ตอนที่ 30 วิญญาณแค้นโรงพยาบาล
ตอนที่ 30 วิญญาณแค้นที่โรงพยาบาล คีย์ได้เดินทางออกมาจากโรงพยาบาลเขาได้มุ่งตรงกับมาที่บ้านของตนเองอย่างรวดเร็ว กินเวลาไปเกือบจะครึ่งวันกว่าที่จะกระทำธุระในตอนเช้าเสร็จ เมื่อกลับมาถึงบ้านของตนเองก็เก็บของทุกอย่างแล้วมานั่งคิดบางอย่างภายในห้องใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังคีย์กำลังขบคิดบางอย่างอยู่ภายในหัวของตนเอง เขามั่นใจว่าก่อนนั้นเองเขารู้สึกได้ถึงวิญญาณแค้น“ ไม่ผิดแน่วิญญาณแค้น.. ” เขาคิดกลับไปตอนก่อนหน้านี้ตอนที่เดินอยู่บริเวณทางเดินก่อนที่จะเข้าห้องคุณแม่ของเขาตอนนั้นดวงตาที่กำลังจับจ้องอยู่ด้านหลังเขาสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างอยู่จริงๆ โดยถ้าเป็นวิญญาณปกติทั่วไปพวกมันไม่มีความจำเป็นจะต้องแอบหรือว่าซ่อนเพื่อมองเขาเช่นนั้น เพราะว่าวิญญาณปกติไม่สามารถทำร้ายมนุษย์ได้และมนุษย์ธรรมดาก็ไม่สามารถแตะต้องร่างกายของพวกมันได้มันทำให้พวกมันไม่มีความจำเป็นจะต้องซ่อนตัว ตอนที่เดินผ่านพวกมันแต่ละครั้งพวกมันก็ทำตัวปกติ แต่ในครั้งนี้การที่มีวิญญาณสักตนแอบซ่อนเพื่อเฝ้ามองแปลว่ามันย่อมไม่ใช่วิญญาณธรรมดาเขารู้สึกได้ถึงพลังเบาบางที่มันพยายามเก็บซ่อนอยู่ภายในความมืด แม้ว่าจะไม่แน่ชัดมากนักแต่ว่าก็สัมผัสถึงมันได้โดยปกติแล้วตามที่ฮาเดสบอกเขามาก่อนหน้านี้มันคือตัวของวิญญาณแค้นพวกนั้นมันไม่ใช่ว่ามันไม่สามารถปรากฏกายออกมาในตอนเช้าได้แต่ว่ามันแค่ซ่อนตัวอยู่เท่านั้นเพราะฉะนั้นการที่มันอยู่ภายในสถานที่แห่งนั้นก็ย่อมแปลว่ามันกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ภายในมุมมืดที่ไหนสักแห่ง “ อันตราย.. มันอันตรายเกินไปกว่าที่จะให้อยู่ใกล้ๆกับคุณแม่ ” คีย์รู้ได้ทันทีว่าเขาจะต้องกระทำอันใดเพราะว่าวิญญาณแค้นเหล่านั้นมันอันตรายเกินไปกว่าที่เขาจะให้มันอยู่ใกล้ๆคุณแม่ของเขาเพราะว่าวิญญาณแค้นมันมีการตอบสนองตามสัญชาตญาณของตัวมันเองนั่นคือสัญชาตญาณในการฆ่าเพื่อตอบสนองความต้องการจากจิตใจที่บิดเบี้ยวไป เพราะฉะนั้นถ้ามันอยู่ภายในโรงพยาบาลมันจะลงมือกับคนป่วยคนไหนก็ได้รวมไปถึงแม่ของเขาด้วย“ ฉันจะกำจัดมันซะ.. ” ดวงตาทั้งสองข้างปรากฏความจริงจังขึ้นมา หลังจากที่ตั้งเป้าหมายเสร็จเรียบร้อยคีย์ก็ได้เริ่มทำการฝึกฝนจุดวิญญาณของตนเองต่อในตอนนี้เขายังออกไปไม่ได้ถึงออกไปในตอนนี้วิญญาณแค้นตนนั้นมันก็คงจะไม่ปรากฏกายออกมาให้เขาเห็นอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการเดินทางไปที่โรงพยาบาลก็ต้องเดินทางไปตอนกลางคืนเพื่อที่จะให้มันยอมปรากฏกายออกมาให้เขาเห็น