"พวกเ้าคงคาดไม่ถึงล่ะสิ ว่าข้ารับใช้ชั้นต่ำอย่างข้าเฉินฉางอัน จะมีวันได้ขึ้นเป็ผู้ดูแลสามของตระกูลจี ได้เหยียบพวกเ้าไว้ใต้ฝ่าเท้าและจะเหยียบย่ำอย่างไรก็ได้ตามใจปรารถนา"
เขามองดูหม่าอันที่ถูกเขาเหยียบศีรษะไว้พร้อมกับดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ไว้หน้า มองดูข้ารับใช้นับร้อยในสวนสมุนไพริญญาที่ตกตะลึงจนอ้าปากค้างและแสดงสีหน้าเหลือเชื่อ
มองดูหลินหย่งโซ่วที่มีสีหน้าราวกับคนกินอุจจาระ ทว่าต้องฝืนกลืนลงไปอย่างสิ้นหวัง
ในใจของเฉินฉางอันพลันบังเกิดความรู้สึกสุขสมอย่างมหาศาล จนอยากจะเงยหน้าคำรามกึกก้องไปถึงสรวง์ ความรู้สึกเช่นนี้ราวกับได้กินแตงโมแช่เย็นในฤดูร้อนอันอบอ้าว ไม่สิ! มันเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
นี่คือพลังอันเด็ดขาด นี่คือความรู้สึกของผู้พิชิตที่ได้กุมความเป็ตายของผู้อื่นและควบคุมโชคชะตาของผู้อื่นไว้ในกำมือ ต่อให้ได้กินแตงโมแช่เย็นร้อยลูก พันลูก หรือหมื่นลูก ก็ยังเทียบไม่ได้กับความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายในใจตอนนี้เลยแม้แต่ครึ่งหนึ่ง
ลูกของข้ารับใช้ ย่อมต้องเกิดมาเป็ข้ารับใช้ ไม่มีผู้ใดเปลี่ยนที่มาของตนเองได้
นับั้แ่เกิดจนถึงตอนนี้ เฉินฉางอันถูกผู้อื่นกดให้ต่ำกว่าขั้นหนึ่งเสมอมา ความต่ำต้อยและความอ่อนแอทำให้เขามักจะก้มหน้าไม่กล้าสบตาผู้ใด
วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า เฉินฉางอันเพียรฝึกฝนอย่างหนักอยู่ที่หลังเขาทุกคืนวัน ประหยัดอดออมเงินมาสิบกว่าปีเพื่อใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ยอมอดทนและอ่อนน้อมต่อทุกสรรพสิ่งไม่กล้าล่วงเกินผู้ใด
ทั้งหมดนั้นก็เพียงเพื่อ้าใช้ความพยายามของตนเองหลุดพ้นจากฐานะข้ารับใช้และลิขิตโชคชะตาของตนเองเท่านั้น
ยอมเป็ขอทาน ดีกว่าเป็ข้ารับใช้ของใคร
บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ
ผู้อื่นรังแกเ้า ดูิ่เ้า เ้าก็ควรจะโต้กลับเช่นนั้น
ทั้งหมดนี่ก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ?
ในยามนี้เฉินฉางอันจึงได้รับรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่า ‘ศักดิ์ศรี’ นั้นเป็อย่างไร?
ในยามนี้ เขาเพิ่งได้รู้สึกเหมือนเป็มนุษย์อย่างแท้จริง
เฉินฉางอันสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วดึงสติกลับมา คนอย่างหม่าอันหรือหลินหย่งโซ่วไม่ได้สำคัญอะไรเลย
การเอาชนะพวกเขาได้ไม่มีเื่อะไรให้น่าดีใจ เป้าหมายของเขาคือการเป็หรือก้าวข้ามลูกรัก์อย่างคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนไปให้ได้
ขอบเขตสามัญสิบระดับชั้นก็ยังคงเป็เพียงกายหยาบของมนุษย์ธรรมดา มีเพียงการก้าวเข้าสู่ขอบเขติญญาหรือแม้แต่ขอบเขตเต๋าในตำนานเท่านั้น จึงจะสามารถล่วงรู้ถึงความกว้างใหญ่ของหมู่ดาวและความยิ่งใหญ่ของฟ้าดินได้ ถึงจะนับว่าไม่เสียชาติเกิดที่ได้มาเยือนโลกใบนี้!
