ก่อนเกิดเหตุ ณ เรือสำราญกลางแม่น้ำ...
“คาร์ลา!”
“เฮ้!!”
เสียงดนตรีบรรเลงด้วยจังหวะทันสมัย ดังกระหึ่มครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณเรือสำราญขนาดใหญ่ รวมถึงผู้คนในบ้านเรือนใกล้เคียงแม่น้ำทั้งสองฝั่งต่างพลอยหนวกหู รบกวนเวลานอนของชาวบ้านละแวกนี้
เสียงดังเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกไม่นานเกินรอคงมีเ้าหน้าที่ตำรวจมาเยี่ยมเยือน
“คืนนี้เธอเฉิดฉายที่สุดเลยคาร์ลา...”
ก็ปกตินี่ ทุกคืนเธอก็ฉายแสงออร่ากว่าใครๆอยู่แล้ว
หญิงสาวชาวไทยผู้สวยสง่าทั้งใบหน้าและท่วงท่าการควงแก้วไวน์ รังสีนางพญาแผ่ออกมาผ่านแววตา เธอเติบโตผ่านการใช้ชีวิตในแถบยุโรปมาั้แ่วัยห้าขวบมีนามว่าคาร์ลา หญิงสาวผู้รักสนุก ที่ใช้ชีวิตดั่งผีเสื้อที่มีชีวิตเพียงยามราตรีเท่านั้น ผลพลอยมาจากกลางวันแฮงค์
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์คาร์ลา”
แล้ววันนี้ก็เป็วันเกิดครบ25ปีของเธอนั่นเอง
คาร์ลาเลือกเช่าเรือสำราญหรูหราเพื่อฉลองวันเกิดพร้อมหมู่เพื่อน เพื่อนในที่นี้ส่วนใหญ่ก็ที่เพิ่งพบเจอกันในเมืองไทยบ้าง อีกจำนวนหนึ่งก็เพื่อนๆ ที่อุตส่าห์เดินทางไกลมาจากฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ ทั้งหมดทั้งมวลต่างก็นักท่องราตรีที่เพิ่งรู้จักกันตามคลับบาร์เพียงไม่นาน
คนปกติทั่วไปคงไม่เรียกฝูงชนเหล่านี้ว่าเพื่อนกันหรอกนะ
หนุ่มสาวจำนวนมากโยกย้ายตามเสียงเพลงที่ยังคงดังกระหึ่ม ดื่มแอลกอฮอล์กันอย่างเมามัน ขณะเรือสำราญล่องไปตามแม่น้ำใจกลางเมืองเรื่อยๆ
“ได้ข่าวว่าเธอปฏิเสธหนุ่มหล่อ จนเขาเสียใจต้องเรียกเรือเล็กมารับกลับก่อนเลยเหรอ” เพื่อนผู้หญิงผมสีทองสวมชุดเดรสสั้นสีดำเห็นขาอ่อนถาม
คาร์ลาวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะสูงทรงกลม จิกหน้าวางมาดดั่งหญิงผู้สูงส่ง วันนี้เธอสวมเดรสสั้นสีแดงเปิดเว้าโชว์แผ่นหลังจนถึง่เอวคอด เมื่อกระทบกับแสงไฟความเปล่งประกายระยิบระยับจึงเกิดขึ้นบนเนื้อผ้า
“คิดจะจีบคาร์ลาไม่ดูสภาพตัวเอง ไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าดึงดูด ฮึ” คำฮิตติดปากก็ว่าได้ เธอมักใช้คำพูดนี้ขับไล่หนุ่มๆที่เข้ามาขายขนมจีบอยู่ร่ำไป ไม่รู้หรอกว่าจริงแล้วเพราะอะไร คาร์ลาถึงไม่มีเ้าของหัวใจกับเขาสักที หรือแค่รู้สึกรักอิสระเกินกว่าจะมีแฟนเป็ตัวเป็ตน
“พวกฉันล่ะอิจฉาคนสวยอย่างเธอจริงๆ คาร์ลา แค่ยืนเฉยๆ ก็มีหนุ่มหล่อเข้าหาตลอดเวลา”
เธอไม่ได้มีดีแค่ความสวย คาร์ลาทั้งสวยทั้งร่ำรวยต่างหากล่ะ แต่เสียอย่างหนึ่งคือนิสัย จริงแล้วเธอนิสัยแย่ไม่สมฐานะหญิงงามเลยสักนิด
ผู้หญิงบ้าอะไรชอบดูถูกเพื่อนมนุษย์คล้ายมีปม อีกทั้งยังชอบทำตัวเย่อหยิ่งอย่างว่าตัวเองเป็ราชินี
“นั่นน่ะสิ ไม่เห็นต้องกวักมือเรียกเหมือนพวกเรา ฮ่าๆๆ เธอน่าอิจฉาจริงจริ๊งคาร์ลา”
“ผู้หญิงที่ทำตัวเป็นางกวัก ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจมากหรอกนะ มันดูไร้ค่า...เหมือนชะนีขายบริการนั่งเรียกแขกหน้าร้านอย่างไรอย่างนั้น” เธอพูดพร้อมกับกระตุกมุมปากไม่เป็มิตร
คาร์ลามักแผ่รังสีนางพญาน่าเกรงขาม ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำ เธอจับแก้วไวน์แดงขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อยจนผู้ร่วมโต๊ะรู้สึกประหม่า
จากนั้นก็หันหลังเตรียมจะเดินออกจากโต๊ะเพื่อนกลุ่มนี้ทันที คาร์ลาทราบดีว่าในที่นี้ไม่มีใครจริงใจกับเธอ ส่วนที่เลือกใช้ชีวิตอย่างนี้ก็เพื่อเสพความสุขเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
“เธอจะไปไหนคาร์ลา”
“สูดอากาศ” เธอมักแสดงความเย่อหยิ่งออกมา เมื่อพบว่าเพื่อนกลุ่มไหนไม่มีความน่าสนใจ
คาร์ลารู้ดีว่าเพื่อนเหล่านี้พยายามประจบสอพลอ หากสนทนาด้วยกันอีกสักประเดี๋ยว หนึ่งหรือสองคนในกลุ่มคงเริ่มเสนอหุ้นส่วนธุรกิจต่างๆให้เธอเป็ผู้ร่วมลงทุนใหญ่
คาร์ลามีผลประโยชน์กับเพื่อนมนุษย์เพียงแค่นี้เท่านั้น
‘ฮึ สวยตายห่า กูขอสาบให้ตกน้ำตาย รวยขนาดนั้น คิดจะเก็บเงินไว้ทำซากอะไร’
‘ถ้าไม่รวยล้นฟ้า พวกฉันไม่ลดตัวมาฉลองวันเกิดห่วยๆ ให้หรอกย่ะ’
สาวสวยยื่นใบหน้ารับลมเย็นๆ เธอออกมาสูดอากาศบริเวณลานกว้างนอกเรือสำราญ ข้างหลังมีกลุ่มนักท่องราตรีหลายชีวิตกำลังดื่มด่ำมีความสุข เธอเองก็มีความสุขเช่นกันที่ได้ใช้ชีวิตไร้จุดหมายเพียงนี้
แต่มันกลับเป็ความสุขที่เหมือนขาดอะไรไป...