คีย์ได้หย่อนกายของตนเองนั่งลงที่กลางห้องพร้อมกับยกนิ้วมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกัน ปลายนิ้วทั้ง 5 ประสานก่อนที่จะก่อกำเนิดเปลวเพลิงสีฟ้าขึ้นมาระหว่างกลาง ดวงตาทั้งสองข้างพับปิดลงเข้าสู่พวงสมาธิอย่างรวดเร็ว ดวงอาทิตย์เข้าสู่ห้วงสมาธิพลังวิญญาณเริ่มไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย คีย์ได้รับวิธีการฝึกฝนจุดวิญญาณมาจากความทรงจำที่เขาได้รับมาครั้งก่อนโดยตอนแรกในการฝึกฝนจิตวิญญาณคีย์ถ้ำเพียงแค่การให้พลังวิญญาณภายในร่างกายของตนเองไหลเวียนไปมาภายในร่างกายและอวัยวะเท่านั้น แน่นอนว่านั่นก็เป็นการฝึกฝนจิตวิญญาณแบบหนึ่งที่จะทำให้พลังวิญญาณของตนเองมีระดับที่เพิ่มมากขึ้นแต่ว่าถ้าอยากจะทำการฝึกฝนจุดวิญญาณให้ระดับเลเวลมันเพิ่มขึ้นได้รวดเร็วมากขึ้นมันก็ต้องใช้สิ่งที่เรียกว่าเทคนิค ที่ไม่เคยรู้จักนักล่าวิญญาณคนอื่นและก็ไม่เคยเข้าไปในโลกวิญญาณซ่อนเร้นด้วยมันทำให้เขาไม่รู้ว่าผู้อื่นจะกระทำเช่นเขาหรือเปล่า โดยภายในความทรงจำที่เขาได้มามันคือการที่เขาจะต้องเคลื่อนไหวพลังวิญญาณภายในร่างกายไปตามเส้นชีพจรต่างๆเป็นจุดๆไป โดยการรวบรวมพลังวิญญาณเคลื่อนไปตามจุดต่างๆเป็นจำนวนมากในครั้งเดียวมันจะทำให้ระดับของพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นได้รวดเร็วมากกว่ามันจะดีกว่าการที่ให้พลังวิญญาณไหลเวียนไปตามร่างกายเอง เพราะว่าถ้าทำเช่นนั้นพลังวิญญาณที่ไหลเวียนไปมาภายในร่างกายมันจะมีพลังที่น้อยกว่าเพราะว่าต้องกระจายไปตามจุดต่างๆแต่เทคนิคนี้มันจะเป็นการรวบรวมพลังวิญญาณทั้งหมดแล้วก็ค่อยๆเคลื่อนมันไปตามจุดต่างๆของร่างกาย มันจะทำให้พลังวิญญาณจำนวนมากค่อยๆขัดเกลาเส้นชีพจรในส่วนต่างๆของร่างกายได้รวดเร็วมากกว่าแล้วผลดีอีกอย่างหนึ่งของการฝึกฝนจุดวิญญาณเช่นนี้มันก็คือการที่ผลของการฟื้นฟูร่างกายหลังจากฝึกฝนจุดวิญญาณมันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพได้มากกว่าเป็นอย่างมากพลังวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายเป็นต้นตอของการกำเนิดพลัง แต่ว่าจุดประสงค์ของพลังวิญญาณเหล่านั้นในการที่จะทำให้ระดับของจุดวิญญาณเพิ่มขึ้นมันก็คือการทำให้พลังวิญญาณเหล่านั้นขัดเกลาจิตวิญญาณในส่วนต่างๆทำให้ร่างวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นต่างหากคีย์ก็ไม่เข้าใจว่าตัวของเขาเข้าใจในเรื่องนี้ได้อย่างไรแต่ว่า มันเป็นความทรงจำที่เขาได้ติดมาหลังจากพบเจอเหตุการณ์ประหลาดในครั้งนั้น