คฤหาสน์ตระกูลเมิ่งแห่งแคว้นฉิน
บริเวณรอบนอกของเรือนที่พักอาศัยของเหล่าสายเืหลักของตระกูลเป็ที่อยู่อาศัยของเหล่าข้ารับใช้ที่อยู่ภายใต้ตระกูลเมิ่ง พวกเขามีหน้าที่อำนวยความสะดวกทุกอย่างตามประสาที่ข้ารับใช้ควรกระทำไม่ว่าจะเป็การเตรียมสำรับข้าวปลาสำหรับสมาชิกตระกูลประมาณห้าร้อยคนทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม เข้าป่าเพื่อหาของสด หาท่อนไม้มาทำฟืนก่อไฟ เตรียมน้ำร้อนและอื่น ๆ อีกมากมายที่พูดทั้งวันก็ไม่หมด
แต่ก็ยังโชคดีที่เหล่าข้ารับใช้มีกันเกือบสองพันคนงานบ้านงานเรือนต่าง ๆ จึงถูกจัดการได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ขาดตกบกพร่องอันใดชีวิตของพวกเขาจึงนับว่าสุขสบายอยู่พอสมควรเมื่อเทียบกับการเป็ข้ารับใช้ของตระกูลอื่น
เสียก็แต่ไม่อาจฝึกฝนพลังิญญาได้ก็เท่านั้นเพราะทรัพยากรในการฝึกไม่ว่าจะเป็โอสถิญญาหรือเคล็ดวิชาล้วนเป็ของที่จำกัดไว้สำหรับสมาชิกที่มีสายเืของตระกูลเมิ่งเท่านั้นมีนาน ๆ ครั้งที่ข้ารับใช้ซึ่งมีแววจะถูกคัดเลือกให้ได้รับการฝึกบ้างแต่ก็เป็เพียงจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนข้ารับใช้ทั้งหมดที่มีอยู่ในตระกูลเมิ่ง
“หรูเป้ยเฟิง วันนี้เ้าได้อะไรกลับมารึ ?” เสียงของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกล่าวถามออกมาด้วยความร่าเริงเขาเป็ข้ารับใช้ของตระกูลเมิ่งมาเป็เวลาห้าปีแล้ว
“เหอซานนี่เองก็มีกระต่ายกับไก่ป่าอย่างละตัวน่ะ นอกจากนั้นก็มีพวกเห็นป่านิดหน่อย” หรูเป้ยเฟิงชายอายุราวสี่สิบกว่าปีตอบกลับอีกฝ่ายพลางชูกระต่ายและไก่ป่าในมือขึ้นสูงเพื่อให้อีกฝ่ายได้เห็น
“แบบนี้ก็หวานปากเ้าเลยสิกระต่ายตัวละห้าเหรียญทองแดง ส่วนไก่ตัวละสิบเหรียญทองแดง จะเอาเงินไปใช้ทำอะไรล่ะ” เหอซานกับหรูเป้ยเฟิงนับว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเป็อย่างมากทั้งคู่เป็ข้ารับใช้ของตระกูลเมิ่งเหมือนกัน
ตระกูลเมิ่งนับว่าเลี้ยงดูข้ารับใช้เป็อย่างดีบรรดาของป่าที่หามาได้ก็สามารถนำมาขึ้นเงินได้ถึงแม้จะได้น้อยกว่านำไปขายเองที่ตลาดแต่ก็ไม่ได้น้อยจนน่าเกลียดนักและก็ดีกว่าไม่ได้รับอะไรเลยอีกด้วย
“ก็คงนำไปซื้อขนมให้ลูกสาวข้านั่นแหละ” หรูเป้ยเฟิงกล่าวออกมาอย่างมีความสุขพลางยิ้มออกมา
“แม่หนูซิ่วอิงฮวาน่ะรึปีนี้อายุกี่ขวบแล้วล่ะ” เหอซานกล่าวถามออกมาเขาย่อมลูกจักลูกสาวของอีกฝ่ายเช่นกันนางเป็เด็กน้อยน่ารักที่มีนิสัยซุกซนไม่น้อยแต่ก็ฉลาดเป็กรดจนผู้ใหญ่บางคนตามไม่ทันเลยทีเดียว
“ปีนี้ก็สามขวบแล้วล่ะกำลังน่ารักน่าชังทีเดียว” หรูเป้ยเฟิงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป
