“ฆ่า”
คืนเดือนมืด วันแห่งการสังหาร!
มือสังหารชุดดำโเี้สิบกว่าคนเหมือนฝูงหมาในหิวโหยโผตะปบเหยื่อะเิจิตสังหารแรงกล้าพุ่งเข้าหาฉู่เหิน
ดวงตาลึกล้ำของฉู่เหินเรืองรองด้วยแสงอันเฉียบขาด พลังสายเืกายโกลาหลถูกปลดปล่อยออกมากระบี่คมกล้าในมือกลืนกินเพลิงทมิฬอันประหลาดและเข้มข้นในพริบตาเดียว
“ไปตายซะเถอะ! ไอ้ระยำ”
มือสังหารคนหนึ่งบุกมาถึงด้านหน้าของฉู่เหิน ดาบยาวสว่างไสวฟาดฟันใส่ศีรษะฉู่เหิน
ขอบตาฉู่เหินเรืองแสงเย็น ก้าวย่างเป็ัดาวเหนือจร เบี่ยงร่างหลบชั่วขณะที่หลบการบุกอีกฝ่ายได้ มือซ้ายแปรเป็หมัดต่อยเข้าที่หน้าของศัตรูไปด้วย
ตึง
ทุกการเคลื่อนไหว วังวนปราณสีดำหลายสายก็รวมตัวกันที่หมัดของฉู่เหินไวราวกับบินคลื่นปราณแข็งแกร่งส่งกลิ่นอายเหน็บหนาวของความตายแสนอันตราย
“หมัดดาวมืดเจ็ดสังหาร!”
ตู้ม!
เสียงหนักหน่วงเหมือนของหนักกระทบกันมือสังหารที่ถูกฉู่เหินต่อยเข้าที่หัวลอยละลิ่วไปทางขวาอย่างสิ้นเรี่ยวแรงยามลอยไปไม่ถึงสองเมตรดี พลังมืดแห่งหมัดดาวมืดเจ็ดสังหารก็ะเิในร่างศัตรู
ผลัวะ!
เสียงะเิรุนแรง หัวของคนผู้นั้นแตกกระจายเหมือนแตงโมโลหิตสีแดงชาดพวยพุ่งเหิมเกริม สาดกระเซ็นไปทั่วทุกแห่งหน
มือสังหารทุกคนหน้าเปลี่ยนสี
ในก้นบึ้งของจิตใจพลันหนาวสั่น ใครก็ไม่คาดคิดทั้งนั้นว่าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมตรงหน้าจะอำมหิตเฉียบขาดได้ถึงขั้นนี้
“ฝ่ามือน้ำตกทลายภูผา!”
ไม่รอให้ใครได้ตอบสนองอะไร ฉู่เหินปรี่เข้าหามือสังหารอีกคนอย่างว่องไวแรงฝ่ามือทรงพลังผ่าทลายหมื่นชั่งถล่มเข้าใส่
“ฮึ อย่าได้ใจเกินไปนักพลังเยี่ยงพวกเ้าไม่มีทางทำลายการป้องกันของพวกเราได้”
มือสังหารผู้นั้นมีพลังระดับเปิดชีพจรขั้นเก้า เท่าที่พวกเขารู้มา ฉู่เหินเพียงบุกเบิกชีพจรยุทธได้แปดสายเท่านั้นอีกฝ่ายจะเป็อัจฉริยะเช่นไร ก็ไม่มีทางสร้างาแให้ตนได้อยู่แล้ว?
แต่กระนั้น ฉู่เหินกลับผุดยิ้มเย้ยหยัน
แสงสีม่วงอ่อนจางฉาดฉายขึ้นมาในดวงตาฉู่เหิน เมื่อฝ่ามือััตัวศัตรูพลังแห่งฝ่ามือน้ำตกทลายภูผากลับเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าตัว
ตึ้ง!
สิ้นเสียงกัมปนาทรุนแรงหน้าอกของมือสังหารระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าก็ยุบลงไปต่อหน้าต่อตา เสียง ‘กร๊อบ’ ชัดเจนทิ่มแทงโสตประสาททุกคนในที่นั้นกระดูกอกแหลกละเอียด อวัยวะภายในที่ขาดวิ่นถูกพ่นออกมาจากปาก
เป็ไปได้อย่างไร?
