หลังจากชัยชนะแบบ "งงๆ" ในลานประลอง ชื่อเสียงของคุณชายสี่ กงจื่อสี่ ก็เริ่มเปลี่ยนจาก "ขยะที่ไม่มีใครเอาถ่าน" กลายเป็ "ขยะที่ดวงดีที่สุดในใต้หล้า" ทว่าเ้าตัวกลับไม่ได้สนใจคำครหาเ่าั้แม้แต่น้อย เขายังคงนอนเอกเขนกอยู่บนรถม้าที่มุ่งหน้าไปยัง 'คุกโลกันตร์' ซึ่งเป็แหล่งกักขังนักโทษาและทาสชั้นต่ำที่สุดของพรรคมารทมิฬ
"คุณชายเ้าคะ... ท่านจะมาที่นี่อีกทำไม?" เสี่ยวเตี๋ย ถามพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก กลิ่นอายของที่นี่ช่างเหม็นอับและเต็มไปด้วยความตาย "คราวก่อนท่านก็ได้โม่ขวางมาแล้วคนหนึ่ง ท่านยัง้าคนเพิ่มอีกหรือเ้าคะ?"
"เสี่ยวเตี๋ย... เ้าไม่เข้าใจ" กงจื่อสี่หาวหนึ่งวอดใหญ่ๆ "การที่มีโม่ขวางคนเดียว มันหมายความว่าเขาก็ต้องทำงานหนักเกินไป ถ้าเขาเหนื่อยจนตาย ใครจะแบกข้ากลับห้องล่ะ? ข้าต้องหา 'แรงงาน' มาช่วยแบ่งเบาภาระเขาหน่อย"
โม่ขวาง ที่ทำหน้าที่ขับรถม้าอยู่ด้านหน้าถึงกับคิ้วกระตุกเบาๆ เขาพึ่งจะรู้ว่าความหวังดีของเ้านายคือการหาคนมาช่วย 'แบก' เพิ่มเพื่อความี้เีที่ยั่งยืน
เมื่อมาถึงลานกว้างหน้าคุก พวกเขาพบว่าไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียวที่มาที่นี่ กงจื่อเอ้อ พี่รองผู้เ้าเล่ห์กำลังยืนคัดเลือกทาสชั้นดีอยู่ พร้อมกับเหล่าบอดี้การ์ดที่สวมเกราะเงาวับ
"โอ้... น้องสี่! ไม่นึกว่าจะเจอเ้าที่นี่" กงจื่อเอ้อคลี่ยิ้ม สายตาแฝงความดูแคลน "ได้ข่าวว่าเ้าชนะประลองมาแบบปาฏิหาริย์ เลยอยากจะมาหาคนไปประดับบารมีเพิ่มงั้นรึ? แต่เสียใจด้วยนะ ทาสระดับหัวกะทิที่มีลมปราณแข็งแกร่ง ข้าเหมาไปหมดแล้ว"
กงจื่อเอ้อชี้ไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์ร่างกายกำยำนับสิบคนที่ถูกโซ่ล่ามไว้ "แต่ละคนราคาไม่ต่ำกว่า 500 ตำลึงทอง มีแต่ยอดฝีมือทั้งนั้น"
กงจื่อสี่มองผ่านๆ ไปที่ยอดฝีมือเ่าั้ ทว่าในสายตาของเขาที่เปิดใช้งาน [เนตรสยบมาร] คนพวกนี้มีแต่จุดบอดเต็มไปหมด พลังปราณดูเหมือนจะแข็งแกร่งแต่กลับกลวงโบ๋เหมือนฟองน้ำ
[ตรวจพบเป้าหมายคุณภาพต่ำ: นักรบรับจ้าง (ค่าศักยภาพ: 15/100)] [คำแนะนำ: อย่าเสียเงินแม้แต่หนึ่งตำลึงเงินกับขยะกลุ่มนี้]
"ตามสบายเลยพี่รอง... ของแพงๆ แบบนั้นข้าไม่มีปัญญาซื้อหรอก" กงจื่อสี่เดินเลี่ยงไปที่มุมมืดๆ ที่มีทาสกลุ่มหนึ่งนั่งกองอยู่บนพื้นดิน พวกเขาดูผอมโซ าเ็ และบางคนก็ดูเหมือนคนแก่ที่ใกล้จะหมดลมหายใจ
"น้องสี่... เ้าจะเอาไอ้พวกเศษเดนพวกนี้ไปทำอะไร?" กงจื่อเอ้อหัวเราะลั่นจนคนรอบข้างหันมามอง "ดูนั่นสิ! ชายแก่ตาบอดหนึ่งคน เด็กหนุ่มแขนด้วนหนึ่งคน และผู้หญิงที่ดูเหมือนคนเป็วัณโรคอีกหนึ่งคน... เ้าจะเปิดโรงหมอรึ?"