“เช่นนั้นเ้าเอาสิ่งนี้ไปด้วยก็แล้วกันภรรยาของข้าทำขึ้นมาเองหวังว่าจะไม่รังเกียจนะ”เหอซานหยิบบางสิ่งจากกระเป๋ากางเกงออกมาให้
มันก็คือถุงเก็บของขนาดเล็กสีแดงน่ารักมีลวดลายปลาสีทองปักเอาไว้อย่างสวยงามปากถุงมีเชือกทั้งสองด้านเอาไว้รูดปิดปากถุงเพื่อไม่ให้ของที่ใส่ไว้หลุดออกมา
“ไม่รังเกียจหรอก ขอบคุณเ้าและภรรยาเ้ามากไว้ข้าจะต้มแกงเห็ดมาแบ่งนะ”หรูเป้ยเฟิงรับถุงเก็บของมาก่อนจะกล่าวขอบคุณ
หลังจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไปหรูเป้ยเฟิงเดินไปหาหัวหน้าข้ารับใช้เพื่อลงทะเบียนแลกเงินของป่าที่ไปล่ามาได้หลังจากกรอกข้อมูลเล็กน้อยเสร็จสิ้นเขาก็เดินกลับไปยังบ้านหลังเล็กของครอบครัวตนเองพร้อมกับเงินสิบห้าเหรียญทองแดงที่อยู่ในถุงเก็บของขนาดเล็กสีแดง
ข้ารับใช้ส่วนใหญ่ถ้ามีครอบครัวล้วนได้รับบ้านส่วนตัวกันทั้งนั้นถึงจะเป็เพียงบ้านขนาดเล็กที่มีเนื้อที่เพียงเล็กน้อยก็ตามแต่นั่นก็เป็การบ่งบอกได้ถึงความใจดีของตระกูลเมิ่งแล้วเพราะถ้าเป็ตระกูลอื่นข้ารับใช้ทุกคนจะต้องอยู่รวมกันภายในอาคารที่จัดเตรียมไว้เสียมากกว่า
“ที่รัก อิงฮวา ข้ากลับมาแล้ว” หรูเป้ยเฟิงเปิดประตูไม้พลางะโออกมาเสียงดังเล็กน้อย
ภายในบ้านขนาดเล็กที่มีเพียงฟูกปูพื้นและอุปกรณ์ทำครัวที่มุมหนึ่งมีสองแม่ลูกกำลังช่วยกันทำบางสิ่งอยู่ดูเหมือนจะเป็การตัดเย็บเสื้อผ้าจากเศษผ้าจำนวนมาก
“กลับมาแล้วเหรอจะทานข้าวก่อนไหมเดี๋ยวข้าจะจัดเตรียมให้” เหมยลี่ หญิงกลางคนอายุประมาณสามสิบกว่าปีกล่าวออกมาพลางยิ้มอย่างอ่อนโยนถึงแม้นางจะเริ่มมีอายุแล้วแต่ก็ยังคงความงามเอาไว้ได้เป็อย่างดี ใบหน้าเรียวสวยได้รูปแม้จะมีอายุมากและไม่ได้ใช้สิ่งประทินผิวใดๆ แต่เนื้อตัวของนางกลับเรียบเนียนดั่งหยกขาว ผมยาวสลวยชวนจับต้องชายใดได้มองล้วนต้องเหลียวกลับทุกครั้งไป
ในอดีตมีผู้คนมากมายมารุมล้อมเพื่อตามจีบนางจนชวนปวดหัวแม้ตอนนี้จะมีสามีและลูกสาวแล้วก็ยังคงมีคนมาตามจีบอยู่ดีสร้างความปวดหัวให้หรูเป้ยเฟิงไม่ใช่น้อยโชคดีที่เ้าลูกสาวตัวแสบชอบขัดขวางคนเ่าั้เอาไว้ตลอด
นางคือภรรยาของหรูเป้ยเฟิงที่อยู่กินกันมานานหลายสิบปีแล้ว
“พวกเราต้องเตรียมอาหารสำหรับคนในตระกูลหลักก่อนเดี๋ยวข้าจะช่วยเ้าทำเอง”หรูเป้ยเฟิงกล่าวออกมาพลางเดินเข้าครัวเพื่อไปล้างมือเตรียมทำกับข้าว
“ข้าจะช่วยท่านแม่เอง ท่านพ่อไปพักผ่อนเถอะเ้าค่ะ!”เด็กหญิงตัวน้อยกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงนางเดินไปขวางทางบิดาเอาไว้พลางดันให้บิดาของนางไปทางอื่น
“แต่ว่า...”หรูเป้ยเฟิงพยายามจะกล่าวอะไรบางอย่างออกมาแต่ก็ถูกภรรยาของตนขัดขึ้นเสียก่อน
“เอาตามที่ลูกว่านั่นแหละท่านไปพักผ่นก่อนเถอะ พวกเราจะจัดการเื่การเตรียมอาหารเอง” เหมยลี่กล่าวออกมาพลางเก็บกองเสื้อผ้าที่ยังทำไม่เสร็จให้เข้าที่หลังจากนั้นนางก็เดินไปช่วยลูกสาวเตรียมอาหาร
