ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 64 ศึกช่วงชิงของสองพระสนม ย่อมมีหนึ่งคนที่บาดเจ็บ

             ซูเฟยยิ้มบางๆ เมื่อลมหนาวพัดมาทำให้เสื้อคลุมขนสัตว์ตัวนอกขอนางปลิวไปตามแรงลม ซูเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “ที่วันนี้ข้าให้เจ้ามาที่นี่ก็เพราะมีเรื่องเรื่องหนึ่ง”

            หนิงมู่ฉือได้ฟังก็มองซูเฟยอย่างงุนงงซูเฟยทาริมฝีปากด้วยชาดสีแดงสด เมื่ออยู่ท่ามกลางความมืดเช่นนี้ แลดูน่ากลัวยิ่งนักนางรีบก้มหน้าลงก่อนจะเอ่ยถาม “พระสนมรับสั่งมาเถอะเพคะ หากบ่าวช่วยได้บ่าวก็จะช่วย”

            หนิงมู่ฉือกระพริบตาปริบๆ ดูเจ้าเล่ห์อย่างไรชอบกล

            ซูเฟยยิ้มพลางยื่นมือไปที่เข่าของหนิงมู่ฉือ “ข้าอยากปรึกษากับเจ้าเรื่องหนึ่งข้าเห็นเจ้ามีฝีมือทำอาหารยอดเยี่ยม จึงหวังอยากให้เจ้ามาเป็นคนของข้าให้ข้าได้ใช้งาน”

            หนิงมู่ฉือชะงักไปชั่วครู่มองซูเฟยอย่างไม่อยากจะเชื่อ น้ำเสียงตะลึงอย่างเห็นได้ชัด “พระสนม…”

            “หืม? ทำไมหรือ”สีหน้าซูเฟยเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกแบบทันควัน

            หนิงมู่ฉือเห็นเยี่ยงนั้นรู้สึกเครียดขึ้นมาทันทีนางมีสีหน้าลำบากใจ องค์หญิงซีเยวี่ยเห็นท่าทางเช่นนั้นของนางก็หลุดหัวเราะออกมาก่อนจะเอ่ยกับซูเฟยว่า “พี่สาว ซีเยวี่ยเคยบอกกับท่านแล้วว่าสตรีนางนี้เหลี่ยมจัดนัก ไม่มีทางตอบตกลงท่านอย่างแน่นอน อีกอย่างผู้คนล้วนพูดว่านางสนิทสนมกับเต๋อเฟยเป็นพิเศษ”

            ซูเฟยได้ฟัง สีหน้าเปลี่ยนเป็นลึกล้ำพลางยิ้มอ่อนขณะมองหนิงมู่ฉือแม้แต่น้ำเสียงก็เปลี่ยนเป็นดูน่ากลัวอย่างเห็นได้ชัด “หืม? เช่นนั้นหรือสตรีนางนี้มีความสามารถเพียงนั้นเชียว เจ้าไม่อยากตอบตกลงหรือ แต่ข้าขอบอกเจ้าถึงเจ้าไม่อยากเจ้าก็ต้องตอบตกลง!”

            สีหน้าซูเฟยเปลี่ยนเป็นเย็นชาหนิงมู่ฉือได้ยินประโยคนี้ของซูเฟย ในใจรู้สึกหวาดกลัวยิ่งมองซูเฟยด้วยสายตาไม่สงบ รีบคุกเข่าก่อนจะเอ่ย “ทูลพระสนม บ่าวมิได้หมายความเช่นนั้นเพคะ”

            “เยี่ยงนั้นเจ้าหมายความว่าอย่างไร”ซูเฟยเริ่มรู้สึกมีความหวังขึ้นมา ขณะจ้องมองหนิงมู่ฉือนิ่ง

            เวลานี้เองที่เต๋อเฟยเร่งรุดจนมาถึงอุทยานของวังหลวงนางมองเข้าไปในศาลาเห็นหนิงมู่ฉือคุกเข่าอยู่ต่อหน้าซูเฟยด้วยท่าทีตกใจแกมหวาดกลัวสีหน้านางเปลี่ยนเป็นเย็นชา เดินไปทางศาลาด้วยท่วงท่าสง่างาม

            ชุนเถาเห็นเต๋อเฟยในชุดสีม่วงอ่อนกำลังเดินตรงมาทางนี้จึงรีบกล่าวรายงานแก่ซูเฟย “พระสนม เต๋อเฟยเสด็จมาเพคะ”