กงจื่อสี่ไม่ได้สนใจเสียงหัวเราะ เขามองไปที่คนทั้งสามด้วยหัวใจที่เต้นรัว (แม้ภายนอกจะดูเหมือนคนง่วงนอนก็ตาม) เพราะในสายตาของเขามันปรากฏข้อความสีทองเจิดจ้า
ชายแก่ตาบอด: [สถานะ: อดีตเ้าแห่งพิษ (เส้นลมปราณถูกผนึกด้วยเข็มหยก)] - ศักยภาพ: 98/100
เด็กหนุ่มแขนด้วน: [สถานะ: กายามหาเทพ (แขนที่หายไปคือการสะสมพลังเพื่อวิวัฒนาการ)] - ศักยภาพ: 95/100
หญิงสาวขี้โรค: [สถานะ: จิติญญากระบี่ไร้ลักษณ์ (ไอที่ออกมาคือกระแสปราณกระบี่ที่ร่างกายรับไม่ไหว)] - ศักยภาพ: 99/100
"เถ้าแก่... สามคนนี้ราคาเท่าไหร่?" กงจื่อสี่ถามนายหน้าค้าทาส
เถ้าแก่ทำหน้าเหมือนเจอคนโง่ "เอ่อ... คุณชายสี่ คนพวกนี้มันใกล้ตายแล้วนะเ้าคะ ข้ากะจะเอาไปโยนทิ้งให้เสือกินอยู่แล้ว ถ้าท่านอยากได้... ข้าขอแค่ 1 ตำลึงเงิน รวมทั้งสามคนเลยเ้าค่ะ!"
"หนึ่งตำลึงเงินรึ? แพงไปนะ" กงจื่อสี่แสร้งขมวดคิ้ว "พวกนี้เดินยังจะไม่ไหว ข้าต้องเสียค่ารถม้าขนกลับอีก... ข้าให้ 50 อีแปะ ขาดตัว!"
กงจื่อเอ้อถึงกับกุมขมับ "น้องสี่... เ้าต่อราคาจนข้าอายแทนจริงๆ เพื่อเงินแค่ไม่กี่อีแปะ เ้าถึงกับยอมหิ้วขยะพวกนี้กลับไปรึ?"
"เงินทองมันหายากนะพี่รอง ข้าต้องเอาไปซื้อหมอนนุ่มๆ อีก" กงจื่อสี่โยนถุงอีแปะให้เถ้าแก่ "ดีล! เอาคนพวกนี้ไปขึ้นรถข้า"
[ติ๊ง! โฮสต์ทำสัญญาซื้อขาย 'ทาสระดับเทพ' ในราคา 'เศษขยะ'] [ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 2,000 แต้ม] [ปลดล็อกทักษะ: 'รัศมีจอมี้เี' (ข้ารับใช้รอบกายจะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อโฮสต์นอนหลับ)]
ระหว่างที่ทาสทั้งสามกำลังถูกพยุงขึ้นรถม้า กงจื่อเอ้อที่อยากจะหักหน้ากงจื่อสี่ต่อหน้าทุกคนก็เอ่ยขึ้น "น้องสี่ ในเมื่อเ้ามั่นใจในสายตาของเ้านัก... วันพรุ่งนี้เป็วันที่ข้าต้องพากองกำลังใหม่ไปกวาดล้าง 'รังโจรป่าเมฆาดำ' หลังเขา เ้ากล้าพา 'กองทัพทาส' ของเ้าไปประลองกับข้าไหมล่ะ? ใครฆ่าหัวหน้าโจรได้ก่อน... ฝ่ายนั้นจะได้ 'เหมืองเกลือ' ที่ท้ายเมืองไปครอง"
เหมืองเกลือ! นั่นคือแหล่งรายได้มหาศาลที่กงจื่อสี่้าเพื่อใช้ขับเคลื่อนแผนการสโลว์ไลฟ์ในระยะยาว
"เหมืองเกลือรึ? ก็น่าสนใจนะ" กงจื่อสี่ยิ้มจางๆ "แต่ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ... ระหว่างที่กองทัพข้าสู้ ข้าขออนุญาตนอนพักสายตาอยู่บนรถม้านะ ข้าไม่ชอบเื"
