ชายายอดพิษ พิชิตใจอ๋องมัจจุราช [นิยายแปล]

    บทที่ 28 ดึงนางมาเป็นแพะรับบาป

    อันกงกงพยักหน้า “นั่นสิพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทไม่ต้องกังวล แม้ว่าซื่อจื่อจะรักษาตัวจนหายได้ แต่ก็มิใช่คนดีนัก พระชายาย่อมแยกแยะได้ ไม่น่าจะกล่าวเท็จพ่ะย่ะค่ะ

    “เหล่าหมอหลวงตรวจชีพจรซื่อจื่อแล้ว ต่างก็กล่าวว่าเขาไม่ได้รับพิษเจิ้นสุ่ย อีกทั้งหากเขาติดพิษนี้จริง ป่านนี้คงไปพบยมบาลแล้ว จะอยู่รอดมาได้หลายปีเช่นนี้ได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่ามือสังหารในปีนั้นต้องเป็นผู้อื่นพ่ะย่ะค่ะ”

    ฮ่องเต้ฉี่อู่ได้ฟังเช่นนี้ กลับยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม

    บัดนี้เขาเป็นถึงฮ่องเต้แล้ว แต่กลับยังสืบหาตัวมือสังหารในปีนั้นไม่ได้!

     

    ระหว่างทางกลับจวน ซูอิ่นเย่ว์ยังรู้สึกหวาดหวั่นไม่หาย

    คิดไปคิดมาก็ยังเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ล้วนเป็นความผิดของฉู่จี้เฟิง หากมิใช่เพราะเขาให้ฮ่องเต้ฉี่อู่เรียกตัวนางเข้าเฝ้า นางก็คงไม่ต้องถูกดึงเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้!

    พวกเขาแย่งชิงอำนาจกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เหตุใดต้องดึงนางมาเป็นแพะรับบาปด้วย?!

    โชคดีที่นางไม่โง่ และฉวยโอกาสกอบโกยผลประโยชน์มาได้

    เพียงแต่ว่าซูเจี้ยนจิ่นสามารถไต่เต้าขึ้นเป็นเสนาบดีเจ้ากรมกลาโหมได้ ก็พิสูจน์ว่าเขาไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่ายๆ ครั้งนี้นางถือว่าได้สร้างศัตรูไปโดยสมบูรณ์ ต่อไปคงไม่มีวันอยู่อย่างสงบสุขอีกแล้ว

     

    หน่วยชื่อหลง

    นี่คือหน่วยที่ฮ่องเต้องค์ก่อนก่อตั้งขึ้น ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้และอยู่เหนือขุนนางทั้งปวง มีอำนาจอย่างมหาศาล

    ฉู่จี้เฟิงได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการตั้งแต่สี่ปีก่อน ด้วยฝีมือและความสามารถของเขา อำนาจของหน่วยชื่อหลงยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะทัดเทียมกับพระราชอำนาจแล้ว

    ภายนอกดูเหมือนเจ้านายกับขุนนางจะสามัคคีกันดี แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำ

    ไม่นานมานี้ ฮ่องเต้ฉี่อู่ทรงส่งหยวนหงมาดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการ ด้วยเจตนาจะให้รับตำแหน่งแทนหากฉู่จี้เฟิงล้มป่วยและสิ้นชีพ

    แต่ใครจะคาดคิดว่าฉู่จี้เฟิงกลับไม่ตาย ซ้ำยังคงนั่งอยู่บนตำแหน่งผู้บัญชาการดังเดิม

    เมื่อผู้บัญชาการตัวจริงเดินทางมายังหน่วยชื่อหลง หัวหน้าทั้งเก้ากองไม่มีผู้ใดกล้าขาดประชุม

    หยวนหงมีสีหน้ามืดครึ้มยิ่งขึ้น ตอนที่เขานำราชโองการมาเข้ารับตำแหน่งที่หน่วยชื่อหลง วันนั้นมีเพียงห้าคนจากเก้ากองที่มาปรากฏตัว

    เขาไม่เข้าใจเลยว่า ฉู่จี้เฟิงอายุเพียงยี่สิบสองปี เหตุใดจึงสามารถกดดันหัวหน้าทั้งเก้ากองให้อยู่ในอำนาจของตนได้

    “รองผู้บัญชาการ” ฉู่จี้เฟิงเอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีเกียจคร้าน เสียงพูดของเขาก็แฝงไว้ด้วยความเฉื่อยชา

    หยวนหงได้สติกลับมา พอสบตากับฉู่จี้เฟิงก็รู้สึกขนลุก รีบโค้งตัวเล็กน้อย “ท่านผู้บัญชาการ”

    “ข้าได้ตรวจสอบแล้วว่า ผู้ใดเป็นผู้สร้างเข็มพิษที่ใช้ลอบสังหารองค์ชายใหญ่ เจ้าพาคนไปจับกุมและนำตัวกลับมาสอบสวน” ฉู่จี้เฟิงสั่งการ

    นี่เป็นงานสำคัญ หยวนหงไม่คาดคิดว่าฉู่จี้เฟิงจะมอบหมายให้ตนเป็นผู้ทำ

    เขาลังเลไปครู่หนึ่ง ฉู่จี้เฟิงกล่าวต่อ “ไม่อยากทำหรือ เช่นนั้นข้าจะส่งคนอื่นไปแทน”

    “ไม่ใช่เช่นนั้น!” หยวนหงรีบกล่าว “ข้าจะไปจับตัวเดี๋ยวนี้!”