และหลังจากนั้นก็ผ่านมาหลาย 10 วันเขาก็ไม่พบเจอเหตุการณ์นั้นอีกเลยในขณะที่กำลังฝึกฝนจุดวิญญาณมันเป็นเรื่องที่น่าแปลกอยู่ๆเหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นแล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย จนตอนนี้เขาก็ยังหาความจริงเกี่ยวกับมันไม่ได้เลยสักนิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมากับตัวของเขามันคืออะไรกันแน่การฝึกฝนจุดวิญญาณเป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยท้องนภามันเริ่มถูกย้อมให้กลายเป็นสีส้มอมแดงจากพระอาทิตย์ยามอัสดง คีย์ที่กำลังฝึกฝนจุดวิญญาณอยู่เขาก็ได้ค่อยๆลดมือของตนเองลง เปลวเพลิงที่ก่อกำเนิดขึ้นมามันได้ค่อยๆจางหายไปเขาหลุดออกมาจากการฝึกฝนจุดวิญญาณของตนเองคีย์ได้เปลี่ยนชุดของตนเองอย่างรวดเร็วหลังจากที่หยุดทำการฝึกฝนจุดวิญญาณ วันนี้เขาต้องรีบเดินทางออกไปให้รวดเร็วกว่าทุกวันเพราะว่าต้องรีบไปที่โรงพยาบาลให้ถึงตอนที่ท้องฟ้ามันมืดพอดีคีย์เตรียมตัวเขาได้เปลี่ยนเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองออกก่อนที่จะสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีดำให้เข้ากับสีของกางเกงแทน แต่ก่อนจะเข้าไปภายในห้องของตนเองเพื่อถอดวิญญาณออกจากร่างกายเขาได้หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งมาเขียนบางอย่างเอาไว้ ก่อนที่จะวางมันเอาไว้บริเวณใจกลางบ้านแล้วก็หาบางอย่างทับ วันนี้เขาไม่มีเวลาที่จะมารอฮาเดสเลยเขียนจดหมายเอาไว้ให้ฮาเดสตามเขาไปที่หลัง เมื่อเตรียมทุกอย่างจนเสร็จแล้วก็เข้าไปภายในห้องของตัวเองยันต์ทั้ง 3 ถูกวางเอาไว้รอบกายก่อนที่จะเขียนเส้นพลังวิญญาณอย่างรวดเร็วแล้วสร้างค่ายกลไร้ทิศปกป้องร่างกายของตนเอง คีย์ได้ถอดวิญญาณออกจากร่างกายของเขาอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนไป “ เจ้าวิญญาณตนนั้นมันเห็นฉันแล้ว เพราะฉะนั้นรอไม่ได้แล้วจะต้องรีบสังหารมันให้ได้ ”คีย์มั่นใจว่าตอนที่วิญญาณตนนั้นมันจ้องมองเขาเพราะว่ามันรู้ว่าเขาแตกต่างจากผู้อื่นและมันก็เห็นห้องที่เขาเข้าไปด้วย ถ้าเป็นไปได้ต้องรีบกำจัดมันก่อนที่มันจะเข้าไปทำร้ายแม่เขาเขามุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลที่แม่ของตนเองอยู่ ท้องนภาด้านบนยังคงปรากฏให้เห็นเป็นสีส้มอมแดง ในตอนนี้ผู้คนมากมายกำลังเดินทางกลับบ้านรถยนต์ที่สัญจรอยู่บนถนนภายในกรุงเทพฯก็เต็มไปด้วยความติดขัด