"นาริน" พูดออกไปแต่ดันเผลอหันไปมองสบตาเข้ากับ "อัศวิน" ที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยสายตาแวววาวแปลกๆ ทำให้สองคนที่ต่างมองกันและกันเหมือนโดนมนต์สะกดที่ไม่อาจจะละสายตาไปจากกันได้ในตอนนี้ "นาริน" นั่นหน้าแดงปรี๊ดลามไปถึงใบหูอย่างรวดเร็ว ร่างกายผ่าวร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่รู้จะทำตัวยังไงดีแก้เขินด้วยการยิ้มบางๆ ส่งให้ไป พี่วินเป็อะไรไปนะ ทำไมถึงมองเธอแบบนั้น รู้มั๊ยว่ามันทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัวแล้วในตอนนี้
“ถ้าอย่างนั้น งั้นพี่นอนเป็เพื่อนคนป่วยก็แล้วกันนะครับ พี่ก็รู้สึกเหนื่อยๆ เพลียๆ เหมือนกันวันนี้ ได้พักหน่อยก็คงจะดี”
"อัศวิน" กล่าวเสียงราบเรียบพร้อมกับล้มตัวลงนอนข้างๆ กับ "นาริน" อย่างรวดเร็ว ทำเอา "นาริน" มองชายหนุ่มอย่างตื่นตระหนก รีบขยับกายหมายจะถอยหนีออกไปให้ห่างจากชายหนุ่มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ทันได้ขยับไปไหนดีมือหนาของ "อัศวิน" ก็คว้าเข้าที่เอวบางรั้งเธอมากอดลงนอนแนบสนิทไปด้วยกันเสียแล้ว รัดเอวเธอจนแน่นแม้เสียงหัวใจที่เต้นระรัวของทั้งคู่ยังได้ยินก้องอย่างชัดเจน
“พี่วินจะทำอะไรค่ะ รินจะนอนนะค่ะ ไม่ได้ชวนให้พี่วินมานอนด้วยสักหน่อย ปล่อยรินนะค่ะ”
"นาริน" พูดแก้เขินพลางแกะมือหนาที่เหนียวหนึบยิ่งกว่าตุ๊กแกแกะยังไงมือหนาก็ไม่หลุดออกไปสะที
“พี่ก็จะเข้านอนเป็เพื่อนน้องรินยังไงล่ะครับ น้องรินจะได้ไม่เหงา ไม่กลัวยังไงล่ะ นี่พี่หวังดีนะ”
"อัศวิน" พูดจายิ้มๆ ได้หน้าตาเฉย แล้วทำเนียนแนบใบหน้าหล่อเหลาลงคู่กับใบหน้างามของสาวน้อย
“ถ้าพี่วินง่วง ทำไมไม่ไปนอนที่ห้องของตัวเองล่ะค่ะ มานอนห้องของรินแบบนี้ได้ยังไงกัน”
"นาริน" พูดเสียงเบาปนเขินอาย แต่ก็ไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มอยู่ดี
“พี่ขอนอนกอดน้องรินแบบนี้ไม่ได้เหรอครับ”
"อัศวิน" ถามออกไปอย่างไม่ยอมล่ะสายตาไปจากดวงหน้าหวานเลยแม้แต่น้อย
“จะได้ยังไงกันล่ะค่ะ ก็เรานั่นไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อย”
"นาริน" เอ่ยว่าให้พร้อมเชิดใส่เล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้เป็จริงๆ เสียเลยดีมั๊ย”
"อัศวิน" เอ่ยออดอ้อนเสียงหวานอย่างมีความหมายแอบแฝง
“เป็จริงอะไรกันค่ะ”
"นาริน" พูดออกไปราวกับว่าละเมอ ตกอยู่ในภวังค์นึกคิดเพียงครู่
“ก็ระหว่างน้องรินกับพี่ยังไงล่ะครับ”
"อัศวิน" ตอบออกไปแบบตรงประเด็นไม่อ้อมค้อมปิดบังเลยสักนิด
“พี่วินพูดอะไรออกมาค่ะ”
