และแล้วก็ถึงเย็นวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นคิวทำกายภาพบำบัดให้สมาชิกชมรมว่ายน้ำชาย
ร่างอันงดงามเพรียวบางเจ้าของเรือนผมทองอร่ามปรากฏกายในชุดเสื้อกาวน์กางเกงเลคกิ้งสีดำใบหน้าทรงเสน่ห์แสนเริดเชิดนั้นมาพร้อมเอเนอจี้บวกหาได้แคร์สายตารอบข้างไม่ยังคงเปล่งประกายเจิดจรัสลอยตัวเหนือดราม่าอย่างสมบูรณ์แบบ
หลังจากเงียบหายจากการปฏิบัติหน้าที่ตามชมรมกีฬาต่างๆ กว่าสองสัปดาห์การมาถึงของคริสผู้เปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจในวันนี้ นำมาซึ่งความฮือฮาของผู้คนรอบตัวพอสมควร
เต้และดรีมตามมาด้วยแต่ถูกสั่งห้ามไว้ว่าให้นั่งรออยู่ภายนอกไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามเข้ามาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่วันนี้เด็ดขาดเด็กหนุ่มทั้งสองไม่เข้าใจนักแต่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย
สองเพื่อนซี้วางกระเป๋าสะพายและกระเป๋าเป้ลงข้างตัว ต่างหย่อนก้นลงบนที่นั่งอัฒจันทร์เชียร์ข้างสระว่ายน้ำ
หนุ่มสวยผู้เลอโฉมนำทีมนักกายภาพบำบัดเข้าดูแลประกบนักกีฬาว่ายน้ำตามปกติวางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพให้คำแนะนำเป็นอย่างดี ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายไม่ขาดตกบกพร่อง
“ค่อยยังชั่วที่พี่คริสกลับมาซะทีเอ็นหัวเข่าคราวก่อนยังไม่หายดีเลยครับ!”สมาชิกชมรมว่ายน้ำกล่าว
“ไหนดูซิ ได้ประคบเย็นตามที่ฉันบอกไปรึเปล่า”หนุ่มทรงเสน่ห์สำรวจอาการนักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บ
“ทำตลอดเลยครับ ประคบทุกวันแต่ก็เหมือนยังติดๆ ขัดๆ อยู่นิดหน่อย”
“ลองเอ็กซเรย์ดูก็ดีกว่านะจะได้เห็นจุดที่มีปัญหาจริงๆ เดี๋ยวฉันสอนท่าบริหารเบื้องต้นให้”
คริสพาคนมีอาการบาดเจ็บยืนพิงกำแพง ย่อค้างท่านั้นไว้นาน 15 วินาทีก่อนจะเริ่มท่าถัดไป ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กหนุ่มนักว่ายน้ำคนอื่นเป็นอันมากสมาชิกชมรมว่ายน้ำทั้งหลายทำตามอย่างเคร่งครัดด้วยรู้ดีว่าคำแนะนำจากคริสช่วยลดอาการบาดเจ็บได้ดีนักแล
เต้กับดรีมมองตามนักกีฬาต่างชมรมที่ให้ความร่วมมือกับทีมนักกายภาพบำบัดเป็นอย่างดีพลันนึกแปลกประหลาดใจ
พวกเขารู้อยู่แล้วว่าคริสมีความสามารถและเป็นที่รักของคนรอบข้างอยู่แล้วแต่เท่าที่ได้ยินมาการล่ารายชื่อถอดถอนใบอนุญาตของคริสล้วนมีตัวตั้งตัวตีมาจากสมาชิกชมรมว่ายน้ำทั้งนั้นเด็กหนุ่มพวกนี้คือคนที่แอนตี้หนุ่มนักกายภาพบำบัดไม่ใช่หรือ? แล้วเหตุใดทุกคนกลับต้อนรับการกลับมาของคริสอย่างดีแบบนี้กัน? หนุ่มผิวแทนงวยงงสับสนยิ่งกว่าเดิม
