บทที่ 9
ลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่
เสียงฝีเท้าปรากฏขึ้นมาด้านหน้าลู่ิตระหนักรู้ได้ในทันทีว่ามีคนกำลังเคลื่อนที่เข้ามาภายในบริเวณร่างกายของเขาหยุดชะงักอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่
ดวงตามองตรงไปที่เสียงฝีเท้าที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาไม่นานนักเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมันก็ชัดเจนมากขึ้น ก่อนที่มันจะปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งออกมาบริเวณด้านหน้าในตอนนี้
โดยกลุ่มคนที่ปรากฏออกมาบริเวณด้านหน้ามีสมาชิกประมาณห้าถึงหกดวงตามองไปที่พวกมันพวกมันสวมใส่ชุดสีน้ำเงินครามเป็ชุดของสำนักหุบเขากระบี่
คนพวกนี้ล้วนแล้วเป็บุรุษทั้งหมดแถมยังเป็บุรุษที่มี่วัยไล่เลี่ยกับลู่ิ พวกมันสวมใส่ชุดของสำนักหุบเขากระบี่ในระดับเริ่มต้นบริเวณด้านหลังสะพายกระบี่ที่เป็สัญลักษณ์ประจำกายเอาไว้
พวกมันหยุดชะงักลงเพราะว่าััได้ถึงลู่ิเช่นเดียวกันดวงตาของพวกมันจ้องมองมาที่ลู่ิที่อยู่บริเวณด้านหน้าในยามนี้
พวกมันจ้องมองมาอย่างไม่กระพริบตาลู่ิขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันมองตรงไปที่พวกมันที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้า
ใบหน้าของลู่ิเริ่มเปลี่ยนสีมุมปากของเขาโค้งต่ำลงแววตาแสดงความเครียดแค้นออกมาพวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าเป็หนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์ที่เคยรังแกตัวของมัน
เพียงแค่เห็นพวกมันแค่พริบตาเดียวเปลวเพลิงแห่งความโกรธภายในใจก็พุ่งพล่านขึ้นมาในทันควันพวกที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันหยุดนิ่งมองเห็นลู่ิรู้สึกประหลาดใจมิใช่
ก่อนหน้านี้พวกมันได้ยินว่ามีกลุ่มลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งทำร้ายลูกนิ่งจนาเ็สาหัสปางเหตุใดจึงมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ได้
ท่ามกลางความเงียบสงัดหลังจากที่ทั้งสองกลุ่มเผชิญหน้าเข้าหากันหนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่ก้าวเท้ามาด้านหน้า
มันเป็คุณชายจากตระกูลใหญ่โดยตัวของมันมีรูปร่างโดยร่วมเป็บุรุษร่างกายสูง มันมีใบหน้าธรรมดาธรรมดาแต่งกายด้วยชีวิตแต่งกายด้วยชุดลูกศิษย์ระดับต่ำ นั้นแสยะยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนที่จะกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “ นึกว่าผู้ใดที่แท้ก็ลูกเต่าลู่นี่เอง”
“ เหตุใดจึงมาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ได้ได้ยินว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเ้าโดนซ้อมปางตายไม่ใช่รึ หรือว่าจะเป็ข่าวเท็จ ”
“ แต่มองดูจากร่างกายของเ้าในตอนนี้แล้วดูเหมือนเ้ายังคงปกติดีจะกล่าวว่าาเ็สาหัสก็คงจะมิได้ ” มันพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มแห่งความเย้ยหยัน
