อาคารขนาดใหญ่สูงหลายจั้งมีสองชั้นตั้งอยู่ด้านหน้า จินหยางเดินถือป้ายไม้เข้าไปด้านในมองเห็นชายชราผู้หนึ่งผมสีดอกเลานั่งอยู่บนโต๊ะไม้อยู่ทางขวามือของอาคาร
“เ้ามาทำสิ่งใดที่นี่ไอ้หนู?”
จินหยางรีบก้มคารวะ
“คารวะผู้าุโขอรับ ข้าน้อยมีนามว่าจินหยางมารายงานตัวเป็ศิษย์ใหม่ตามคำสั่งของผู้าุโอู่หยงขอรับ”
จินหยางก้าวเดินเข้าหาชายชราพร้อมกับยื่นป้ายไม้ ชายชรามองเห็นป้ายไม้ในมือของจินหยางเขายกยิ้มก้มลงไปยังใต้โต๊ะยกกล่องไม้ขึ้นมา ทันทีที่เปิดออกมามีชุดของสำนักกระบี่หลงอู่อยู่ด้านในคัมภีร์สองเล่มและกล่องขนาดเล็กอีกหนึ่งกล่อง
“ชุดของเ้ามีทั้งหมดห้าชุด คัมภีร์ทักษะกระบี่เจ็ดดาวที่ศิษย์ใหม่สำนักกระบี่หลงอู่ต้องเรียนรู้และกฎทั้งหมดของสำนัก ส่วนกล่องขนาดเล็กที่เ้าเห็นคือเม็ดยาเพิ่มพลังปราณเม็ดยาลมปราณวารีห้าเม็ด”
“ขอบคุณขอรับท่านผู้าุโ”
“เ้ามีกระบี่ติดตัวอยู่แล้วเช่นนั้นข้าคงไม่จำเป็ที่จะต้องมอบกระบี่เล่มใหม่ให้แก่เ้า เอาละเ้าจงเดินทางไปที่อาคารเรือนนอนที่อยู่ด้านในทางขวามือ ห้องของเ้าจะอยู่ที่ชั้นหนึ่ง พรุ่งนี้เช้าเ้ารอฟังสัญญาณเรียกรวมตัวก็แล้วกัน”
จินหยางหอบกล่องไม้เอาไว้พร้อมกับก้มคารวะชายชราอีกครั้งหลังจากนั้นก็เดินออกไปจากอาคาร เขาเดินตามทางที่ชายชราแจ้งก็พบกับอาคารเรือนนอน มีศิษย์สำนักสองคนยืนอยู่ด้านหน้าเป็เด็กหนุ่มอายุประมาณสิบห้าปี
“คารวะศิษย์พี่ทั้งสอง ข้าน้อยจินหยางเป็ศิษย์ใหม่ที่พึ่งเข้ามาวันนี้ขอรับ”
“โอ้ ศิษย์น้องจินหยางเ้าเป็คนแรกที่มาที่นี่ ห้องของเ้าอยู่ทางด้านใน เ้าสามารถเลือกห้องว่างด้านในได้”
“ขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสองขอรับ”
“ว่าแต่เ้ามาจากแคว้นใด”
“ข้ามาจากหมู่บ้านเล็ก ๆ บนเขาส่านซีขอรับ”
หลังจากที่จินหยางบอกกล่าวออกไปท่าทีของศิษย์พี่ทั้งสองก็ต่างออกไป สายตากลับดูไม่เป็มิตรอย่างที่ควร
“หากไม่มีสิ่งใดแล้วข้าขอตัวก่อนขอรับ”
จินหยางกำลังจะเดินเข้าไปด้านในก็ถูกศิษย์พี่ผู้หนึ่งเดินเข้ามาขวาง
“ผู้ใดบอกกันว่าเ้าสามารถไปได้”
จินหยางหยุดชะงักจ้องมองเด็กหนุ่มด้านหน้า
“ตามกฎแล้วศิษย์ใหม่จะต้องมอบเม็ดยาลมปราณวารีให้แก่พวกข้าคนละสองเม็ด”
“แต่ในกฎของสำนักไม่มีนิขอรับ”
“ผู้ใดกันบอกเ้าว่าเป็กฎของสำนัก มันคือกฎของพวกข้าที่ดูแลอาคารเรือนนอนแห่งนี้”
“หากว่าข้าไม่ให้พวกท่านละ?”