มือสังหารทั้งหลายหน้าถอดสี พลังของเ้านี่แกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
“ฮึ พวกอ่อนปวกเปียก”
ฉู่เหินหัวเราะเสียงเย็น จิตสังหารล้นหลามปะทุจากทั่วร่าง
พริบตานั้น ฉู่เหินพุ่งเข้ากลางฝูงมือสังหารอย่างทรงพลังไม่อาจต้านเปิดฉากสังหารหมู่อย่างไร้ปรานี
มือสังหารชุดดำเหล่านี้โดยมากมีพลังอยู่ที่ระดับเปิดชีพจรขั้นเจ็ดหรือแปดส่วนน้อยที่พลังลมปราณระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าเขาในตอนนี้ปลิดชีพผู้บุกเบิกชีพจรยุทธแปดเส้นได้ง่ายดายเพียงพลิกฝ่ามือ
เรียกได้ว่า จากที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้การที่ให้คนตั้งมากมายมารับมือฉู่เหินเพียงคนเดียวถือเป็การเสียเปล่าอย่างมาก
แต่ใครก็ไม่อาจคาดคิดว่าฉู่เหินจะบุกเบิกชีพจรยุทธเส้นที่เก้าได้คืนนี้พอดิบพอดี ผนวกกับพลังขีดจำกัดสายเือีกสองอย่างฉู่เหินจึงจู่โจมถึงตายทุกครั้งไป
สำคัญที่สุดคือความโเี้ของเขา ที่ทำให้มือสังหารชุดดำหวาดผวา
หากใจหวาดหวั่น ก็ยิ่งมิอาจต้านทานฝีเท้าแห่งความตาย
ฆ่า...
เืสดสาดกระเซ็น เสียงกรีดร้องดังไม่หยุด
แสงดาบเงากระบี่ แวววาวพร่างพราวตา!
แขนขาขาดกระจุยลอยไปไม่มีหยุด เครื่องในแหลกละเอียดสาดกระจายไปทั่วมาตรแม้นฉู่เหินเพิ่งเคยฆ่าคนคืนนี้เป็ครั้งแรกแต่กับพวกคนที่มาเพื่อเอาชีวิตเขาแล้ว บุรุษหนุ่มไม่คิดเมตตาปรานีแม้สักนิด
ฆ่าแล้วก็คือฆ่าเลย
หากไม่ฆ่าพวกมัน คนที่จะตายคือตัวเขาเอง
ความกดดันและโกรธแค้นที่สะสมไว้ในใจตลอดหนึ่งเดือนถึงคราวได้ปลดปล่อยถูกสำนักยุทธขั้นสูงยี่สิบกว่าแห่งปฏิเสธ ต้องทนเห็นสายตาเยาะเย้ยนับคู่ไม่ถ้วนความอัปยศอดสูเต็มอกนี้ แปรเปลี่ยนเป็จิตสังหารที่สาดซัด
มือสังหารคนแล้วคนเล่าร่วงลงไปนอนกับพื้น เพียงชั่วพริบตาก็เหลืออยู่แค่สามสี่คน...
ฟ้าว!
พลันนั้น พลานุภาพผ่าสลาตันเร็วรี่ส่งมาจากเื้ัฉู่เหินแววตาเยือกแข็ง หันหลังขว้างกระบี่ในมือออกไป
“หึ อ่อนหัด!”
เสียงทุ้มต่ำหยาบกระด้างดังขึ้นมาเห็นเพียงร่างสีดำกำยำยกฝ่ามือฟาดกระบี่คมเล่มนั้นกระเด็นไป กระโจนเข้าหาฉู่เหินดันฝ่ามือจู่โจมอีกฝ่าย
ฉู่เหินแข็งใจไม่หลบลี้ ปะทะแรงฝ่ามือศัตรูโดยตรง
ปึ้ง!
พลังหยวนแท้กลุ่มหนึ่งะเิกลางอากาศคลื่นปราณสีทองมายาแผ่กระจายเหมือนคลื่นน้ำใบไม้ที่ร่วงโรยบนพื้นและเศษหินดินผงถูกพัดปลิวไป
ฉู่เหินรู้สึกชาที่แขนเหมือนถูกขุนเขากระแทกเข้า
เขาถอยร่นไปสิบกว่าก้าว ความรู้สึกเค็มๆ เอ่อขึ้นมาที่คอ ร้อง ‘อั้ก’ กระอักเืออกมา
“หัวหน้า...”
