บทที่ 8 ตกเื (ตอนกลาง)
ณ เรือนบัวหยก
ฉินหยวนและสาวใช้กลุ่มหนึ่งกำลังรายล้อมชื่นชมดอกไม้ที่เพิ่งเก็บมา เพราะดอกไม้ช่อนี้นั้นสวยงามยิ่งนัก โดยเฉพาะดอกไม้ในโรงเรือนนั้น ยิ่งมองก็ยิ่งน่าชื่นชมใจ
แม่นมหลินมองฉินหยวนที่กำลังจ้องดอกไม้อย่างไม่ละสายตาตา ในใจของนางก็พลันรู้สึกมีความสุขขึ้นมา ในที่สุดคุณหนูของนางก็ไม่ทำหน้าเคร่งขรึมอีกต่อไปแล้ว แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่ยามนี้คุณหนูดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างแล้ว
“คุณหนูพักดื่มน้ำก่อนเถิด ดอกไม้ยังอยู่ตรงนี้ไม่มีผู้ใดกล้ามาเอาไปได้หรอกเ้าค่ะ พักทานขนมให้อิ่มท้องเสียหน่อย ข้าขอตัวไปดูในครัวก่อนว่าอาหารทำเสร็จหรือยัง?” แม่นมหลินกล่าว
ก่อนหน้านี้ครัวเล็กยังพอใช้การได้อยู่ แต่ไม่รู้ว่าผู้ใดปากพล่อยกล่าววาจาอะไรกับนายท่าน จนทำให้ห้องครัวเล็กในเรือนนี้ต้องถูกรื้อถอนไป
เมื่อนี้คนรับใช้ในครัวก็ขี้ประจบ พอเห็นว่าเรือนบัวหยกท่าไม่ค่อยดีแล้ว ยามทำอาหารทีก็อ้างโน่นอ้างนี่ บางครั้งก็เอาผักที่ไม่สดมาทำอาหาร ดังนั้น เพื่อให้คุณหนูของนางได้กินอาหารเลิศรสอย่างสบายใจ ทุกครั้งที่ทำอาหารแม่นมหลินก็จะไปคอยดูแลอยู่ที่นั่น
ฉินหยวนรู้ว่านางกังวลจึงเชื่อฟังอย่างว่าง่าย “ข้ารู้แล้วแม่นม เช่นนั้นท่านก็อย่าไปนานนักล่ะ ข้าวานท่านไปดูอาซูด้วย ไม่รู้ว่าพวกคนใช้เ้าเล่ห์เ่าั้จะตัดทอนของใช้ของอาซูด้วยหรือไม่?” ฉินหยวนพูดพลางลูบนิ้วมือของตัวเองไปด้วย
แม่นมหลินย่อมรู้เื่นี้ดีอยู่แล้ว แต่ฝั่งคุณชายน้อยหาได้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเฉกเช่นคุณหนูใหญ่ไม่?! ถึงอย่างไรพวกคนใช้ของคุณชายก็คงไม่กล้าทำเื่พวกนี้อย่างโจ่งแจ้งนัก
“คุณหนู หลิวหลีสาวใช้จากเรือนของอนุหลี่ พร้อมด้วยข้ารับใช้ของนายท่านมาที่นี่ บอกว่ามีเื่จะมาขอพบคุณหนูเ้าค่ะ” หงอวี้เดินรีบเร่งเข้ามาจากข้างนอก แต่เมื่อทุกคนที่อยู่ในห้องได้ยินคำพูดของนางก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
ฉินหยวนกระแอมเบา ๆ พยักหน้าตอบ “ข้าทราบแล้ว เ้าให้พวกเขาเข้ามาเถิด”
เมื่อหลิวหลีและข้ารับใช้ของนายท่านเข้ามาในห้อง ก็เห็นดอกไม้บานสะพรั่งสวยงามปรากฏสู่สายตาทันที หลิวหลีมองไปที่ดอกไม้นั่นแล้วก็รู้สึกว่ามันช่างสวยงามจริง ๆ ทว่าดอกไม้นี้ถูกวางไว้ในห้องของคุณหนูใหญ่ก็ไม่มีประโยชน์อันใด มันควรจะอยู่ในห้องของนายหญิงของตนมากกว่า
“เรียนคุณหนูใหญ่ ขออภัยที่ต้องมารบกวนขอรับ นายท่านได้ยินว่าดอกไม้ในโรงเรือนเริ่มบานแล้ว เลยอยากจะมาดูด้วยตาตัวเอง แต่โชคร้ายที่คุณหนูได้เด็ดดอกไม้นั่นไปก่อนแล้ว นายท่านจึงให้ข้ามาขอรับดอกไม้นั่นไป หวังว่าคุณหนูจะไม่ถือสานะขอรับ” ข้ารับใช้คนสนิทของฉินจงเจิ้งพูดจาด้วยถ้อยคำที่สุภาพเรียบร้อย แต่ยังคงมีกลิ่นอายของฉินจงเจิ้งอยู่มาก