“แน่นอนว่าพวกข้าทั้งสองจะทุบตีเ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นจินหยางถึงถอยออกมาแต่ทว่าศิษย์พี่อีกคนหนึ่งก้าวเดินเข้ามาขวางเอาไว้จากด้านหลัง ศิษย์คนที่อยู่ด้านหน้ารีบคว้ากล่องไม้ในมือของจินหยาง ทันใดนั้นเองก็มีเสียงะโดังลั่นมาจากทางด้านหลัง
“พวกเ้ากำลังทำสิ่งใดกัน?”
เมื่อทั้งสามหันไปมองพบเห็นศิษย์ผู้หนึ่งหน้าตาหล่อเหลารูปร่างสูงโปร่งในมือซ้ายถือกระบี่กำลังเดินเข้ามา ศิษย์คนที่เอากล่องไม้มาจากจินหยางรีบโยนลงพื้นถอยออกไปยืนทางซ้ายมือ
“คารวะศิษย์พี่”
“พวกเ้ากำลังทำสิ่งใดกัน? หรือว่าพวกเ้าคิดปล้นเม็ดยาศิษย์ใหม่ในสำนัก?”
“พวกข้าทั้งสองไม่เคยคิดเช่นนั้นขอรับ”
“ดี อย่าให้ข้ารู้ว่าพวกเ้าคิดทำเื่บัดซบพวกนั้นอีก”
จินหยางรีบก้มคารวะศิษย์พี่ผู้มาใหม่หลังจากนั้นจึงก้มไปหยิบกล่องไม้บนพื้น ในจังหวะนั้นเองได้มีศิษย์อีกคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาเอ่ยวาจาบางอย่างต่อศิษย์พี่ผู้มาใหม่พร้อมกับชี้นิ้วไปทางจินหยาง
“หยุดก่อน”
จินหยางหันไปมองด้วยความสงสัย
“เ้าเป็คนตัดแขนน้องชายข้าใช่หรือไม่?”
“น้องชายของท่านคือผู้ใดขอรับ”
“ข้ามีนามว่าหยางเฟยเทียนเป็พี่ชายของหยางซือเทียนคนที่เ้าตัดแขนซ้ายของเขา”
“ใช่ เป็ข้าเอง”
ทันใดนั้นเองหยางเฟยเทียนก็รีบพุ่งเข้ามาประชิดง้างมือขวาตบไปยังใบหน้าของจินหยาง จินหยางขมวดคิ้วรีบเอี้ยวตัวหลบไปด้านหลังถีบเท้าถอยออกมา
“ว่องไวจริงนะไอ้ลูกหมา”
หยางเฟยเทียนหันไปมองศิษย์ทั้งสอง
“หากพวกเ้าอยากได้เม็ดยาให้จับตัวบัดซบผู้นี้เอาไว้ ข้าจะตัดแขนมันล้างแค้นให้กับน้องชายข้า”
ศิษย์ทั้งสองแสยะยิ้มรีบชักกระบี่ออกจากฝักพุ่งเข้าหาจินหยาง
“คุณชายมีใครบางคนกำลังแอบมองท่านอยู่”
จินหยางยกยิ้มชี้มือขวาไปทางหยางซือเทียน
“เหอะ ไม่คิดว่าคนแซ่หยางจะเป็คนไร้ยางอายเช่นนี้ หยางซือเทียนให้คนทำร้ายท่านลุงของข้า อีกทั้งยังคิดตัดแขนข้าในการประลอง ส่วนศิษย์พี่ทั้งสองพอรับรู้ว่าข้าไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ก็คิดใช้อำนาจจะปล้นชิงเม็ดยาจากข้า ส่วนเ้าเมื่อครู่เอ่ยวาจาเป็คนดีแต่ที่ไหนได้ตอนนี้คิดจะตัดแขนข้าล้างแค้นให้น้องชาย เอาสิ คิดว่าข้าจินหยางผู้นี้ข่มเหงได้ง่าย ๆ อย่างนั้นรึ?”
