ที่บนูเา...
คู่สามีและภรรยาที่แม่ลู่ได้บ่นถึงอยู่นั้น พวกเขาก็กำลังจะกินไก่ขอทานกันพอดีเลย หลังจากเก็บผักป่าได้สักพัก ลู่ตงหยางก็จับไก่ป่าได้มาหนึ่งตัว พอเห็นว่าเที่ยงแล้ว ก็เลยทำอาหารกินกันเองที่บนูเานี้เลย
"อร่อยจังเลยครับ ผมไม่เคยรู้เลยนะครับเนี่ย! ว่าภรรยาของผมทำอาหารได้อร่อยมากขนาดนี้"
ลู่ตงหยางที่กำลังทานไก่ขอทานที่ภรรยาของเขาทำให้ทานเป็ครั้งแรก ก็อดที่จะเอ่ยชมภรรยาของเขาไม่ได้
อันหนิงลี่ก็รู้สึกอายอยู่เหมือนกัน ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาเธอไม่เคยจะทำอาหารให้สามีของเธอทานสักครั้งหนึ่งเลย แต่ก็ช่วยไม่ได้ ก่อนที่เธอจะได้หลอมรวมความทรงจำกับชาติที่แล้วของเธอได้นั้น
ตัวเธอเองที่ได้เกิดในชาตินี้ ก็เป็คนที่ี้เีจริงๆ และถึงในตอนนั้นเธอจะสามารถทำอาหารได้ก็จริง แต่ก็คงไม่อร่อยเหมือนอย่างที่ทำในตอนนี้อย่างแน่นอน เพราะครั้งนี้ตัวเธอก็อาศัยให้พลังไม้ช่วย เลยทำให้อาหารที่เธอทำอร่อยมากยิ่งขึ้นเท่านั้นเอง
ตอนที่แต่งงานกับอาหยางในตอนแรก แม่สามีและพี่สะใภ้รองก็สอนเธอให้ทำอาหารเหมือนกัน แต่แม่สามีและพี่สะใภ้รองเห็นว่าเธอทำอาหารได้ไม่อร่อยแล้วยังใช้น้ำมันและเครื่องปรุงในครัวเยอะอีก
แม่สามีเลยตัดสินใจไม่ให้เธอทำอาหารอีกเลย ถึงพี่สะใภ้รองจะบ่นเล็กน้อย หาว่าเธอี้เีมากเลยแกล้งทำมากกว่า แต่คำสั่งของแม่สามีได้เอ่ยออกมาแล้ว พี่สะใภ้รองก็ไม่กล้าบ่นอะไรมากอีกต่อไป
และไม่สามารถคัดค้านอะไรได้มาก เลยได้แต่บ่นให้กับพี่สามีคนรองฟังเท่านั้น
แต่ก็อย่างที่รู้กันอยู่ พี่สามีคนรองก็รักน้องชายคนเล็กของเขามาก พี่สะใภ้รองบ่นไปก็เท่านั้น อนิจจา..การเป็สะใภ้บ้านนี้ช่างยากลำบากซะจริงๆ
"ถ้าอย่างนั้น ต่อไปนี้ฉันจะทำอาหารให้คุณทานบ่อยๆ นะคะ "
"ขอบคุณครับภรรยา "
เมื่อเห็นว่าภรรยาดูเหมือนจะรักเขามากขึ้น และก็อดดีใจไม่ได้ เขาคิดว่าถ้าได้ทานของอร่อยแบบนี้ทุกวันจะดีแค่ไหนกันนะ...
"สามีคะ คุณว่าถ้าเราแยกครอบครัวตอนนี้จะดีไหมคะ? เพราะตอนนี้เราทั้งคู่ต่างก็มีความลับ ฉันคิดว่า ถ้าอยู่ที่บ้านเดียวกันเหมือนตอนนี้ คงทำอะไรไม่สะดวกแน่นอนเลยค่ะ"
ลู่ตงหยางเมื่อได้ยินภรรยาพูด ก็คิดว่าดูเหมือนจะจริงอย่างที่ภรรยาบอก
ตอนนี้เขาทั้งคู่มีความลับ และถ้ายังอยู่กับครอบครัวก็อาจทำอะไรไม่สะดวกจริงๆ
"อืม...เดี๋ยวผมจะกลับไปคุยกลับพ่อแม่ดูนะครับ ถ้าเราขอแยกออกไปอยู่บ้านหลังเก่าตรงตีนเขา พ่อกับแม่คงไม่ว่าอะไรหรอกนะครับ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีค่ะ เพราะฉันคิดว่าถ้าเราย้ายออกไปแล้วสร้างบ้านเองเลย อาจมีคนสงสัยเื่เงินอีก ถ้าย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังเก่าก็ดีเลยค่ะ "
อันหนิงลี่เห็นด้วยอย่างมากที่จะย้ายไปอยู่บ้านหลังเก่าของสามี ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกล จากบ้านพ่อแม่ของสามีและบ้านชาวบ้านมากไปหน่อย แต่ก็ดีสำหรับเธอและสามีที่จะสามารถทำอะไรได้สะดวก จะได้ไม่ต้องมีคนอื่นมาคอยจับผิดเอาได้
"ตกลงครับ แต่บ้านหลังนั้นเก่าหน่อยนะครับ ภรรยาอยู่ได้จริงๆ ใช่ไหม?"