แสงแดดร้อนจัดเริ่มร่มลงในช่วงยามเย็นนักว่ายน้ำมหาลัยทั้งหลายวอร์มร่างกายเตรียมลงสระกันอย่างคึกคักทันใดนั้นใบหน้ารื่นเริงของเด็กหนุ่มทั้งหลายพลันหุบยิ้มลงเมื่อโค้ชที่ปรึกษาของชมรมเดินทางมาถึง
โค้ชชายวัยหกสิบร่างกายแคระแกร็นเดินเข้ามาด้วยท่าทีแสนจะกร่างสองขาเดินย่างสามขุมเข้ามากระแทกส้นเท้าเสียงดังสะบัดแขนไปมาประหนึ่งกล้ามแขนตนช่างใหญ่โตจนไม่อาจเดินแบบธรรมดาทั่วไปได้ทว่าอันที่จริงกล้ามเนื้อแขนขานั้นกลับลีบเล็กด้วยไม่ค่อยได้ออกแรงนักเดินตูดบิดเข้ามาพร้อมแสยะรอยยิ้มน่าเกลียดออกมา
ชายผู้มาใหม่เดินเข้าสู่บริเวณข้างสระว่ายน้ำซึ่งมีทีมนักกายภาพบำบัดคอยสแตนบายอยู่โค้ชคนดังกล่าวหรี่ตามองหนุ่มคนงามในชุดเสื้อกาวน์ขาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าคริสยังคงใบหน้านิ่งเฉยทำหน้าที่ต่อไปในขณะที่สมาชิกชมรมว่ายน้ำกลับแสดงท่าทีรังเกียจการกระทำนั้นแต่ก็ไม่อาจพูดอะไรออกมา
“เฮอะ กะเทยร่านอย่างแก ยังกล้าเสนอหน้ามาทำงานอีกงั้นเรอะ??” เสียงแหลมสูงนั้นแดกดันอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ
“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ครับมาทำงานตามที่ได้รับมอบหมายมีอะไรต้องละอายแก่ใจด้วย” เสียงนุ่มกล่าวราบเรียบ
“แกจะลอยหน้าลอยตาได้อีกไม่นานหร๊อก เพราะฉันล่ารายชื่อถอดถอนใบประกอบวิชาชีพแกเป็นที่เรียบร้อย! เหลือแค่ยื่นเรื่องกับมหาลัย บอกแกทำตัวเสื่อมเสียเท่านี้แกก็ไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไปแล้ว!”
สิ้นคำประกาศกร้าวนั้น กระดาษปึกบางในมือโค้ชคนเดิมถูกชูขึ้นกลางอากาศใบหน้าอวบโตที่เต็มไปด้วยเหงื่อท่วมนั้นแสยะยิ้มดวงตาโปนโตนั้นจับจ้องเรือนร่างสรีระของคริสโดยเฉพาะช่วงเอวและต้นขาเรียวอย่างโลมเลียเปิดเผยไร้ซึ่งความละอายแก่ใจใดๆ
“แต่ฉันพอจะใจดีอยู่บ้าง ถ้ายังไม่อยากให้เรื่องถึงหูผู้ใหญ่ละก็...ทำตามที่บอกซะดีๆ บางทีฉันอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ หึหึหึ“
เจ้าของเสียงน่าสะอิดสะเอียนนั้นแลบลิ้นขรุขระเลียริมฝีปากตนเองอย่างหื่นกระหายยังคงจ้องมองส่วนกลางลำตัวของคริสต่อไป ดูแล้วช่างน่าขนลุกขยะแขยงเป็นอย่างยิ่ง
ดวงตาดำสนิทของหนุ่มนักบาสฯ จ้องเขม็งราวกับจะเลือดกินเนื้อกำปั้นทั้งสองหักนิ้วกร๊อบแกร๊บพร้อมมีเรื่องสองขาแกร่งลุกพรวดออกไปหมายจะขย้ำไอ้โค้ชปากไม่มีหูรูดนั่นให้รู้แล้วรู้รอดหากแต่โดนดรีมดึงรั้งแขนไว้เสียก่อน
“ไอ้ฝันเฟื่องปล่อยกู! กูจะไปอัดหน้าโค้ชเหี้ยนั่น!”