“ปากดีนักไอ้ลูกหมา”
หยางเฟยเทียนแผ่ลมปราณออกจากร่างกดดันจินหยาง
“เหตุใดพวกเ้าทั้งสองไม่จับตัวมันเอาไว้?”
ศิษย์พี่ทั้งสองรีบพุ่งเข้าหาจินหยางพร้อมกับกวัดแกว่งกระบี่ในมือ จินหยางเพียงโยกหลบกระบี่ทั้งสองเล่มมีบางครั้งเขาใช้ฝักกระบี่ปัดป้อง
“มีกี่คนที่กำลังแอบมองข้าอยู่เทียนคง”
“สองคนขอรับ คนผู้หนึ่งคือผู้าุโที่ท่านพบเจอในลานประลอง ส่วนอีกคนคือชายชราที่ท่านพบเจอเมื่อครู่”
จินหยางใช้ทักษะย่างก้าวพยัคฆ์พุ่งเข้าหาศิษย์พี่ทั้งสองใช้ฝักกระบี่ปัดป้องกระบี่สองเล่มที่แทงเข้ามา เขายกเท้าซ้ายถีบไปที่หัวเข่าขวาของทั้งสอง เปรี้ยง! เปรี้ยง! ทันทีที่ศิษย์พี่ทั้งสองคุกเข่าลงกับพื้นเขาก็ใช้ฝักกระบี่ในมือซ้ายฟาดไปที่ศีรษะของทั้งสองถนัดถนี่ เปรี้ยง! เปรี้ยง! จนทั้งสองล้มลงไปนอนกับพื้น จินหยางหันไปจ้องมองหยางเฟยเทียนอย่างไม่วางตา
“มีฝีมือเหมือนกันนิ มาดูกันว่าเ้าจะหลบพ้นเพลงกระบี่ของข้าได้หรือไม่”
หยางเฟยเทียนชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมกับแทงกระบี่ในมือ เงาปราณกระบี่นับสิบพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว จินหยางยกยิ้มยืนนิ่งเอ่ยวาจาออกมาเสียงดังลั้น
“พวกท่านคิดจะให้ศิษย์พี่ผู้นี้สังหารข้าอย่างนั้นรึท่านผู้าุโ?”
สิ้นเสียงกล่าวของจินหยางได้มีชายชราปรากฏตัวด้านหน้าของเขาสะบัดแขนขวาเงาปราณกระบี่นับสิบได้จางหายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนอู่หยงเองก็ปรากฏตัวที่ด้านหน้าของหยางเฟยเทียน
“หยางเฟยเทียนเ้าคิดจะสังหารศิษย์ในสำนักอย่างนั้นรึ?”
หยางซือเทียนรีบเก็บกระบี่เข้าฝักรีบคารวะทั้งสอง
“ศิษย์หยางเฟยเทียนคารวะเ้าสำนักหลงมู่เหยียนและผู้าุโอู่หยงขอรับ”
หลงมู่เหยียนหันไปมองจินหยางที่ยืนยกยิ้มอยู่เขาแปลกใจไม่น้อยที่เห็นท่าทีของจินหยางที่สายตาหาได้มีความหวาดกลัวต่อปราณกระบี่เมื่อครู่
“เ้าเป็ถึงศิษย์อันดับสิบของสำนัก เหตุใดถึงลงมือกับศิษย์ใหม่เช่นนี้?”
