วาตีต่อสายหาพีรดาระหว่างทางขับรถกลับฝนที่โปรยสายเมื่อครู่เริ่มอ่อนตัวลง แต่ก็เป็่ที่ฟ้ากำลังผลัดสีเมื่อฝนตกมาตลอดวัน จึงทำให้ฟ้าค่ำเร็วกว่าปกติ และตอนนี้รถก็ติดอย่างหนักจนหล่อนรู้สึกเหนื่อยและเมื่อยขบไม่อยากจะออกไปสุงสิงกับเพื่อนอย่างที่รับปากไว้เมื่อบ่ายจึงตั้งใจโทร.ไปบอกกับเพื่อนสนิทว่าขอเลื่อนนัดเป็วันพรุ่งนี้
แต่กลับติดต่อพีรดาไม่ได้...
เมื่อถึงทางแยกหนึ่งหล่อนจึงหักหน้ารถเลี้ยวไปยังถนนที่มุ่งตรงกลับบ้านโดยที่หัวสมองกำลังประมวลผลเกี่ยวกับภูพัดเป็ระยะแม้กระทั่งรถแล่นไปถึงประตูรั้วบ้านหล่อนก็ยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่าเขาผู้นั้นใช่ ‘ชายรักชาย’ หรือไม่?
“วาทานข้าวเย็นมาหรือยังน่ะ ถ้ายัง เดี๋ยวป้าจะได้อุ่นกับข้าวร้อนๆให้”
เสียงของป้ารุ่งเอ่ยทักขึ้นเมื่อร่างของวาตีโผล่เข้าไปยังห้องนั่งเล่น “เรียบร้อยมาจากข้างนอกแล้วค่ะป้า ว่าแต่ป้ากับแม่ทานหรือยังคะ”
“ทานกันั้แ่ตอนตะวันยังไม่ตกดินแล้วละส่วนแม่ของหนู พออิ่มปุ๊บก็ขลุกอยู่แต่ในห้องนอนโน่นแหละกำลังติดพันนิยายเื่ใหม่ของหนู ป้าเห็นนั่งอ่านมาแทบทั้งวัน...มานั่งนึกๆดูไม่รู้สองคนแม่ลูกคู่นี้ ทำไมถึงได้หลงใหลนิยายกันจังแม่หนูก็ชอบอ่านมาั้แ่สาวๆ แต่ก่อนที่บ้านเก่าก็มีแต่หนังสือ สกุลสาวไทย กองเป็ตั้งจนต้องแอบเอาไปชั่งกิโลขาย ไม่อย่างนั้นพอชื้นเข้าหน่อยปลวกก็ถามหาเอาไปเป็ของกินจนไม่เหลือซาก”
ป้ารุ่งหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาสีขาวบุผ้าฝ้ายเนื้อดีตรงข้ามหลานสาวขณะที่ปากยังคงจำนรรจาไม่หยุด “ส่วนหนูก็คงได้เชื้อชอบอ่านนิยายมาจากแม่ล่ะมั้ง ถึงได้กลายมาเป็นักเขียนนิยายไปได้ทั้งที่หนูตอนเด็กๆ ไม่เห็นจะมีแววตรงไหน ี้เีอ่านหนังสือสอบก็ที่หนึ่งแถมวิชาภาษาไทยยังได้ไม่เคยเกินเกรดสองด้วยซ้ำไป”
“โถ ป้ารุ่งขา...นั่นมันเื่ตอนเด็กๆ”
“แต่ป้าคนนึงแหละ ไม่ชอบอ่าน...สู้ไปดูตอนมันเป็ละครก็ไม่ได้...ว่าแต่นี่มันกี่ทุ่มแล้วเนี่ยผีอีเฟืองน่าจะมาแล้ว เดี๋ยวป้าขอตัวไปดูละครก่อนนะแล้วหนูก็อย่าลืมปิดบ้านปิดช่องให้เรียบร้อยด้วยละ”
ผู้สูงวัยกว่าลุกขึ้นเดินลับหายไปทางห้องนอนส่วนตัวซึ่งอยู่ชั้นล่าง วาตีจึงเอนหลังทอดกายอยู่บนโซฟาตัวยาวปิดเปลือกตาลงเบาๆ ปล่อยให้ความคิดเกี่ยวกับสิ่งที่พบเจอวันนี้พรั่งพรูไปมา
ภาพของภูพัดลอยเด่นในห้วงความรู้สึก...พลันหัวใจของหล่อนมันหวิววาบชอบกล
แล้วภาพของอชิรก็ลอยมาทาบทับใบหน้าของหนุ่มหน้าใสผู้นั้นชวนประทับใจ ถ้าเรียกว่าหล่อนรู้สึกต้องชะตาจะได้ไหมนะ?ไม่น่าจะใช่...เขาน่าจะเป็แค่อุดมคติของพระเอกนิยายที่หล่อนบรรยายเป็ตัวอักษรในหนังสือเท่านั้นเพราะถ้าขืนหล่อนปิ๊งปั๊ง ตกหลุมรักเหมือนนางเอกช่างฝันแบบในนิยายวันนี้เท่ากับว่าหล่อนคงต้องเจ็บจี๊ดๆ หัวใจเดาะ อกหักดังเป๊าะแน่ๆ
จะอะไรเสียอีกเล่า...ก็ท่าทางของภูพัดกับอชิรนั่น...มัน...