การโปรยเงินที่ได้มาง่ายๆ หลังบิดาบุญธรรมลูกครึ่งไทยฝรั่งเศสเสียชีวิต เขาทิ้งสมบัติจำนวนมหาศาลเอาไว้ ทิ้งบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ให้บริหารต่อ
แต่เมื่อเติบโตพอที่จะบริหารทุกอย่างได้ คาร์ลากลับขายบริษัททิ้งแล้วสุขสมจมอยู่กับเงินก้อนโต ที่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะใช้หมดหรือเปล่า
“ผู้หญิงที่ไม่ชอบเที่ยว ไม่ชอบดื่ม คนพวกนั้นใช้ชีวิตกันยังไง”
แม้ทราบว่ามิตรที่ดีหาได้ยากจากสถานที่อโคจร แต่อย่างไรเธอก็ยังอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ดั่งผีเสื้อซึ่งโบยบินโดยไม่มีจุดหมายปลายทางอย่างนี้ต่อไป ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่า...
“ฉันจะใช้ชีวิตอย่างนี้จนเงินหมด...แต่กว่าจะถึงวันนั้นปีกก็คงหักซะก่อน เพราะคาร์ลาโคตรรวยอย่างไรล่ะ ฮ่า”
โครม พลั่ก
ความสาแก่ใจถูกขัดจังหวะลงเสียก่อน ไม่ทราบว่าเรือสำราญที่ค่อยๆ แล่นมาอย่างเชื่องช้าเกิดไปชนเข้ากับวัตถุแข็งอะไร
“เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น!” เสียงเอะอะดังมาจากด้านในเรือ
หญิงสาวผู้งดงามรวยทรัพย์ซึ่งยืนดื่มไวน์รับลมเย็นๆ บริเวณระเบียงกลางแจ้งตรงหัวเรือเกิดเสียการทรงตัว เธอรีบคว้าหาที่จับยึดด้วยความตกอกใ
“ว๊าย ไวน์ฉัน” มือข้างหนึ่งจับราวเหล็กได้ทันท่วงที ส่วนมืออีกข้างเธอไม่ลืมจับแก้วไวน์แดงเอาไว้แน่น
ก็คนมันหวงไวน์มากกว่าชีวิต...เธอมัวหลงไวน์แค่ไหน ใครที่พอรู้จักต่างก็รู้กันดี
“เกือบตกทั้งคนทั้งแก้วไวน์ไปแล้วไหมคาร์ลา”
แต่เมื่อชะล่าใจว่าปลอดภัยดี คาร์ลาปลดปล่อยราวเหล็กเปลี่ยนมาจับแก้วไวน์เอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง จังหวะนั้นเองเรือดันชนเข้ากับวัตถุขนาดใหญ่อีกครั้ง คราวนี้เกิดเป็แรงสั่นะเืรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
พลั่ก ตุบ
“กรี๊ดด!!!”
เสียงกรีดร้องดังสนั่นลั่นเรือสำราญ หนุ่มสาวหลายรายหันมาเห็นจังหวะที่คาร์ลาเกิดพลัดตกจากเรือสำราญเข้าพอดี
เธอไม่ทันตั้งตัว
‘คาร์ลาเพื่อนรักกก!!!’
“เพื่อนรักเหรอ ฮึ พวกตอแหล” คาร์ลาเหยียดยิ้มมุมปากขณะร่างกำลังพลัดตกจากเรือสำราญ สายลมสวนกระแสก่อให้ผมยาวสลวยปลิวพันกัน มือสองข้างยังคงจับแก้วไวน์แดงที่หกเปื้อนเดรสไว้อย่างหวงแหน
หากคาร์ลายอมทิ้งแก้วไวน์ไปก่อน เธอคงไม่พบจุดจบอย่างคืนนี้ ไม่นานต่อจากนั้น ทุกคนในเรือก็ได้ยินเสียงร่างของเธอกระแทกลงสู่แม่น้ำ
ตู้มม!!
"น่าเสียดาย ไวน์หายากหกหมดแก้ว"
เลดี้คาร์ลาผีเสื้อไร้จุดหมาย...The end
#หากชื่นชอบ ไรท์ฝากกดหัวใจหรือคอมเม้นให้หน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