"ฮ่าๆๆๆ! ตามใจเ้า! ต่อให้เ้านอนจนตายบนนั้น กองทัพคนพิการของเ้าก็ไม่มีทางรอดเกินสิบก้าวแรกหรอก!" กงจื่อเอ้อเดินจากไปด้วยความสะใจ
ค่ำคืนนั้น ในเรือนพักส่วนตัว กงจื่อสี่เรียกทาสทั้งสามมาพบ หานเสวี่ยและโม่ขวางยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้างด้วยความสับสน
"พวกเ้า... อยากหายใจได้ทั่วท้องไหม?" กงจื่อสี่เอ่ยถามพลางจิบชา (ที่เสี่ยวเตี๋ยเป่าให้)
เขาเดินไปที่ชายแก่ตาบอดแล้วสะบัดนิ้วเบาๆ [เนตรสยบมาร] มองเห็นเข็มที่ผนึกปราณไว้อย่างชัดเจน เขาใช้พลังปราณมารเกียจคร้านดีดเข็มนั้นหลุดออกมาเพียงเล่มเดียว
พรึ่บ!
กลิ่นอายพิษที่รุนแรงจนหานเสวี่ยต้องชักดาบะเิออกมาจากร่างชายแก่ทันที! ตาที่เคยบอดกลับเริ่มมีประกายสีเขียวมรกต
"ท่าน... ท่านมองเห็นมันรึ?" ชายแก่ถามด้วยเสียงสั่นสะท้อน
"ข้าแค่มองเห็นว่ามันขวางหูขวางตา" กงจื่อสี่ยักไหล่ "อีกสองคน ข้าจะรักษาให้ระหว่างทางไปรังโจร... ตอนนี้พวกเ้าไปพักเถอะ พรุ่งนี้ต้องทำงานแลก 50 อีแปะที่ข้าเสียไปนะ"
หานเสวี่ยจ้องมองกงจื่อสี่ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความทึ่ง 'เขารวบรวมสัตว์ประหลาดมาไว้ในที่เดียว... โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยสักคน'
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ตีนเขาเมฆาดำ กงจื่อเอ้อคุมกองกำลังนักรบรับจ้างนับสิบสวมเกราะเหล็กดูเกรงขาม ส่วนกงจื่อสี่... เขากำลังหาวอยู่บนรถม้าที่มีคนพิการสามคนและโม่ขวางยืนล้อมรอบ
"เริ่มได้!"
ทหารของกงจื่อเอ้อพุ่งทะยานเข้าไปในรังโจรด้วยความฮึกเหิม ทว่ากงจื่อสี่กลับโบกมือเบาๆ "พวกเ้า... ไปเถอะ ข้าจะนอนรอตรงนี้ ถ้าพวกเ้าทำเหมืองเกลือข้าหลุดมือ... ข้าจะหักเงินเดือนพวกเ้าไปอีกสิบปี"
ชายแก่ตาบอด หญิงสาวขี้โรค และเด็กหนุ่มแขนด้วน ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาหัวเราะเยาะของเหล่าสมุนกงจื่อเอ้อ
แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา... เสียงกรีดร้องที่โหยหวนที่สุดเท่าที่ยุทธภพเคยได้ยินก็ดังออกมาจากในป่า พร้อมกับหมอกพิษสีเขียวที่ปกคลุมท้องฟ้า และไอประลัยกัลป์ที่รุนแรงจนแม้แต่พี่รองยังต้องหน้าซีดเผือด
"นั่นมัน... สัตว์ประหลาดอะไรกัน!!!"
กงจื่อสี่หลับตาลงอย่างมีความสุข [ระบบ: รัศมีจอมี้เีทำงาน... พลังของบริวารเพิ่มขึ้น 300% เนื่องจากโฮสต์เข้าสู่สภาวะหลับลึก]
‘อา... เหมืองเกลือของข้า... ลอยมาหาแล้วสินะ’
Wisan-Mars