ตอนที่ 2 (3)
ถังเฮ่อฟังจนเคลิบเคลิ้ม มองตู้เจี้ยนโยวเบื้องหน้านี้ที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง เดิมทีถังเฮ่อมาพร้อมความคิดที่้าจะมาดูสักหน่อยว่าอีกฝ่ายจะแสดงปาหี่อะไร ทว่ากลับถูกท่าทีเคร่งครัดดึงดูดเต็มเปา เขาเป็คนที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงธุรกิจมานาน ทั้งยังเป็คนฉลาด แน่นอนว่าเมื่อเผชิญกับทุกๆ การลงทุนและทุกๆ โครงการที่ต้องร่วมมือ จะพูดคุยแต่ในจุดยืนทางธุรกิจเท่านั้น หากก่อนหน้านี้เขามีท่าทีล้อเล่นต่อโครงการโฆษณานี้ ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เขาก็เก็บความขี้เล่นและเข้าสู่โหมดการทำงานด้วยกันกับตู้เจี้ยนโยวแล้ว
ตู้เจี้ยนโยวจดจ้องถังเฮ่อไม่วางตา รอคำตอบของเขาอยู่ ถังเฮ่อกระแอมไอโดยไม่รู้ตัว หลังจากเงียบไปสองสามวินาทีก็เอ่ยคำหนึ่งออกมา
“ความสุข” ถังเฮ่อพูดเบาๆ “ผมคิดว่าพวกเรามาขาย ‘ความสุข’ กันเถอะ”
ในห้องประชุม นอกจากตู้เจี้ยนโยวที่ยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจแล้วนั้น คนอื่นๆ ล้วนประหลาดใจ
งาช้างไม่คายออกจากปากสุนัข[1] แต่ความสุขกลับคายออกจากปากจระเข้อย่างนั้นเหรอ
คำพูดที่ว่างเปล่า ล่องลอย และไม่สมจริงขนาดนี้ กลับออกมาจากปากถังเฮ่อผู้ที่เป็ตัวพ่อเื่มุ่งหวังแต่ผลประโยชน์อย่างเดียวเนี่ยนะ
ซูอันอยากแสดงความเห็นแบบเฉพาะเจาะจงเสียหน่อย แต่เห็นตู้เจี้ยนโยวพยักหน้าและเอ่ยว่า “โอเคครับประธานถัง เข้าใจแล้ว ผมจะมอบ ‘ความสุขที่คุณ้า’ ให้เองครับ”
ซูอันประหลาดใจจนเบิกตาโพลง ฟังอย่างไรก็รู้สึกว่าประโยคนี้แปลกๆ ผู้กำกับตู้เข้าใจคำพูดเหลวไหลของประธานถังเหรอ
่ที่เหลือของการประชุม ถังเฮ่อถามคำถามสองสามข้อและได้ให้ข้อเสนอแนะบางอย่างไป ทั้งสองฝ่ายต่างบันทึกข้อสรุปไว้
คนของตู้เจี้ยนโยวอยู่ในอาการตกตะลึงเมื่อได้ยินผู้กำกับตู้ตอบประธานถังว่า “ผมจะเอาข้อเสนอแนะพวกนี้ของคุณไปลองปรับดู หลังจากแก้ไขแล้วจะส่งมาให้ยืนยันอีกครั้งครับ”
ยืนยันอะไรกันเล่า ที่ผ่านมาผู้กำกับตู้รังเกียจความคิดเห็นใดๆ ก็ตามที่เ้าของธุรกิจเสนอ เขามักยืนกรานในข้อเสนอของตัวเอง แล้วลับหลังค่อยทำนิ้วโป้งจีบนิ้วกลาง ขยับแว่นตา เบ้ปากพร้อมกับกล่าวว่า ‘ตื้นเขิน!’
แต่เมื่อครู่นี้ เขารับปากต่อหน้าประธานถังว่าจะแก้ใหม่จริงๆ อย่างนั้นเหรอ แถมยังต้องส่งมาให้ยืนยันอีกครั้งเนี่ยนะ นี่ยังเป็ผู้กำกับตู้เจี้ยนโยวอยู่ไหม หรือโดนวางยาในชาที่ดื่มลงไปเมื่อกี้
คนของถังเฮ่อก็อยู่ในอาการตกตะลึงเช่นกันเมื่อได้ยินประธานถังตอบผู้กำกับตู้ว่า “โอเค แก้ไขเสร็จแล้วค่อยติดต่อผม”
ติดต่ออะไรกันเล่า ที่ผ่านมาประธานถังก็รังเกียจการโปรโมตธุรกิจของบริษัทโดยอาศัยรูปแบบโฆษณาต่างๆ อยู่แล้ว เขาคิดว่าแค่ชื่อแบรนด์ของก่วงเซิ่งกรุ๊ปก็เพียงพอที่จะเป็การรับประกันคุณภาพแล้ว จะต้องโฆษณาเพิ่มไปทำไม เขามักมอบหมายให้ซูอันรับ่ติดตามผล จากนั้นนวดขมับอยู่หลังฉาก คลายเนกไทและพูดอย่างดูถูกว่า ‘น่าเบื่อ!’