“ไอ้เต้ใจเย็นก่อน! พี่คริสย้ำว่าวันนี้ห้ามมีเรื่องไงเล่า ให้รอคอยอยู่ข้างสนามเงียบๆ”
“แฟนกูถูกมองกะลิ้มกะเหลี่ยแถมยังโดยหาเรื่องขนาดนั้นแล้วจะให้กูนิ่งเฉยได้ไงวะ!”
“เออน่ะมึง... ขอร้องล่ะ เชื่อใจพี่คริสสักครั้งเถอะ คนอย่างเขาไม่ยอมอยู่เฉยๆให้ถูกกระทำฝ่ายเดียวหรอก...”
“...”
เมื่อเพื่อนตัวน้อยเตือนสติจี้ถูกจุดเต้ก็ยินยอมนั่งลงบนที่นั่งอัฒจันทร์ตามเดิมแม้จะหงุดหงิดเพียงใดก็ตามเท้าใหญ่เตะเข้ากับถังขยะจนล้มตึงเพื่อบันดาลโทสะ
ความสนใจของรอบข้างกลับมายังการเผชิญหน้า ณบริเวณข้างสระว่ายน้ำอีกครั้ง คริสยังคงยืนประจันหน้ากับโค้ชวัยหกสิบอยู่เช่นเคย
“ว่าไง จะยอมทำตามข้อเสนอของฉันแต่โดยดี หรือจะยอมถอดถอนใบอนุญาตเล่า?” โค้ชหื่นถามพลางหายใจฮึดฮัดไปด้วย
หนุ่มเรือนผมสีทองอร่ามกอดอกใบหน้าเรียบเฉยก่อนริมฝีปากบางจะเค้นเสียงถาม
“ถ้าฉันยังอยากทำงานนี้ต่อต้องทำอะไรบ้าง?”
“ตามฉันมาซะดีๆ เรื่องแบบนี้ต้องคุยกันแค่ส่วนตัวสองคน หึหึหึ”
โค้ชเกย์ขาหื่นกระดิกนิ้วเรียกหนุ่มคนงามให้เดินตามตนไปเงาของชายกักขฬะนั้นหายเข้าไปในห้องแต่งตัวของชมรมว่ายน้ำที่บัดนี้ไม่มีใครใช้บริการอยู่เลย
คริสเลิกคิ้วเล็กน้อย ฝากทีมงานรับช่วงต่อดูแลสภาพร่างกายนักกีฬาชมรมว่ายน้ำส่วนตนเองหันมามองแฟนหนุ่มนักบาสฯ ที่โกรธเลือดขึ้นหน้าพร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อก็ไม่ปานด้วยรอยยิ้มเจือจาง
คริสเดินไปหาเต้บนอัฒจันทร์ ริมฝีปากบางประทับจุมพิตคนรักแผ่วเบาเสียงหวานกระซิบบางอย่างข้างหูเด็กหนุ่มผิวแทน ก่อนที่ร่างเพรียวแสนสวยนั้นจะหายตัวไปในห้องแต่งตัวอย่างเงียบงันโดยไม่พูดอะไรอีก
ควันบุหรี่สีเทาโขมงถูกพ่นออกจากริมฝีปากปากหนาครั้งแล้วครั้งเล่าหนุ่มนักบาสฯ ดูดบุหรี่มวนใหม่อัดเข้าเต็มปอดเพื่อบรรเทาความตึงเครียดที่รบเร้าเขาในขณะนี้หากแต่บุหรี่ก็ไม่ได้ช่วยให้ความขุ่นข้องใจมหาศาลที่มีลดน้อยลงได้เลยสักนิดใบหน้าคมสันในยามนี้ถมึงทึงจนน่ากลัว
...จะให้ไม่โกรธได้ยังไงกันเล่า!
ก็ไอ้โค้ชเกย์หื่นกามนั่นจ้องคนรักของเขาประหนึ่งจะกลืนกินทั้งตัวเสียขนาดนั้นแล้วยังเรียกตามไปในห้องส่วนตัวสองต่อสองอีก แล้วจะให้เขาที่เป็นคนรักนิ่งเฉยดูดายได้งั้นเหรอ!