"นาริน" เอ่ยน้ำเสียงสูงเล็กน้อยบวกกับอาการแงงอนนิดๆ นี่พี่วินจะแกล้งกวนประสาทกันใช้มั๊ย ทั้งสายตา ทั้งพฤติกรรมก็ไม่น่าไว้วางใจเอาสะเลย อยากจะบ้าตาย
“น้องรินไม่รู้จริงๆ หรือครับ ว่าพี่รู้สึกยังไงกับน้องริน นี่น้องรินไม่ได้แกล้งพี่อยู่ใช่มั๊ย”
"อัศวิน" เอ่ยด้วยวาจานุ่มนวล ชวนฝัน ั์ตาคู่คมจ้องมองสาวน้อยตลอดเวลา ดวงตานั่นก็เปล่งประกายประหลาดยากที่จะคาดเดา
“รินไม่ได้แกล้งอะไรพี่วินเลยนะค่ะ แล้วรินต้องรู้สึกอะไรด้วยเหรอค่ะ รินไม่เข้าใจความหมายที่พี่วินพูดออกมาเลยสักนิด”
"นาริน" ตอบออกไปแต่ทว่าในใจก็ครุ่นคิดไปด้วยเช่นกัน เธอยังจะคิดอะไรได้อีกหรือ หลังจากผิดหวังซ้ำๆ อะไรก็ไม่ชัดเจนสักอย่าง สุดท้ายก็เป็เธอที่คิดไปเองฝ่ายเดียวเสมอ เจ็บซ้ำๆ ย้ำๆ แผลเดิมที่เก่าอยู่ทุกวันนี้ จนไม่กล้าปล่อยตัว ปล่อยใจไปตามอารมณ์ความนึกคิดอีกแล้ว
“จากวันนั้นจนถึงวันนี้ น้องรินก็ยังคงเป็น้องรินคนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยนะครับ"
"อัศวิน" กล่าวเลื่อนลอยชวนให้คิด
“คนเดิมที่ว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่ค่ะ พี่วิน”
"นาริน" ถามอย่าง งงๆ เธอไม่เข้าใจจริงๆ
“เด็กสาวในวันนั้นก็ยังคงเป็เด็กสาวในวันนี้ จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยรับรู้เลยว่าคนที่แอบชอบอยู่ใกล้ๆ ตัวเองแท้ๆ กลับผลักไสไปให้คนอื่น แล้วทำหมางเมินห่างเหินใส่อีกด้วย”
"อัศวิน" เอ่ยแซวหยั่งเชิงดูว่าสาวน้อยตรงหน้าจะรู้ตัวบ้างมั๊ย ชายหนุ่มแอบอมยิ้มเล็กน้อย
“พี่วินหมายถึงใครกันค่ะ ใครแอบชอบใคร อะไรกันแน่”
"นาริน" ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพี่วินพูดถึงใคร เพราะเธอคิดว่ามันไม่ได้เกี่ยวหรือหมายถึงเธอแน่ ด้วยความใสซื่อจนซื่อบื่อเลยก็ว่าได้
“เฮ่อออ สรุปที่พี่พูดมาทั้งหมดนี้น้องรินยังไม่เข้าใจ ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอครับเนี่ยยย งั้นคงต้องพิสูจน์ให้เห็นกันล่ะแบบนี้”
"อัศวิน" บอกพร้อมกับส่งรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ั์ตาหวานวิบๆ วับๆ ชายหนุ่มค่อยๆ ก้มลงไปหาใบหน้าสวยหวานซึ้งประทับริมฝีปากหนาได้รูปเข้ากับริมฝีปากบางนุ่มนิ่มด้วยแรงปรารถนาที่มีอย่างมากล้นเป็แรงผลักดันในยามที่ได้อยู่ใกล้ๆ ชายหนุ่มบดจูบจากแ่เบาไปจนถึงหนักหน่วงแทรกลิ้นเกี่ยวพันหาความหวานจากสาวน้อยอย่างไม่รู้เบื่อ ไม่รู้หน่าย ผ่านไปสักพักพอได้ชื่นใจถึงจะค่อยๆ ถอนริมฝีปากหนาออกมาอย่างเชื่องช้าที่สุด แต่ก็ไม่คลายที่จะล่ะสายตาไปจากใบหน้าหวานได้เลย ชายหนุ่มจ้องมองอยู่เนิ่นนานก่อนที่จะเอ่ยต่อไปว่า..