    กล่าวจบ หยวนหงก็รีบออกไปทันที

    ฉู่จี้เฟิงแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “โง่เง่า”

    เหล่าหัวหน้ากองต่างรู้ดีว่าทำไมเขาถึงพูดเช่นนี้

    เข็มพิษชนิดนี้สร้างได้ยาก แม้องค์ชายใหญ่จะปลอมตัวเพื่อตรวจสอบภาษีเกลือ แต่ก็มีเพียงไม่กี่คนที่ล่วงรู้เส้นทางของเขา นี่เป็นภารกิจเสี่ยงตายแท้ๆ หยวนหงกลับรับไว้โดยไม่ลังเล

    เมื่อไม่มีธุระอื่น หัวหน้ากองแต่ละคนจึงแยกย้ายไปทำงานของตน

    ขณะนั้น ฉางอู๋อิ่งเดินเข้ามาอย่างรีบเร่ง พอเห็นว่าภายในห้องไม่มีใคร จึงกล่าวว่า “ซื่อจื่อคาดการณ์ไม่ผิด ฝ่าบาททรงสอบถามซูอิ่นเย่ว์แล้ว”

    มือของฉู่จี้เฟิงชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกประหม่าเล็กน้อย “นางตอบว่าอย่างไร”

    “นางบอกว่าวินิจฉัยไม่พบ” ฉางอู๋อิ่งกดเสียงต่ำลง แต่ก็ยังปิดบังความยินดีไม่ได้

    ดูเหมือนว่าฝีมือแพทย์ของซูอิ่นเย่ว์ก็ธรรมดาเท่านั้นเอง อย่างไรเสียฉินเย่ก็เหนือกว่านาง

    ฉู่จี้เฟิงเผลอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย อารมณ์ดีขึ้นทันที “ไปซื้ออาหารจากเชียนเว่ยโหลวกลับจวนสักหน่อย”

    ฉางอู๋อิ่งพยักหน้ารัวๆ “สมควรฉลองสักหน่อย เอ๊ะ ซื่อจื่อ ถ้าอยากกินอาหารของเชียนเว่ยโหลว ก็ไปกินที่นั่นเลยไม่ดีกว่าหรือ พอเอากลับมาจวน อาหารก็เย็นเสียแล้ว รสชาติคงไม่อร่อยเท่าเดิม”

    ฉู่จี้เฟิงไม่ได้สนใจคำพูดของเขา

    เมื่อไปถึงเชียนเว่ยโหลว ฉู่จี้เฟิงถามเขาว่า “นางชอบกินอะไร”

    ฉางอู๋อิ่งชะงักไปเล็กน้อย “ซื่อจื่อหมายถึงใครหรือ”

    “ซู...” ฉู่จี้เฟิงหยุดคำพูดลง “พระชายา”

    ฉางอู๋อิ่งกระตุกมุมปากเล็กน้อย “ผู้น้อยไร้ความสามารถ จะไปทราบได้อย่างไร คงต้องไปถามจี้หมัวมัวแล้วกระมัง?”

    ในใจเขารู้สึกหดหู่ ที่แท้เจ้านายของเขาไม่ได้อยากฉลองกับตนเอง แต่กลับคิดถึงซูอิ่นเย่ว์

    ฟ้าเริ่มมืด หากกลับจวนไปสอบถามคงเสียเวลามาก ฉู่จี้เฟิงจึงตัดสินใจเอง “เช่นนั้นก็ทำมาทั้งหมดอย่างละหนึ่งก็แล้วกัน”

    ฉางอู๋อิ่งเซถลาเล็กน้อย “นี่...นี่เชียนเว่ยโหลวมีอาหารมากกว่าสามสิบจาน ทำทั้งหมดอย่างละหนึ่ง จะกินหมดหรือขอรับ”

    “ก็ยังมีเจ้าไม่ใช่หรือ” ฉู่จี้เฟิงกล่าว

    ฉางอู๋อิ่งได้ฟังเช่นนั้น ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย 

    อย่างน้อยเจ้านายก็ยังไม่ลืมตน

    เนื่องจากจำนวนอาหารมากมาย ทางเชียนเว่ยโหลวจึงให้เด็กรับใช้ช่วยนำอาหารไปส่งถึงจวน

    เด็กชายสี่ห้าคนเดินขนอาหารจากหน้าประตูจวนไปยังเรือนชูอวิ๋นถึงสามสี่รอบ กว่าจะนำอาหารทั้งหมดเข้าไปได้ ทำให้ชาวบ้านที่ผ่านไปมาแวะชมกันไม่น้อย ต่างพากันอุทานว่าจวนหลิงอ๋องช่างฟุ่มเฟือยนัก อาหารกว่าสามสิบจานนี้ อย่างไรก็ต้องใช้เงินหลายพันตำลึงเงินเป็นแน่