ลู่ิหลังจากมองเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของมันเขายิ่งรู้สึกโกรธมากขึ้นไปอีกคนไทยในสำนักส่วนใหญ่เห็นมันเป็เพียงแค่เครื่องระบายอารมณ์เท่านั้น
คนภายในสำนักพวกนั้นคิดจะโจมตีเมื่อไหร่ก็โจมตีพวกมันไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าตัวของคราวนั้นจะเป็อย่างไร
ฟังดูคำพูดของคนผู้นี้เป็อย่างไรมันพูดออกมาว่าตัวของเขานั้นจะตายราวกับว่าเป็เื่ธรรมดาภายในสำนักหุบเขากระบี่พวกมันเป็แฃบบนี้แทบทั้งหมด
ลู่ิเคยคิดว่าอยากจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถออกไปได้อย่างง่ายดาย
ตัวของมันเป็เพียงแค่คนอ่อนแอที่ไม่มีกำลังแม้กระทั่งจะออกไปจากป่าถ้าวิ่งหนีหายเข้าไปภายในป่าสิ่งเดียวที่ได้รับก็คือความตายอย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นจึงจำใจและจำเป็จะต้องอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ต่อไปท่ามกลางคำดูถูกมากมายคำพูดของเ้าคนพวกนี้นับวันมันยิ่งกลายเป็กลุ่มก้อนแห่งความแค้นภายในจิตใจลู่ิ
ลู่ิที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าสงบนิ่งตัวของมันกัดฟันแน่นภายในใจของตนเอง ไม่ได้ปลดปล่อยความโกรธของตนเองออกมาอย่างตรงแต่ว่าสีหน้ากลับแสดงให้เห็นถึงความเกลียดชัง
ชายพวกนั้นที่เป็ลูกศิษย์ของสำนักหุบเขากระบี่มองตรงมาที่ลู่ิที่สงบนิ่งทุกครั้งลู่ิจะเป็แบบนี้แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือครั้งนี้ลู่ิแสดงแววตาโกรธแค้น
เห็นแววตาที่โกรธแค้นนั้นรู้สึกตะขิดตะขวงอยู่ภายในใจผู้ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากัน “สายตาแบบนั้นหมายความว่าอย่างไรเพียงแค่คนไร้ความสามารถกล้ามองพวกข้าด้วยสายตาแบบนั้นอย่างงั้นรึ? ”
มันเร่งเสียงขึ้นแสดงน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจพยายามจะข่มขู่หลู่ิแต่ลู่ิหาเกรงกลัวไม่ มันเป็เพราะว่าลู่ิรู้อยู่แล้วว่าเ้าคนพวกนี้เป็ศิษย์ระดับเริ่มต้นของสำนัก
โดยลูกศิษย์ระดับเริ่มต้นของสำนักส่วนใหญ่แล้วก็จะมีระดับอยู่ในระดับขอบเขตสีเขียวในระดับเริ่มต้นเท่านั้น
อย่างเช่นพวกมันภายในสถานที่แห่งนี้บางคนอยู่ในขอบเขตเริ่มต้นสีเขียวขั้นหนึ่งถึงสองเองหรือบางคนอยู่ในระดับขอบเขตเริ่มต้นสีขาวขั้นแปดด้วยซ้ำ
เรียกได้ว่าพวกมันภายในสถานที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดมีพลังิญญาภายในร่างกายเทียบเท่าตัวของลู่ิเลยสักคนเดียว
ลู่ิรู้ดีคว้าตัวของมันในตอนนี้สามารถจัดการผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าแม้พวกมันจะมีจำนวนที่มากกว่าแล้วอย่างไร
จากจำนวนของพวกมันในตอนนี้และก็ระดับพลังฝีมือตัวของเขาสามารถจัดการมันได้
มันพูดกับลู่ิแต่ลู่ิไม่ได้ตอบกลับไปลู่ิยืนนิ่งเขาคิดคำนวนภายในหัวของตนเองว่าจะเอาชนะพวกมันด้วยวิธีไหน
หลังจากมองเห็นว่าลู่ิมีท่าทางเย่อหยิ่งทะนงกว่าทุกคราพวกมันก็เริ่มแสดงใบหน้าที่ไม่พึงพอใจ
เ้าคนพวกนี้มักจะเหยียบย่ำลู่ิอยู่บ่อยครั้งในครั้งนี้ลู่ิแสดงท่าทางแตกต่างแถมยังมองพวกมันด้วยสายตาแบบนั้นย่อมเป็ธรรมดาที่พวกมันจะแสดงท่าทางตอบรับกลับมา