“ทีนี้จะรับรู้ถึงสิ่งที่พี่พูดไปทั้งหมดนี้ได้หรือยังครับ ว่าใครกันที่ชอบน้องริน”
"นาริน" นิ่งอึ้งไปเหมือนกันกับสิ่งที่ได้ยิน คาดไม่ถึงว่าจะได้ยินเช่นนั้นั์ตาที่กลมโตก็สุกสกาวพร่างพราวขึ้นมาในบัดดล
“พี่วินหมายความว่า ว่า..”
"นาริน" อั้มอึ้งพูดติดอ่างขึ้นมาสะอย่างงั้น จะเป็ไปได้เหรอนี่พี่วินหมายถึงตัวเขาเองที่ชอบเราใช่จริงๆ เหรอ เป็ไปได้อย่างไรกัน ก็พี่วินรักพี่มินมากไม่ใช่เหรอ
"อัศวิน" รับรู้ได้ทันทีถึงความนึกคิดของสาวน้อยในตอนนี้ จนอดใจไม่ไหวจุ๊บแก้มนุ่มนิ่มไปอีกครั้ง ให้เธอหยุดคิดแล้วฟังเขาอธิบายต่อไป
“เมื่อคืนพี่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะบอกความจริงให้น้องรินได้รับรู้ แต่น้องรินก็ไม่เปิดโอกาสให้พี่เลย แถมยังไล่พี่อีกด้วย ทำให้เราไม่เข้าใจกันสักที”
"อัศวิน" สารภาพความในใจ มือหนาจับใบหน้าหวานอย่างนุ่มนวล นิ้วโป้งไล้ไปมาแ่เบาอย่างแสนรัก
“รินขอโทษค่ะ แค่รินได้ยินว่าพี่วินบอกรักพี่มินมากจนไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว รินก็รู้สึกเสียใจมาก”
"นาริน" กล่าวออกไปพลางสบตาอย่างรอคอยคำตอบ
“พี่ยอมรับว่าพูดไปแบบนั้นจริง แต่ความหมายไม่เป็อย่างที่น้องรินคิด พี่หมายถึงความรู้สึกที่พี่มีต่อ "มินตรา" ก่อนหน้านั้น จนหลายปีที่ผ่านมาพี่อยู่กับความโศกเศร้าเสียใจ ใช้ชีวิตไปวันๆ แต่พอน้องรินกลับมาที่นี่เราได้เจอกันอีกครั้ง ทำให้พี่กลับมาเป็ผู้เป็คน ทำให้รู้ว่าโลกนี้ยังสดใสอยู่ ทำให้พี่อยากมีน้องรินที่เดินจับมืออยู่เคียงข้างกัน ค่อยเป็กำลังใจให้กัน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในทุกๆ วัน อยู่ด้วยกันทั้งยามหลับ และยามตื่น พี่มั่นใจแล้วว่า "พี่รักน้องริน" ครับ”
"อัศวิน" พูดความในใจออกมามากมาย ด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง และอ่อนโยน ดวงตาคู่คมก็มองสบั์ตาคู่สวยตลอดเวลาที่พูดออกไป
“พี่วิน! บอกว่ารักรินหรือค่ะ รินไม่ได้ฝันไปใช่มั๊ย”
"นาริน" แทบไม่เชื่อหูตัวเองที่ได้ยินเช่นนั้น เธอกล่าวออกไปแ่เบาคล้ายกับคนละเมอ เป็ไปได้ยังไงกัน พี่วินไม่ใช่แค่บอกว่าชอบเธอ แต่ยังบอกว่ารักเธออีกด้วย นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่มั๊ย ในตอนนี้เองที่เธอรับรู้ถึงความสุข สุขมากๆ สุขจนล้นไม่สามารถบรรยายเป็คำพูดได้
“พี่พูดออกมาจากใจ พี่รักน้องรินจริงๆ พี่อยากดูแลน้องริน ต่อไปในวันข้างหน้าจะไม่ให้น้องรินต้องร้องไห้เสียใจอีกพี่ขอสัญญา”