ฉินหยวนได้ฟังดังนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างลำบากใจ ความห่วงหาปรากฏบนใบหน้าน้อย ๆ ส่วนสาวใช้คนอื่นต่างก็ไม่พอใจ นายท่านอยากชมดอกไม้นี่งั้นหรือ?! ผู้ใดบ้างจะไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วความประสงค์นี้เป็ของอนุหลี่ ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก!! พวกนางไม่ได้ตาบอดถึงขนาดที่มองไม่ออกหรอกว่าหลิวหลีเป็สาวใช้ของอนุหลี่
“ดอกไม้นี่งั้นหรือ?! พวกเ้ารอสักครู่แล้วค่อยมารับไม่ได้หรือ…” ฉินหยวนพึมพำอย่างแ่เบา
หลิวหลีมองดูท่าทางอาลัยอาวรณ์ของฉินหยวนแล้วรู้สึกอยากหัวเราะออกมาดัง ๆ เสียให้ได้
นายหญิงของนางช่างเก่งกาจอะไรเช่นนี้ คำพูดเพียงประโยคเดียวก็สามารถแย่งดอกไม้นี้มาได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ดอกไม้ราคาเท่าทองคำก็ตามที ทว่าการแย่งมันมาจากมือของคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลฉินได้ สำหรับอนุหลี่นี่ถือเป็เกียรติอย่างยิ่ง
“คุณหนูใหญ่ นายหญิงของข้าได้สั่งไว้แล้วว่าให้รีบนำดอกไม้นี้ไปให้นายท่านชม เพราะในไม่ช้านี้นายท่านจะไปทานอาหารที่เรือนหยกแล้ว คุณหนูใหญ่คงไม่อยากให้นายท่านต้องมารับดอกไม้นี่ด้วยท่านเองกระมัง!” น้ำเสียงของหลิวหลีเรียบเฉยเป็ปกติ แต่แฝงไว้ด้วยความภูมิใจในแววตาอย่างชัดเจน
ฉินหยวนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางมองดอกไม้ที่ผลิบานในแจกัน ในที่สุดก็ยอมให้พวกเขานำมันไป
หลิวหลีจึงเดินเข้ามาในห้องก่อนจะยกแจกันดอกไม้นั้นออกไป โดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองสักนิด ส่วนข้ารับใช้ของฉินจงเจิ้งก็เดินตามไปข้างหลังทันที
หงอวี้เป็คนใจร้อน เมื่อเห็นพวกเขาออกไปแล้ว จึงถ่มน้ำลายไล่หลังด้วยความโมโหจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา “มันจะมากเกินไปแล้ว พวกเขาทำกับคุณหนูเช่นนี้ได้อย่างไร?! แจกันดอกไม้นั่นคุณหนูชอบมันมาก แต่พวกเขากลับมาแย่งมันไป!!”
ยามนี้ภายในห้องมีเพียงสาวใช้ไม่กี่คนเท่านั้น เพราะฉินหยวนไม่ชอบให้มีสาวใช้มากเกินไป ดังนั้นคนที่เข้ามารับใช้ฉินหยวนภายในห้องนี้จึงมีเพียงหงอวี้ ชิงเหอ และแม่นมหลิน ฉินหยวนรู้ดีว่านางทั้งสองจงรักภักดีต่อนาง ทว่าสาวใช้คนอื่น ๆ กลับไม่เป็เช่นนั้น บางคนยังมีความเกี่ยวข้องกับอนุหลี่อีกด้วย
ฉินหยวนถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ นางมองออกไปนอกหน้าต่างที่ยังคงแจ่มใส ใบหน้าของนางจึงฉายรอยยิ้มที่ดูสดใสเป็พิเศษ “แค่แจกันดอกไม้เท่านั้นเอง พวกเขาอยากได้ก็เอาไปเถิด… ถึงกระนั้น แม้ว่าบางคนจะอยากได้มันมากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจจะชื่นชมความงามของมันได้”
“แม่นมหลิน ไปดูในครัวว่ามีปลาหรือไม่? วันนี้ข้าอยากกินปลา แล้วก็บอกอาซูให้มากินข้าวที่นี่ด้วย!”