เต้อยากจะพุ่งตัวไปจะชกไอ้แก่นั่นปางตายเสียด้วยซ้ำ หากแต่มือเรียวของคนรักยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามบอกว่าเดี๋ยวขอไปเคลียร์ปัญหาเองให้รออยู่ข้างนอกกับดรีมก็พอก่อนจะหายไปในห้องดังกล่าวสักพักใหญ่แล้ว
หนุ่มนักบาสฯ สั่นขาของตนไปมาระบายอารมณ์หงุดหงิดฟุ้งซ่านเปลี่ยนจากท่านั่งเป็นเดินวนรอบอัฒจันทร์ไปมาโดยมีดรีมนั่งเฝ้าเป็นเพื่อนอยู่ไม่ห่างด้วยเกรงว่าไอ้เต้จะความอดทนขาดผึงบุกเข้าไปฆ่าโค้ชแก่นั่นเสียก่อน
วี๊ดดด จี๊ด จี๊ด วี๊ดดดด
ขณะนั้นเองเสียงสูงปรี๊ดของคลื่นความถี่บางอย่างดังวี๊ดขึ้นมาฟังดูคล้ายเสียงวิทยุหรือไมโครโฟนที่ยังปรับจูนไม่ดี
เสียงวี๊ดวี๊ดยังคงดังขึ้นต่อเนื่องอีกสองสามครั้งดรีมรีบเอามืออุดหูหันมองที่มาของเสียงนั้นคือลำโพงขนาดใหญ่ด้านบนหลังคาอัฒจันทร์ที่พวกเขากำลังนั่งอยู่นั่นเอง
ลำโพงประกาศของมหาลัยดังก๊อกแก๊ก เรียกความสนใจของทุกคนรอบสระ ก่อนจะมีบทสนทนาระหว่างคนสองคนดังขึ้น
เต้หันไปฟังเสียงที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่อย่างไม่เชื่อหูของตนเอง
“ให้ฉันตามมาที่นี่ต้องการอะไรกันแน่?”
เสียงนุ่มปราดเปรียวของคริสเอ่ยขึ้นเมื่อประตูห้องถูกปิดตัวลง เหลือเพียงเขากับชายหื่นในห้องแต่งตัวที่เงียบสงัดเพียงสองคนโค้ชชมรมว่ายน้ำไม่ลืมล็อกกลอนประตูให้สนิทจึงรีบเข้าประชิดตัวร่างเพรียว
“อย่าริอาจเข้ามาใกล้เชียว ขืนแตะฉันเพียงปลายเล็บฉันจะร้อง”คริสทำเสียงดุ
“ขู่ฟ่อเชียวนะ หึหึหึ “ ใบหน้าหยาบโลนยิ้มเยาะ “แต่ก็ดีอะไรที่ได้มาง่ายๆ มันจะไปสนุกอะไร”
“...แกสินะที่เป็นคนปล่อยคลิปของฉันทั่วมหาลัย”
“โอ๊ะโอ ฉันแค่ปล่อยในหมู่นักกีฬาเท่านั้นเองแต่ก็ต้องขอบคุณเด็กพวกนี้แชร์กันว่อนมหาลัยกับโซเชียลเลยทีเดียวเอาซะแกไม่มีที่ยืนในสังคมไปเลย ฮะฮะฮ่าฮ่า!!” เสียงหัวเราะบ้าคลั่งนั้นช่างน่าขยะแขยงยิ่งนัก
“บ่อนทำลายกันขนาดนี้ ฉันไปทำอะไรให้แกเจ็บแค้นกัน”
“อย่ามาทำใสซื่อไม่รู้เรื่องหน่อยเลย!” เสียงแค้นอาฆาตกล่าว “แกต้องตกงานไปซะ!ให้สมกับที่แกปฏิเสธคำเชิญชวนของฉันไง!”
“ฉันมาเพื่อทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไม่ได้รับจ้างเป็นคู่นอนของใครทั้งนั้น” หนุ่มสวยโต้กลับ
“ปากดีนักนะดูซิว่าเอกสารนี้ไปถึงผู้อำนวยการและผู้เกี่ยวข้องแล้วแกยังจะเชิดทำหน้าระรื่นแบบนี้ได้อีกมั้ย! เผลอๆ เรื่องถึงหูสื่ออาจจะได้ลงข่าวหน้าหนึ่งก็ได้นะนักวิชาชีพบ้าผู้ชายแล้วยังจะมาทำอนาจารกับเด็กมหาลัยอีกดูซิว่าสังคมจะเข้าข้างใคร!”