"อัศวิน" กล่าวเสียงนุ่มทุ่มปนหวานซึ้ง ั์ตาที่สื่อออกมาก็เช่นกัน
“พี่วินค่ะ”
"นาริน" เข้าสวมกอดเอวหนาพร้อมกับเรียกชื่อชายหนุ่มแ่เบา น้ำตาหลั่งไหลลงมาไม่ขาดสาย ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ แต่เป็น้ำตาแห่งความตื้นตันอยู่เต็มหัวใจ เธอไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันนี้ วันที่ชายหนุ่มบอกว่ารักเธอจากใจจริง วันที่เธอรอคอยมาตลอดอย่างไม่คิดว่าจะเป็จริงขึ้นมาได้ ดวงตากลมโตค่อยๆ มองสบตาชายหนุ่มด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มก็ยังน่ารัก น่ามองไม่คลาย
“น้องรินทำไมถึงร้องไห้ล่ะครับ พี่พูดอะไรผิดไปอย่างนั้นหรือ”
"อัศวิน" เมื่อได้เห็นใบหน้างามเต็มไปด้วยน้ำตาที่ไหลนองอาบสองแก้มชัดๆ ก็รีบเอ่ยถามไปด้วยความใเป็อย่างมาก
“เปล่าหรอกค่ะ พี่วินไม่ได้พูดอะไรผิดไปเลยตรงกันข้ามรินดีใจมากต่างหากล่ะค่ะ ที่พี่วินบอกว่ารักรินทั้งๆ ที่รินก็คิดมาตลอดว่าความรักของรินมันไม่มีทางเป็ไปได้”
"นาริน" พูดทั้งน้ำตา ยิ้มหวานอย่างซาบซึ้งให้กับชายหนุ่ม
“ทำไมน้องรินถึงคิดแบบนั่นล่ะครับ โธ่เอ๋ยยย นี่คงไม่รู้สินะว่าพี่น่ะแอบชอบน้องริน ั้แ่ครั้งแรกที่เห็นจนได้พูดคุยทำความรู้จักกันเมื่อนานมาแล้วนะ”
“จริงเหรอค่ะ พี่วิน ั้แ่ตอนไหนกันทำไมรินไม่เห็นรู้เื่เลยล่ะค่ะ”
"นาริน" ถึงกับดวงตาเบิกกว้างรีบมองสบตาคู่คมด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่ชายหนุ่มสารภาพออกมาตรงๆ
“จริงแท้แน่นอนเลยล่ะครับ คงเป็เพราะว่าตอนนั้นน้องรินยังเด็กมากๆ เื่ความรักคงยังไม่ได้คิดถึง ส่วนพี่ก็เป็หนุ่มน้อยที่พบกับรักแรกแต่ก็ไม่รู้จะแสดงออกหรือบอกกับน้องรินออกไปเช่นไร”
"อัศวิน" กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังบอกถึงความจริงที่ผ่านมา
“ที่พี่วินแต่งงานกับพี่มินไม่ใช่เพราะความรักหรอกหรือค่ะ”
"นาริน" เอ่ยถามในสิ่งที่เก็บซ่อนไว้ภายในใจมาเนิ่นนาน
“พี่ยอมรับว่าในตอนนั้นที่พี่เปิดใจคบกันกับ "มินตรา" พี่รักมินมากจริงๆ แต่นั่นมันเกิดขึ้นหลังจากที่น้องรินทำตัวห่างเหิน ไม่พูดไม่จา ค่อยหลบหน้าพี่ตลอด ทำให้พี่คิดว่าระหว่างเราคงเป็ไปไม่ได้แล้ว น้องรินคงไม่ชอบพี่เหมือนที่พี่แอบชอบน้องรินอยู่ฝ่ายเดียว พี่จึงตัดใจจากน้องริน จนตกลงปลงใจที่จะแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับมินได้ไม่นานเธอก็มาด่วนจากพี่ไป”
"อัศวิน" เมื่อกล่าวอธิบายสิ่งที่สาวน้อยอยากรู้ให้ฟังทั้งหมดออกไปจนท้ายที่สุดก็เอ่ยวาจาสุดแสนอาลัยแด่เมียรักที่จากไป