แม่นมหลินมองดูฉินหยวนอย่างนึกสงสัยว่าเหตุใดคุณหนูจึงดูอารมณ์ดีนัก แต่ตราบใดที่คุณหนูอารมณ์ดีเช่นนี้ก็ดีแล้ว พวกนางที่เป็ข้ารับใช้ก็พลอยมีความสุขไปด้วย
เมื่อหลิวหลีนำแจกันดอกไม้ไปวางไว้ในห้องของอนุหลี่ สีหน้าของนางก็ดูเหมือนจะภูมิใจยิ่งนัก อนุหลี่มองดูดอกไม้ที่ผลิบานงดงามนั้นอย่างชอบใจ ก่อนจะยื่นมือที่ทาเล็บด้วยสีแดงสดเอื้อมไปลูบกลีบดอกไม้อย่างแ่เบา แล้วเอ่ยปากชมว่า “ช่างเป็ดอกไม้ที่งดงามเสียจริง”
หลังจากที่ฉินหยวนทานอาหารเสร็จ นางสวมเสื้อคลุมออกมายืนอยู่บริเวณริมหน้าต่าง มองดวงจันทร์กลมโตบนท้องฟ้าอย่างสบายใจ ก่อนจะเอ่ยว่า “เหมือนพรุ่งนี้จะเป็อีกวันที่อากาศดีนะ”
ชิงเหอเห็นคุณหนูของตนเองยืนอยู่ข้างนอกก็รีบเข้ามาประคองให้นั่งลงทันที “คุณหนู ร่างกายของท่านยังไม่หายดี ไม่ควรโดนลมเช่นนี้นะเ้าคะ” พูดจบชิงเหอก็รีบปิดหน้าต่างบานนั้นทันที
ความจริงแล้วร่างกายของฉินหยวนหายดีแล้ว เนื่องจาก่ที่สาวใช้ออกไปข้างนอก ฉินหยวนก็มักจะออกกำลังกายอยู่เสมอ นางอยากให้ร่างกายของตัวเองแข็งแรงขึ้นโดยเร็ว เพราะนางไม่อยากเป็เหมือนเมื่อครั้งในอดีตที่โดนเพียงลมพัดก็เจ็บป่วยขึ้นมาแล้ว
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงข้ามากนักก็ได้ ข้าไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” ฉินหยวนปลอบใจพร้อมกับยิ้มให้ชิงเหอ จากนั้นจึงถอดเสื้อคลุมออกแล้วเข้านอนทันที… พรุ่งนี้อาจจะมีเื่สนุก ๆ ให้ดูอีกก็ได้!
ฉะนั้นนางต้องพักผ่อนเพื่อเก็บแรงไว้ดูความสนุกในวันพรุ่งนี้
หลังจากที่ชิงเหอคลุมผ้าห่มให้ฉินหยวนและเห็นว่านางหลับตาลงแล้ว ชิงเหอจึงค่อย ๆ เดินออกจากห้องไป แล้วปูที่นอนอยู่ด้านนอกห้อง ส่วนหงอวี้จะเป็ผู้เฝ้ายามใน่ครึ่งคืนแรก เนื่องจากแม่นมหลินกังวลว่าอาจมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น จึงให้พวกนางผลัดกันเฝ้ายาม
คืนนี้ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า มีทั้งคนที่มองพระจันทร์แล้วถอนหายใจอย่างมาอย่างเหนื่อยหน่าย คนที่มองจันทร์ด้วยความเศร้าโศก และบางคนก็กำลังร่วมรักกันใต้แสงจันทร์
ในค่ำคืนนี้ อนุหลี่แต่งกายยั่วยวนชวนให้ฉินจงเจิ้งเกิดอารมณ์ปรารถนา อย่างมาก ทั้งสองกอดรัดกันอย่างไม่รู้จบ ถูกคลื่นรักสีแดงซ่านซัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดก็สำเร็จความใคร่อย่างสุขสม ทั้งคู่เหนื่อยล้าและอ่อนแรงจนนอนแผ่อยู่บนเตียงพร้อมกับลมหายใจที่หอบถี่ อนุหลี่มองฉินจงเจิ้งด้วยใบหน้าแดงก่ำและดวงตาเป็ประกาย ฉินจงเจิ้งจึงััหน้าท้องของนางอย่างแ่เบา…