เอกสารล่ารายชื่อฉบับเดิมถูกใช้เป็นเครื่องมือข่มขู่คริสอีกครั้ง
“ตอนนี้แกก็ทำลายชื่อเสียงฉันป่นปี้หมดแล้ว ยังจะต้องการอะไรจากฉันอีกกันแน่?” เสียงทรงเสน่ห์ถาม
“มีสิ สิ่งที่แกทำได้และก็ทำได้ดีด้วยน่ะ นังกะเทย หึหึหึ”
เสียงหัวเราะน่าเกลียดดังในลำคอ ก่อนโค้ชหื่นจะกล่าวเสียงต่ำ
“...ใช้ปากให้ฉันซะ ถ้าอยากให้เรื่องทั้งหมดเงียบลง”
“...”
คริสไม่พูดอะไรนอกจากจับจ้องอีกฝ่ายด้วยสีหน้าสะอิดสะเอียน
“ทำเงียบอะไรอีก ถ้ายังอยากมีงานทำก็รีบดูดของข้าซะสิเงี่ยนจะตายห่าอยู่แล้ว!” เสียงอุบาทว์เร่งเร้ามือถอดเข็มขัดกางเกงตนเองสะเปะสะปะด้วยไม่อาจอดใจได้อีกต่อไป
“แล้วถ้าฉันปฏิเสธล่ะ?”
“ก็ตกงานไปพร้อมโดนตราหน้าว่าเกย์กะหรี่ซะ!! จะไปตายที่ไหนก็ไป!!!”
ดวงตาปูดโปนนั้นแดงซ่านเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายอยากระคนแรงอาฆาตแค้นประสานสายตากับนัยน์ตาฟ้าใสประดุจลูกแก้วที่สงบนิ่งราวกับแอ่งน้ำยามไร้ซึ่งสายลมพัดผ่านใดๆ
ระหว่างทั้งสองไร้ซึ่งเสียงเอื้อนเอ่ยอะไรอีก เงียบสงัดจนกระทั่งได้ยินเสียงดังจากภายนอก...
“...ใช้ปากให้ฉันซะ ถ้าอยากให้เรื่องทั้งหมดเงียบลง”
เสียงประกาศตามสายดังมาจากภายนอกห้อง เสียงนั้นดังกึกก้องชนิดที่ว่าสามารถแทรกซึมเข้ามาสู่ภายในห้องแต่งตัวซึ่งปิดสนิทได้
ชายอัปลักษณ์ใบหน้าซีดเซียว รีบแต่งตัวลวกๆ โดยไม่ทันใส่เข็มขัดกางเกงด้วยซ้ำผลักเปิดประตูห้องออกไป
สิ่งที่รอคอยเขาอยู่คือสายตารังเกียจเดียดฉันท์จากบรรดาสมาชิกชมรมว่ายน้ำและฝูงชนจำนวนมากซึ่งต่างนิ่งเงียบกว่าจับจ้องมายังตัวโค้ชแก่คนเดิมราวกับเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยงที่สุด
บทสนทนาที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ระหว่างโค้ชกับคริสในห้องแต่งตัวลำพังสองต่อสองยังคงดำเนินต่อไป
“ทำเงียบอะไรอีก ถ้ายังอยากมีงานทำก็รีบดูดของข้าซะสิเงี่ยนจะตายห่าอยู่แล้ว!”
“แล้วถ้าฉันปฏิเสธละ?”
“ก็ตกงานไปพร้อมโดนตราหน้าว่าเกย์กะหรี่ซะ!! จะไปตายที่ไหนก็ไป!!!”
ปิ๊บ!