พวกมันขมวดคิ้วเข้าหากันคุณชายที่อยู่บริเวณด้านหน้าสุดที่น่าจะเป็ผู้นำของพวกมันยกมือของตนเองขึ้นห้ามพวกที่อยู่ด้านหลัง“ พวกเ้าไม่ต้องเข้ามายุ่งข้าจัดการมันเอง ”
เ้าคนผู้นั้นถือโอกาสนี้ในการลงมือมันเองก็เพิ่งจะไปรับหน้าที่ที่สำนักนั้นมอบหมายมาให้ตอนนี้เพิ่งกลับมาคิดอยากจะระบายอารมณ์อยู่พอดี
มันสะบัดมือของตนเองแล้วค่อยๆเดินมาบริเวณด้านหน้า มันมุ่งตรงมาทางด้านของลู่ิลู่ิยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ขยับแม้เพียงก้าว
ชายผู้นั้นเดินมาเท้าทั้งสองข้างหยุดลงด้านหน้ามันแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นว่าลู่ิไม่เดินหนี
มันยกฝ่ามือของตนเองขึ้นพร้อมกล่าวพึมพำและตวัดฝ่ามือของตนเอง“ กลัวจนไม่ขยับแล้วงั้นหรือ!!! ”
มันเหวี่ยงฝ่ามือของตนเองออกไปตรงพุ่งทะยานใส่ร่างกายของลู่ิที่อยู่บริเวณด้านหน้าพวกที่อยู่บริเวณด้านหลังทำการส่งเสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจ
พวกมันคิดว่าในครั้งนี้อย่างไรเสียลู่ิเองก็น่าจะโดนฟาดตีเช่นเดิมไม่ได้แตกต่างอะไร
แต่ผู้ใดจะรู้เล่าว่าในครั้งนี้แตกต่างออกไปยามที่ฝ่ามือของคนพวกนั้นพุ่งทะยานไป ฝ่ามือนั้นกลับไม่ถึงตัวของลู่ิ
ฝ่ามือโดนหยุดเอาไว้ได้ลู่ิใช้ฝ่ามือของตนเองคว้าจับฝ่ามือของมันเอาไว้ด้วยพละกำลังที่มากกว่า
เมื่อฝ่ามือของคนผู้นั้นถูกหยุดเอาไว้ดวงตาของมันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกลู่ิสามารถหยุดฝ่ามือของมันได้อย่างสมบูรณ์แม้ว่านี่จะไม่ใช่แรงทั้งหมดของมันแต่ว่าลู่ิที่เป็คนธรรมดาไม่น่าจะสามารถหยุดฝ่ามือของมันได้
คนผู้นั้นนิ่งสนิทแววตาของมันบ่งบอกถึงความตกตะลึงและความประหลาดใจเมื่อมันมองตรงไปที่ใบหน้าของลู่ิที่อยู่บริเวณด้านหน้า
ลู่ิแสยะยิ้มที่มุมปากภายในใจรู้ดีว่านี้ถึงคราวที่ตัวของมันจะเอาคืนแล้วในขณะที่คนผู้นั้นยังตกตะลึงและไม่ขยับร่างกาย
ลู่ิลองใช้ท่าทางในการโจมตีมือซ้ายจับแขนของคนผู้นั้นเอาไว้อย่างแน่นส่วนทางด้านมือขวาง้างไปด้านหลังกางขาทั้งสองข้างออกจากกันตั้งหลักอย่างมั่นคง
ร่างกายในตอนนี้เปรียบดังต้นไม้ใหญ่สูงทั้งาชพลังิญญาภายในร่างกายส่งผ่านออกมาจากิัผู้ที่อยู่ด้านหน้าััได้ถึงพลังิญญาอันน่าเหลือเชื่อ
มันรู้ได้ในทันทีว่าลู่ินั้นมีพลังิญญาที่อยู่สูงกว่ามันแต่ว่าเมื่อรู้สึกตัวตอนนี้ก็สายเกินไปแล้วหนึ่งหมัดของลูกยิงทะลวงเข้าไปตรงบริเวณท้อง
ตรึม!!!แรงของหมัดที่อัดกระแทกเข้าไปเกิดกลายเป็เสียงดังกังวานคนผู้นั้นก็อักโลหิตออกมาเป็จำนวนมากร่างกายของมันเอล้มไปด้านหลังและนอนลงไปกับพื้น“ อ๊าก!!! ” มันส่งเสียงกรี๊ดร้องออกมาอย่างเ็ป
กระดูกซี่โครงของมันหักหลังจากโดนไปเพียงแค่หมัดเดียวลู่ิตระหนักรู้ได้ถึงพลังของตนเองที่เพิ่มขึ้น
ดวงตาของลู่ิจ้องมองดูฝ่ามือของตนเองพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ “ นี่แหละ… ”
ตัวของมันค่อยๆใช้ดวงตาจ้องมองไปที่ผู้ที่อยู่ด้านหน้าที่นอนอยู่กับพื้นและทำการดิ้นทุรนทุรายไปมาอย่างเ็ป
จบบท