หลายวันผ่านไป... ความสัมพันธ์ระหว่าง "นายช่างใหญ่" กับ "น้องนักศึกษา" ก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ ผ่านตัวอักษร แต่ดูเหมือนความโป๊ะจะเริ่มทำงาน เพราะรังสีความสุขมันแผ่ออกมาจนคนรอบข้างััได้
ที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้คณะ
"ยัยแก้ม! นี่แกเป็บ้าป่ะเนี่ย นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์อยู่คนเดียวมาสิบนาทีแล้วนะ" เพื่อนสาวคนสนิททัก ก่อนจะชะโงกหน้าเข้ามาจับผิด "โลกเป็สีชมพูวิบวับเชียวนะยะ มีอะไรปิดบังพวกฉันรึเปล่า สารภาพมา"
"บ้า... ไม่มีอะไรสักหน่อย" แก้มรีบกดล็อกหน้าจอ แล้วคว่ำโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ แต่ตอนนี้หูแดงเถือกไปแล้วเรียบร้อย "ก็แค่... คุยสัพเพเหระ ดูคลิปแมวเฉย ๆ แกก็เว่อร์!"
"จ้ะ! เชื่อตายเลยจ้ะ ดูคลิปแมวบ้านไหนต้องนั่งม้วนผมแก้เขินขนาดนั้น" เพื่อน ๆ พากันโห่แซวคิกคัก หารู้ไม่ว่า ‘แมว" ที่แก้มกำลังคุยด้วย ไม่ใช่แมวเหมียวที่ไหน แต่เป็ ‘เสือจำศีล" ที่แสนจะจริงจังต่างหาก
...
ตกบ่าย... หลังจากเรียนวิชาสุดหินจนสมองล้า แก้มนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากจะแกล้งหยอด ‘ลุง" ผู้เคร่งขรึมดูสักหน่อย จึงรัวแป้นพิมพ์ ส่งข้อความอ้อน ๆ ที่กะว่าอ่านแล้วต้องมียิ้มกันบ้าง
Gam_Gammie: "พี่ติณคะ... แย่แล้วค่ะ วันนี้เรียนหนักมากกกก"
Gam_Gammie: "สงสัยหนูจะน้ำตาลตก... หน้ามืดคล้ายจะเป็ลม ้าความหวานมาเติมด่วน ๆ เลยค่ะ"
Gam_Gammie: ส่งสติ๊กเกอร์ (แมวทำตาแป๋วอ้อนวอน)
ส่งเสร็จก็นั่งอมยิ้ม รอข้อความหวาน ๆ ตอบกลับมา แต่ทว่า... ผ่านไปไม่ถึงสิบวินาที
ครืด... ครืด... ครืด...
สายเรียกเข้าจาก "Tin_Krit" ดังสนั่น
แก้มสะดุ้งโหยง รีบกดรับสายด้วยความใ "ฮะ... ฮัลโหลพี่ติณ"
"น้องแก้ม... เป็ไงบ้างครับ" เสียงปลายสายฟังดูร้อนรนจนลิ้นพันกัน เสียงเครื่องยนต์รถดังกระหึ่มเหมือนกำลังเหยียบคันเร่งจนมิด "หน้ามืดเหรอ... มือสั่นมั้ย... หายใจออกรึเปล่า... พี่อยู่แถวแยกไฟแดงใกล้มอพอดี เดี๋ยวพี่เลี้ยวเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ… จะเอาเฮลซ์บลูบอยมั้ย หรือลูกอม หรือจะไปโรงพยาบาลเลย"
แก้มอึ้งไป ก่อนจะหลุดขำพรืดออกมา "โอ๊ยยย! พี่ติณณณ! พี่จะซื่อบื้อไปไหนเนี่ยยย คนเขาเล่นมุก"
"ฮ่า ๆ ๆ... พี่ติณคะ ใจเย็น ๆ ก่อนค่ะพี่" หญิงสาวรีบเบรกเอี๊ยดก่อนที่เขาจะเหมาน้ำหวานมาทั้งเซเว่น "หนูไม่ได้เป็ลม หนูสบายดีค่ะ ไม่ได้เป็โรคเบาหวานด้วย"
ปลายสายเงียบกริบ เสียงเครื่องยนต์เบาลง เหลือเพียงเสียงถอนหายใจยาวเหยียด "อ้าว... เหรอครับ... พี่ก็นึกว่าเราวูบไปจริง ๆ ใหมดเลย" เสียงบ่นอุบอิบ ฟังดูเขินอายปนโล่งอก
"ไม่ได้วูบค่ะ... แค่อยากอ้อนเฉย ๆ" แก้มตอบเสียงอ่อย แกล้งทำเสียงงุ้งงิ้งใส่ "หนูหมายถึง... อยากได้คำพูดหวาน ๆ หรือกำลังใจจากพี่ติณมาเติมต่างหาก... โธ่ พี่ไม่เก็ทมุกหนูเลย… สรุปพี่ติณไม่มีเติมความหวานให้หนูเหรอคะ"
"เอ่อ... คือ..." นายช่างหนุ่มถึงกับไปไม่เป็ เจอเด็กรุกแรงแบบนี้ สมองคิดไม่ทันจึงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาจนคนฟังใจสั่น
"ไอ้คำพูดหวาน ๆ... พี่อาจจะไม่ถนัดนะครับน้องแก้ม พี่พูดไม่ค่อยเป็"
"..."