"เป็ไปไม่ได้! เื่นี้ไม่มีทางเป็ไปได้อย่างเด็ดขาด ผู้ดูแลสามย่อมต้องเป็พ่อบุญธรรมโม่เซิ่งของข้า เฉินฉางอันได้เป็ผู้ดูแลสามตระกูลจีแล้วพ่อบุญธรรมของข้าเล่า!"
เพื่อให้ได้เกาะแข้งเกาะขาโม่เซิ่ง หม่าอันจึงยอมรับโม่เซิ่งเป็พ่อบุญธรรมมาหลายปีแล้ว
เขาไม่อาจยอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้ได้ ในเมื่อตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฉินฉางอัน เขาจึงได้แต่ฝากความหวังไว้ที่พ่อบุญธรรมเพื่อให้มาล้างแค้นให้ แต่ในยามนี้กลับมีคนบอกว่าตำแหน่งของพ่อบุญธรรมถูกเฉินฉางอันแย่งชิงไปเสียแล้ว
"พ่อบุญธรรมของข้าคือยอดฝีมือขั้นเก้าวัวสองพยัคฆ์ เฉินฉางอัน เ้าเอาอะไรมา..."
ตู้ม!
คำพูดของหม่าอันยังไม่ทันจบ แรงลมขุมหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ฟันหน้าสองซี่พร้อมกับโลหิตที่สาดกระเซ็นออกมา
ผู้ที่ลงมือไม่ใช่เฉินฉางอัน ทว่าเป็ลวี่จูเอ๋อร์
"บังอาจ! แม้แต่คำสั่งของคุณหนูใหญ่เ้ายังกล้าสงสัย ข้าว่าเ้าคงเบื่อโลกแล้วจริง ๆ "
ลวี่จูคือสาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่ แม้แต่ผู้ดูแลใหญ่พบหน้านางยังต้องสุภาพนอบน้อม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจัดการกับหม่าอันตัวเล็ก ๆ เลย
"ทหาร! ตบปากมันสามสิบครั้ง ให้มันรู้จักจดจำเสียบ้าง"
สิ้นคำสั่งองครักษ์สองคนก็หิ้วร่างที่กึ่งเป็กึ่งตายของหม่าอันขึ้นมา แล้วตบหน้าเสียงดังฉาดอย่างต่อเนื่อง เมื่อตบครบสามสิบครั้งแล้วใบหน้าของหม่าอันก็บวมเป่งราวกับหัวสุกร
เฉินฉางอันยังนึกเลื่อมใสในความอึดของหม่าอัน แขนทั้งสองข้างถูกทำลายอีกทั้งยังถูกตบไปอีกสามสิบครั้ง ทว่ายังไม่สลบแต่ยังพยายามเอ่ยปากออกมา
"ข้า... ข้า้าพบพ่อบุญธรรม พบพ่อบุญธรรม..."