นิ้วเรียวระหงหยุดการบันทึกเสียงพร้อมกับเชื่อมต่อไร้สายเข้ากับลำโพงมหาลัยร่างเพรียวสวยนั้นเดินตามออกมาจากห้องพร้อมประจันหน้าชายสูงวัยที่บัดนี้ตัวแข็งทื่อเป็นก้อนหินไปแล้ว
“อุ๊ย บังเอิญจัง ทุกคนได้ยินสิ่งที่คุยกันในห้องเมื่อกี้นี้หมดเลย”ใบหน้าสวยเงยเอียงกล่าวน้ำเสียงเย้ยหยัน
“...แก...แกหลอกให้ฉันพูด...เพื่อใช้แบล็กเมลฉัน!!!”
“ตาต่อตา ฟันต่อฟันถ้าไม่อยากให้คลิปนี้ถึงหูผู้ใหญ่ก็ส่งเอกสารล่ารายชื่อมาซะ” เสียงสวยออกคำสั่งพร้อมโชว์ไฟล์วิดีโอที่อัดไว้ให้อีกฝ่ายดู
จากที่คริสเป็นฝ่ายรอง เพียงเสี้ยววิ เกมก็พลิกเสียแล้ว
“ไม่มีทางโว้ย! ฉันเป็นรุ่นน้องกับผอ.มหาลัยนี้ยังไงฉันก็รอด! รอให้เอกสารฉบับนี้ไปถึงหูคณะกรรมการก่อนเถอะ… แกจะไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไปเลย อีกะเทย!!”
หากแต่คำขู่นั้นนอกจากจะไม่ได้สร้างความหวาดกลัวให้คริสแล้วหนุ่มหน้าสวยกลับเผยยิ้มมุมปากอีกด้วย
“รนหาที่ตายเองนะ คนเขาอุตส่าห์ให้โอกาสกลับตัวแล้วแท้ๆ... อ้อว่าแต่หน้าแกตอนนี้ไม่เหมือนตอนไปเที่ยวมาเลยว่ะ” มือขาวสวยโชว์รูปในมือถือที่ทำเอาอีกฝ่ายใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ในมือถือปรากฏภาพลับมากมายล้วนแล้วแต่เป็นการร่วมเพศแบบพิสดารของชายแก่ไว้ทั้งหมดใบหน้าอ้วนของชายวัยกลางคนซีดยิ่งกว่ากระดาษขาว เหงื่อกาฬแตกซ่านปากสั่นงันงกจนไม่อาจประคองตัวได้อีกต่อไปด้วยนึกไม่ถึงว่าความลับด้านมืดของตนจะถูกนำมาเปิดโปงในวันนี้
“สีหน้าแกตอนซื้อบริการใต้ดินดูฟินกว่าตอนนี้เยอะ... รสนิยมไม่เลวนี่ชอบถูกอึใส่ปากก็ไม่บอก” คริสทำเสียงล้อเลียนนิ้วเรียวเลื่อนภาพลับในมือถือที่ได้มาไปเรื่อยๆ
“มีทั้งภาพที่แกทำอนาจารกับสัตว์ส่วนนี่ก็ที่ซื้อบริการเด็กผู้ชายในชุดคอสตูมนิสิต แล้วนี่ก็ตอนที่ถูกมัดแล้วโดน...”
“พอแล้ว! เอาเอกสารล่ารายชื่อไปซะแล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก!!!”
โค้ชบ้ากามหน้าซีดตะโกนไล่อีกฝ่ายเอกสารนั้นถูกปาลงพื้นเต็มแรงจนกระดาษกระจายปลิวว่อนไปทั่ว
“...คนที่ไม่ต้องกลับมาที่นี่น่ะมันแกต่างหากไอ้แก่!”
เสียงกัปตันชมรมว่ายน้ำดังขึ้น ดูคล้ายจะอดทนไม่ไหวอีกต่อไป
“คนอย่างแกที่ใช้เส้นสายแต่ไม่เคยทำหน้าที่โค้ชเลยไม่สมควรมาที่นี่อีกจำไว้!”เด็กหนุ่มในชุดว่ายน้ำอีกคนตะโกนไล่
“พี่คริสไม่เล่นด้วย แล้วยังใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญให้พวกเราเซ็นลงชื่อไล่เขาอีกจิตใจแกมันทำด้วยอะไร!”