    พอดีว่าในเวลานั้น หยางซื่อและซูเยียนหนิงมาที่เรือนชูอวิ๋นในฐานะแขก ยังไม่ทันจะได้ด่าซูอิ่นเย่ว์ ก็ถูกอาหารที่เด็กรับใช้นำมาส่งทำให้ตกตะลึง

    ไปกลับอยู่หลายรอบ อย่างไรก็ไม่น่าต่ำกว่ายี่สิบสามสิบจานแน่

    “ท่านแม่ ดูเหมือนจะเป็นคนของเชียนเว่ยโหลว?” ซูเยียนหนิงยืนอยู่ที่ระเบียงเอ่ยถามเสียงเบา

    นางเคยไปเชียนเว่ยโหลวอยู่หลายครั้ง จึงจำสัญลักษณ์ของกล่องใส่อาหารที่นั่นได้

    หยางซื่อพยักหน้า “ไม่ผิด ดูเหมือนซื่อจื่อจะเป็นคนที่ไม่ขัดสนเรื่องเงินเลยจริงๆ”

    อาหารของเชียนเว่ยโหลวแค่ไม่กี่จานก็ตกราวหนึ่งร้อยตำลึงแล้ว หากไม่ใช่ชนชั้นสูงหรือเศรษฐีในเมืองหลวง ก็แทบไม่มีโอกาสได้ย่างกรายเข้าไป

    ซูเยียนหนิงเชิดริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย แสดงท่าทีดูแคลน

    ต่อให้ฉู่จี้เฟิงร่ำรวยและมีอำนาจ แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงคนอายุสั้น ดูสิว่าเขาจะกินอาหารเหล่านี้ไปได้อีกกี่ปี

    ซูอิ่นเย่ว์ได้ยินเสียงเอะอะ จึงเดินออกมาดู แล้วถามด้วยความประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้น”

    จี้หมัวมัวสั่งการเด็กรับใช้เสร็จแล้ว ก็เดินเข้ามากล่าวว่า “ซื่อจื่อสั่งอาหารหลายอย่างจากเชียนเว่ยโหลว ให้คนนำมาส่งถึงจวน พระชายาช่างมีบุญนัก”

    ซูอิ่นเย่ว์ชะงักไป คิดในใจว่าฉู่จี้เฟิงเสียสติไปแล้วหรือไร

    ซูเยียนหนิงที่ก่อนหน้านี้ยังทำหน้าดูแคลนอยู่ พอได้ยินคำพูดของจี้หมัวมัว ก็กำผ้าเช็ดหน้าแน่นโดยไม่รู้ตัว

    “หมัวมัวหมายความว่า อาหารพวกนี้ซื้อมาให้น้องรองกินหรือ”

    จี้หมัวมัวมองคนตระกูลซูด้วยสายตาเย็นชา เอ่ยเสียงเรียบว่า “ซื่อจื่อของข้าไม่รู้เลยว่าซูฮูหยินและคุณหนูใหญ่ซูจะมาเป็นแขก ไฉนเลยจะซื้อมาเลี้ยงรับรองพวกท่าน”

    หยางซื่อสีหน้าหม่นลง มองซูอิ่นเย่ว์แล้วกล่าวว่า “อิ่นเย่ว์ ข้ายังไม่ได้พูดเรื่องสำคัญกับเจ้าเลย เช่นนั้นเจ้าควรให้ข้าอยู่รับประทานอาหารด้วยกันเสียหน่อยไม่ใช่หรือ”

    จี้หมัวมัวไม่เคยเห็นผู้ใดหน้าด้านเพียงนี้ นางจึงจ้องพวกนางด้วยสายตาดุดัน

    ซูอิ่นเย่ว์ไร้เรี่ยวแรงจะสนใจพวกนาง จึงกล่าวอย่างเกียจคร้าน “ท่านแม่มีเรื่องอันใดจะกล่าว พูดออกมาให้เร็วเถิด”

    หยางซื่อแค่นเสียงเย็นชา “วันนี้ฝ่าบาทมีพระราชโองการให้ตระกูลซูคืนสินเดิมให้เจ้า เจ้ายังไม่รู้อะไรเลยก็ไปยุแยงตัดพ้อต่อหน้าฝ่าบาท เจ้ารู้หรือไม่ว่าส่งผลเสียต่อสกุลซูเพียงใด!”

    นางเองก็ไม่รู้ว่าในชาติก่อนซูอิ่นเย่ว์ทำบุญมาด้วยสิ่งใด ถึงสามารถช่วยชีวิตองค์ชายใหญ่และสร้างความดีความชอบมหาศาลได้!

    หากเป็นเมื่อก่อน นางคงสั่งให้คนลงโทษซูอิ่นเย่ว์อย่างหนักไปแล้ว แต่บัดนี้แม้แต่ซูเจี้ยนจิ่นยังถูกลงโทษ นางจะกล้ากระทำการโดยพลการได้อย่างไร

    นิยายแนะนำ

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262