ภายใต้ผ้าห่มพยับพเยิบอีกครั้ง น้ำฟ้าที่นอนสงบสุขอยู่ได้ไม่นานก็เริ่มอ่อนเพลีย แต่ริมฝีปากของชายหนุ่มที่พลิ้วไหวอยู่บนร่างของเธอก็ปลุกราคะสำเร็จอีกครั้ง หญิงสาวบ่นพึมพำตำหนิเขาอยู่สองสามประโยค ก่อนจะเปลี่ยนเป็เสียงอือๆ อาๆ ด้วยความพอใจ
เขาโยนถุงยางอนามัยใช้แล้วลงถังขยะเล็กเป็อันที่สามก่อนจะกอดเธอนอนหลับไป น้ำฟ้านอนหันหลังแนบกับอกแกร่ง ใกล้จะหกโมงเช้า นาฬิกาดิจิทัลที่เธอวางไว้หัวเตียงส่งเสียงปลุก เธองัวเงียลุกขึ้น หันไปมองผู้ชายที่ทำให้เธอเหนื่อยอ่อนยังคงหลับตาพริ้ม
“นี่นาย เช้าแล้วนะ ตื่นได้แล้ว”
คราวก่อนเป็เขาที่ปลุกเธอั้แ่ตีห้ากว่าเพราะกลัวว่าเธอจะไปทำงานไม่ทัน ณัฐวุฒิลืมตาขึ้น พอเห็นแสงสว่างจากข้างนอกเขาก็พยายามยันกายลุก
“คราวหน้า เราอย่าเริ่มตอนดึกแบบนี้อีกนะ ผมยังนอนไม่พอเลย”
พลั่ก!
เธอทุบเขาที่หัวไหล่ด้วยความหงุดหงิด “ใครล่ะไม่ยอมเลิก? ฉันบอกแล้วว่าแค่ครั้งเดียวก็พอ”
เขายกมือมาดึงแขนของเธอไว้จนเซถลามาซบอก เขาจูบเข้าที่ขมับของ เธอ “คุณเริ่มก่อนเองนะ ร้อนฉ่าขนาดนั้น ผมอดใจไม่ไหว”
“ปล่อยได้แล้ว ฉันจะไปอาบน้ำ ออกสายกว่านี้ไม่ทันพอดี”
เขาได้ยินเธอพูดเื่งานก็โอนอ่อนผ่อนตาม ปล่อยให้เธอดึงเขาให้ลุกขึ้นนั่ง “ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมไปเตรียมอาหารเช้าให้”
“คุณมีอาหารเช้าด้วยเหรอ?”
“ก็อุ่นซาลาเปา ปิ้งขนมปัง ทำไข่ดาว มีนมสดกับกาแฟ ก็น่าจะพอแล้วนะ” เขาเงยหน้ายิ้มให้เธอ
วูบหนึ่ง น้ำฟ้ารู้สึกว่าหากตนเองกับณัฐวุฒิไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเกลียดชังและพลั้งพลาด เขาก็นับว่าเป็ผู้ชายที่ไม่ได้เลวร้าย หน้าตาก็ดี บ้านเรือนห้องหับของเขาก็สะอาดสะอ้านเป็ระเบียบ ทำอาหารก็อร่อย
“คุณทำหน้าแบบนี้ ผมใจไม่ดีเลยนะ” เขายกสองมือขึ้นประสานปิดหน้าอกของตนเอง “อย่าคิดลามกกับผมเชียว เดี๋ยวเข้าทำงานสาย”
“คนบ้า!” ใบหน้าเธอร้อน รีบสะบัดหน้าเข้าห้องน้ำไป
พอเลิกงาน น้ำฟ้าก็กดโทรศัพท์หาณัฐวุฒิ เธอกลับมาถึงบ้านก็อาบน้ำแต่งตัวและไปหามารดา เคราะห์ดีที่มารดาของเธอยังไม่ออกไปร่วมวงไพ่กับกลุ่มเพื่อนฝูง เธอถามถึงที่ดินผืนนั้น
“อ้อ ก็ที่ดินเก่าของคุณปู่ไง สองปีที่แล้วลุงสายมาขอซื้อจากคุณพ่อ เห็นว่าจะสร้างบ้านอยู่ คุณพ่อเห็นว่าเป็ญาติกันก็เลยขายให้ นี่สร้างเสร็จแล้วเหรอ? ไม่เห็นชวนไปขึ้นบ้านใหม่เลย”