แต่คีย์สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วโดยการที่เขาใช้ร่างวิญญาณของตนเองวิ่งผ่านสิ่งก่อสร้างต่างๆโดยร่างกายที่เหนือมนุษย์มุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลเมื่อถึงแล้วท้องฟ้าก็ยังคงไม่มืดมิดตอนนี้ผู้คนภายในโรงพยาบาลเริ่มทยอยน้อยลงเรื่อยๆ คีย์ได้ก้าวเข้ามาภายในโรงพยาบาลแห่งนี้สถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นเหมือนเดิมที่เข้ามาในตอนกลางวันเพียงแต่ผู้คนดูบางตามากขึ้น คีย์ได้เดินมุ่งตรงไปยังก่อนที่จะขึ้นไปที่ชั้น 14 ชั้นแห่งนี้ยังคงเงียบงันเช่นเดิมเมื่อขึ้นมาถึงก็สัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่กำลังปกคลุมอยู่รอบบริเวณนี้จริงๆ ในร่างวิญญาณเช่นนี้มันทำให้ประสาทสัมผัสในการรับรู้วิญญาณของเขามันเฉียบคมมากขึ้น ตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณของวิญญาณแค้นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นแม้ว่ามันจะเบาบางและไม่สามารถสัมผัสได้ว่ามันคือวิญญาณแค้นระดับใดก็ตาม มันพยายามซ่อนตัวอยู่วิญญาณแค้นที่มีความสามารถในการซ่อนตัวระดับนี้มันคืออะไรกระนั้นคีย์ก็เงียบนิ่งเข้าได้เดินมุ่งตรงไปที่ห้องของคุณแม่ของตนเองแล้วเปิดเข้าไปภายในห้อง ในตลอดการเดินมาถึงห้องนี้เขาสัมผัสได้ว่ามีดวงตาจ้องมองตัวของเขาจากด้านหลังตลอดเวลาเมื่อเข้ามาภายในห้องก็หย่อนก้นนั่งลงที่โซฟา ตอนนี้เขาเหลือเพียงแค่เฝ้ารอเท่านั้นรอให้เวลานั้นมันผ่านพ้นไปแล้วดวงอาทิตย์คล้อยต่ำตกลงมากกว่านี้เพื่อรอให้มันออกมา คีย์นั่งอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่งเพียงแค่คู่เดียวเวลาก็ได้ผ่านไป ท้องนภาด้านนอกเริ่มมืดมิดลงเรื่อยๆไฟภายในห้องเริ่มถูกเปิดจากระบบเปิดไฟอัตโนมัติของแต่ละห้อง ภายในเมืองหลวงยามค่ำคืนตอนนี้ดวงไฟมากมายสว่างไสวระยิบระยับราวกับดวงดาราที่กำลังส่องแสงทอประกายอยู่บนพื้นดิน ในขณะเดียวกันเมื่อท้องนภาด้านนอกมืดมิดสิ่งที่คีย์กำลังเฝ้ารออยู่มันก็เริ่มปรากฏสัญญาณแรกที่สัมผัสได้ก็คือพลังวิญญาณที่เริ่มเด่นชัดมากขึ้น ก่อนที่ไฟภายในห้องที่เพิ่งถูกเปิดขึ้นมาจะค่อยๆกระพริบปิดเปิดอย่างถี่ระรัว คีย์ที่นั่งนิ่งๆอยู่ที่โซฟามุมห้องมาสักพักก็ค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ“ ได้เวลาแล้ว ”ตึก~ ตึก~ เสียงฝีเท้าดังแว่วลอยมาแต่ไกลท่ามกลางทางเดินที่เงียบสงัด คีย์ได้หันหลังของตัวเองแล้วไปเปิดประตูห้องออกก่อนที่จะก้าวเท้าออกไปบนทางเดินลากยาวที่มืดมิด ดวงตาเย็นเฉียบของเขาได้ปรายตาไปมองทางด้านซ้าย ร่างของวิญญาณแค้นปรากฏกายออกมาจบตอน