พบพ่อบุญธรรมอย่างนั้นหรือ? ลูกบุญธรรมพบพ่อบุญธรรม ช่างเป็ลูกหลานที่กตัญญูเสียจริง
ความ้าเพียงเท่านี้เขาย่อมต้องตอบสนองให้แน่นอน แต่ว่าตระกูลจีมีกฎของตระกูลในที่แจ้งย่อมไม่สะดวกที่จะลงมือฆ่าแกงกันโดยตรง
เฉินฉางอันมองดูหม่าอันที่แขนหัก หลินหย่งโซ่วที่ขาหัก และจางเถาที่เหลือลมหายใจเพียงครึ่งเดียว เขายกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับแผนการที่ผุดขึ้นมาในใจ
"ในฐานะข้ารับใช้ตระกูลจี ย่อมต้องช่วยแบ่งเบาภาระของคุณหนูใหญ่ ห้าวันให้หลังคุณหนูใหญ่จะเปิดเตาหลอมโอสถอีกครั้ง ข้าได้ยินมาว่าที่หน้าผาหลังเขามีไผ่เหมันต์ทมิฬเติบโตอยู่ต้นหนึ่ง หม่าอัน หลินหย่งโซ่ว จางเถา โอกาสสร้างผลงานของพวกเ้าสามคนมาถึงแล้ว ข้าขอสั่งให้พวกเ้าทั้งสามไปเก็บไผ่เหมันต์ทมิฬต้นนั้นมามอบให้คุณหนูใหญ่ภายในสองวัน หากงานนี้ไม่สำเร็จ… พวกเ้าทั้งสามก็จงไปใช้ชีวิตที่เหลือในคุกใต้ดินเสียเถิด!"
ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา สีหน้าของทุกคนในที่นั้นก็แปรเปลี่ยนไป
แม้แต่ลวี่จูที่มองเฉินฉางอันก็ยังมีแววตาที่ใเล็กน้อย การให้คนที่แขนหัก ขาหัก และคนปางตายสามคนไปเก็บไผ่เหมันต์ทมิฬที่หน้าผาหลังเขา นี่มันคือการส่งพวกเขาไปตายชัด ๆ ไม่ใช่หรือ?
"แน่นอนว่าพวกเ้าสามคนาเ็สาหัส หากเคลื่อนไหวไม่สะดวกย่อมสามารถหาข้ารับใช้คนอื่นในสวนสมุนไพริญญาไปช่วยได้"
ยามที่เอ่ยคำว่า ‘ช่วย’ เฉินฉางอันจงใจกดเสียงต่ำและเน้นคำนั้นอย่างหนักแน่น
สิ้นคำนี้ ข้ารับใช้นับร้อยในสวนสมุนไพริญญาต่างพากันก้มหน้าหลบตาและส่ายหัวกันอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนทำราวกับพวกหม่าอันเป็โรคระบาดพยายามถอยห่างออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
เห็นได้ชัดว่าเฉินฉางอัน้าให้คนทั้งสาม ‘ตาย’ นี่คือการเชือดไก่ให้ลิงดู ในเวลานี้ใครจะกล้าเข้าไปช่วยพวกเขาถ้าไม่ใช่เพราะสมองถูกลาถีบเข้าให้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นลวี่จูยังยืนอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา นางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ไม่ได้ห้ามปรามและทำเป็ไม่ได้ยิน แม้แต่สาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่ยังเลือกที่จะไม่สอดแทรกแล้วพวกเขามีค่าเพียงใดถึงจะกล้าเข้าไปยุ่งกับเื่วุ่นวายนี้
"เ้ามันใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อแก้แค้นส่วนตัว ข้าจะเข้าพบคุณหนูใหญ่ ข้าจะ..."
หลินหย่งโซ่วยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกเฉินฉางอันถีบจนสลบไปทันที
หลังจากจัดการแมลงวันสามตัวเสร็จแล้ว เฉินฉางอันก็หันไปมองข้ารับใช้นับร้อยที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า
"ข้าจำได้ว่าเ้าชื่อ ‘สวี่เฟย’ โม่เซิ่งและหม่าอันเคยบีบคั้นจนพ่อแม่เ้าต้องตาย"
การใช้ชีวิตอยู่ในตระกูลจีมาหลายปี ข้ารับใช้ในสวนสมุนไพรเขาล้วนรู้จักมักคุ้นเป็อย่างดี ย่อมรู้ว่าใครบ้างที่พอจะไว้ใจได้
"ส่วนเ้าชื่อ ‘หลี่ไจ้หยาง’ ใช่หรือไม่? ข้าจำได้ว่าเมื่อสองปีก่อนน้องสาวแท้ ๆ ของเ้าถูกโม่เซิ่งขายเข้าซ่องไป"
เขาชี้ไปยังข้ารับใช้ชั้นต่ำสองคนที่อยู่รอบนอกฝูงชน เฉินฉางอันเอ่ยเสียงหนัก
"ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปพวกเ้าทั้งสองคือคนของข้าเฉินฉางอัน จงช่วยข้าดูแลสวนสมุนไพรและทำงานเพื่อตระกูลจี เพื่อคุณหนูใหญ่ไปด้วยกัน พวกเ้าทั้งสองคน ยินดีหรือไม่?"