"อยู่ได้ค่ะ ถึงบ้านหลังเก่าจะเก่าหน่อย แต่ถ้าเราซ่อมแซมใหม่ ก็อยู่ได้แน่นอนค่ะ"
พอเห็นว่าภรรยาดูเหมือนจะไม่รังเกียจบ้านหลังเก่าจริงๆ ก็โล่งใจ เพราะบ้านหลังเก่า ได้สร้างมานานแล้ว ถึงจะเป็บ้านอิฐ แต่มันก็ไม่เหมือนกับบ้านหลังใหม่ที่พวกเขาได้อาศัยอยู่ในตอนนี้ ที่พึ่งสร้างได้มา 2 ปีเอง
พอทานอาหารกลางวันเสร็จ อันหนิงลี่ก็ชวนสามีไปหาของป่าต่อกันอีก
ดูเหมือนว่าพลังไม้ของเธอจะใกล้เข้าระดับสามแล้ว เธอรู้สึกว่าพอมาที่โลกนี้พลังไม้ของเธอมันเพิ่มขึ้นไวมากกว่าในยุควันสิ้นโลกซะอีก
นี่ถ้าพลังไม้ของเธอเพิ่มขึ้นเป็ระดับสามแล้ว
เธอก็สามารถทำให้ผักที่เธอปลูกโตพร้อมทานได้เลยทันที ดูเหมือนว่าโลกนี้จะเป็มิตรกับพลังไม้ของเธอมากจริงๆ
**********
ที่บ้านกัปตันลู่......
ตอนนี้ก็ถึงเวลาทานอาหารเที่ยงแล้ว คนที่ไปทำงานกันในทุ่งนา ก็กลับมาทานอาหารที่บ้านกันแล้ว
เป็ซูซ่านสะใภ้รองที่กลับมาถึงก่อนพร้อมกับลูกทั้งสองคนของเธอ
พอกลับมาถึงที่บ้านก็เห็นว่าแม่สามีของเธอกำลังทำอาหารเสร็จพอดี
และเห็นว่าน้องสะใภ้คนเล็กไม่อยู่ก็อดถามกับแม่สามีไม่ได้
"ฉันก็ไม่รู้ว่าทั้งคู่ไปไหน พอกลับมาก็ไม่เห็นทั้งคู่แล้ว เธอจะอยากรู้ไปทำไม มาช่วยฉันยกอาหารนี่!"
แม่ลู่ที่ได้ยินลูกสะใภ้รองถามหาลูกชายและลูกสะใภ้คนเล็กก็ไม่ค่อยพอใจอยู่นิดหน่อย เลยใช้ให้มาทำงานซะเลยนี่
ซูซ่านที่ได้ยินแม่สามีพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร เธอก็รีบเข้าไปช่วยแม่สามียกอาหารตามที่สั่งทันที
ถึงแม้จะไม่พอใจแค่ไหน แต่เธอก็กลัวแม่สามีมากจริงๆ
พอทั้งคู่ช่วยกันเตรียมอาหารเสร็จ
ซูซ่านก็เห็นว่าพ่อสามีและสามีของเธอก็กลับมาถึงพอดี
"เ้าสี่ไม่อยู่บ้านอีกแล้วเหรอคุณ?"
พ่อลู่เอ่ยถามกับภรรยา เมื่อเห็นว่าเ้าสี่และลูกสะใภ้สี่ไม่ได้ออกมาทานอาหารพร้อมกัน
ตัวเขาเองเป็ถึงกัปตันทีมผลิต แต่กับบอกให้ลูกชายของตัวเองไปทำงานไม่ได้ นี่มัน! น่าอายนิดหน่อยจริงๆ
แต่ใครให้ลูกชายคนเล็กเป็คนที่ภรรยาและเขารักมากที่สุดกันได้ล่ะ และเขาก็รู้ว่าลูกชายคนเล็กของเขา สามารถหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัวได้ ตัวเขาก็เลยไม่ได้บังคับอะไร
ถึงแม้ชาวบ้านจะชอบบ่นลับหลังเขาเองก็เถอะน่ะ แต่เขาเองก็อยากให้ลูกชายคนเล็กของเขาขยันทำงานเหมือนกับคนอื่นบ้างเหมือนกัน ตอนแรกเขาก็คิดว่า ถ้าเ้าสี่แต่งงานแล้วอาจจะดีขึ้นบ้างก็ได้
แต่ที่ไหนได้ ทั้งคู่กับพากันี้เีกว่าเดิมซะอีก เฮ้อ!...
"ถ้าอยู่ก็เห็นแล้วไหม? ไม่รู้ว่าพากันไปที่ไหน ฉันกลับมาถึงก็ไม่เห็นแล้ว "
แม่ลู่ที่กำลังเตรียมตัวจะกินข้าว พอได้ยินสามีถามถึงลูกชายและลูกสะใภ้คนเล็กอีก ก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้
พ่อลู่ที่เห็นว่า ตอนนี้ดูเหมือนว่าภรรยาของเขาจะอารมณ์ไม่ค่อยดี ก็ไม่ได้ต่อความว่าอะไร เขารีบก้มหน้าก้มตาทานข้าวดีกว่า แม่เสือในบ้านนี่ดุจริงๆ ..
ลู่โจวที่คิดว่ากำลังจะถามแม่เขาเหมือนกันว่าน้องชายคนเล็กไปไหน แต่ดีที่พ่อของเขาชิ่งถามก่อนเขา
พอเห็นว่าแม่ของเขาอารมณ์ไม่ดี เขาก็รู้สึกว่าดีแล้วที่เขาไม่ได้เป็คนถาม ปล่อยให้พ่อของเขารองรับอารมณ์ของแม่ของเขานั่นแหละ ดีที่สุดแล้ว
หลังจากนั้น ทั้งครอบครัวลู่ก็ตกอยู่ในความเงียบ
แม้แต่หลานทั้งสองคนก็ไม่กล้าที่จะพูดคุยอะไรเลย พวกเขาคิดว่า คุณย่าเวลาอารมณ์ไม่ดีนี่น่ากลัวจริงๆ ....