            ซูเฟยได้ยินจึงจ้องมองหนิงมู่ฉือด้วยประกายตาดุร้ายพร้อมกับกล่าวว่า“ช่างหาที่พึ่งเสียจริงนะที่พึ่งของเจ้ามาได้ตรงเวลาทีเดียว”

            หนิงมู่ฉือรู้ทันทีว่านางได้ล่วงเกินแม่เสือแห่งวังหลวงเข้าให้แล้วไม่แน่ว่าการมาของเต๋อเฟยอาจจะช่วยชีวิตนางเอาไว้ได้ก็เป็นได้ในใจนางรู้สึกขอบคุณและเลื่อมใสเต๋อเฟยเป็นที่สุดแทบอยากจะวิ่งไปเกาะขาเต๋อเฟยเสียเดี๋ยวนี้

            ครั้นเต๋อเฟยเดินมาถึงศาลา เห็นซูเฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าหยิ่งผยองนางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มหวาน “นานแล้วที่ข้าไม่ได้พบพี่สาว อากาศหนาวเช่นนี้ เหตุใดถึงมานั่งอยู่ในศาลาเพคะเยี่ยงนี้ไม่ดีต่อสุขภาพนะเพคะ”

            ซูเฟยยิ้มพลางลุกขึ้นยืน ค่อยๆพาร่างอรชรอ้อนแอ้นของตัวเองเดินตรงเข้าไปหาเต๋อเฟย แต่ละก้าวเต็มไปด้วยความยโส “น้องเต๋อเฟยดูเหมือนเรื่องนี้จะเป็นเรื่องของข้านะพอดีว่าข้าชื่นชอบวิวทิวทัศน์ยามต้นฤดูหนาวมากก็เท่านั้นเอง”

            หนิงมู่ฉือที่ยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นเหมือนได้กลิ่นประกายไฟจากพระสนมทั้งสองหัวใจเต้นแรงประหนึ่งจะกระดอนออกมา

            เต๋อเฟยยิ้มขณะมองเตาอุ่นในมือซูเฟย “เอ๋เตาอุ่นในมือพี่สาวคือเตาอุ่นที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ใช่หรือไม่เพคะอากาศเริ่มหนาวแล้ว น้องก็ได้รับพระราชทานมาเช่นกัน”

            พูดถึงตรงนี้ สีหน้าซูเฟยเปลี่ยนไปทันทีเตาอุ่นอันนี้ใช่ของที่ฝ่าบาทพระราชทานให้นางที่ไหนกัน เป็นเตาอุ่นที่นางให้ท่านพ่อซึ่งอยู่นอกวังสั่งช่างทำมาให้นางต่างหากถึงกระนั้นนางก็ยังพยักหน้าออกไปอย่างประดักประเดิดยิ่ง

            เต๋อเฟยเลื่อนสายตาไปยังองค์หญิงซีเยวี่ยซึ่งนั่งนิ่งเงียบไม่พูดไม่จามาตั้งแต่ต้นพร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้ม “องค์หญิงจากต่างแคว้นช่างเป็นสาวงามโดยแท้ผิวขาวของน้องซีเยวี่ยช่างงามเหลือเกิน งามจนน่าหลงใหล”

            ซูเฟยแค่นเสียงฮึขณะเดินตรงเข้าไปหาเต๋อเฟยอย่างท้าทายใบหน้าซึ่งฉายแววเย็นชาภายใต้เครื่องประทินโฉมหนาเตอะคาดว่าป่านนี้น่าจะแดงก่ำด้วยความโมโหไปแล้วเป็นแน่แท้

            ซูเฟยเดินไปหยุดตรงหน้าเต๋อเฟย “น้องสาวสายตาไม่ดีหรืออย่างไรซีเยวี่ยเข้าวังมาตั้งนาน เจ้าเพิ่งเห็นนางหรือหรือช่วงนี้ฝ่าบาททรงโปรดน้องมากเกินไปจนรู้สึกมีความสุขมากไป”

            เต๋อเฟยได้ฟังย่อมต้องไม่พอใจอยู่แล้วทว่าก็ยังคงยิ้มขณะเอ่ยตอบ “ใช่เพคะ ช่วงนี้ฝ่าบาททรงดีต่อน้องมาก น้องก็เลยอยากทำบางอย่างเพื่อตอบแทนฝ่าบาทน้องไม่คิดเลยว่าฝ่าบาทจะยกแม่นางหนิงให้น้องดูแล ถือเป็นเกียรติแก่น้องยิ่งนัก”