ตึง! ตึง!
สิ้นคำถามชายในชุดผ้าป่านทั้งสองคนที่มีน้ำตาคลอเบ้า ก็รีบคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมโขกศีรษะลงอย่างไม่หยุด
"ขอบคุณผู้ดูแลสามที่เมตตา พวกข้ายินดีจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อท่านผู้ดูแลสาม!"
"ขอบคุณผู้ดูแลสามที่เมตตา พวกข้ายินดีจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อท่านผู้ดูแลสาม"
สิ่งที่เรียกว่าอำนาจก็คือการกำจัดศัตรูและสร้างกลุ่มอำนาจของตนเองขึ้นมา วิธีการอาจจะแตกต่างกันไป ทว่าเป้าหมายล้วนไม่พ้นเื่นี้ และวิธีครองใจคนนั้นยิ่งง่ายดายกว่า… คือการใช้อำนาจและเมตตาควบคู่กันไป กดดันพวกหม่าอันและหลินหย่งโซ่วเพื่อกำจัดศัตรู ในขณะเดียวกันก็สร้างความน่าเกรงขามขึ้นมา
"เอาล่ะ! พวกเ้าทั้งสองรีบไปเก็บสมุนไพริญญาจากไร่ิญญามาเสีย ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองให้ดี"
เขาสะบัดมือให้ข้ารับใช้นับร้อยในสวนสมุนไพร เฉินฉางอันกดเสียงต่ำลงอีกเล็กน้อย
"หากข้าล่วงรู้ว่ามีใครแอบเกียจคร้านล่ะก็… "
"ขอรับ ผู้ดูแลสาม"
"เ้าค่ะ ผู้ดูแลสาม"
"ลวี่จูเอ๋อร์ เชิญด้านในเถิด"
หลังจากจัดการเื่จุกจิกเสร็จ เฉินฉางอันก็ทำท่าเชิญลวี่จูเอ๋อร์ที่อยู่ข้างกาย
ลวี่จูไม่ลังเล นางเดินมุ่งหน้าเข้าไปยังเรือนพักทันที
ภายในห้องรับรองสวนสมุนไพริญญา เมื่อสาวใช้ยกชามาให้แล้วเดินจากไปลวี่จูจึงหันมามองเฉินฉางอัน
"ใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ อีกทั้งยังลงมืออย่างอำมหิต เฉินฉางอันเ้าช่างมีแผนการที่ดีเสียจริง อยู่ในตระกูลจีมาหลายปีข้ากลับไม่รู้ว่าจะมีคนเหนือชั้นเช่นเ้าอยู่ วิชาครองใจคนเหล่านี้เ้าไปเรียนมาจากที่ใดกัน?"