หยางเฟยเทียนกัดฟันแน่น
“เป็มันที่ตัดแขนน้องชายข้าขอรับท่านเ้าสำนัก”
“แล้วอย่างไร? เ้าก็คิดที่จะตัดแขนเขาเพื่อแก้แค้นให้น้องชายอย่างนั้นรึ? ทั้ง ๆ ที่เ้ารู้ดีว่านิสัยน้องชายเ้าเป็อย่างไร อีกอย่างนั้นเพราะพวกเขาประลองกันแต่ต่างกับสิ่งที่เ้ากระทำในตอนนี้”
หยางเฟยเทียนสั่นสะท้านเมื่อได้ยินสิ่งที่อู่หยงกล่าวออกมา แต่สายตาของเขาจ้องมองจินหยางด้วยความแค้น
“เช่นนั้นข้าของท้าประลองกับศิษย์ใหม่ผู้นี้ได้หรือไม่ขอรับท่านเ้าสำนัก?”
จินหยางได้ยินเช่นนั้นเขาแสยะยิ้มอย่างเ้าเลห์
“ได้ข้ารับคำท้า แต่ขอเวลาอีกสามเดือนได้หรือไม่”
หลงมู่เหยียนและอู่หยงหันไปมองจินหยางด้วยความแปลกใจ
“เ้าแน่ใจอย่างนั้นรึที่รับคำท้าของหยางเฟยเทียน?”
“แน่นอนขอรับท่านเ้าสำนัก หาไม่เช่นนั้นแล้วข้าคงไม่มีทางอยู่อย่างสงบในสำนักแห่งนี้เป็แน่ อย่างน้อยก็อีกสามเดือนต่อจากนี้ หวังว่าศิษย์พี่หยางเฟยเทียนจะไม่คิดใช้อำนาจของศิษย์อันดับสิบคอยส่งศิษย์คนอื่นมาคอยกลั่นแกล้งข้า ใช่หรือไม่ขอรับศิษย์พี่หยางเฟยเทียน?”
หยางเฟยเทียนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเพราะจินหยางเอ่ยวาจาดักทางของเขาก่อน เพราะเพียงเขาเอ่ยวาจาศิษย์จำนวนมากก็พร้อมที่จะลงมือแทนเขา
“แน่นอน ข้าไม่คิดทำอย่างนั้นเป็แน่”
“ก็ดีในเมื่อท่านรับปากแล้ว อย่างน้อยท่านก็ยังเป็คนที่มีสัจจะอยู่บ้างขอรับ หวังว่าท่านคงไม่เป็คนที่ไร้สัจจะหรอกนะขอรับ”
หลงมู่เหยียนยกยิ้มให้กับความฉลาดของจินหยาง
“ดี ในเมื่อพวกเ้าตกลงกันได้แล้วเช่นนั้นก็แยกย้ายไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าข้าจะแจ้งเื่การประลองของพวกเ้าที่ลานฝึกยุทธของสำนัก”
จินหยางรีบก้มคารวะ
“เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวไปพักผ่อนก่อนขอรับ”
หลังจากก้มคารวะหลงมู่เหยียนและอู่หยง จินหยางก็เดินไปเก็บกล่องไม้เดินเข้าไปด้านในเรือนนอน หยางเฟยเทียนเองรีบก้มคารวะแล้วรีบเดินจากไปเช่นกัน
“จินหยางผู้นี้ฉลาดไม่เบา เขารับรู้ั้แ่แรกแล้วว่าพวกเราทั้งสองแอบดูอยู่ อีกอย่างแววตาหาได้หวาดกลัวหยางเฟยเทียนแม้แต่น้อย ในเวลาสามเดือนนี้เ้าคอยจับตาดูเขาให้ดีก็แล้วกันอู่หยง”
“ขอรับท่านเ้าสำนัก”