หรูเป้ยเฟิงที่กลายเป็หมาหัวเน่าก็ไม่มีอะไรทำสุดท้ายเขาจึงตัดสินใจที่จะไปเตรียมน้ำอุ่นให้คนในตระกูลหลักไว้อาบแทนหลังจากนั้นก็ค่อยกลับมาพักผ่อนทานข้าวกับครอบครัวของตนเอง
ชายกลางคนยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเดินออกจากบ้านเพื่อไปทำหน้าที่ของตน
เวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาที
“ข้ากลับมาแล้ว!” หรูเปิ้งเฟิงที่เพิ่งจะไปทำหน้าที่ของตนเสร็จกล่าวออกมาก่อนจะเดินเข้าบ้านของตน
แต่แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้ตัวของเขาชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะกล่าวบางสิ่งออกมา
“ลูกรัก..เ้ากำลังทำอะไรอยู่รึ?”
“ข้ากำลังช่วยท่านแม่ทำกับข้าวเ้าค่ะ!”
“แต่นั่น เ้ากำลังถลกหนังกระต่ายใช่ไหม?”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ! แต่ท่านพ่อไม่ต้องกังวลข้ากรีดคอเอาเืกระต่ายออกมาหมดแล้วไม่ทำให้เนื้อเสียรสชาติอย่างแน่นอน!”
“แต่ว่า...เ้าเพิ่งจะสามขวบเองนะ!” หรูเป้ยเฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“โวยวายอะไรกัน ? มีอะไรเกิดขึ้นรึ ?” เสียงของเหมยลี่ดังมาจากทางประตูทางเข้านางเพิ่งจะไปเตรียมน้ำอาบสำหรับครอบครัวของนางเสร็จ
ข้างบ้านหลังเล็กมีห้องอาบน้ำที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของหรูเป้ยเฟิงอยู่ด้วยแม้จะมีขนาดเล็กมากแต่ก็ยังดีกว่าต้องไปอาบน้ำรวมกับข้ารับใช้คนอื่นทั้งสะดวกและประหยัดเวลามากกว่าอีกด้วย
“ก็..ลูกของเราถลกหนังกระต่ายน่ะสิ” หรูเป้ยเฟิงกล่าวออกมา
“ก็เื่ปกตินี่นา จะทำอาหารก็ต้องลอกหนังกระต่ายออกก่อนสิแล้วเอาเนื้อมาทำลูกของเราเก่งจะตาย”เมื่อเห็นว่าภรรยากล่าวออกมาเช่นนี้หรูเป้ยเฟิงก็ได้แต่ปิดปากของตนที่กำลังจะกล่าวบางอย่างลงไป
แล้วข้าจะกล่าวสิ่งใดได้กันเล่า...
“ข้าเก่งไหมเ้าคะ!ท่านพ่อชมข้าสิ!” เด็กน้อยกล่าวออกมาพลางยืดตัวตรงใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มสมวัยถูกแต่งแต้มไปด้วยความสุข
“..ลูกพ่อเก่งที่สุดเลย” ชายกลางคนได้แต่พยายามปั้นรอยยิ้มพลางกล่าวออกมา
“แต่คราวหลังช่วยทำอะไรที่มันสมเป็เด็กกว่านี้หน่อยจะได้ไหม?” เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
“ได้เ้าค่ะ! คราหน้าข้าจะไม่ให้ท่านแม่เชือดคอไก่ข้าจะทำเอง! รวมถึงถอนขนไก่ทั้งเป็ด้วยเ้าค่ะ!”
เมื่อเด็กสาวกล่าวจบครอบครัวพ่อแม่ลูกก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน
แม่และลูกสาวหัวเราะด้วยความสุข
ส่วนคนเป็พ่อ...คงยากที่จะบอกอารมณ์ของเขาได้ว่าหัวเราะเพราะสิ่งใดกัน