            หนิงมู่ฉือเหลือบมองพระสนมทั้งสองพบว่าเล็บของพระสนมซูเฟยแทบจะจิกเข้าไปในเนื้ออยู่รอมร่อ ซูเฟยทาเล็บสีแดงสด ท้องฟ้าเบื้องหลังเป็นสีดำสนิทเช่นนี้แลดูน่ากลัวยิ่งนัก

            ซูเฟยมีสีหน้ากรุ่นโกรธ นางจึงไม่กล้าลุกขึ้นยืนทั้งๆ ที่ตอนนี้ขาทั้งสองข้างของนางชาไปหมดแล้ว ท่ามกลางอากาศหนาวนางรู้สึกว่าขาของนางแข็งจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งเต็มที่

            เต๋อเฟยเบนสายตาไปยังหนิงมู่ฉือที่ยังคุกเข่าอยู่กับพื้นก่อนจะแกล้งทำเป็นเอ่ยอย่างคาดไม่ถึง “ไอ้หยา พี่สาว เหตุใดแม่นางหนิงถึงอยู่ที่นี่ได้เพคะนี่ก็เย็นมากแล้ว ไม่ใช่ว่ากลับตำหนักอ๋องไปตั้งนานแล้วหรือ”

            เต๋อเฟยรีบเข้าไปพยุงหนิงมู่ฉือให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะส่งสายตาบางอย่างมาให้ จนหนิงมู่ฉือไม่รู้จะทำเช่นไรต่อไปดี

            ซูเฟยทำหน้าไม่ถูก ทำได้แค่ยิ้มบาง “ไม่มีเรื่องใดหรอก ข้าเพียงเรียกนางมาคุยเล่นด้วยสักประเดี๋ยวข้าชื่นชมฝีมือการทำอาหารของนางมากก็เท่านั้น”

            หนิงมู่ฉือที่ฟังอยู่อดกลอกตามองบนไม่ได้

            “เช่นนั้นยิ่งไม่ควรให้นางคุกเข่ากับพื้นแม่นางหนิงคือคนที่ฝ่าบาททรงชื่นชมอีกทั้งยังต้องเข้ามาสอนขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ทุกวันหากเรื่องนี้รู้ไปถึงตำหนักอ๋อง ท่านอ๋องต้องร้อนใจเป็นแน่ และถ้าฝ่าบาทรงทราบก็จะไม่พอพระทัยเอาได้”เต๋อเฟยแกล้งพูดให้เรื่องนี้ดูร้ายแรง ทำให้สีหน้าของซูเฟยประเดี๋ยวเขียวคล้ำประเดี๋ยวขาวซีดเต๋อเฟยที่มองอยู่รู้สึกสาแก่ใจอย่างยิ่ง

            หนิงมู่ฉือเม้มปากแน่น ไม่กล้าส่งเสียงออกมาใบหน้าเริ่มซีดขาว กระทั่งมือก็เริ่มหนาวจนไร้ความรู้สึก

            ซูเฟยแค่นเสียงฮึ เหลือบมองหนิงมู่ฉือผาดหนึ่งก่อนจะเอ่ยกับเต๋อเฟย “น้องเต๋อเฟยข้าคงอยู่เป็นเพื่อนน้องไม่ได้แล้ว ข้าขอตัวก่อน”

            “น้องน้อมส่งพี่สาวเพคะ” เต๋อเฟยมองซูเฟยเดินออกจากศาลาไปอย่าย่ามใจด้านซูเฟยเดินออกไปด้วยสีหน้าไม่พอใจอย่างยิ่ง นั่นยิ่งทำให้เต๋อเฟยอดใจไม่ไหวหลุดขำออกมา

            ซูเฟยเดินจากไปไกลแล้วเต๋อเฟยถึงค่อยหันกลับมามองหนิงมู่ฉือ “ที่นี่ไม่มีเรื่องใดแล้ว เจ้ากลับไปเถิด”

            หนิงมู่ฉือเงยหน้ามองเต๋อเฟยพร้อมกับกล่าวลาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“บ่าวขอบพระทัยพระสนมที่ช่วยชีวิตบ่าวเอาไว้เพคะ”

            เต๋อเฟยรั้งหนิงมู่ฉือเอาไว้จากนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เป็นอะไรไป เมื่อครู่เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ”

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405