ภูมิหลังของเฉินฉางอันลวี่จูย่อมรู้จักดี พ่อแม่ของเขาตายจากไปั้แ่เด็ก ในตระกูลจีเขาเพียงแค่กินอิ่มนอนหลับและไม่ถูกคนรังแกก็นับว่าเก่งแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเรียนวิชาครองใจคนเหล่านี้
"บางสิ่งบางอย่างมันสลักลึกอยู่ในกระดูก ไม่จำเป็ต้องไปเรียนจากที่ใดหรอก"
เฉินฉางอันยิ้ม ความทะเยอทะยานและแผนการนั้นใครก็มีได้แต่การจะแบกรับความทะเยอทะยานของตนเองไว้ได้หรือไม่นั้นต้องพึ่งพาความแข็งแกร่งเป็หลัก
"หากพละกำลังไม่พอ ต่อให้มีแผนการมากมายจะมีประโยชน์อะไร? หากข้าไม่ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสามัญระดับสามและได้เป็ผู้ดูแลสามของตระกูลจี ต่อให้ข้ามีแผนการมากมายก็คงไม่อาจสยบพวกหม่าอันลงได้"
ลวี่จูพยักหน้าเห็นพ้องกับคำพูดนี้อย่างยิ่ง "จริงด้วย เ้าให้พวกหม่าอันไปเก็บไผ่เหมันต์ทมิฬที่หน้าผาหลังเขาใช่หรือไม่?"
ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ลวี่จูจึงถามเฉินฉางอันด้วยความสงสัย
"ไผ่เหมันต์ทมิฬนี้เป็สมุนไพริญญาระดับไหนหรือ? ทำไมข้าไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย"
เฉินฉางอันชะงักไปเขามองลวี่จูที่กำลังสงสัย แล้วใบหน้าพลันแดงระเรื่อด้วยความกระดากอาย
"ท่านถามข้า แล้วข้าจะไปถามใครเล่า"
ชื่อที่แต่งขึ้นมาส่งเดช หากพวกหม่าอันหามันเจอได้จริงก็คงเป็ผีหลอกแล้ว~
"......"
ทั้งสองสนทนากันต่ออีกครู่หนึ่ง สวี่เฟยและหลี่ไจ้หยางก็นำสมุนไพรและหญ้าิญญาสิบกว่าต้นที่เพิ่งเก็บเกี่ยวได้เข้ามาส่ง
เฉินฉางอันรับถาดที่บรรจุสมุนไพรมา แล้วโบกมือให้สวี่เฟยและหลี่ไจ้หยางออกไปอย่างรู้ความ
"ลวี่จูเอ๋อร์สมุนไพรและหญ้าิญญาเหล่านี้ โปรดรับไว้ด้วยเถิด"
เขาส่งถาดนั้นให้ลวี่จูเอ๋อร์ นางไม่ขัดศรัทธาและรับไปทันที แผนการและพละกำลังที่เฉินฉางอันแสดงออกมาทำให้ลวี่จูเอ๋อร์อยากจะผูกสัมพันธ์กับเขาให้มากขึ้น
เมื่อเห็นลวี่จูรับสมุนไพรไปแล้ว เฉินฉางอันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะยิ้มอย่างลึกลับ
"ห้าวันให้หลัง ข้ายังมีของขวัญชิ้นใหญ่มามอบให้ท่านอีก"
ของขวัญชิ้นใหญ่อย่างนั้นหรือ?
ลวี่จูเอ๋อร์ชะงักไป เมื่อเห็นเฉินฉางอันไม่พูดต่อนางก็ไม่สะดวกที่จะซักไซ้ บางทีอาจเป็เพียงคำพูดตามมารยาทเท่านั้น อย่างไรเสียเฉินฉางอันก็เป็เพียงผู้ดูแลสามของตระกูลจีการที่สามารถนำสมุนไพริญญาเหล่านี้ออกมาได้ก็นับว่ายากลำบากมากแล้ว
"แม้โม่เซิ่งจะสิ้นชีพไปแล้ว แต่เ้ายังต้องระมัดระวังคนผู้หนึ่งไว้ให้ดีนะ"
เฉินฉางอันชะงัก "ระวังใครหรือ?"
ลวี่จูเอ๋อร์ทัดเส้นผมไว้หลังใบหู แววตาฉายประกายเคร่งเครียดออกมาเล็กน้อย
"นายน้อยตระกูลจี… จีอู๋เซี่ยง"