"แต่ถ้าความเป็ห่วงน่ะ... พี่มีให้เราเต็มร้อยนะครับ หายเหนื่อยหรือยัง"
น็อคเอ้าท์!
แก้มฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันที ซ่อนใบหน้าที่แดงแปร๊ดจนลามไปถึงคอ "แพ้... แพ้ทางคนแก่ซื่อบื้อแต่แสนดีแบบนี้ แล้วใครจะไปทนไหววะ"
"ห... หายแล้วค่ะ" แก้มตอบเสียงอู้อี้ "แค่นี้ก็น้ำตาลพุ่งปรี๊ดแล้วค่ะ"
"หึ ๆ ดีแล้วครับ... งั้นตั้งใจเรียนนะครับ เดี๋ยวตอนเย็นพี่โทรหาใหม่"
หลังจากวางสายไปแล้ว แก้มก็ยังนั่งฟุบหน้าอยู่ที่เดิม บทจะซื่อก็ซื่อจนน่าขำ แต่บทจะรุก พี่แกก็เล่นเอาตายเพราะน้ำตาลพุ่ง งานนี้สงสัยคนที่จะวูบจริง ๆ น่าจะเป็เธอเองซะมากกว่า
สำหรับติณแล้ว... การคุยกับเด็กอย่างน้องแก้มถือเป็ความท้าทายใหม่ในชีวิต นายช่างใหญ่มักจะเกาหัวแกรก ๆ ทุกครั้งที่เจอมุกศัพท์แสลง หรือสติกเกอร์หน้าตากวนประสาทที่น้องส่งมา จนบางทีต้องแอบไปดูกูเกิลว่ามันหมายถึงอะไรกันแน่
ชีวิตที่เคยวนเวียนอยู่แต่กับกองสายไฟ ฝุ่นปูน และใบเสนอราคาอันน่าปวดหัว จู่ ๆ ก็เหมือนมีสีสันฉูดฉาดสาดเข้ามาจนผิดหูผิดตา เสียงแจ้งเตือนไลน์กลายเป็สิ่งที่ร่างสูงเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ รูปแมวอ้อน ๆ รูปดอกไม้ริมทาง หรือคลิปติ๊กต็อกเต้นดุ๊กดิ๊กที่แก้มขยันส่งมา
แต่มันกลับกลายเป็ "ยาชูกำลัง" ชั้นดีที่ทำให้หัวใจของคนวัยสามสิบห้ากระชุ่มกระชวย จากความเอ็นดูแบบผู้ใหญ่มองเด็ก ตอนนี้เขายอมรับเลยว่า "หลงเด็กมันเข้าเต็มเปา" ความรู้สึกอยากดูแล อยากเห็นหน้า อยากขยับเข้าไปใกล้ชิดเพื่อปกป้อง... มันชัดเจนจนห้ามไม่อยู่แล้วจริง ๆ
...
หลังจากวางสายไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แก้มเดินมึน ๆ ออกมาจากตึกเรียนพร้อมเดอะแก๊งค์เพื่อนสาว เสียงเม้าท์มอยดังจอแจ จู่ ๆ โทรศัพท์ในมือก็สั่นครืดคราด
Tin_Krit: ส่ง Location
Tin_Krit: "พี่ถึงหน้าคณะแล้วนะครับ รถกระบะสีดำ จอดอยู่ตรงลานน้ำพุ"
Tin_Krit: "นมเย็นละลายรออยู่นะครับ"
แก้มเบิกตากว้าง อ่านข้อความซ้ำไปซ้ำมาราวกับเห็นผี หัวใจเต้นโครมครามแทบทะลุออกมาข้างนอก "เฮ้ย! เขามาจริงดิ นี่ขับรถหรือวาร์ปมาคะคุณพี่"
"อ้าว ยัยแก้ม! จะรีบวิ่งไปไหนเนี่ย รอพวกฉันด้วย" จิ๊บะโไล่หลัง เมื่อเห็นจู่ ๆ เพื่อนตัวดีก็สับขาหลอกเตรียมชิ่ง
แก้มหยุดชะงัก หันมาทำหน้าเลิ่กลั่ก ตอบตะกุกตะกักจนลิ้นพันกัน "มี... มีคนมารับ ฉันไปก่อนนะแก"
"ฮะ! ใครมารับ แฟนแกหรอ ไหนบอกโสด" ยังไม่ทันที่เพื่อนจะซักฟอกจบ แก้มก็ใส่เกียร์หมา วิ่งไปยังลานน้ำพุทันที ทิ้งให้เพื่อนยืนงงเป็ไก่ตาแตก
ที่ลานจอดรถหน้าคณะ ท่ามกลางรถเก๋งอีโค่คาร์คันเล็กน่ารักของเหล่านักศึกษา มีรถกระบะสีดำคันั์จอดสงบนิ่งดูดุดัน ผิดที่ผิดทางราวกับรถถังหลุดเข้ามาในสวนสนุก ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตทำงานสีอ่อนพับแขนลวก ๆ ยืนพิงประตูรถรอคอยอย่างสงบ เมื่อแสงแดดยามเย็นตกกระทบเสี้ยวหน้าคมเข้มและไรหนวดจาง ๆ ขับเน้นออร่าความ "แด๊ดดี้" พุ่งกระจาย จนนักศึกษาสาว ๆ แถวนั้นต้องเหลียวหลังมองจนคอแทบเคล็ด ซุบซิบกันเกรียวกราว
ทว่า... ภายใต้มาดขรึมสุดเท่นั้น ในใจของนายช่างใหญ่กลับเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ สายตาทอดมองภาพเด็กหนุ่มสาวในชุดนักศึกษาที่เดินกันขวักไขว่ ผิวพรรณเต่งตึง สดใส เต็มไปด้วยพลังชีวิต มันช่างตัดกันกับเขาเหลือเกิน คนที่ผ่านโลกมาจนโชกโชน มือไม้หยาบกร้านเต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับเครื่องมือ และริ้วรอยแห่งประสบการณ์ที่เริ่มปรากฏชัดบนใบหน้า
"กูมาทำอะไรตรงนี้วะเนี่ย..." ติณถามตัวเองในใจ "ดูมือนั่นสิ... ขาวผ่องกันทั้งนั้น ตัดภาพมาที่มือเรา มีแต่รอยรอยแผล... มันน่าจับตรงไหนวะ"
ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็สีเทา ที่อาจเอื้อมเข้ามาในโลกสีขาวสะอาด ทำให้ติณนึกอยากจะถอยรถกลับไปตอนนี้เลย
"พี่ติณ!" เสียงหวานใสคุ้นหูปลุกนายช่างหนุ่มให้หลุดจากภวังค์
...
"โอ๊ยยย... ใครไหวไปก่อนเลยค่ะ ทางนี้เขินจนตัวบิดแล้ว พี่ติณคือที่สุดของความ 'พูดน้อยต่อยหนัก' บทจะซื่อก็ซื่อตาใส แต่บทจะเป็ห่วงคือเหยียบคันเร่งมิดไมล์วาร์ปมาถึงหน้ามอเลยพ่อคุณณณ นี่แหละค่ะนิยามของคำว่า 'การกระทำสำคัญกว่าคำพูด' ของแท้
แต่... อ่าน่ท้ายแล้วแอบ 'ใจเจ็บ' แทนพี่ติณเบา ๆ เนอะ ความผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาเยอะ พอมาเจอความสดใสของวัยรุ่น ก็อดจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบไม่ได้ ความนอยด์เื่มือด้านเอย เื่อายุเอย... อยากจะะโบอกพี่ติณดัง ๆ ว่า 'แบบนี้แหละค่ะของดี' รอยด้านที่มือคือหลักฐานของคนขยัน น้องแก้มเขาไม่ถือหรอกค่ะ เขาชอบบบ!
ฝากคอมเมนต์เป็กำลังใจให้พี่ช่างไฟขี้นอยด์ของเราด้วยนะคะ ใครชอบความอบอุ่นสายเปย์ ปาหัวใจรัว ๆ มาเลยค่า เจอกันตอนหน้านะคะ