ไหนในการขอพรในครั้งนี้" เฟยหลง
"ข้าแค่้าให้ท่านช่วยให้ข้ามีทายาทที่เป็พระโอรสเพื่อสืบบัลลังก์ต่อ"ฮ่องเต้กล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม
"เ้ากล่าวได้ตรงดี555...ได้" หลังจากกล่าวเสร็จก็เกิดแสงสีขาวสว่างวาบจนทุกคนหลับตาและท่านัก็หายไป
ทุกคนพากันถอนหายใจอย่างโล่งอกมีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่และไม่เอ่ยอันใดออกมาและยังคงสีหน้าปกติก่อนที่จะมีหลี่กงกงและองครักษ์หวังจื๋อพาฮ่องเต้เข้าไปยังตำหนักที่ประทับ
สองเดือนต่อมาทุกคนต้องฉลองเมื่อมีข่าวดีว่าฮองเฮานามเลี่ยงซูทรงตั้งครรภ์และมีหวงกุ้ยเฟยนามซีซวน กุ้ยเฟยนามเจียวซิน ก็ตั้งครรภ์เช่นเดียวกันซึ่งทุกคนต่างลุ้นว่าหนึ่งในนี้จะมีผู้ใดที่ประสูติองค์รัชทายาทให้แก่ราชวงค์สุยซึ่งในวังหลังก็เกิดศึกภายในเช่นเดียวกัน เพราะก็ต่างไม่ทราบว่าบุตรในครรภ์ของคนใดที่เป็บุรุษและจะสืบทอดตำแหน่งองค์รัชทายาทฮ่องเต้ทรงห่วงว่าจะเกิดเื่จึงเพิ่มทหารคุ้มกันทั้งสามคนอย่างดีไม่มีเหตุจำเป็ห้ามมีคนเข้าออกตำหนักของทั้งสามจนกระทั่งเกิดเหตุคาดไม่ถึงทำให้กุ้ยเฟยเจียวซิน คลอดก่อนกำหนด ทำให้คลอดก่อนทุกคนซึ่งทุกคนต่างลุ้นว่าจะเกิดเป็ชายหรือหญิง ผลออกมาคือผู้หญิงซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับทุกคนเป็อย่างยิ่ง
ณ.ห้องบรรทมของฮ่องเต้
"ฝ่าาไม่ต้องเสียพระทัยอย่างไรก็มีอีกสองพระองค์ที่ยังมิได้คลอด หมอหลวงก็ต่างบอกว่าเป็บุรุษทั้งคู่ขอให้ฝ่าาทรงรอดูก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ" หลี่กงกงคนสนิทกล่าวปลอบใจผู้เป็นายตน
"อืม.....เราอยากพักผ่อนแล้วเ้าออกไปเถอะ"ฮ่องเต้ฮุ่ยหลิงกล่าวอย่างเหนื่อยอ่อน
ซึ่งเขา้าพักจริงๆจะว่าไม่เสียใจก็คงไม่ใช่เพราะหมอหลวงก็ต่างบอกว่าเป็บุตรชายทั้งสามคนแต่พอออกมากับเป็บุตรสาวแล้วเขาจะเชื่อใครได้ถ้าเป็บุตรสาวทั้งสามจะต้องทำเช่นไร
หลี่กงกงเห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจและกล่าวลา