จากนั้นฝูงชนทั้งหลายแหล่ต่างประณามขับไล่โค้ชเจ้าปัญหาเจ้าละหวั่นชายวัยกลางคนถูกปาด้วยก้อนหินตลอดจนสิ่งของสารพัดสมาชิกชมรมว่ายน้ำต่างรุมประชาทันฑ์กวาดต้อนคนน่ารังเกียจออกจากพื้นที่โดยพร้อมเพรียงพื้นที่รอบสระว่ายน้ำโกลาหลราวกับเกิดจลาจลย่อมๆ ขึ้น
โค้ชตัวการวิ่งหนีตาตั้งออกไปทั้งน้ำตา อับอายจนไม่อาจสู้หน้าใครได้อีกวิ่งไปก็หกล้มเพราะสะดุดขากางเกงตัวเอง ค่อยๆประคองตัวเองลุกขึ้นก่อนจะวิ่งหนีหางจุกตูดออกไป
“สมน้ำหน้า ออกไปได้ซะที! ทีนี้พวกเราก็ไม่ต้องทนอยู่ในอาณัติไอ้หมูตอนนั่นอีกต่อไปแล้ว!” สมาชิกชมรมว่ายน้ำเฮลั่นกันใหญ่ด้วยความลิงโลดพอกันทีกับการถูกกดขี่ข่มเหงจากคนบ้าอำนาจชอบวางก้ามข่มเหงนักศึกษาและไม่ความรู้ทางด้านกีฬาเลยแม้แต่นิดเดียวพรรณนั้น
“เดี๋ยวฉันแชร์รูปลับมันให้พวกเธอแล้วกัน เผื่อมันกลับมาก็ใช้ขู่แบล็กเมลมันซะ”เสียงสวยกล่าว
“ขอบคุณมากครับพี่คริส พวกเราอยู่ข้างพี่มาตลอดดีใจที่พี่กลับมานะครับ!”กัปตันชมรมว่ายน้ำพูด
“ขอบใจ ฉันก็กลับมาทำหน้าที่ดูแลพวกเธอเหมือนเดิมนั่นแหละ”
หนุ่มๆ ชมรมว่ายน้ำเข้ามารุมล้อมขอบคุณคริสต่างก็ดีใจที่ได้เจอหนุ่มคนงามอีก พวกเขากล้ำกลืนฝืนทนกับการถูกกดขี่ข่มเหงที่ไม่เป็นธรรมมาเป็นเวลานานในที่สุดก็ถึงคราวต้องตอบโต้บ้างแล้วและขอบคุณที่เป็นอีกหนึ่งแรงที่ทำให้ความยุติธรรมแท้จริงบังเกิดขึ้นในที่นี้ด้วย
หลังจากพูดคุยกับเหล่าสมาชิกชมรมว่ายน้ำอยู่นานร่างเพรียวลมนั้นผละออกจากฝูงชน ตรงมาหาเด็กหนุ่มนักบาสฯ ที่รอคอยอยู่บนอัฒจันทร์ตามที่บอก
เต้ถอดถอนใจโล่งอก
“...คุณปลอดภัยดีใช่มั้ยครับ?”
“ช่าย ครบสามสิบสองอย่างที่เห็น”
“ไม่ได้โดนมันแตะต้องตรงไหนใช่มั้ย?”