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ได้ยินคนเล่าให้ฟังว่ามีบ้านเพิ่งสร้าง ฟ้าคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินคุณพ่อพูดเื่ที่ดินผืนนั้น”
น้ำฟ้าขับรถออกจากบ้านไปดูบ้านก็เห็นตามที่ณัฐวุฒิบอก รั้วสูงมากยากจะมีคนปีนเข้าไปได้ ครู่หนึ่งก็มีรถเก่งขับออกมา กระจกข้างหนึ่งถูกกดลง มือของผู้ชายยื่นบุหรี่ออกมาเขี่ย ทำให้เห็นว่าข้างในมีชายฉกรรจ์หลายคน
เธอตื่นเต้นและอยากรู้ว่าคนพวกนี้กำลังจะไปทำสิ่งใด ตามที่ณัฐวุฒิบอกเธอ คนพวกนี้ถูกสายน้ำเลี้ยงเอาไว้ น้ำฟ้าขับรถตามพวกเขาไปเรื่อยๆ จนพบว่าพวกเขาไปจอดรถซุ่มอยู่ริมถนนแห่งหนึ่ง เธอก็จอดรถอยู่ห่างออกไปพอสมควร
“ฉันนี่นะ น่าจะมีกล้องส่องทางไกลติดรถไว้สักอัน”
เธอจอดรถอยู่นานราวครึ่งชั่วโมง ก็มีรถอีกคันขับมาเทียบรถต้องสงสัย ผู้ชายสองคนลงจากรถคนละคัน คล้ายกับจะลงมาหารือบางอย่าง จากนั้นพวกเขาก็ขับตามกัน เธอทิ้งระยะและออกรถตามไปห่าง
เวลานั้นแสงไฟตามท้องถนนเริ่มติดเป็ระยะๆ ความมืดโรยตัวลงปกคลุมเวิ้งฟ้า รถสองคันที่ตามกันไป คันหลังจอดซุ่มอยู่ที่แห่งหนึ่ง ส่วนคันแรกวิ่งห่างออกไปไกล
“อะไร? แยกกันเหมือนวางกับดัก”
รออยู่พักหนึ่ง รถสปอร์ตคุ้นตาก็เลี้ยวออกมาจากถนนใหญ่ น้ำฟ้ามองดูเลขทะเบียนแล้วพลันชะงัก นั่นเป็รถของธเนศน้องชายฝาแฝดของธนา พอรถธเนศขึ้นถนนใหญ่แล้ว รถที่จอดซุ่มอยู่นั่นก็เลี้ยวตามไป
น้ำฟ้าใจเต้นตึกตัก เธอได้เห็นกับตาแล้วว่าธเนศกำลังถูกลอบสะกดรอยอย่างที่ณัฐวุฒิบอกไว้จริงๆ หญิงสาวรีบกดโทรศัพท์หาเขาด้วยมืออันสั่นเทา
“นี่เป็ครั้งแรกเลยนะที่คุณโทรหาผม คิดถึงเหรอ?”
“นี่ อย่ามาโยกโย้ คุณบอกให้ฉันรายงานเื่ที่ไปสืบ ฉันก็เลยคิดจะตามไปดูบ้านหลังที่คุณสงสัยซะหน่อย คุณอยู่ไหน?”
“ผมกำลังตามคุณเนศอยู่ ตอนนี้มีรถต้องสงสัยกำลังสะกดรอยตาม”
พอได้ยินที่เขาบอกก็ใ “ฉันไม่เห็นรถคุณเลยสักคัน”
“คุณอยู่ไหน?”
หญิงสาวบอกถนน “ฉันตามหลังรถพี่เนศอยู่ห้าสิบเมตร”
ณัฐวุฒิหันกลับไปมอง เขานั่งอยู่เบาะหลัง กำลังพาคนติดตามดูธเนศ จากการดักฟังโทรศัพท์ได้ยินสายน้ำพูดเื่ลงมือ
“คุณไม่ต้องตามใกล้ ผมนั่งอยู่รถคันข้างหน้าคุณห่างไปสามคัน”
“คันไหน?”