มือสังหารชุดดำสี่คนโดยรอบเห็นผู้มาเยือนเหมือนเห็นดาวช่วยชีวิตดวงตาเป็ประกายในพลัน โล่งอกจากใจจริง
ผู้มาเยือนคือชายวัยกลางคนสูงใหญ่ หน้าตาทารุณมีรอยแผลเป็ที่บิดเบี้ยวหลายแผลด้วยกัน รังสีพลานุภาพระดับเชื่อมหยวนอบอวลจากในกายชายผู้นั้นมองมือสังหารชุดดำที่นอนตายเกลื่อนกลาดบนพื้นพลางขมวดคิ้วมุ่นสองตาราวกับจะพ่นไฟได้
“ไอ้เดรัจฉาน อยากตายมากนักใช่ไหม!”
“หึ!” ฉู่เหินเช็ดเืที่มุมปากมองอีกฝ่ายอย่างเยือกเย็น “พวกเ้าเป็ใครกันแน่? ทำไมต้องมาลอบสังหารข้าด้วย?”
“ไปหายมบาลซะเถอะ!”ชายกลางคนสีหน้ามืดมนและเหี้ยมเกรียมพี่น้องต้องล้มตายไปตั้งมากมายเพื่อจะฆ่าไอ้เด็กเวรนี่ เขาไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลยจริงๆ
แน่นอนว่าฉู่เหินผู้ผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มาแล้วก็เหมือนเช่นตะเกียงไร้น้ำมันเป็ปลารอเชือดบนเขียงไปแล้ว
“ตายซะเถอะ! ไอ้ระยำ”
“ฮะๆ”
แต่กระนั้น ฉู่เหินกลับหัวเราะมุมปากที่ยกขึ้นสูงดลให้มือสังหารที่เหลือขนลุกซู่ “ก่อนจะปิดฉาก ข้ามีของบางอย่างจะให้เ้าดู”
“หึ อย่ามาเล่นลูกไม้กับพ่อ พ่อไม่ตกหลุมพรางหรอก”
ชายวัยกลางคนหน้าเหี้ยมไม่ให้โอกาสฉู่เหินได้พูดผุดรังสีสังหารอันตรายพุ่งเข้าปะทะฉู่เหิน จู่โจมเอาชีวิตเขาเป็ครั้งสุดท้าย
ทันใดนั้นเอง ฉู่เหินหลับตาลงแช่มช้า
ชายกลางคนเผยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในสายตาเขา ฉู่เหินผู้นี้ถอดใจไม่ขัดขืนรอรับความตายอย่างสุขุม
ชั่ววินาทีที่การบุกของชายวัยกลางคนจะถึงตัวฉู่เหินนั้นเองเื่ที่ไม่คาดฝันก็อุบัติ ฉู่เหินลืมตาในบัดดล ดวงตาที่เคยเป็สีดำสนิทกระจ่างใสแปรเปลี่ยนเป็สีม่วงเร้นลับส่วนลึกของดวงตาสีม่วงยังมีจุดสีดำแปลกประหลาดอยู่ด้วย
ตูม!
พริบตาเท่านั้น พลังคุกคามอันน่าสะพรึงกลัวก็พลุ่งพล่านในดวงตาฉู่เหินรังสีพลานุภาพเยบเย็นดลให้ทุกผู้ทุกนามสั่นสะท้าน
โดยเฉพาะชายวัยกลางคนที่เห็นแววตาประหลาดล้ำของฉู่เหินที่กลิ่นอายแห่งความตายไร้ที่สิ้นสุดครอบงำจิตใจ
“เนตรปีศาจหนึ่งดาว แสงวิปัสสนา!”
จุดสีดำในเนตรสีม่วงหมุนคว้างด้วยความเร็ว ฉู่เหินหรี่ตาเล็กน้อย ฉับพลันรัศมีแสงมายาสีม่วงสองสายก็ปะทุจากดวงตา
รัศมีแสงสีม่วงมายาดั่งลำแสงที่แล่นผ่านสายธารแห่งกาลเวลาเฉกเช่นลูกธนูหงส์ผวา ฉีกกระชากอากาศธาตุ พุ่งเข้าโจมตีชายวัยกลางคนเบื้องหน้าสุด
ฉัวะ
เืสดสาดกระเซ็น มือสังหารชุดดำคนอื่นข้างกันมองอย่างตื่นตระหนก
อกของชายวัยกลางคนถูกแทงทะลุ รูเืขนาดเท่ากำปั้นเด็กปรากฏแก่คลองสายตา
“เ้า?”