“ฉันไม่ยอมให้สวะพรรณนั้นมาแตะฉันแม้แต่ปลายเล็บหรอก”
“คุณวางแผนแฉไอ้โค้ชหื่นนั่นแต่แรกแล้วเหรอครับ...ทีหลังก็หัดบอกกันล่วงหน้าบ้างสิ ผมนี่เป็นห่วงคุณแทบตาย!” หนุ่มนักบาสฯ บ่นด้วยเครียดจนเส้นเลือดในสมองจะแตกอยู่แล้ว
“เอาน่า ทุกอย่างจบลงด้วยดีก็ดีแล้ว” คนงามกล่าว “อีกอย่างฉันอยากจบเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเองคนเดียวน่ะ”
“....ครับ”
“สูบบุหรี่มาเหรอ... ทำไมฉันได้กลิ่นบุหรี่จากตัวเธอ?” ใบหน้าสวยดมกลิ่นกายคนรักเพื่อพิสูจน์กลิ่นจมูกน้อยๆ นั้นฟุดฟิดบนแผงอกหนา
“ก็คุณหายไปในห้องนั้นตั้งนาน แถมยังห้ามผมตามไปอีก มันเครียดน่ะครับ”
“เธอก็ยังอุตส่าห์อดทนรอนอกห้องได้นะ เก่งมากเด็กน้อย”
มือเรียวเอื้อมไปลูบศีรษะสกินเฮดอย่างเอ็นดูแต่ก็โดนหนุ่มร่างกำยำรวบมือไว้ เต้จูบประทับลงบนหลังมือขาวเนียนอย่างรักใคร่ใบหน้าบึ้งตึงนั้นเริ่มผ่อนคลายลงด้วยโล่งอกว่าคนรักของตนปลอดภัยแล้วในที่สุด
ร่างเพรียวสวยในชุดเสื้อกาวน์ถูกดึงไปอยู่ในวงแขนแกร่งเอวบางถูกโอบกอดกระชับแนบแน่นจนแทบจะหล่อหลอมเป็นเนื้อเดียวกันกับเจ้าของร่างผิวสีน้ำผึ้งกำยำนั้นใบหน้าสวยซุกกับอกกว้างอย่างหวนคิดถึงได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงระรัวประหนึ่งกลองชุดที่ถูกตีจนจะหลุดออกมาจากอกอยู่แล้วเต้คงจะกังวลมากสินะที่เขาเข้าไปอยู่ในที่ลับตาคนสุ่มเสี่ยงแบบนั้น
วินาทีที่หนุ่มนักบาสฯ ได้ยินบทสนทนาจากลำโพงใหญ่จิตใจเขาก็ว้าวุ่นจนไม่อาจประคองสติไว้ได้อยากจะบุกเข้าไปในห้องแต่งตัว ณ บัดนั้นเลย ยังดีว่าถูกดรีมเรียกเตือนสติไว้ตลอดแต่กระนั้นบุหรี่จำนวนมากก็ถูกอัดเต็มปอดเพื่อระบายอารมณ์กระวนกระวายใจ
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เต้ได้เรียนรู้ความรู้สึกตัวเองในแง่มุมที่ต่างออกไปเขาหวงและคิดถึงคนตรงหน้ายิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น เขาเพิ่งรู้ว่าตนเป็นผู้ชายนิสัยขี้หึงหวงที่ไม่อยากจะปล่อยให้คนรักไปไหนคนเดียวอีกเลยอยากเป็นเจ้าของ อยากตีตราจับจองไว้เป็นของเขาเท่านั้นอยากจะฝังกายเป็นหนึ่งเดียวกับอีกฝ่ายจนทนไม่ไหว ...อาช่างเป็นความรู้สึกที่รุ่มร้อนฝังทรวงยิ่งนักความหึงหวงของผู้ชายผู้คลั่งรักจนล้นปรี่ช่างมีพลานุภาพมหาศาลถึงเพียงนี้เชียวหรือ
ทางด้านหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าใสน้ำทะเลเองก็จับจ้องอากัปกิริยาทั้งหมดของเด็กหนุ่มคนรักทั้งสายตาของร่างสูงที่สะท้อนเพียงเงาของเขาเพียงผู้เดียวทั้งอ้อมกอดที่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างเสน่หาทั้งเรี่ยวแรงมหาศาลที่ดึงร่างของเขาเข้าไปโอบกอด ฝังกายเข้ามาจนหลอมละลายเป็นหนึ่งเดียวกัน...
ไม่ว่าเต้จะทำอะไรเขากลับรู้สึกดีไปซะทั้งหมดคริสรู้สึกว่าทุกการกระทำและคำพูดของเด็กหนุ่มคนรักช่างเร่าร้อนกระตุ้นเร้าอารมณ์สุดๆจนอยากจะกลับห้องเสียเดี๋ยวนั้นเลย
สองกายก่ายกอดกันแน่นด้วยความคิดถึงอย่างสุดซึ้งด้วยดีใจว่าปัญหาคาราคาซังได้จบลงไปแล้วหนึ่งเปลาะ