ชายหนุ่มบอกป้ายทะเบียนและสีรถให้น้ำฟ้ารู้ เธอชะเง้อมองก็เห็นรถเอนกประสงค์คันใหญ่สีขาว
“ฉันจะขับรถตามไปเงียบๆ ก็แล้วกัน”
“ระวังตัวด้วย ผมยังไม่รู้ว่าพรรคพวกของเขามากันกี่คัน”
น้ำฟ้ารีบเล่าให้เขาฟังถึงรถน่าสงสัยสองคันที่เธอ ณัฐวุฒิรู้สึกไม่สบายจึงบอกให้เธอกลับบ้าน แต่น้ำฟ้าไม่ยอม
“คุณบอกจะให้ฉันเป็สายลับแล้วนะ พอเกิดเื่ตื่นเต้นจะไม่ให้ฉันมีส่วนร่วมเลยเหรอ?”
“มันอันตราย ผมไม่รู้ว่าพวกเขาพกอาวุธมาเยอะแค่ไหน? คุณกลับบ้านไปก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง”
“ไม่ ฉันไม่กลับ เอาเป็ว่าฉันจะดูอยู่ห่างๆ ก็แล้วกัน”
ธเนศขับรถไม่เร็วนัก เขากำลังจะไปพบเพื่อนที่นัดหมายไว้ร้านอาหารบนดาดฟ้าโรงแรมดัง ชายหนุ่มเลือกเลี้ยวรถไปตามถนนเลียบคลองใหญ่
“แถวนี้เหมาะจะลงมือ ทุกคนคอยจับตาดูให้ดี” ณัฐวุฒิสั่งการไปในโทรศัพท์มือถือ
“พี่ณัฐ รถพวกมันจอดอยู่ตรงนี้คันหนึ่งครับ ตำแหน่งดีซะด้วย”
“ดียังไง?”
“ตลิ่งริมคลองตรงนี้มันพัง”
ณัฐวุฒิฟังแล้วใจหายวาบ “ถ้างั้น....”
บรื๋น.....!
โครม!
“เป็ไงบ้าง?”
“แยกย้ายครับ รถมันตกน้ำไปแล้ว”
“คุณเนศล่ะ”
“น่าจะไม่รู้เื่ครับ โน่น! ขับเลยไปแล้ว”
น้ำฟ้าตะลึง เธอตามหลังมาห่างพอสมควรก็จริงแต่ถนนสายนี้ค่อนข้างเงียบ จังหวะที่เกิดอุบัติเหตุรถชนกันตกน้ำ เธออยู่บนถนน่ที่เป็เนินพอดี แม้จะมองจากระยะไกลก็ยังเห็นว่ารถสีเงินคันใหญ่พุ่งชนรถสีดำอีกคันจนลอยตกคลอง
“ชนแล้วหนี! น่ากลัวจัง”
รถคันที่พุ่งออกมาชนตรงเข้าที่ท้ายด้านข้าง จากนั้นก็หลบหนีอย่างรวดเร็ว คันเก๋งคันสีดำอีกคันวิ่งเข้ามาจอดตรงริมตลิ่ง น้ำฟ้าชะลอรถเข้าข้างทาง เธอจำได้ว่าคันที่เข้ามาดูก็คือคันที่ขับออกจากบ้านของลุงสายน้ำ หญิงสาวมองไปทางขวามือ รถที่ณัฐวุฒินั่งมาจอดอยู่อีกฟากของคลอง
เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น หญิงสาวรีบกดรับ
“คุณฟ้า ถอยรถออกมาเดี๋ยวนี้! อย่าให้พวกเขาผิดสังเกตเด็ดขาด”
“แต่ว่านั่นมันอุบัติเหตุนะ”
“เดี๋ยวตำรวจกับกู้ภัยก็มา คุณออกมาก่อน”
เธอรีบถอยรถแล้วเลี้ยวกลับไปอีกทาง เธอไปจอดรถณัฐวุฒิห่างจากที่เกิดเหตุราวสองร้อยเมตร เขาวิ่งลงจากประตูหลังรถ ขึ้นมานั่งข้างเธอ
“กลับไปที่คอนโดผมก่อน รอฟังข่าว”
************