แล้วหล่อนก็สะดุ้งแทบพลัดตกโซฟาเมื่อเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากรีดร้องหล่อนจึงขยับตัวแล้วควานหาเครื่องโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย
“ฉันโทร.หาแกเมื่อเย็นแล้วนะ แต่ไม่ติด”
“แบตฯโทรศัพท์มันหมดน่ะสิ ฉันก็มัวแต่เมาท์มอยกับน้องกอล์ฟมันตา เพลินปากไปหน่อย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เกือบสองทุ่มแล้ว ตกลงแกจะออกมาไหมล่ะตอนนี้ฉันอยู่ที่ร้านอาหารกับอีตาชลธี...ไม่ใช่ๆ ชลลี่น่ะ”
“ใครกันเหรอ ชลลี่ ฉันไม่เห็นรู้จัก”
พีรดาหัวเราะคิกคักได้ยินเสียงลอดมาจากปลายสาย เหมือนเสียงเข้มๆแต่แอบดัดให้เสียงเล็กเสียงน้อยเวลาพูดกำลังต่อว่าเพื่อนของหล่อนอยู่
...น้อยๆหน่อยย่ะน้องดาร์ลี่หน็อยแน่ะ มาเรียกฉันชลธี...บอกให้เรียกชลลี่ๆๆ...
“ดาร์ลี่เหรอนี่แกตัวดำเป็เมี่ยงั้แ่เมื่อไหร่ เพื่อนแกถึงได้เรียกแบบนั้น”
วาตีนึกขำกับฉายา‘ดาร์ลี่’ ที่ได้ยินเพื่อนของพีรดาเรียก เพราะมันทั้งเชยเฉิ่ม และเก่ากึ้กมาก แถมคำนี้มันเหมาะกับผู้หญิงผิวเข้มเหมือนนางเอก...ข้าวนอกนา
“แกได้ยินเหรอยายวา ว่าชลลี่เรียกฉันว่าอะไรเดี๋ยวเอาไว้เจอกันแล้วฉันค่อยบอกว่าเพราะอะไรถึงได้ถูกเรียกแบบนั้นละกันนะว่าแต่จะออกมาไหม...ฉันจะได้แนะนำชลลี่ให้แกรู้จักด้วย ขานี้คุยเก่งมากเลยนะจ้อไม่หยุด ยิ่งถ้าคุยเื่ผู้ชายด้วย รับรองว่าสามวันสามคืนโน่น”
“เอ่อ...ชลลี่ เพื่อนของแกเป็แบบว่า...พวกเก้งกวางเหรอ”
“ใช่น่ะสิ มันถึงไม่ให้ฉันเรียกว่าชลธีชื่อที่พ่อมันตั้ง”
เท่านั้นแหละประกายตาของวาตีจึงเกิดเงาระยับ ถ้าชลธีหรือชลลี่ผู้นั้นเป็เพศที่สามจะประเภทไหนก็เถอะ หล่อนเชื่อว่าเขาจะเป็ ‘คู่มือลับฉบับจับเกย์’ได้
“เอาเป็ว่าพรุ่งนี้ตอนบ่ายๆได้ไหม...ฉันจะโทร.หาแล้วแกอย่าลืมชวนชลลี่ไปด้วยนะ ฉันมีเื่อยากคุยกับเขาหน่อย”
เมื่อวางสายจากพีรดาเรียบร้อยวาตีจึงเปิดกระเป๋าสะพาย ควานหาสมุดบันทึกขึ้นมากางลงบนตักจดข้อมูลที่หล่อนคิดว่าสำคัญลงไป
วิธีการจับผิดผู้ชายที่มีแนวโน้มเป็เกย์...
แล้วหล่อนก็เผลอไหวไหล่เบ้ปากตามเคยชิน มองเห็นภาพดวงตาของภูพัดกำลังจ้องมองอชิรสลับไปมากับน้ำเสียงและคำพูดที่อ่านยากของอชิรที่มีต่อภูพัด
เป็พี่น้องกันจริงๆน่ะหรือ?
ฉันว่าคุณต้องไม่รู้ใจตัวเองแน่ๆว่าเป็ผู้ชายแท้หรือเทียม อย่ามาตบตาหลอกให้ฉันสับสนจนตายใจดีกว่าฉันเชื่อว่าคุณต้องไม่แคล้วเป็ ‘คู่ขา’ กับผู้ชายที่คุณ ‘อ้าง’ว่าเป็น้องชายแน่ๆ
ฉันเดาถูกใช่ไหมล่ะ?
แล้วมือที่จับปากกาไว้แน่นก็เผลอลากปลายตวัดลงบนกระดาษในสมุดบันทึกมีตัวหนังสือคับหน้าจนเต็ม คำเดียวสั้นๆแต่ติดค้างคาใจว่า...
...เกย์...
//////////////////////////////////////////////////