แต่เมื่อครู่นี้ ประธานถังรับปากที่ผู้กำกับตู้บอกว่าจะติดต่อมา แล้วจะส่งมาให้คอนเฟิร์มอีกเนี่ยนะ นี่ยังเป็ประธานถังเฮ่ออยู่ไหม หรือโดนวางยาในกาแฟที่เพิ่งดื่มลงไปด้วยเหมือนกัน
ใน่ที่ทั้งสองฝ่ายต่างตกตะลึงกันอยู่นี้เอง ยังคงเป็ซูอันผู้มีความสามารถและมากประสบการณ์ที่ตอบสนองเป็คนแรกสุด เธอมองตู้เจี้ยนโยวที่ค่อยๆ เก็บข้อมูลที่ใช้ในการพรีเซนต์ และเห็นถังเฮ่อแอบมองอีกฝ่ายอย่างแเี ในใจหยั่งรู้ได้ว่าพวกเขาสองคนมีเื่ไม่ชอบมาพากลแน่นอน ด้วยเหตุนี้เธอเลยใช้ข้ออ้างว่าลิฟต์ค่อนข้างเบียดเสียดในเวลาเลิกงาน จึงขอให้คนอื่นๆ ลงลิฟต์ไปก่อน เหลือเวลาให้ถังเฮ่ออยู่ตามลำพังกับตู้เจี้ยนโยวสักสองสามนาที
ถังเฮ่อแอบชมซูอันว่า ‘เยี่ยม’ อยู่ในใจ ความสามารถในการสังเกตคนจากสีหน้าและคำพูดของสุดยอดผู้ช่วยคนนี้ไม่ใช่เล่นๆ เลย ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้คิดจะคุยกับตู้เจี้ยนโยวทันที และตอนที่อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามองกันในที่สุด เขาแกล้งทำเป็ว่าตัวเองเพิ่งเก็บของเสร็จพอดี กำลังจะเดินออกจากห้องประชุมด้วยประตูอีกบาน แล้วตู้เจี้ยนโยวก็ส่งเสียงออกมาด้วยความร้อนใจดังคาด
“รอเดี๋ยวครับ ประธานถัง ช่วยรอก่อน” เสียงใสกังวานของตู้เจี้ยนโยวดังขึ้น แผนการของถังเฮ่อประสบความสำเร็จ เขาแสยะยิ้มออกมา จากนั้นหันไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ขณะนี้กลับไปเป็ประธานเ็าผู้มีสีหน้าไร้อารมณ์คนนั้นอีกครั้งแล้ว
“คือว่า พวกเรา เคย...” ตู้เจี้ยนโยวบิดมือ แววตาไหวระริก เหมือนไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่อย่างนั้น
“ผู้กำกับตู้ ผมรู้สึกคุ้นหน้าคุณอยู่บ้าง พวกเราเคยเจอกันมาก่อนใช่รึเปล่า” ถังเฮ่อเปิดบทสนทนาแทนอย่างใจดี
“ใช่ๆๆ เราเคยเจอกันที่บาร์มูนไลท์เมื่อสองสามเดือนก่อน คุณช่วยผมไว้ แถมยังพาไป...อะแฮ่ม ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณอย่างเป็ทางการเลย” เขาข้ามส่วนของโรงแรมม่านรูดไปอย่างขัดเขิน
“อ้อ ที่แท้คนคนนั้นคือคุณนี่เอง มิน่าถึงรู้สึกคุ้นตา หลังจากวันนั้นเป็ยังไงบ้าง ขี้เมานั่นได้มาหาเื่อีกรึเปล่า” ถังเฮ่อทำท่าทางกระจ่างแจ้งทันใด และถือโอกาสแสร้งทำทีเป็ห่วงเป็ใย
“สบายดีครับสบายดี หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้ไปบาร์มูนไลท์อีกเลยเพราะเพิ่งรับโครงการของบริษัทคุณมา ผมใช้เวลาศึกษาพอสมควรเลยไม่มีเวลาไป ครั้งที่แล้วเป็เพราะบริษัทเราเพิ่ง...ทำโปรเจกต์ใหญ่จบเลยไปฉลองกันหน่อย ปกติ ปกติผมเองก็ไม่ได้ไปบ่อยเท่าไร” ตู้เจี้ยนโยวรู้สึกขัดเขินที่จะพูดเื่ตัวเองและเื่ที่บริษัทได้รับรางวัลเพราะรู้สึกเหมือนกำลังอวดอะไรอยู่ เมื่อคิดว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ระดับนี้ไม่น่าให้ความสำคัญเื่รางวัลเล็กๆ แบบนี้เขาจึงพยายามกลบเกลื่อนอย่างร้อนตัว เสียงที่พูดเลยเบาลงเรื่อยๆ
เชิงอรรถ
^ หมายถึง ไม่มีความสัตย์หรือเรื่องดีๆ ออกมาจากปากคนเลวๆ