ชายวัยกลางคนตัวสั่น เบิกตากว้าง ตาแทบถลนออกจากเบ้ามองฉู่เหินด้วยแววตาไม่อยากเชื่อและหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ
“ไปดีไม่ขอส่ง”
เสียงหัวเราะยั่วเย้าอันเยียบเย็นดังจากปากเขา ชายกลางคนเบิกตากว้างแสงกระบี่แลบผ่าน หัวคนขาดกระเด็นลอยไป โลหิตพุ่งกระฉูดไปสามเมตรราวกับน้ำพุ
ตุบ!
ตัวไร้หัวของชายวัยกลางคนล้มลงกับพื้นมือสังหารชุดดำที่เหลือใจสั่นไปพร้อมกันด้วย
หนี...
นอกจากหนีแล้ว ก็ไม่มีความคิดอื่นใดอีก
แต่กระนั้น ฉู่เหินจะปล่อยปลาในอวนไปได้อย่างไรเสียงอาวุธแทงเนื้อหนังดังสะท้อนในความมืดอีกสามครั้งมือสังหารชุดดำคนสุดท้ายกลัวจนหน้าไร้สีเืคุกเข่าร้องไห้หาพ่อหาแม่อยู่เบื้องหน้าฉู่เหิน
“นายท่านโปรดไว้ชีวิต นายท่านโปรดไว้ชีวิตข้า...ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด!”
ตายหมดแล้ว แค่ชั่วพริบตา ตายหมดต่อหน้าเขา
มือสังหารคนสุดท้ายสติแตกอย่างสิ้นเชิงเขามองฉู่เหินอย่างตื่นกลัวเหมือนลูกนกกลัวธนู
ฉู่เหินกำกระบี่เป็แนวเฉียง โลหิตไหลลงมาตามแนวกระบี่ไม่ขาดสาย
บุรุษหนุ่มมองมือสังหารชุดดำคนสุดท้ายนิ่ง เอ่ยถามอย่างเ็า“ใครส่งเ้ามาฆ่าข้า? บอกข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า”
มือสังหารชุดดำใจสั่น กำหมัดแน่น ใบหน้ายิ่งหวาดหวั่นขึ้นไปอีก
“หากอยากมีชีวิตอยู่ต่อ ก็จงตอบคำถามข้า” ฉู่เหินถามเสียงเย็น
“ฮะ ฮะๆ...” มือสังหารชุดดำกลับหัวเราะ หัวเราะอย่างอาดูร “ไม่ได้หากทรยศเขา จะ...จะสยดสยองเสียยิ่งกว่าตาย! ข้าหนีไม่รอดข้าหนีไม่รอด...”
สิ้นคำ มือสังหารชุดดำก็ล้วงกระบี่ออกมาแทงเข้าที่หัวใจตนเองทันที
โลหิตอุ่นร้อนพรั่งพรู มือสังหารชุดดำคนสุดท้ายฆ่าตัวตายแล้ว
เห็นเป็เช่นนั้น ฉู่เหินก็ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลานิ่งขรึมยิ่งนัก
‘ตัวการหลังม่าน’ เป็ใครกันแน่?
มือสังหารถึงเลือกความตายไม่กล้าบอกตัวตนคนผู้นั้น ต้องน่ากลัวถึงขั้นไหน?
ถึงทำให้คนหวั่นเกรงถึงเพียงนี้ได้?
เห็นทีเขาคงไปผิดใจกับพวกตัวฉกาจเข้าโดยไม่รู้ตัวฉู่เหินขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม แต่ทว่า ต่อให้เป็เช่นนั้นก็ไม่หวั่นเกรงอันใดไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็ใครก็ตาม?
บัญชีที่ติดค้างเขา ต้องใช้คืน และใช้คืนเป็ร้อยเท่าพันทวีด้วย!
ฉู่เหินเพ่งสายตา แสงสีม่วงงามประหลาดเคลื่อนไหวตามใจอยากในดวงตา...
………………………..